ชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย MOU ราชภัฏภูเก็ต พัฒนาบุคลากรด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการผลิตบุคลากร

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ห้องประชุมสุพรรณิการ์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผศ.ดร.หิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย โดยนายแวอัสมา แวอูมา กรรมการชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน

โดยมี ดร.เบญจพร พงษ์นริศร รองคณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร และผู้ช่วยศาตราจารย์อับดุลรอชีด เจะมะ เลขาธิการเครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนเครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย  กรรมการและผู้บริหารสหกรณือิสลาม ตลอดจนฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เข้าร่วม

สำหรับบันทึกความข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยตั้งคณะทำงานของทั้งสองฝ่ายมาประชุมหารือกัน, ส่งเสริมความร่วมมือในการผลิตและพัฒนาบุคคลากรที่ทำงานด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินเข้าสู่ตลาดระดับประเทศ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการและด้านการเงินอิสลามของทั้งสองฝ่าย

โดยมีขอบเขตความร่วมมือ ในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การจัดหลักสูตรร่วม การถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี การให้บริการทางวิชาการ กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมวิชาการอื่นๆ เช่น กิจกรรมด้านกีฬา กิจการนักศึกษา การจัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ การเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ  เป็นต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือ ว่า มีแนวทางความร่วมมือที่หลากหลาย โดยเป็นความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพของผู้บริหารสหกรณ์ และผู้สืบทอดเกี่ยวกับสหกรณ์ เพื่อมีความรู้ในการออกแบบหลักสูตรที่เรียนรู้ตลอดชีวิต และสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาท้องถิ่นอยู่แล้ว ซึ่งมีค่อนข้างหลากหลายหลักสูตร เช่น การบริหารจัดการ การเงินการบัญชี เป็นต้น

แต่ทั้งทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของทางชุมนุมสหกรณ์ฯ ว่าต้องการหลักสูตรใด  และจะได้มาร่วมกันออกแบบหลักสูตร เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน เช่น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากร การวิจัยและการพัฒนา การบริการวิชาการแก่สังคม และ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดกรอบความร่วมมือและกิจกรรมต่างๆ ที่จะดำเนินการร่วมกันระหว่างชุมนุมสหกรณ์ฯ และ มาหาวิทยาลัยราชภัฏ

โดยจะมีการแต่งตั้งผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อประสานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาสหกรณ์อิสลามในท้องถิ่น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ และทรัพยากรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับขวนการสหกรณ์อิสลามต่อไป

ด้านนายแวอัสมา แวอูมา กรรมการชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาความสามารถของบุคลากรให้มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการทำบัญชีที่สหกรณ์ฯ ใช้ ซึ่งจะแตกต่างจากการทำบัญชีทั่วไป  เช่น ต้องเป็นไปตามศาสนบัญญัติ เป็นต้น

เพื่อให้การทำงานของสหกรณ์อิสลามมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และบุคคลทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจในหลักปฏิบัติของสหกรณ์อิสลามที่มีความแตกต่างกับสหกรณ์อื่นๆ รวมทั้งเพื่อสร้างบุคลากรมืออาชีพมาทำงานแทนบุคลากรอาสา ตลอดจนเพื่อให้มีการพัฒนาเท่าทันเทคโนโลยีและมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น และเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555  มีจำนวนสมาชิก 21 สหกรณ์ โดยชุมนุมสหกรณ์ฯ มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางประสานงานและพัฒนาสหกรณ์อิสลามทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับขบวนการสหกรณ์อิสลาม ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ในการพัฒนาท้องถิ่น

โดยมีแนวทางความร่วมมือที่หลากหลาย เช่น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากร การวิจัยและการพัฒนา การบริการวิชาการแก่สังคม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งการทำ MOU ในวันนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดกรอบความร่วมมือและกิจกรรมต่างๆ ที่จะดำเนินการร่วมกันระหว่างชุมนุมสหกรณ์ฯ และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

และจะมีการแต่งตั้งผู้แทนจากทั้งสองฝ่าย เพื่อประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาสหกรณ์อิสลามในท้องถิ่น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ และทรัพยากรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับขบวนการสหกรณ์อิสลามต่อไป

