มูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 จำนวน 23 ทุน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ที่บ้านวานิช ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานมูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช เป็นประธานมอบทุนการศึกษามูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช ให้แก่นักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 28 ประจำปี 2567 โดยมีครอบครัววานิช, ผู้บริหารสถานศึกษา, ผู้ปกครอง ตลอดจนนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วม

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานมูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช กล่าวว่า มูลนิธิ บุญรอด-เอกพจน์ วานิช เกิดขึ้นจากการดำริของคุณแม่บุญรอดที่ต้องการสละทรัพย์จัดตั้งเป็นกองทุนการศึกษาให้แก่เด็กในจังหวัดภูเก็ตที่มีความประสงค์จะศึกษาเล่าเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และ สติปัญญา

จึงได้จัดตั้งมูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช  ขึ้น เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2539 เพื่อจัดสรรทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่งเสริมงานวัฒนธรรม  ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเริ่มมอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน  มีความประพฤติเรียบร้อย แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ทั้งนี้ได้เริ่มมอบทุนตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 จนถึงปัจจุบันรวม 27 ครั้ง จำนวน 679 ทุน เป็นเงิน 2,528,000 บาท สำหรับปี 2567 มีเยาวชนที่ได้รับทุนจากมูลนิธิคุณแม่บุญรอด – เอกพจน์ วานิช ทั้งหมด 23 ทุน ประกอบด้วย เด็กซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ และมีคุณสมบัติตามที่มูลนิธิฯ กำหนดไว้ โดยจะได้รับการดูแลจนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับอุคมศึกษา ซึ่งมีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นางอัญชลี กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตามที่ได้ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ มีความอดทน มานะ อุตสาหะ ตั้งใจจริงพร้อมฝ่าฟันอุปสรรด และสร้างความสำเร็จให้ตนเอง เพื่อที่จะจบการศึกษาออกไป และเป็นพลเมืองที่ดีของชาติบ้านเมืองต่อไป ในโอกาสนี้ใคร่ขออัญเชิญพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่มารับทุนในวันนี้  การศึกษา ต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ

1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัว และ ชุมชนของตน 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด ที่ถูก สิ่งชั่ว สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง 3.มีงานทำ มีอาชีพ ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงานให้สามารถเลี้ยงตัว และเลี้ยงครอบครัวได้ 4.เป็นพลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องเสริมให้ทุกคนมีโอกาส ทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ เอื้ออาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ

พร้อมกันนี้ทางตัวแทนของนักเรียนนักศึกษา และผู้ปกครอง ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิฯ ที่ให้ทุนมาอย่างต่อเนื่อง และรับปากว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

โฉมใหม่ “กะทู้ ซุปเปอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 27” ร่วมชิงชัย 8 ธันวาคมนี้

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวรรณยุทธิ์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้,นายธรรมรงค์ ช่วยอักษร ปลัดอาวุโสอำเภอกะทู้, นางรัชดาภรณ์ โออิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, พ.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ รัตนภักดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะทู้ และนายพงษ์พันธ์ ทองพัฒน์ หัวหน้าศูนย์นเรนทร อันดามัน ร่วมแถลงข่าวการจัดแข่งขันวิ่ง “กะทู้ ซุปเปอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 27” ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2567

โดยในปีนี้เทศบาลเมืองกะทู้ ได้ปรับโฉมการแข่งขันใหม่ โดยเพิ่มการแข่งขัน เป็น 4 ประเภท ได้แก่ วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ประเภททั่วไป ไม่จำกัดอายุ, ฟันรัน 6 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และซุปเปอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน 23 กิโลเมตร บนเส้นทางธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวเมืองกะทู้ พร้อมลุ้นรับรางวัลถ้วยรางวัลกว่า 300 ถ้วย และเงินรางวัลมากกว่า 33,000 บาท และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันไม่น้อยกว่า 2,500 คน

นายวรรณยุทธิ์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ กล่าวว่า งานนี่ ถือเป็นการยกระดับการวิ่งมาราธอนของเมืองกะทู้สู่ระดับนานาชาติ โดยเราได้ปรับรูปแบบการแข่งขันจากฮาล์ฟ มาราธอน 21  กิโลเมตร เป็นซูปเปอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน 23 กิโลเมตร นับว่าเป็นความสำเร็จของเทศบาลเมืองกะทู้ ที่ใช้กีฬาเป็นสื่อในการเรียกมวลชนให้มาเข้าร่วมการแข่งขัน และเกิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ พร้อมยังเป็นการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองกะทู้ โดยเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทำให้สามารถการันตีได้เลยว่า เมืองกะทู้ พร้อมรับทุกกิจกรรมที่หลากหลายจะเกิดขึ้นอนาคต

ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หันมาออกกำลังกาย โดยได้เตรียมพื้นที่สำหรับการออกกำลังลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สนามกีฬาเทศบาลเมืองกะทู้ บริเวณชุมน้ำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต รวมไปถึงบริเวณเชื่อนบางวาด ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถไปออกกำลังกายได้อย่างมีความสุข

เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สู่นโยบาย “กะทู้ เมืองแห่งสุขภาพ” เนื่องจากเส้นทางของเมืองกะทู้มีความสวยงาม มีระยะทางและความชันที่เหมาะสม ทำให้ทุกคนสามารถวิ่งได้อย่างสนุกสนาน และยังเป็นเมืองที่มีโอกาสก้าวไปสู่การเป็นเมืองกีฬาระดับชาติได้ในอนาคต นายวรรณยุทธิ์กล่าว

กลุ่มโรงแรมขนาดเล็กจัดสัมมาขับเคลื่อนการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจพร้อมผลักดันให้ยื่นขอใบอนุญาตให้ทันผ่อนปรนภายใน 18 สิงหาคม 68

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567  ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะพาร์โก้ดีไซด์ ภูเก็ต นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา HOTEL LICENSE “FINAL CHANCE” การขับเคลื่อนการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมโรมขนาดเล็ก ซึ่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต จัดขึ้น โดยมีนายชินวัฒน์ อุดมนิยม นายกสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต พร้อมด้วยผู้นำองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน, ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และสมาชิกสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต และสื่อมวลชนเข้าร่วม

ในการนี้ยังได้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ภายใต้หัวข้อ “Hotel License:Final Chance” หรือ “โอกาสสุดท้ายในการขอใบอนุญาตโรงแรม” เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และแนวทางในการเตรียมความพร้อม ให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก จำนวน 300 ราย ได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์ เพื่อให้การขอใบอนุญาตมีความคล่องตัวรวดเร็วและเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ของกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2566 ที่ได้ผ่อนปรนเกณฑ์ข้อกำหนด ให้ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก

ที่มีการใช้อาคารประกอบกิจการมาก่อน วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2559 สามารถปรับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ แต่ทั้งนี้กรอบระยะเวลาของการบังคับใช้ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2568 หรือมีระยะเวลาที่เหลือ เพียง 9 เดือน เนื่องจากความล้าช้าข้อจำกัดติดพื้นที่ว่าง 30 เปอร์เซ็นของประกาศกระทรวงทรัพย์ฯ ปี พ.ศ.2560 ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กของจังหวัดภูเก็ต ให้มีความเจริญก้าวหน้า และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย

นอกจากนี้ทางจังหวัดภูเก็ตยังได้มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการขอใบอนุญาตโรงแรม พร้อมทั้งการจัดตั้งคลินิก ช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการโดยมีการให้คำแนะนำในด้านความปลอดภัยของอาคาร,เอกสาร, แบบแปลน และอุปกรณ์เพิ่มเติมที่จำเป็นให้ครบถ้วนเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ ให้สามารถปรับปรุงและยื่นขอใบอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักของ จ.ภูเก็ต และผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและเล็กเป็นตัวกลางสำคัญที่จะสามารถพัฒนาและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไปจนถึงฐานรากของจ.ภูเก็ต และประเทศไทย ซึ่งเร็วๆนี้ทางกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการยกระดับและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ได้มีแนวทางในการผลักดันวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม ให้พัฒนาส่งเสริมในเรื่องการท่องเที่ยวอย่างย้่งยืน Go Green สนับสนุนนโยบาย Carbon Footprint เพื่อให้ SMEs ไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และผลักดันให้ภูเก็ตเป็น “World Class Destination” ต่อไป

เปิดให้บริการแล้ว “บลู มังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต” แฟรนไชส์สาขาที่ 14 ของกลุ่มโรงแรมบลูมังกี้

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ผู้บริหารบริษัท อาณา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด นำโดยนายอดิศร วิเวกานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และนายชัยวัฒน์ ตันติวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารด้านการเงินและการลงทุน ร่วมกับผู้บริหารของบริษัท แอทติจูดสเตย์ จำกัด เจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์โรงแรมบลูมังกี้ Blu Monkey Hotels นำโดยนายวีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท แอทติจูดสเตย์ จำกัด พร้อมด้วยพนักงานของ บลูมังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต ได้ร่วมกันทำบุญทางศาสนา

จากนั้นก็ได้แถลงเปิดตัวโครงการ “บลูมังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต” (Blu Monkey Hub & Hotel Bangtao Beach Phuket) ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือ  บริษัท อาณา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลงานด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งในคอนโดมิเนียมพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการ, โครงการทาวโฮมน์ระดับพรีเมี่ยมในย่านบางเทา ที่ต้องการต่อยอดการพัฒนาโรงแรมบลูทีคโฮเทลที่โดดเด่นและแตกต่างเพิ่มขึ้น

เนื่องจากทางทีมผู้บริหารมีความสนใจในแบรนด์โรงแรมไทยที่ประสบความสำเร็จและถือว่ามีชื่อเสียงในธุรกิจโรงแรมและการบริการแบรนด์หนึ่ง จึงตัดสินใจร่วมมือกับบริษัท แอทติจูดสเตย์ จำกัด เจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์โรงแรมบลูมังกี้ (Blu Monkey Hotels)

เพื่อต่อยอดธุรกิจ ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงเพลงและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น เป็นโรงแรมสมาชิกใหม่เป็นแฟรนไชส์สาขาที่ 14 ของกลุ่ม Blu Monkey Hotels ที่โดดเด่นด้วยลายเส้นคลื่นเสียงที่กระจายไปทั่วเกาะภูเก็ตและกราฟิกรูป “หัวลิง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่การออกแบบและตกแต่งด้านหน้าของอาคารไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางและห้องพัก

เอกลักษณ์ของ  “บลูมังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต” มีจุดเด่นในเรื่องของเตียงและเครื่องนอนที่นุ่มสบายจนมีวลีฮิตว่า “#เตียงดูดวิญญาณ” และห้องพักที่ได้ออกแบบรวมกับห้องนั่งเล่น และ pantry สำหรับให้ผู้เข้าพักได้รับประทานอาหารและใช้เวลาร่วมกัน ได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน บริเวณชั้น 7 ของโรงแรม

ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องประชุม เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ Kids Space และพื้นที่ #COWORKINGSPACE สำหรับลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ทำงาน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ และ Expatriates ที่มองหาสถานที่พักผ่อน รวมถึงการผสมผสานการใช้ชีวิตและการทำงานได้อย่างลงตัว

เป้าหมายและการทำตลาด ของ บลูมังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต หลังจากเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้ เราจะใช้แพลตฟอร์มของกลุ่ม Blu Monkey Hotels เพื่อสร้างการรับรู้และสร้าง Brand Trust ในกลุ่มเป้าหมาย มุ่งเน้นการสร้าง Customer Loyalty ที่ให้ความเชื่อมั่นในการจองตรงกับโรงแรมและมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ตรงกับไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง

เพราะนอกจากการออกแบบห้องพักที่เป็นเอกลักษณ์และความสะดวกสบายแล้ว โรงแรมยังมีแคมเปญ #blumonkeygogreen ส่งเสริมแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการดำเนินงานแบบยั่งยืน ดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใกล้แหล่งท่องเที่ยว ชายหาด และคอมมูนิตี้อื่นๆทำให้โรงแรมนี้เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจ

“บลูมังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเทล บางเทาบีช ภูเก็ต” ไม่เพียงแต่เป็นที่พักที่ดี แต่ยังเป็นสถานที่ที่ผสมผสานการใช้ชีวิตและการทำงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัวอีกด้วย พร้อมจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 นี้

ชวนไปชมวิวเหยียบ​เมฆ​ จุดกำเนิดแหล่งต้นน้ำสายสำคัญ พิชิต “ยอดเขาพนมเบญจา”

ยอดเขาพนมเบญจา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ เป็นยอดเขาที่สูงถึง 1,397 เมตร จากจุดนี้จะมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล เส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาจะผ่านป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์หนาแน่นไปด้วยต้นไม้น้อย ใหญ่ เช่น ตะเคียนทอง ยางนา หลุมพอ กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ฯลฯ

เทือกเขาพนมเบญจา ยังเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำสายสำคัญๆ ที่ ใช้อุปโภค บริโภคในพื้นที่ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนมและอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

หากสนใจไปพิชิต “ยอดเขาพนมเบญจา” สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา หมายเลขโทรศัพท์ 075-855-216 อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่

พร้อมแล้วที่จะร่วมสนุกกับ Halloween Day 2024 ที่อควาเรียภูเก็ต

ในระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ชมโชว์พิเศษ Underwater Halloween Ballet บัลเล่ต์ฮาโลวีน​ใต้น้ำเพียงแห่งเดียวในไทย​, ฟรี glowing tattoo, ฟรี Halloween lollipop, ฟรี Halloween ring พร้อม ถ่ายรูปบ้านผีสิงโซนสัตว์เลื้อยคลาน และ พาเหรดผี เวลา10.30 – 13.00 น. ที่อควาเรียภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า เปิด 10.30 – 19.00 น.

