เทศบาลตำบลวิชิตให้การต้อนรับเจ้าหน้าที่คลังจังหวัดภูเก็ต ในฐานะคณะทำงาน CosT จังหวัด

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต  นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าฝ่าย เจ้าหน้าที่สังกัดกองคลัง และกองช่าง เทศบาลตำบลวิชิตที่เกี่ยวข้อง

ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูลแก่คณะจากสำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต ในฐานะคณะทำงาน CosT จังหวัด ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำ HDPE (SN8) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 437.00 เมตร

พร้อมงานบ่อพัก บริเวณหมู่บ้านภูเก็ตวิลล่าแคลิฟอร์เนียร์ หมู่ที่ 3 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต วงเงินงบประมาณ 9,185,000.00 บาท (เก้าล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลวิชิต

ซึ่งคณะอนุกรรมการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ ได้คัดเลือกโครงการดังกล่าวเข้าร่วมโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยในที่ประชุม ได้มีการให้ข้อมูลการดำเนินโครงการแก่คณะติดตาม พร้อมตอบข้อซักถาม และลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านภูเก็ตวิลล่าแคลิฟอร์เนียร์สถานที่ก่อสร้าง เพื่อสังเกตการณ์การดำเนินการก่อสร้าง

ประกบคู่ ศึกมวยรอบอันดามันแชมเปี้ยนครั้งที่ 2 กับ 16 ขุนพล 6 จังหวัดอันดามัน ชิงเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมชั้น 5 โรงแรม ตูร์เดอร์ ภูเก็ต (Tour De Phuket) ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสมบัติ สิงฆาฬะ ประธานชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายณฐกร แย้มรุ่งเรือง โปรโมเตอร์สนามมวยบางลา ป่าตอง, นายธนศักดิ์ ชูเทพ อดีตโค้ชทีมชาติ, นายณฐกร แย้มรุ่งเรือง, นายสิทธิโชค แก้วบำรุง ผู้ช่วยโปรโมเตอร์สนามมวยบางลา และนายธวัชชัย ทองฤทธิ์ ประธานเทคนิค สนามมวยบางลา

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดแข่งขันศึกมวย รอบอันดามันแชมเปี้ยน ครั้งที่ 2 รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม ชิงเข็มขัดแชมป์ และรางวัลเงินสด รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ซึ่งทางสนามมวยบางลา ป่าตอง ร่วมกับ ชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น พร้อมจับสลากแบ่งสาย ท่ามกลางแฟนมวย ผู้สนับสนุน และญาติๆ มาร่วมให้กำลังใจ

สำหรับการแข่งขันศึกมวยรอบอันดามัน แชมเปี้ยน ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอนุรักษ์เผยแพร่และพัฒนากีฬามวยไทยซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและยกระดับมวยไทยสู่ซอฟต์เพาเวอร์ อีกทั้งยกระดับนักมวยระดับภูมิภาคสู่การพัฒนามวยไทยสู่ระดับชาติ

ในส่วนของการแข่งขัน มียอด 16 ขุนพลอันดามันดาวรุ่ง (ภูเก็ต, พังงา, กระบี่, ตรัง, ระนอง, สตูล) รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม ร่วมชิงแชมป์ประกอบด้วย  1.ซุปเปอร์แบงค์ (ราไวย์มวยไทย จ.พังงา) 2.เหยี่ยวดำ (ภูเก็ตพาวเวอร์ไทบ็อกชิ่ง จ.ภูเก็ต) 3.เด็กวัด (ราชัยมวยไทย จ.สตูล) 4.หยกมรกต (ไททันไฟต์คลับ จ.ภูเก็ต) 5.วันเวย์ (อบต.สาโรจน์ จ.กระบี่) 6.มาร์ค (Mr. มวยไทย กระบี่)

7.หนึ่งเดียว (ศิษย์ครูจรูญ จ.พังงา) 8.เด่นนรายณ์ (ลูกภูตาจอ จ.พังงา) 9.ปานเพชร (ศูนย์กีฬาเกาะหมาก จ.พังงา) 10.เก้าแต้ม (ป่าสักทองมวยไทย จ.ภูเก็ต) 11.ปานชัย (ส.สุไลย์มาน จ.ระนอง) 12.สิงห์แดง (บรรดาศักดิ์มวยไทยเอฟชีมวยไทย จ.ดรัง) 13.เพชรสายรุ้ง (ศ.เดชดำรงค์ จ.ตรัง) 14.เจเล่ (หนุ่มร้านลาบ จ.ภูเก็ต) 15.ซันโต๊ส (ดราก้อนมวยไทย จ.ภูเก็ต) 16.เป็นเพชร (ส.เวียงชัย จ.กระบี่)