ธ.ก.ส. ภูเก็ต จัดกิจกรรมเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม “เผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนท้องถิ่น” โดยมี นายพยุงศักดิ์ โภคภิรมย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน ธ.ก.ส. และนายนิวัฒน์ นิยมญาติ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในงานสร้างการรับรู้ข่าวสาร เพื่อเกษตรกรและประชาชน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านนโยบายและแผนงานของธนาคาร รวมถึงความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาล โดยมี เครือข่ายหัวหน้ากลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. จากทั้ง 17 ตำบลของจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม ตำบลละ 1 คน รวม 17 คน พร้อมด้วยสื่อมวลชนในพื้นที่

นายนิวัฒน์ นิยมญาติ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายหัวหน้ากลุ่มลูกค้าธนาคาร และพนักงานธนาคาร รวมถึงการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลและธนาคาร อาทิ: โครงการพักชำระหนี้ลูกหนี้เกษตรกรรายย่อย ระยะที่ 2, โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2567/2568สนับสนุน ไร่ละ 1,000 บาท (ไม่เกิน 10 ไร่),

โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบแก่เกษตรกรและผู้ยากจน วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 2,500,000 บาทอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ลดลงปีละ 1% จนต่ำสุด 2%, โครงการสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 700,000 บาทอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี, สินเชื่อเงินด่วนคนดี สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 20,000 บาท มุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลและสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร

การจัดงานในครั้งนี้ ธ.ก.ส. เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง

ข่าวประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลวิชิต รับสมัครทีมแข่งขัน Cover dance

ด้วยทางเทศบาลตำบลวิชิต เปิดรับสมัครทีมแข่งขัน Cover dance (เต้นสนุกสุขภาพดี) Healthy dancing ภายใต้โครงการ Vichit Health Care ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568  เปิดรับสมัครจำนวน  2 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นเยาวชนอายุ 8 – 18 ปี ไม่จำกัดพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต และรุ่นประชาชนทั่วไป เฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลวิชิต

โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม 2568 ณ เวทีกลางสวนศรีภูวนาถ รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 สามารถอ่านระเบียบการแข่งขันและกรอกใบสมัครโดยการสแกนคิวอาร์โค้ด หรือ คลิกลิ้งค์ https://forms.gle/wGif2vycYJGtqwn87

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเขียนใบสมัครได้ที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมชั้น1 เทศบาลตำบลวิชิต 076-525100 ต่อ 160-166

ศคท.จว.ภูเก็ต ศรชล.ภาค 3 บูรณาการหน่วยงานตรวจเรือ Genting Dream

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ศรชล.ภาค 3 โดย ศคท.จว.ภก ร่วมบูรณาการกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าเรือภูเก็ต ด่านศุลกากรภูเก็ต และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบระบบความปลอดภัย อุปกรณ์ความปลอดภัยประจำเรือและท่าเรือ เรือ Genting Dream สัญชาติ บาฮามาส เดินทาง Last Port มาจากประเทศสิงคโปร์

ซึ่งมีคนประจำเรือ 1,845 คน และมีนักท่องเที่ยว 3,741 คน รวมทั้งหมด 5,586 คน คนไทย 46 คน ต่างชาติ 5,540 คน และจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 01.00 น. ไปยัง Next Port ประเทศสิงคโปร์

เหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือทางทะเล โทร 1465 แจ้ง ศรชล.ภาค 3

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต รับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ 2 สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) โดยนางสาวกรภัค พังงาแก้ว และนางเนตรทราย เวชเพิ่ม คณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เข้าตรวจประเมินคุณภาพการศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ 2

โดยมีนายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต นายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต นางณฐอร เทพณรงค์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ผู้ช่วยครูผู้ช่วย ผู้ดูแลเด็ก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้ปกครองร่วมให้ข้อมูลประกอบการตรวจประเมิน

โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) (สมศ.) ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 49 วรรคสอง กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และให้เสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ซึ่งการประเมินในครั้งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ 2 ได้จัดเก็บรายงานการประเมินต่างๆ ตามแผนการจัดประกันคุณภาพภายนอก พร้อมนำเสนอวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ/กิจกรรมผลงานที่ประสบความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับ หรือเป็นตัวอย่างการปฏิบัติ

