เร่งแก้วิกฤตพะยูน! วางทุ่นแนวเขตอนุรักษ์หญ้าทะเล เกาะปลิง บินโดรนหาดบางขวัญพบพะยูน 2 ตัวสุขภาพยังดี

นายไพศาล บุญสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงการเร่งแก้วิกฤตพะยูน ว่า ตามที่ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพสำรวจประชากรพะยูน มีการประกาศพื้นที่คุ้มครองชั่วคราว 3 จุดสำคัญได้แก่ หน้าหาดราไวย์ อ่าวบางโรง และอ่าวบางขวัญ และค้นหาและช่วยเหลือพะยูนที่อ่อนแอพร้อมฟื้นฟูแหล่งอาหาร และการเตรียมบ่อกุ้งร้างสำหรับเพาะพันธุ์หญ้าทะเล เพื่อแก้ไขวิกฤตพะยูน ขาดแคลนอาหาร มีสภาพผอมกว่าปกติ และต้องอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก

และจากการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ที่หาดบางขวัญ จังหวัดพังงา พบพะยูน 2 ตัว มีสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี โดยแสดงพฤติกรรมการดำน้ำหาอาหารตามปกติ มีความสมบูรณ์ของร่างกายระดับดี (BCS = 3/5) และมีอัตราการหายใจ 2-3 ครั้งต่อ 5 นาที นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ทดลองปลูกพืชอาหารพะยูนเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว

นอกจากนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และทีมดารานักแสดงจากช่อง 7 สี วางทุ่นแสดงแนวเขตอนุรักษ์หญ้าทะเลบริเวณเกาะปลิง ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อปกป้องแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นพะยูนหรือสัตว์ทะเลหายากได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

#ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต

รับสมัครร้านค้าร่วมงานตรุษจีน เดือนสามบ้านเรา เทศบาลนครภูเก็ต

ด้วยเทศบาลนครภูเก็ต จะจัดงานตรุษจีนภูเก็ต (เดือนสามบ้านเรา) ประจำปี 2568 โดยจะจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2568 ย่านเมืองเก่าภูเก็ต (ถนนเทพกระษัตรี, ถนนภูเก็ต, ถนนพังงา, ซอยประดิษฐ์, ถนนถลาง และซอยรมณีย์) และได้เปิดรับสมัครร้านค้า พ่อค้า แม่ค้า เพื่อพิจารณาเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าและอาหารในงาน โดยสมัครฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

✅หลักฐานการสมัคร✅

1. ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ให้จำหน่ายสินค้า อาหารในงานเทศกาลอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ประจำปี 2567 หรืองานตรุษจีน (เดือนสามบ้านเรา) ประจำปี 2567 (สำเนาภาพประกอบ)

2. สำเนาการจดทะเบียนพาณิชย์กับเทศบาลนครภูเก็ต (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

3. สำเนาใบเสร็จรับค่าภาษีป้าย, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสิ่งปลูกสร้าง ที่ชำระกับเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

4. สำเนาทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

5. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

6. สำเนาประกาศนียบัตรมาตรฐาน Clean FoodGood Taste มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารหลักสูตรผู้ประกอบกิจการหรือหลักสูตรสำหรับผู้สัมผัสอาหาร

7. สำเนาใบเสร็จรับเงินค่ามูลฝอยในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ตามทะเบียนบ้านที่มาสมัคร จำนวน 1 ฉบับ

เปิดรับสมัครตั้งแต่: 16 – 24 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 – 16.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ณ กองการท่องเที่ยวและกีฬา (ลานมังกร) สวน 72 พรรษามหาราชินี ชั้น 2 ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: โทร. 076-540 524