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 สาย ( A,B,C,D) แบบพบกันหมด และจะเริ่มทำการแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2567 ณ สนามมวยบางลาป่าตองภูเก็ต เวลา 21.00 น.คนไทยเข้าชมฟรี

สำหรับแชมป์ในรายการนี้จะได้รับรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมเข็มขัดแชมเปี้ยนมูลค่า 25,000 รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และ รางวัลที่ 4 เงินรางวัล 10,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีถ้วยรางวัลสำหรับนักมวยผู้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยม พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศด้วย เพื่อเป็นการสืบสานศิลปะแม่ไม้มวยให้คงอยู่สืบไป

ที่ปรึกษารมว.ทช.ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่อุทยานสิรินาถ ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 คุณจิตภัสร์ กฤดากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยมีนายอนิวัต รักหนก และนางสาวอารยา อุ้ยกิ้ม ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

ในโอกาสเดียวกันนี้ได้มอบสิ่งของ และถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากนั้นได้ร่วมเก็บขยะชายหาด บริเวณหาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต

ข่าวประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลวิชิต

ด้วยกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต จะเปิดการอบรมการสร้างอาชีพในชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทางเทศบาลตำบลวิชิต ขอเชิญชวนประชาชนในตำบลวิชิต เข้าร่วมโครงการสร้างอาชีพในชุมชน “การสานตะกร้า” รับสมัคร จำนวน 2 รุ่นๆ ละ 15 คน (อบรมรุ่นละ 4 วัน)

รุ่นที่ 1 : วันที่ 14 – 17 มกราคม 2568  รุ่นที่ 2 : วันที่ 18, 20 – 22 มกราคม 2568 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต ผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องนำกรรไกร ไขควงปากแบน และคีมมาเอง

นอกจากนี้ยังมีการอบรม การทำ “กระเป๋าทรงญี่ปุ่นจากผ้าซาโนติก”  รับสมัคร จำนวน 1 รุ่น 15 คน (อบรม 3 วัน) อบรมในวันที่ 23 – 25 มกราคม 2568 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต

โดยผู้ที่สมัครผู้เข้าร่วมโครงการ จะต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตตำบลวิชิต ทางผู้จัดมีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน และขอสงวนสิทธิ์การอบรมให้เฉพาะผู้ที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมมาก่อนเท่านั้น

สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยการสแกนคิวอาร์โค้ด ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต โทร.0 7653 0370 ต่อ 16 (ในวันและเวลาราชการ)

เปิดบริการแล้ว “Chic Republic” สาขาภูเก็ต ศูนย์รวมจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน ในรูบแบบ “Stand Alone”

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 นายโสภณ สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางบุษดี สุวรรณรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของ “Chic Republic” สาขาภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์รวมจัดจำหน่าย เฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน ที่นอนและเครื่องนอน อย่างครบวงจร (One Stop Shopping) ในรูบแบบ “Stand Alone”

บริหารงานโดยบริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก อาทิ นพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณทิต สมาชิกวุฒิสภา, นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเมืองภูเก็ต, ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น  โอกาสนี้ยังได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ต จำนวน 100,000 บาทด้วย

สำหรับบริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์รวมจัดจำหน่าย เฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน ที่นอนและเครื่องนอน อย่างครบวงจร (One Stop Shopping) ในรูบแบบ “Stand Alone” ภายใต้ชื่อ “ชิค รีพับบลิค (CHIC)” ที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Modern Luxury – Modtrad – Vintage,  ‘แอชลีย์’ (Ashley) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับหนึ่งจากประเทศอเมริกา “รีน่า เฮย์ (Rina Hey)” ตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการ Function ที่เยอะ

ถือเป็นโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย หรือ The First Home Fashion Store in Thailand ที่นำเสนอสินค้าแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์, ของตกแต่งบ้าน, เครื่องนอนและที่นอน ภายในคอนเซปต์ “Home Fashion Living” โดยนำเสนอสินค้าที่มีสไตล์ที่แตกต่าง คุณภาพสูง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ภูเก็ต ด้วยการนำทุกแบรนด์มาให้บริการ โดยยึดหลักเรื่อง Differentiate Design ให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เมื่อเห็นแล้วรู้ว่าสินค้าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นๆ อีกทั้งมีการใช้วัสดุแตกต่างจากเจ้าอื่น หากไม่ดีจริงจะไม่ใช้ เพื่อให้ “คุ้มค่ากับเงินที่ลูกค้าจ่าย” (Value for money)