นอกจากนี้คณะผู้ประเมินได้มีการประเมินเก็บข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร หลักฐาน สังเกตการณ์บรรยากาศการเรียนการสอน สัมภาษณ์ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ 2 สัมภาษณ์ตัวแทนชุมชน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม และได้ร่วมสรุปผลการตรวจประเมินของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ 2 เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาของศูนย์ฯต่อไป

อควาเรียภูเก็ตเพาะพันธุ์ฉลามเสือดาวพร้อมส่งมอบให้กรมทช.จำนวน 10 ตัว

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการอนุรักษ์สัตว์ทะเล เมื่ออควาเรีย ภูเก็ต ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ฉลามเสือดาว และพร้อมเดินหน้าสู่โครงการอนุรักษ์ฉลามเสือดาวร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) และองค์กรไวล์ดเอด (WildAid)

โดย ดาโต๊ะ ไซมอน ฟง ชุง เฮง ประธานกรรมการบริหารกลุ่มของอควาเรีย ภูเก็ต ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ฉลามเสือดาวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 อควาเรีย ภูเก็ต ได้เพาะพันธุ์ฉลามเสือดาววัยอ่อนกว่า 50 ตัว โดยตัวที่อายุมากที่สุดขณะนี้มีอายุหนึ่งปี ซึ่งเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งและเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ฉลามเสือดาวให้คงอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ อควาเรีย ภูเก็ต ยังได้จัดทำโครงการส่งเสริมและเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ และบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ ศวอบ. และ WildAid เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ และการฟื้นฟูทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งการดำเนินการศึกษาวิจัย การส่งเสริมศักยภาพและทักษะของบุคลากรในการเพาะเลี้ยง การอนุรักษ์ และการฟื้นฟูให้ถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์

อีกทั้ง บริษัท อควาวอร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ฉลามเสือดาว ได้ส่งมอบฉลามเสือดาวจำนวน 10 ตัว ช่วงอายุ 10 เดือน ถึง 1 ปี ให้กับ ศวอบ. เพื่อพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงและการอนุบาลปรับสภาพก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ฉลามเสือดาว ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมมือกันเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต

ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลตำบลวิชิต

การรับสมัครบุคลเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลตำบลวิชิต จำนวน 3 คน โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างเวลา 08.30 ถึง 16:30 น ที่ห้องสำนักปลัด ชั้น 2 เทศบาลตำบลวิชิต โดยขอใบสมัครได้ที่สำนักปลัดเทศบาลตำบลวิชิต

โดยการยื่นใบสมัครจะต้องสมัครตามแบบพิมพ์กำหนดด้วยตัวเองต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบด้วยใบสมัครรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด 2 นิ้ว 1 รูป สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานที่แสดงว่ามีภูมิลำเนา ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือติดยาเสพติด สำเนาหลักฐานที่แสดงวุฒิการศึกษา เช่นสำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าเป็นการประเมินการศึกษา

สมาคมอ๊ามภูเก็ตร่วมศาลเจ้าทั่วประเทศกว่า 20 แห่ง ก่อตั้งสมาพันธ์เต้าโบ้เก๊งกิ้วอ๋องไต่เต่แห่งประเทศไทย พร้อมแถลงข่าวงานสมโภช 200 ปี ประเพณีถือศีลกินผัก ศาลเจ้ากะทู้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศาลเจ้ากะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต สมาคมอ๊ามภูเก็ต ซึ่งเป็นหน่วยงานทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์รวมของศาลเจ้าต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต  ร่วมกับสมาพันธ์เต้าโบ้เก้งกิ๊วอ๋องไต่เต่แห่งประเทศไทยจัดแถลงข่าวเปิดตัว สมาพันธ์เต้าโบ้เก้งกิ๊วอ๋องไต่เต่แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

โดยมีนายกิตติวงศ์ จันทร์สัทธรรม นายกสมาคมอ๊ามภูเก็ต เป็นประธานสมาพันธ์ฯ และโดยมีตัวแทนศาลเจ้าต่างๆ จากทั่วประเทศ จำนวน 25 แห่ง และประธานสมาพันธ์กิ๊วอ๋องไต่เต่แห่งประเทศมาเลเซีย เข้าร่วมลงนามบันทึกการก่อตั้งสมาพันธ์เต้าโบ้เก้งกิ๊วอ๋องไต่เต่แห่งประเทศไทย และมอบธงสมาพันธ์ฯ ให้กับศาลเจ้าต่างๆ