เทศบาลตำบลวิชิตถ่ายทอดภูมิปัญญา หัตถกรรม “การสานตะกร้า” รุ่นที่ 1

ในระหว่างวันที่ 2 – 4 และ 6 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต โดยกองสวัสดิการสังคม จัดกิจกรรมถ่ายทอดภูมิปัญญา หัตถกรรม “การสานตะกร้า” รุ่นที่ 1 ภายใต้โครงการสร้างคุณค่าด้วยภูมิปัญญาผู้สูงวัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี นางจรูญรัตน์ เรืองไกลกลกิจ ครูภูมิปัญญา เป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาการสานตะกร้าแก่ผู้เข้าร่วมการอบรม เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นการรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาของชุมชน ให้คงอยู่พร้อมทั้งมีผู้ถ่ายทอดความรู้สู่รุ่นต่อรุ่นต่อไป

ศวอบ.บินสำรวจและประเมินสุขภาพประชากรพะยูนด้วยอากาศยานไร้คนขับ​ในบริเวณต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ทำการบินสำรวจและประเมินสุขภาพประชากรพะยูน บริเวณโดยรอบด้วยอากาศยานไร้คนขับบริเวณอ่าวป่าคลอก พบเต่าทะเล 4 ตัว พบพะยูน จำนวน 1 ตัว มีพฤติกรรมการกินอาหารและว่ายน้ำตามปกติความสมบูรณ์ของร่างกายระดับสมบูรณ์ดี (BCS =3/5)

บริเวณสะพานสารสิน จากการสำรวจเพิ่มเติมในช่วงเช้าพบพะยูน จำนวน 1 ตัว และอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติมในรอบเย็น มีพฤติกรรมการกินอาหารและว่ายน้ำตามปกติ

บริเวณอ่าวตังเข็น ผลการสำรวจพบพะยูน จำนวน 5 ตัว ผลการประเมินสุขภาพพบพะยูน แสดงพฤติกรรมการดำน้ำกินอาหารตามปกติ ความสมบูรณ์ของร่างกายระดับสมบูรณ์ดี (BCS =3/5) อัตราการหายใจ 3-5 ครั้งใน 5 นาที จำนวน 4 ตัว ความสมบูรณ์ของร่างกายระดับผอม (BCS =2/5) อัตราการหายใจ 3-5 ครั้งใน 5 นาที จำนวน 1 ตัว

ทางเจ้าหน้าที่ ศวอบ. ได้ดำเนินการวางแปลงเสริมอาหารให้กับพะยูน เป็นชนิดหญ้าตะกานน้ำเค็มและสาหร่ายผมนาง ผลจากการสังเกตพบร่องรอยการกินของพะยูน ในแปลงเสริมอาหารที่ติดตั้งบริเวณอ่าวตังเข็น เป็นชนิดหญ้าตะกานน้ำเค็มและพบพะยูนเข้ามาว่ายวนเวียนบริเวณแปลงเสริมอาหาร

และบริเวณราไวย์ ไม่พบพะยูน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการติดตาม และเฝ้าระวัง เพื่อควบคุมป้องกันกิจกรรมที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อพะยูนในพื้นที่ต่อไป

ทต.วิชิตรับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ในระดับ “ผ่านดี”

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบหมายให้นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด Against corruption สู้ให้สุด หยุดการโกง และรับมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

เนื่องในโอกาสที่เทศบาลตำบลวิชิต เป็น 1 ใน 14 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต ที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในระดับ “ผ่านดี” โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานมอบฯ

ทต.วิชิตรับมอบหมวกนิรภัยจากซี เอส มอเตอร์ไบค์

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบหมายให้นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วย นายชัยรัตน์ คุ้มบ้าน เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับมอบหมวกนิรภัยผู้ใหญ่ สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และซี เอส มอเตอร์ไบค์ (บจก.จงสาน) ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารายใหม่ในจังหวัดภูเก็ต

โดยมีนายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล กรรมการบริษัท จงสาน จำกัด (CS Motorbike) เป็นผู้มอบ ซึ่งเทศบาลตำบลวิชิตจะได้นำหมวกนิรภัยไปใช้ประโยชน์ในโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยจราจรและการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยงานรักษาความสงบ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลวิชิต เพื่อกวดขันวินัยจราจรและรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยในเขตตำบลวิชิตต่อไป

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ร่วมฉลองครบรอบ ทศวรรษ สนับสนุนย่านท้องถิ่น จัด “Global Day of Discovery” ปี 2567 ด้วยจิตวิญญาณแห่งการค้นพบ เปิดตัว R Finds

