
นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการมีความคืบหน้ากว่า 27% โดยงานโครงสร้างอาคาร B จะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เร็วกว่าแผนประมาณ 2 สัปดาห์ และมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้าได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 ตามแผน

“โครงการได้รับการตอบรับที่ดี แม้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ปัจจุบันขายแล้วกว่า 70% จากทั้งหมด 411 ยูนิต เหลือขายประมาณ 100 ยูนิต และตั้งเป้าปิดการขายภายในปีนี้ โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30% แบ่งเป็นจีน 40% และยุโรปตะวันออกกับรัสเซีย รวม 30% ที่เหลือเป็นสัญชาติอื่นๆ ”

นายอรรคเดช กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ เตรียมต่อยอดการลงทุนในพื้นที่เดียวกัน ด้วยการพัฒนาเฟส 2 ซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกับเฟสแรก และโครงการ Community Mall ภายใต้ชื่อ “Backyard ศรีสุนทร” บริเวณด้านหน้าโครงการ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 160 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) พื้นที่เชิงพาณิชย์ 2 ชั้น ประกอบด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้า คลินิก และพื้นที่บริการต่างๆ

เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบ โดยมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ปี 2569 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2570 โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนและบริหารพื้นที่เช่าเอง เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มเติม

“ปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองแค่ที่อยู่อาศัย แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบโครงการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต ร้านอาหาร หรือแหล่งแฮงเอาต์ ซึ่ง Community Mall จะช่วยเติมเต็มองค์ประกอบเหล่านี้ และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศธุรกิจในระยะยาว”

นายอรรคเดช กล่าวว่า แนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตแตกต่างจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในทำเลหลักอย่างอำเภอเมืองและบางเทา ราคาบ้านแนวราบปรับตัวสูง ทำให้คอนโดมิเนียมกลายเป็นทางเลือกสำคัญ ขณะที่ทำเลรอบนอกยังมีความต้องการแนวราบควบคู่กันไป ทั้งนี้ บริษัทมองว่าภูเก็ตยังมีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ความต้องการซื้อและลงทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

และไม่พบสัญญาณดีมานด์ชะลอตัว แม้จะมีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด เนื่องจากเป็นเมืองนานาชาติที่มีทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน และกลุ่มผู้ปกครองที่เข้ามาดูแลลูกหลานซึ่งเข้ามาศึกาตามโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้คอนโดมิเนียมยังเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาด

“การเกิดโอเวอร์ซัพพลายจะขึ้นอยู่กับทำเลและระดับราคา หากอยู่ในทำเลที่ดีและราคาสมเหตุสมผล ยังมีผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่โครงการที่ไปต่อไม่ได้ มักเกิดจากทำเลไม่เหมาะสมหรือราคาสูงเกินไป” นายอรรคเดชกล่าว

ทั้งนี้ ARISE Vibe Phuket ถือเป็นโครงการแรกของอรสิรินในจังหวัดภูเก็ต และเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายพอร์ตลงทุนสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก รองรับดีมานด์ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุนปล่อยเช่าในอนาคต

สำหรับโครงการ ARISE Vibe Phuket มีมูลค่าโครงการรวม 1,115 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5.5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวม 411 ยูนิต มีรูปแบบห้องพักให้เลือก 5 แบบ ได้แก่ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom และ 2 Bedroom Plus ขนาดเริ่มต้น 25.85 – 91.66 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท

โดยโครงการได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Rise Your Own Vibe อยู่สบาย ได้เป็นตัวเอง” โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คลับเฮาส์ขนาด 1,600 ตารางเมตร สูง 3 ชั้น ห้องโยคะ ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และสระเด็ก คิดเป็นพื้นที่ส่วนกลางถึง 43% ของโครงการอีกด้วย