พร้อมกันนี้ยังได้มีการแถลงการจัดงานสมโภชประเพณีถือศีลกินผักศาลเจ้ากะทู้ 200 ปี พ.ศ.2568 ตลอดจนงานเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสประเพณีตรุษจีน ประจำปี 2568 ด้วย โดยได้รับเกียรติจากนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และตัวแทนจากศาลเจ้าต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต และต่างจังหวัดเข้าร่วม 

ในการนี้นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการก่อตั้งสมาพันธ์ฯ พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของสมาคมอ๊ามภูเก็ต และศาลเจ้าต่างๆ ที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงาม โดยเฉพาะ ประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก พร้อมเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันรักษาประเพณีนี้ให้คงอยู่ต่อไป

RUNNING@VICHIT 2025 ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568

default

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สวนศรีภูวนาถ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี ภุชงค์ รอดนิกร รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการ RUNNING@VICHIT 2025 ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568

โดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนในเขตพื้นที่ตำบลวิชิต ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลวิชิต ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน ประชาชนและนักเรียน เข้าร่วมกว่า 1,200 คน

RUNNING@VICHIT 2025 ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 จัดการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทฟันรัน ระยะทาง 4 กิโลเมตร ประเภทมินิมาราธอน ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร และประเภทฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.5 กิโลเมตร โดย RUNNING@VICHIT 2025 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต

ได้แก่ บริษัท ไทยแลนด์สเมลติ้งแอนด์รีไฟนิ่ง จำกัด สถานีตำรวจภูธรวิชิต มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต โรงพยาบาลดีบุก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านแหลมชั่น โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต โรงเรียนวัดเทพนิมิตรโรงเรียนวิชิตสงคราม โรงเรียนบ้านอ่าวน้ำบ่อ โรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน โรงเรียนแหลมพันวา

พร้อมทั้งประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิต ในจังหวัดภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาเข้าร่วม สร้างให้เกิดบรรยากาศแห่งความสุขจากการออกกำลังกาย ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้พร้อมใจกันก้าวออกมาร่วมกันออกกำลังกายให้มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกด้วย

default
default

ภูเก็ตพร้อมจัดงาน “ANDAMAN TRADE FAIR @PHUKET” ส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคอันดามัน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี (ลานมังกร) จังหวัดภูเก็ต นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายพีรกานต์ โครตโยธา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต, นายเสริมพงษ์ พรมลี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต, นายจรัล ส่างสาร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต, คุณมนต์ทวี หงส์หยก ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และนายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนบน

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ANDAMAN TRADE FAIR @PHUKET” ซึ่งเป็นมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าครั้งสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลาน Outdoor Arena ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ภายในงานมีร้านค้ากว่า 300 ร้านค้า เข้าร่วมแสดงสินค้าในโดมปรับอากาศ พร้อมทั้งกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับงาน ANDAMAN TRADE FAIR @PHUKET จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้มีโอกาสขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจได้พบปะเจรจาเชื่อมโยงทางการค้ากับบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 10 บริษัท เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล, ซีพี ออลล์, สยามแม็คโคร, เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก และ IchiBan Enterprises

ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์จาก 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล โดยนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านสินค้าเกษตร อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีเวทีเจรจาธุรกิจในรูปแบบ Onsite และ Online เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงช่องทางการตลาดที่หลากหลายและขยายโอกาสทางธุรกิจ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ กิจกรรมความบันเทิง จากศิลปินชื่อดัง เช่น โดม จารุวัฒน์, เรนิษรา, กานต์ ทศน, อานัส สันละกะยา และเอ๊ะ จิรากร พร้อมกับกิจกรรม Influencer Live จาก พิ้งกี้ สาวิกา, เมเม่ ChinaExpert, Chloe (โคอี้), ศิริพร มาปอ ใจอาจ, IAMTAN และ ThomasTom นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแข่งขันกินหมี่ฮกเฮี้ยนเพื่อชิงรางวัล และการโชว์ศิลปะการเพ้นท์ผ้าบาติก นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเช็คอินถ่ายภาพใน 3 โซนพิเศษ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน “ANDAMAN TRADE FAIR @PHUKET” ระหว่างวันที่ 12 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ลาน Outdoor Arena ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสในการเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพแล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน