ข่าวสังคม » ทีเส็บ จับมือ จังหวัดภูเก็ต และพันธมิตร จัดงาน Phuket Food Faith 2023

ทีเส็บ จับมือ จังหวัดภูเก็ต และพันธมิตร จัดงาน Phuket Food Faith 2023

20 สิงหาคม 2023
366   0

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่บ้านพักรับรองชาร์เตอร์ดแบงค์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ (TCEB ) จับมือจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจัหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต), เทศบาลนครภูเก็ต, สายการบินเวียดเจ็ท และพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน

จัดงาน Phuket Food Faith 2023 ภายใต้แนวคิด “มรดกทางวัฒนธรรม ต่อยอดสู่คนรุ่นใหม่ ในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน” เพื่อสืบทอดประเพณีถือศีลกินผัก หรือเจี๊ยะฉ่าย ซึ่งถือเป็นงานหลักที่โด่งดังของจังหวัดภูเก็ตที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่หลายมิติ

ภายในงานมีนายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ, นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต, น.ส.อรไพลิน ตระกูลปริพนธ์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ตลอดจนพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม เพื่อนำร่องงานประเพณีถือศีลกินผัก ผ่านประสบการณ์ Vegetarian Fine Dining โดยเชิญเชฟระดับมิชลิน รังสรรค์เมนูอาหาร และเครื่องดื่มแนว โมเดิร์นเข้าร่วม

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการ ทีเส็บ (ภาคใต้) กล่าวว่า การจัดงาน Phuket Food Faith 2023 ประจำปีนี้จัดขึ้น ณ บ้านพักรับรองชาร์เตอร์ด แบงก์ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองของจังหวัด เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของภูเก็ตในด้านวัฒนธรรมในหลักการ “3 อา” ประกอบด้วย “อาคาร อาหาร อาภรณ์” กอปรกับยุทธศาสตร์หลักของจังหวัดภูเก็ตในการส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นฐานในจังหวัดด้านอาหาร หรือ Gastronomy ผ่านแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมไมซ์

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ จึงเป็นกิจกรรมนำร่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินอาหารเจสไตล์ Vegetarian Fine Dining ที่มุ่งหวังจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจในเรื่องของอาหารเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตในช่วงของประเพณีถือศีลกินผัก ปี 2566 ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566

“ทีเส็บ ได้สนับสนุนงานประเพณีถือศีลกินผักมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อยกระดับการจัดงานในพื้นที่เมืองไมซ์ซิตี้ ซึ่งถือเป็นพันธกิจหนึ่งของทีเส็บ ที่ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในเมือง หรือ Festival Economy นับเป็นการปักหมุดเพื่อเพิ่มคุณค่า (value added) ของงาน และการสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นให้คนเข้าร่วมงาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและเรื่องราวเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ให้ตัดสินใจเข้าร่วมงานมากขึ้น” นายพัฒนชัยกล่าว

สำหรับรูปแบบการจัดงาน Phuket Food Faith ได้เชิญเชฟที่มีชื่อเสียงในจังหวัดภูเก็ต มีรางวัลการันตีมาปรุงอาหาร Fine Dining สไตล์ Chef Table รังสรรค์เมนูอาหารเจที่ทันสมัย แต่คงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการ และดีต่อสุขภาพ ประกอบด้วย

เมนูแรก ยำมะพร้าวคั่วภูเก็ต โดยเชฟอานนท์ ภู่เจริญ จากร้านอาหารฌาร์ม ไดนิ่ง แกลอรี่ ร้านอาหารเพอรานากัน และอาหารพื้นเมืองที่ได้รับสืบทอดสูตรจากครอบครัว นำเมนู “ยำมะพร้าวคั่วภูเก็ต” เมนูอาหารโบราณพื้นถิ่น

ตามมาด้วยเมนูที่ 2 เมนู Hae Jong (เฮจ้อง) ซึ่งเป็นลักษณะของ โดยเชฟชัชวาล วราหะจีระกูล (แบงค์) Chef de Cuisine ที่ร้านสมุทร จังหวัดภูเก็ต

เมนูที่ 3 “Pizza biga 72 hours fermented, Fermented” โดยเชฟกวาง สินธุ์ประดิษฐ์ จากร้าน Marni และ Five Olives

เมนูที่ 4 “Porchini Ravioli, Porchini Mushroom, Coconut Cream,” โดยเชฟกร สินธุ์ประดิษฐ์ จากร้าน Marni และ Five Olives

ปิดท้ายเมนูของหวาน โดยเชฟทอรี่ วงศ์วัฒนกิจ เจ้าของร้าน Torry Icecream Maker นำเสนอเมนูของหวาน  4 คอร์ส คอร์ส 1 ยันต์ – ลี่ ซี่งเป็นเยลลี่ที่ทำจากสับปะรดวิสาหกิจชุมภูเก็ต คอร์ส 2 โกปี๊ช้าม ไอศกรีมกาแฟผสมชา คอร์ส 3 ไอศกรีม 3 สี รสโกสุ่ย ขนมขี้มัน ขนมโกยตาล้าม คอร์ส 4 บี๊โกหมอย

ส่วนเมนูเครื่องดื่ม เสิร์ฟโดย Mixologist วิน ที่รังสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่มีวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบหลักจาก “ดีบุกเฮาส์”

การถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต หรือที่ชาวบ้านและชาวจีนในจังหวัดภูเก็ต เรียกว่า “เจี๊ยะฉ่าย”  เป็นลัทธิเต๋า ซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือมาช้านาน โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน คำว่า “เจี๊ยะฉ่าย” (กินผัก) เป็นภาษาท้องถิ่น วันประกอบพิธีตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ (เก้าโง้ยโฉ่ยอีดถึงโฉ่ยเก้า) ตามปฏิทินจีนของทุกปี อันเกิดจากความเชื่อสู่ประเพณีท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จนพัฒนาการกลายเป็นประเพณีประจำปีของภูเก็ต ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมในประเพณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งความคิดที่พัฒนามรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารนี้ สามารถสร้างผลประโยชน์เชิงสังคมแล้วยังเกิดผลทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นั่นคือ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันเกิดส่งเสริมเกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมากขึ้น โดยคำนึงถึงการใช้และการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งการเน้นให้เกิดความสร้างสรรค์ (Creative) เพื่อเติมเต็มมิติของอาหารภูเก็ตให้มีความสมบูรณ์ และเกิดทางเลือกใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook page : The Southern MICE

error: Content is protected !!