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน)  กล่าวถึงการเลือกเปิดสาขาภูเก็ต ว่า ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของที่ภูเก็ตมาสักพักนึงแล้ว และจากการ Research พบว่าทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ถึงอัตราการเติบโตของที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปีที่ผ่านมามีอัตราเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยลูกค้าหลักมาจากชาวรัสเซีย ตามมาด้วยชาวจีนและชาวยุโรปอื่น ๆ” (อ้างอิง: Bangkok Post),

อสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในตลาดของภูเก็ตเกือบทั้งหมดถูกขายออกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการที่สูงสำหรับวิลล่าและที่พักตากอากาศ” (ดร.โสภณ พรโชคชัย), ตามข้อมูลจากสำนักงานกิจการอสังหาริมทรัพย์ ในไตรมาสแรกของปี 2567 มีโครงการที่ดำเนินการอยู่ในภูเก็ตทั้งหมด 500 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 460,000 ล้านบาท”, “ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทแสนสิริมีแผนพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง”

“จุดเด่นของสาขาภูเก็ต นับเป็นทำเลทอง ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี ขาเข้าเมืองก่อนถึงโรงเรียนมุสลิมวิทยา หากวิ่งผ่านมาจากทางสนามบินจะเห็นได้ชัดเจน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และหน้ากว้างมากกว่า 120 เมตร ทำให้ดูโดดเด่น ภายในถูกออกแบบ ด้วยความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดของการสร้าง ด่านแรก คือ การออกแบบอาคารให้แตกต่าง โดดเด่น ดูสง่างาม Luxury เพราะนี่คือสิ่งแรกที่สะท้อน Positioning ของแบรนด์ ถัดมาคือการตกแต่งภายใน

เราต้องสร้าง Room setting ให้สวยงามและหลากหลายเพื่อที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้ามีไอเดียในการตกแต่งบ้าน สร้าง Experience ที่ดีและมีประโยชน์ต่อลูกค้ามากที่สุด อีกทั้งมองว่า พื้นที่ในตัวห้าง ไม่ใช่แค่เป็นห้างขายเฟอร์นิเจอร์ แต่มองไปถึงความเป็น Lifestyle ภายในห้าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ร้านค้าที่จะมาลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอิตาลี ร้านขายยา รวมถึง Starbuck Drive thru ขนาดใหญ่ ที่พร้อมครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบาย”

นายกิจจา กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการแถลงข่าวเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ปรากฎว่าทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและคนภูเก็ตรู้จัก ชิค รีพับบลิคมากขึ้น ซึ่งเป็นความตั้งใจในการที่จะสร้างสาขาภูเก็ตให้เป็นสาขาที่ดีที่สุดเท่าที่มีประสบการณ์มา ด้วยเชื่อว่าศักยภาพของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตลาดคอนโดมีเนียมตลาดบ้าน และตลาดวิลล่า ซึ่งระยะหลังได้มีโอกาสพบกับกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนมาก ได้ให้ข้อมูลการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ในช่วงตั้งแต่วันนี้ถึง 5 ปีข้างหน้าจะมีอัตราการเติบโตที่ดี ขณะที่กำลังซื้อของลูกค้ายังถือว่าดี และดีมากในบางกลุ่ม

จึงทำให้การเปิดสาขาภูเก็ตจะไปได้ดีมาก และที่สำคัญซึ่งยึดถือมาเสนอ คือ การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ โครงสร้างการใช้งาน ตลอดจนบริการหลังการขาย ส่วนการออกแบบนั้นเราเป็นผู้นำอยู่แล้ว เนื่องจากเราเองทำธุรกิจที่มีการจำหน่ายทั้งการขายกับลูกค้าโดยตรง และการจำหน่ายองค์กรต่อองค์กร เช่น โรงแรม  คอนโดมีเนียม เป็นต้น หรือกับสถาปนิกผู้ออกแบบ เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะต่อเนื่องในอนาคตได้ต้องเกิดจากความประทับใจและเชื่อมั่น จะทำให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งทำให้เราสามารถขยายสาขามาถึงสาขาที่ 6 ได้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ “Chic Republic Phuket” วันที่ 19 ธันวาคม 2567 จึงได้จัดโปรโมชันพิเศษ ทั้งลด ทั้งแจก 5 ต่อ 1. สินค้าราคาพิเศษทั้งห้าง ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่นอนและเครื่องนอน ที่ร่วมกันจัดโปรลดแรงฉลองเปิดสาขา สูงสุดกว่า 60% 2. แจก Gift Voucher 5,000 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท 3. ส่วนลดเมื่อสมัครสมาชิกกับ Chic Republic เพิ่ม Top-up ทันทีอีก 5% 4. แจกถุงผ้า Chic Tote Bag ที่มีขายที่ภูเก็ตสุด Exclusive เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท 5. ผ่อน 0% จากธนาคารชั้นนำในประเทศไทย

