แสนสิริร่วมไทยพาณิชย์ ร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต ต่อเนื่องปีที่ 12

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 ที่บริเวณชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย อ.เมือง ภูเก็ต นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และนายสักวัฏ  อิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sale Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันแถลงข่าวร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12  ระหว่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมสืบสานงานประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน อยู่คู่กับเมืองภูเก็ต

ซึ่งเป็นประเพณีถือศีลกินผักที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นประเพณีสำคัญที่นับเป็น Soft Power ของภูเก็ตและประเทศไทยและนับเป็น Flagship Event ระดับโลก ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ นอกจากนี้ภูเก็ต ยังได้รับการคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็น Creative Cities of Gastronomy หรือเป็นเมืองที่มีความสร้างสรรค์ด้านอาหารและยังเป็นเมืองแรกในอาเซียนที่ได้รับรางวัลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2558 และมั่นใจว่าชาวไทยและต่างประเทศที่ได้ เข้าร่วมงานนี้จะประทับใจกับอาหารที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนอาหารพื้นเมืองที่มีการรังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเช่นกัน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจจากคนภูเก็ตและเดินทางเคียงคู่การเติบโตของภูเก็ตมากว่า 13 ปี จับมือพาร์ทเนอร์ที่มีเจตนารมณ์เดียวกันในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ตอย่างยั่งยืน ได้แก่ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สืบสาน “ประเพณีถือศีลกินผัก” ซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภูเก็ตที่มีมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 12 โดยประเพณีถือศีลกินผักในปีนี้ แสนสิริ พร้อมร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนโดยได้เชิญชวนครอบครัวแสนสิริแฟมิลี่ ทั่วประเทศร่วมถือศีลกินผัก ทำจิตใจให้สงบในช่วงประเพณีที่จะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้

รวมทั้งยังได้เชิญชวนกลุ่มลูกค้าแสนสิริในภูเก็ต กลุ่มลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ พันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนพนักงาน เป็นจิตอาสาทำความดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีครั้งสำคัญนี้ โดยจะมีการร่วมกันล้างอ๊าม ทำความสะอาด 4 ศาลเจ้าใหญ่ ได้แก่ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง, ศาลเจ้าบางเหนียว, ศาลเจ้าสามกอง และศาลเจ้ากะทู้

นอกจากนี้ยังเชิญชวนลูกบ้าน ร่วมกิจกรรมเก็บขยะท้ายขบวนถือศีลกินผักของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เพื่อร่วมกันรักษาความสะอาดสร้างความยั่งยืนในภูเก็ต รวมทั้งเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต ที่มีมายาวนานเกือบ 199 ปี ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติของแสนสิริทั้งในไทยและทั่วโลก กระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเพื่อร่วมประเพณีและผลักดันการท่องเที่ยวภูเก็ตให้คึกคักอีกด้วย

ด้านายสักวัฏ  อิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sale Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับแสนสิริสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ สืบทอดประเพณีอันดีงาม โดยในปีนี้ ธนาคารได้ร่วมกับแสนสิริสนับสนุนการทำกิจกรรมสำหรับศาลเจ้าในภูเก็ต

นอกเหนือจากความร่วมมือในครั้งนี้ ธนาคารยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในภูเก็ต ผ่านโครงการ “SCB ชวนกันทำดี” กิจกรรมส่งเสริมการทำประโยชน์ต่อชุมชนส่วนรวม เพื่อปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมแห่งการช่วยเหลือ แบ่งปัน โดยมุ่งหวังให้พนักงานทั่วประเทศร่วมทำงานจิตอาสาเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนส่วนรวมตลอดจนเชิญชวนลูกค้าของธนาคารเข้าร่วมกิจกรรม อันเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน”

“ประเพณีถือศีลกินผักปีนี้ แสนสิริ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังได้ออกแบบการสื่อสารในชื่อ “เบ่งบาน งดงาม และ สมดุล” ที่มีแรงบันดาลใจจาก “เปอรานากัน” อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ต และมีความหมายถึง “เกิดที่นี่” สะท้อนแนวคิดการสืบสานศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเพณีสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของชาวภูเก็ต “ถือศีลกินผัก” ในปีนี้ ออกแบบโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ น้องโมโม่ – พราวฟ้า สันติอัศวราภรณ์ หนึ่งใน 40 Creators

ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากโปรเจกต์ “ARTIZEN” (อาร์ทิเซน) ซึ่งเป็นโครงการมาสเตอร์พีชแคมเปญแห่งปีของแสนสิริ ที่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้กับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ทั้งนี้ แสนสิริ และ ไทยพาณิชย์ ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นสนับสนุนสังคม รวมถึงการรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ อิ่มบุญ อิ่มใจ ในประเพณีถือศีลกินผักปีนี้ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ตอกย้ำเจตนารมณ์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ตอย่างยั่งยืน” นายอุทัย และ นายสักวัฏ กล่าวปิดท้าย