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา นำแขกผู้เข้าพักและนักเดินทางสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ด้วยการเปิดตัว “R Finds” และกิจกรรมพิเศษ ในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปี Global Day of Discovery ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงของแขกผู้มาเยือนกับความงดงามของชุมชนท้องถิ่นภายใต้แคมเปญ Evenings at Renaissance โฉมใหม่ พร้อมด้วยกิจกรรม Evenings Market ที่มีชีวิตชีวา โดยมีผู้ค้าปลีกและธุรกิจท้องถิ่นเข้าร่วมมากมาย

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา Global Day of Discovery เป็นวันพิเศษหนึ่งวันในรอบปีที่โรงแรมเรเนซองส์ทั้งหมดมากกว่า 170 แห่งทั่วโลกจัดกิจกรรมพิเศษภายในโรงแรม เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์เรเนซองส์ โฮเทลส์ที่เชื่อมโยงคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเข้ากับดีเอ็นเอของย่านนั้น ๆ ผ่านดีไซน์ที่น่าทึ่ง การจัดโปรแกรมความบันเทิง และการมีส่วนร่วมของ Navigators หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำย่านนั้น ๆ

ในปีนี้ Global Day of Discovery ปี 2567 ยังคงแสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาของเรเนซองส์ โฮเทลส์ในการสร้างผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นที่ประเมินได้ ซึ่งไม่เพียงแค่ในวัน Global Day of Discovery เท่านั้น แต่สำหรับทุกวัน ด้วยการเปิดตัว R Finds มาร์เก็ตเพลสระดับโลกที่เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สำรวจและสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจของท้องถิ่น

โดยปีนี้แขกผู้เข้าร่วมงาน Global Day of Discovery ที่โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปาได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์พิเศษที่พาคุณมาค้นพบสเน่ห์ของเกาะภูเก็ต ดำดิ่งสู่โลกแห่งศิลปะ งานหัตถกรรม อาหาร และเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษการันตีรางวัล ที่ได้แรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมแบบชิโน-โปรตุกีส ด้วย Sino-R ที่นำเสนอผ่านโอ้เอ๋ว ของหวานขึ้นชื่อของเกาะภูเก็ต ผสมเข้ากับเครื่องดื่ม และน้ำตาลเชื่อมหอมกลิ่นกล้วย ซึ่งทุกส่วนใช้กล้วยทั้งผลเป็นส่วนประกอบหลัก

นอกจากนี้แขกผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกสรรสินค้าจากกลุ่มชุมชนท้องถิ่น อาทิ งานสิ่งทอที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของเกาะภูเก็ตและผลิตภัณฑ์สปาจาก Palm & Pineapple ช็อกโกแลต Barada ที่มีกระบวนการผลิตและคิดค้นเริ่มต้นที่ซอยใสยวน หาดราดไวย์ ผลิตภัณฑ์งานหัตกรรมจากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตกรเทพกระษัตรีร่วมใจพัฒนา พร้อมชมผลงานศิลปะจากกลุ่มศิลปินท้องถิ่น อาทิ แกลเลอรี่ MR.Zen สตูดิโอสักลาย Traddytown Art and Tattoo studios กลุ่ม Digital Media Lab จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และดีเจเคฮาน (Dj K-han)

และเมื่อไม่นานมานี้ นับตั้งแต่โรงแรมเปิดให้บริการมา 14 ปี โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ยังคงสานต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชนไม้ขาว พร้อมปรับโฉมห้องพักด้วยดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของชาวภูเก็ตผสมผสานกับการนำเอาอัตลักษณ์ต่างๆ ของชาวเลท้องถิ่น การออกแบบดังกล่าวยังคำนึงถึงความกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

โดยเฉพาะชายหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะ และเป็นสถานที่ที่เงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อน โรงแรมได้เลือกใช้โทนสีธรรมชาติที่ช่วยเสริมบรรยากาศริมทะเล และวัสดุที่ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน และผ้าทอพื้นเมือง เพื่อให้ผู้เข้าพักสัมผัสถึงความงดงามของภูเก็ตในทุกมิติ