เทศบาลตำบลวิชิตเสริมประสิทธิภาพการทำงานด้านกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 2568

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านกฎหมาย ระเบียบและหนังสือสั่งการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 “หลักสูตรพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างของเทศบาลตำบลวิชิตเข้าร่วม

ทั้งนี้นายศิริชัย ปะณะรักษ์ รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต ได้กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 กฎหระทรวง ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งได้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุที่ถูกต้อง และจะได้เรียนรู้ข้อปัญหาด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานดังกล่าว และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานพัสดุได้อย่างถูกต้อง

โดยได้รับเกียรติจากนางบุผชาติ พลายด้วง นักวิชาการคลังชำนาญการ และนางสาววันทนี หมวดเมือง นักวิชาการคลังชำนาญการ กลุ่มงานวิชาการ สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง”

หัวข้อ “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง” หัวข้อ “การจัดซื้อจัดจ้างแต่ละวิธี” หัวข้อ “บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้ที่เกี่ยวข้อง” พร้อมทั้งตอบข้อซักถามด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินการด้านพัสดุ

นักลงทุนไทย-เทศ เตรียมพัฒนาที่ดินสนามบินเล็ก 125 ไร่ ย่านป่าคลอก ผุดคอมมูนิตี้ “Infinity Life Club”

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่ร้านอาหารเพียงไพร ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บริษัท อินฟินิตี้ ไลฟ์ คลับ จำกัด (Infinity Life Club) จัดงาน Agent Day เพื่อแนะนำรายละเอียดของโครงการ Infinity Life Club ให้กับตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งชาวไทยแลต่างชาติ โดยมีนายบาลาซ ซารัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ECO) Infinity Life Club พร้อมด้วยนายเอกรินทร์ ทองปล้อง ผู้ร่วมลงทุนฝ่ายกฎหมาย และนายสตีฟ เบนเฮม ผู้ร่วมลงทุน ฝ่ายการการเงิน ร่วมให้ข้อมูล พร้อมตอบข้อซักถามต่างๆ โอกาสนี้ยังมีการจับสลากรางวัล เพื่อเป็นการขอบคุณเอเย่นที่เข้าร่วมงานด้วย

นายเอกรินทร์ ทองปล้อง ผู้ร่วมลงทุนฝ่ายกฎหมายฯ เปิดเผยว่า Infinity Life Club เป็นโครงการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่งบนเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนักลงทุนชาวไทยกับต่างชาติ จากการนำเสนอแนวคิดของนายบาลาซ ซารัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ECO) Infinity Life Club นากรนำเสนอแนวคิดจากประสบการณ์ที่เจอกับวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายคนเกิดความไม่เชื่อมั่นและไม่สามารถอาศัยอยู่ต่อที่ภูเก็ตได้

ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ต  จึงต้องการพัฒนาโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป และสร้างความเชื่อมั่น ภายใต้คอนเช็ปต์ “Worry-Free Life” สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้ชีวิตในช่วงเวลาทองหลังเกษียณอย่างมีความสุขและไร้วังกล ประกอบหลายปัจจัยของภาครัฐที่ห้ามคนต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทางโครงการฯ จึงมีแนวคิดในการจดทะเบียนสิทธิเก็บกิน แทนการขายหรือการเช่าระยะยาว ซึ่งเป็นสิทธิหนึ่งที่มีอยู่ในกฎหมายของไทย โดยสิทธิดังกล่าวจะมากกว่าสิทธิการเช่าในระยะยาว  

สำหรับ Infinity Life Club  จะตั้งอยู่ใน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต (บริเวณทุ่งความบิน) บนเนื้อที่ 125 ไร่ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส มีมูลค่าการลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วย  เฟสแรก เป็นอาพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาว จำนวน 960 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 3.9-24 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการแพทย์ เวลเนส ร้านอาหาร ช้อปปิ้งมอลล์ และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพต่างๆ นอกจากนี้ยังจะมีการดูแลเรื่องวีซ่าของกลุ่มลูกค้าวัยเกษียณที่เข้ามาอยู่อาศัยในระยะยาวตามที่กฎหมายกำหนด โดยทางโครงการให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยจะมีพื้นที่สีเขียวภายในโครงการกว่า 73% ของพื้นที่ทั้งหมด