เริ่มแล้ว “บางเทาคัพ 2024” มี 24 ทีมเข้าร่วม ชิงเงินรางวัลรวม 4 แสนบาท

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (ในโรงเรียนบ้านบางเทา) ต.เชิงทะเล อ. ถลาง จ.ภูเก็ต นายไพโรจน์ ศรีละมุน นายอำเภอลาง เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน “บางเทา คัพ 2024”  ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.เชิงทะเล) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 17 พฤศจิกายน 2567

โดยมีนายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ได้กล่าวต้อนรับประธาน และผู้เข้าร่วมในพิธี และนายสุนทร สาเหล่ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และประธานจัดการแข่งขันฯ กล่าวรายงาน โอกาสนี้นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) และนายจิรวัฒน์ ชิ้นสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางเทา สังกัด อบจ.ภูเก็ต และแขกผู้มีเกียรติและชมการแข่งขันด้วย

ทั้งนี้ก่อนเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ได้มีการแสดงจากกลุ่มแม่บ้านในชุมชนของ อบต.เชิงทะเล, การแสดงของโรงเรียนสอนกังฟูในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จากนั้นเป็นการแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษเปิดสนาม ระหว่างทีมผู้บริหาร อบต.เชิงทะเล กับผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครองตำบลเชิงทะเล ท่ามกลางกองเชียร์และผู้ให้การสนับสนุนของแต่ละทีมเข้าร่วมจำนวนมาก

นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล  กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันดังกล่าวได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2535 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันเป็นเวลา 32 ปี โดยเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 2535  และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ได้หยุดไประยะหนึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด ถือเป็นตำนานของการแข่งขันฟุตบอลในพื้นที่บางเทาและภูเก็ตก็ว่าได้

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรง มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชน มุ่งเน้นการป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมให้หมดไปโดยสิ้นเชิง ตลอดจนเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของนักกีฬาไปสู่นักฟุตบอลอาชีพอีกด้วย  

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ชิงเงินรางวัลรวม 4 แสนบาท โดยทีมชนะเลิศจะได้รับรางวัล 2 แสนบาท  มีทีมเข้าจำนวน 24 ทีม โดยกำหนดจัดแข่งขัน ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 17 พฤศจิกายน 2567  ผู้ชื่นชอบสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป

รพ.บำรุงราษฎร์ จัดเสวนา สร้างความรู้ความเข้าใจในพัฒนาการและภูมิคุ้มกันของลูกน้อย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรม Courtyard by Marriott Phuket  อ.เมือง จ.ภูเก็ต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จัด เสวนาเรื่อง “ความรู้ความเข้าใจ ในพัฒนาการ และภูมิคุ้มกันของลูกน้อย” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผศ.พญ.มนัสวี ก่อวุฒิกุลรังษี กุมารเวชศาสตร์ -กุมารเวชศาสตร์โรคระบบต่อไร้ท่อและเมตาบอลิสม มีผู้เข้าร่วม ทั้งเครือข่ายพันธมิตร และผู้สนใจทั่วไป

ในการนี้ได้มีการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับพัฒนาด้านต่างๆ ของลูกน้อย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนช่วงวัยจากเด็กเป็นวัยรุ่น ซึ่งแต่ละช่วงวัยจะมีพัฒนาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้มีการให้คำปรึกษากับผู้ปกครองที่มีการนัดหมายเพื่อสอบถามเกี่ยวพัฒนาการของบุตรหลานด้วย

สำหรับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการจัดอันดับเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดย Newsweek

“สำรวจความสมบูรณ์ อ่าวงวงช้าง เกาะสิมิลัน“

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติการสำรวจการกระจายตามความลึกของแนวปะการัง (Reef Profile) และสำรวจพื้นที่ชายหาด บริเวณอ่าวงวงช้าง เกาะ 8 (เกาะสิมิลัน)

นายโดม จันทร์สุวรรณ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ทำการบินโดรนสำรวจพื้นที่ดังกล่าว พบการกระจายของกลุ่มปะการังในบริเวณอ่าวงวงช้างในปริมาณมาก สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ หลังจากนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับการดูแลทรัพยากรที่ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน – Mu Ko Similan National park

28 – 31 ตุลาคมนี้ ร่วมสนุกกับ Halloween Day 2024 ที่ อควาเรีย ภูเก็ต

ชมโชว์พิเศษ Underwater Halloween Ballet บัลเล่ต์ฮาโลวีน​ใต้น้ำเพียงแห่งเดียวในไทย​, ฟรี glowing tattoo, ฟรี Halloween lollipop, ฟรี Halloween ring พร้อม ถ่ายรูปบ้านผีสิงโซนสัตว์เลื้อยคลาน และ พาเหรดผี เวลา10.30-13.00 น. ที่อควาเรียภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า เปิด 10.30 – 19.00 น.