ข่าวสังคม » ม.อ.ภูเก็ต เปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เริ่ม“วารีบำบัด”ส่งเสริมสุขภาพสติร่วมกับ Chivitr Wellness Retreat

ม.อ.ภูเก็ต เปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เริ่ม“วารีบำบัด”ส่งเสริมสุขภาพสติร่วมกับ Chivitr Wellness Retreat

30 มีนาคม 2023
222   0

วันที่ 28 มีนาคม 2566 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับ Chivitr Wellness Retreat ภายใต้ บริษัท พีเอ็นอาร์บี จำกัด เปิดหลักสูตรวารีบำบัด พร้อมแถลงข่าวการทำความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมทั้งการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลราไวย์ และจังหวัดภูเก็ต เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ราไวย์ และจังหวัดภูเก็ต

โดยมีนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต, นายอรุณโสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ และนางสาวพรทิพย์ นพคุณ Owner & Founder, Chivitr Wellness Retreat ภายใต้ บริษัท พีเอ็นอาร์บี จำกัด ร่วมแถลงข่าว ณ Chivitr Wellness Retreat (ใกล้หนองน้ำในหาน) ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน วิทยาเขตภูเก็ตขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร โดยใช้ศาสตร์ด้านการแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุข ของคณะทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทย

และคณะอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ และศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน วิทยาเขตภูเก็ต ซึ่งมีแนวทางที่จะพัฒนาหลักสูตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรปริญญา และมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตร รวมไปถึงหลักสูตรที่สอดรับกับบริบทเชิงภูมิศาสตร์และสอดคล้องกับความต้องการเชิงพื้นที่ด้วย

“การพัฒนางานบริการวิชาการ ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพ โดยมีแนวความคิดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมประเภทประกาศนียบัตรนั้น (หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น) แก่ประชาชน องค์กรภาครัฐ และผู้ประกอบการธุรกิจเอกชน ศาสตร์การบำบัดและการส่งเสริมสุขภาพ จากการใช้วิธีวารีบำบัด ซึ่ง Chivitr Wellness Retreat เป็นผู้ที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญ จึงร่วมกันเปิดหลักสูตรวารีบำบัดเป็นหลักสูตรแรก โดยแบ่งกลุ่มหลักสูตรออกเป็น 2 ระดับ คือ

1.หลักสูตรวารีบำบัด 1 (Hydrotherapy Module) การส่งเสริมสุขภาพสติด้วยการหายใจใต้น้ำขั้นต้น กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน ประชาชนกลุ่มคนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความเครียดความวิตกกังวลจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความสนใจในการฝึก

2.หลักสูตรวารีบำบัด 2 (Hydrotherapy Module) กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มคนวัยทำงาน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มุ่งหวังในการประกอบอาชีพ Practitioner หรือ มุ่งหวังเป็น Train the Trainer หรือต้องการจะเข้ามาประกอบอาชีพในสายงานในธุรกิจบริการ เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการสปา ฟิตเนส กิจกรรมสันทนาการในธุรกิจบริการ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ เป็นต้น”

โครงการการพัฒนาศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มีจุดมุ่งหมายและพันธกิจหลัก คือ 1. การพัฒนาสมรรถนะ และศักยภาพ ความรู้ความสามารถของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง และการพัฒนาบัณฑิต High Skilled / Talent and Innovative 2. การให้บริการด้านสุขภาพ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพแก่สังคมโดยรวม 3. การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพสู่ความเป็นเลิศ

รองศาสตราจารณ์ ดร.พันธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นเพียงก้าวแรกของการเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการก้าวสู้การเป็น Medical Hub ของโลก ซึ่งจากนี้ไปภายในปี 2570 จะมีวิทยาลัยสุขภาพนานาชาติ เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของพื้นที่แถบอันดามัน ปิดช่องว่างปัญหาการรักษาของพื้นที่อันดามันในอดีต รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต โรงพยาบาลศูนย์ทางการแพทย์เฉพาะทางขนาด 500 เตียง

เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในกลุ่มอันดามัน สามารถดูแลรักษาโรคซับซ้อนที่โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้ โดยมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยกับโรงพยาบาลต่างๆ และศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดา ที่ให้บริการครบวงจรการแพทย์เพื่อสุขภาพ ทั้งการตรวจ การรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพ

โดยจะมีศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ เพื่อให้บริการทางทันตกรรมทั่วไป และเฉพาะทางที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งโครงการทั้งสามส่วนนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ รวมทั้งเป็นการขยายศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของโลกด้วย

error: Content is protected !!