เรเนซองส์ โฮเทลส์ เป็นส่วนหนึ่งของ แมริออท บอนวอย ซึ่งเป็นโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยวจากแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ได้รับรางวัล โดยสมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนแลกรับห้องพักฟรีที่โรงแรมนั้นๆ และที่โรงแรมและรีสอร์ทอื่น ๆ ในกลุ่มแบรนด์อันยอดเยี่ยมของแมริออท บอนวอย และด้วยแอพพลิเคชั่น Marriott Bonvoy สมาชิกจะได้รับประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลและไร้การสัมผัส ซึ่งช่วยให้พวกเขาเดินทางด้วยความสบายใจ

JTS เปิดเส้นทางใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางผู้ใช้วีลแชร์

JTS ชูความพร้อมเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ เพื่อรองรับการเข้าถึงชุมชนท่องเที่ยวอย่างสะดวกปลอดภัยและได้ประสบการณ์โดย JTS ได้รับการบ่มเพาะและเลือกให้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้โครงการ Thailand Accessible Travel

นายสุวัฒน์ พลอยช่าง กรรมการผู้จัดการบริษัท เจทีเอส (ภูเก็ต) จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้ใช้วีลแชร์ โดยได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยนเรศวรในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวในภาคใต้ เช่น ภูเก็ต พังงา และกระบี่

ภายใต้โครงการ Thailand Accessible Travel ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก “หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” (บพข.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

และเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา บริษัท เจทีเอสฯ ได้มีโอกาสต้อนรับ Mr. Stephen Cluskey, CEO ของ Mobility Mojo และภรรยา ซึ่งเดินทางมากับเรือสำราญ Royal Caribbean ที่เทียบท่าหาดป่าตอง ทางทีมงานเจทีเอสได้ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดเตรียมรถตู้ที่มีระบบ Hydraulic Lift ไปจนถึงการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ เช่น การให้อาหารช้าง เดินเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต และเยี่ยมชมวัดฉลอง “การต้อนรับครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจทีเอสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง” นายสุวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ นายสุวัฒน์ ยังได้รับการแต่งตั้งจากประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานฝ่ายการท่องเที่ยวอันดามัน พร้อมทั้งกล่าวถึงความภาคภูมิใจที่เจทีเอสได้รับรางวัล Sustainability Award for Tour Operator, Partner Committed to Sustainability จาก Travelife องค์การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนระดับสากล โดยได้รับการประกาศรางวัลที่งาน ITB Berlin เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจทีเอสเป็นผู้ประกอบการทัวร์รายเดียวในภาคใต้ และเป็นหนึ่งในไม่ถึง 30 ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองดังกล่าว

เจทีเอสยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยวที่ส่งเสริมความยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ โทร: 0815363727 Email: suwat@jtssiam.com

https://www.facebook.com/JTSPHUKET

สนธิกำลังตรวจเจ็ตสกี พบไม่มีใบอนุญาต 11 ลำใบอนุญาตขาดอายุ 1 ลำ

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวปอ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ภายใต้อำนวยการของนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต  พร้อมด้วยนายสมคิด ช่อคง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรถลาง และ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำ

ร่วมสนธิกำลังออกตรวจสอบ พร้อมปราบปรามผู้ฝ่าฝืนตามนโยบายจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ผลการตรวจสอบพบเรือเจ็ตสกีที่ไม่มีใบอนุญาตใช้เรือจำนวน 11 ลำ และใช้เรือที่ใบอนุญาตเรือสิ้นอายุ 1 ลำ จึงได้แจ้งข้อหาความผิดกับผู้ประกอบการเรือเปรียบเทียบปรับ เป็นความผิดตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 60 (ฉบับ 14) พ.ศ.2535 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับลำละ 10,000 บาท พร้อมทั้งแจ้งกำชับให้ผู้ประกอบการห้ามใช้เจ็ตสกีออกบริการนักท่องเที่ยวโดยเด็ดขาดจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป