ข่าวสังคม » ผู้ประกอบการและพนักงานสถานบันเทิงป่าตอง ภูเก็ต รวมตัวชูป้าย ต้านส่วย พร้อมเรียกร้องรัฐแก้ปัญหาใบอนุญาต-หยุดรีดไถ

ผู้ประกอบการและพนักงานสถานบันเทิงป่าตอง ภูเก็ต รวมตัวชูป้าย ต้านส่วย พร้อมเรียกร้องรัฐแก้ปัญหาใบอนุญาต-หยุดรีดไถ

14 พฤษภาคม 2026
29   0

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณข้างป้อมบางลา ต้นซอยบางลา ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการและพนักงานสถานบันเทิงในพื้นที่ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นำโดยนายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบสถานบันเทิงหาดป่าตอง รวมตัวเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรีดไถและการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยมีผู้ประกอบการและพนักงานจำนวนหนึ่งถือป้ายข้อความต่างๆ  เช่น “นายกอนุทิน ช่วยประชาชนชาวภูเก็ตจากข้าราชการหิวเงินด้วย”, “ชาวสถานบันเทิงหาดป่าตองไม่เอาข้าราชการรีดไถเงินชาวบ้าน”, “1 โล คืออะไร เราไม่เอาส่วย” และ “อย่าซ้ำเติมรากหญ้า” พร้อมเปิดเวทีปราศรัยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจสถานบันเทิงในพื้นที่ ซึ่งในระหว่างนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะหาดฟรีดอม ซึ่งไม่ไกลจากป่าตองมาก และมีการตั้งความหวังว่าในช่วงขากลับขบวนรถของ นายกฯ จะผ่านถนนบริเวณที่มีการรวมตัวกันอยู่ แต่ปรากฎว่าใช้อีกเส้นทาง

นายวีรวิชญ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการ หลังจากรัฐบาลอนุญาตให้สถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 04.00 น. แต่หลายร้านยังประสบปัญหาการต่อใบอนุญาต แม้จะยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมแล้ว บางแห่งรอการอนุมัตินานกว่า 1 ปี แต่กลับถูกเข้าตรวจจับกุมในภายหลัง ทำให้ผู้ประกอบการมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาพื้นที่นอกโซนนิ่ง เช่น บริเวณซอยนาใน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นย่านธุรกิจและสถานบริการมานานกว่า 20-30 ปี แต่ไม่สามารถขอใบอนุญาตได้ตามข้อกฎหมายเดิม เนื่องจากไม่อยู่ในพื้นที่กำหนดโซนนิ่ง โดยระบุว่าหากมีการสั่งปิดกิจการทั้งหมด จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของป่าตองอย่างหนัก

ประธานชมรมผู้ประกอบสถานบันเทิงหาดป่าตอง ยังกล่าวด้วยว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการเรียกร้องโดยสันติวิธี และไม่ได้มุ่งกล่าวหาเจ้าหน้าที่รายใดโดยตรง แต่ต้องการให้ภาครัฐลงมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ มากกว่าการใช้มาตรการตรวจค้นหรือสั่งปิดกิจการเพียงอย่างเดียว

error: Content is protected !!