นายเอกรินทร์ กล่าวถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่า จะเป็นกลุ่มที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มเกษียณอายุชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักระยะยาว โดยลูกค้ากลุ่มหลักที่วางไว้จะเป็นกลุ่มยุโรป รัสเซีย เนื่องจากที่ผ่านมามีตัวเลขของคนกลุ่มนี้เข้ามาพักอาศัยในภูเก็ตเป็นจำนวนมาก เห็นได้จำนวนโครงการที่มีลักษณะเช่นนี้ที่มีอยู่ เพียงแต่ไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น จากปัจจัยค่าครองชีพในภูเก็ตที่ต่ำกว่าในยุโรป และยังเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศ ที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน

จึงมองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ   แม้ว่าอาจจะยังติดขัดในเรื่องของข้อกฎหมายบ้าง แต่ภูเก็ตก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกที่นอกจากเข้ามาท่องเที่ยวแล้วยังต้องการอยู่อาศัยด้วย  เห็นได้จากการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรืออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และยังมีข้อมูลทางการแพทย์ที่พบว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นจากความก้าวหน้าและทันสมัยทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ทำให้เราต้องการสร้างเป็นคอมมูนิตี้นานาชาติที่ให้บริการแบบหลากหลายและครบวงจร เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยมีความสุข และสามารถเข้าถึงได้ง่าย

นายเอกรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับรูปแบบของตัวอาคารนั้นจะเป็นลักษณะของเลข 8 ซึ่งจะทำให้ผู้พักอาศัยสามารถเข้าถึงการบริการต่างๆ ได้สะดวกและครอบคลุม โดยในส่วนของการก่อสร้างขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการขออนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ หากไม่ติดปัญหาใดๆ ก็จะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จเฟสแรกในปี 2570

ศวอบ.ทำการบินสำรวจและประเมินสุขภาพประชากรพะยูน การวางแปลงเสริมอาหาร

ในวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ทำการบินสำรวจและประเมินสุขภาพประชากรพะยูน บริเวณโดยรอบด้วยอากาศยานไร้คนขับ บริเวณอ่าวป่าคลอก ไม่สามารถสำรวจได้ เนื่องจากอากาศยานไร้คนขับ เกิดอุบัติเหตุ ส่วนบริเวณราไวย์ ไม่พบพะยูน บริเวณสารสิน พบพะยูน 1 ตัว

บริเวณอ่าวตังเข็น พบเต่าทะเล 2 ตัว พบพะยูน 7 ตัว ผลการประเมินสุขภาพพบพะยูน แสดงพฤติกรรมการดำน้ำกินอาหารตามปกติ ความสมบูรณ์ของร่างกายระดับสมบูรณ์ดี (BCS =3/5) อัตราการหายใจ 3 – 5 ครั้ง ใน 5 นาที จำนวน 6 ตัว พบพะยูนมีความสมบูรณ์ของร่างกายระดับผอม ( BCS =2/5) อัตราการหายใจ 3-5 ครั้งใน 5 นาที จำนวน 1 ตัว

ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ) ทำการวางแปลงเสริมอาหารให้กับพะยูนในสถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรม จากนั้นจึงได้ติดตั้งแปลงเสริมอาหาร ชนิดหญ้าช้อง หญ้าตะกานน้ำเค็มและสาหร่ายผมนาง รวม 4 แปลง ผลการสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ ไม่พบพะยูนเข้ามาบริเวณแปลงทดลอง เจ้าหน้าที่จะทำการเฝ้าติดตามต่อไป

ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ทำการบินสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ มุ้งครอบที่ได้ทำการติดตั้งไว้ บริเวณอ่าวตังเข็น จังหวัดภูเก็ต ทั้ง 5 จุด เพื่อฟื้นฟูหญ้าทะเลให้เจริญเติบโต บริเวณที่มีการกินของพะยูน ก่อนนำมุ้งครอบออกให้เป็นแหล่งอาหารของพะยูนต่อไป

เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมเข้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการ กองอำนวยการร่วมใต้เต็กตึ๋ง นครศรีธรรมราช เข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อยู่ภายในซอยอเนกประสงค์ ถนนท่าซัก ตำบลท่าซัก อำเภอปากนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากการลงพื้นที่พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิประจำพื้นที่ พบหญิงอายุ 79 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบ จึงได้ลำเลียงออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่รับช่วงต่อส่งโรงพยาบาลต่อไป

สำหรับทีมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และทีมมูลนิธิบรรเทาตรัง มีเจ้าหน้าที่ จำนวน 13 นาย รถโมบาย 2 คัน และ เรือ 2 ลำ