เทศบาลตำบลวิชิตร่วมพม.ภูเก็ต มอบบ้านกรณีปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ที่บ้านเลขที่ 109/123 หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายสุพิพัฒน์ อนุราช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต นายกาณฑ์ หมื่นผ่อง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต

ลงพื้นที่มอบบ้านกรณีปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้สูงอายุ บ้านของนางสิวต่วน อินทรปาน บ้านเลขที่ 109/123 หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต จำนวน 40,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่รายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง ไม่เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยกับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ

เรามาลองเปรียบเทียบความยาวของ ปลาช่อนอะเมซอน

เจอตัวจริงของน้องได้ทุกวันที่ โซนหิมพานต์
_______________________________
🦈🪼Opening Hour 10.30am – 7pm
🐟🐠Grab your tickets here
https://www.aquaria-phuket.com/admission-tickets.php
🐧🐧 Check-in : Aquaria Phuket
🐧🐧Hashtag: #AquariaPhuket
.


🐟🐠Review on your social media ร่วมส่งต่อประสบการณ์ดีๆ
✅Tripadvisor : https://th.tripadvisor.com/Attraction_Review-g1215781
✅Google : https://maps.app.goo.gl/bYTEyXCueBETYBbPA


เตรียมใจให้พร้อม กับ SPK RUN 2024 “วิ่งด้วยใจ ไปด้วยกัน 115 ปี สตรีภูเก็ต” 20 ตุลาคม นี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ที่ห้องประขุมมะฮอกกานี โรงเรียนสตรีภูเก็ต ดร.วราณีย์ สุแสงรัตน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต พร้อมด้วย นายปัญญา หัตถิ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต นายสุทัศน์ พฤกษ์อมรกุล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต ได้ร่วมแถลงข่าว “วิ่งด้วยใจ ไปด้วยกัน 115 ปี สตรีภูเก็ต” SPK RUN 2024ซึ่งจัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต โดยมี ศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต ศิษย์ปัจจุบันสตรีภูเก็ต และสื่อมวลชน เข้าร่วม

ดร.วราณีย์ สุแสงรัตน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทาง การศึกษา ศิษย์เก่า และประชาชนทั่วไป ให้มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ห่างไกลจากโรคภัยใช้เจ็บต่างๆ และจัดหารายได้สนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนสตรีภูเก็ตและจัดชื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งเป็นการสานสัมพันธ์และสร้างพลังสามัคคีให้แก่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนสตรีภูเก็ต เนื่องในโอกาสครบรอบ 115 ปี โรงเรียนสตรีภูเก็ต ในวันที่ 29 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา

ด้าน นายสุทัศน์ พฤกษ์อมรกุล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าสตรีภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดงานในครั้งนี้จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 11.00 น.โดยมีจุดออกเดิน วิ่ง และจุดเข้าเส้นชัยที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต ส่วนเส้นทางเดินวิ่งผ่านเส้นทางตัวเมืองเก่า ถนนถลาง ถนนพังงา ถนนภูเก็ต และปลายแหลมสะพานหิน ซึ่งแบ่งระยะทางเป็น FUN RUN 3.5 กิโลเมตร, 5.5 กิโลเมตร, MINI MARATHON  10.5 กิโลเมตร และ VIP เดินวิ่งได้ทุกระยะทาง

โดยคาดว่าจะมีนักวิ่งให้ความสนใจไม่ต่ำกว่า 3,000 คน ส่วนผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทางออนไลน์และเว็บไซต์โรงเรียนสตรีภูเก็ต หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต รวมทั้งสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการประชาสัมพัทธ์ ซึ่งสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2567 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.065 7829265 , 083 1762392 และ 062 1939949

นายปัญญา หัตถิ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต ได้กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนสตรีภูเก็ต ได้บริหารภายใต้ปรัชญาของโรงเรียนคือ ความรู้ คู่ความดี มีสุขภาพ หรือ Wisdom with and Good Health การดูแลและรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนสตรีภูเก็ตให้ความพื้นฐานแก่นักเรียนเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป

เปิดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา วิสิษฐ์ พันวา มารีนา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน2567 ที่ห้องประชุมแทมมารีนด์ เบย์ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ต่อการจัดทำร่างรายงานและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

การศึกษาเพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา วิสิษฐ์ พันวา มารีนา ซึ่งทางบริษัท วิสิษฐ์ พันวา จำกัด ร่วมกับ บริษัทสิ่งแวดล้อมสยามจำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาจัดขึ้น โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็, น.อ.โสภณ ตั้งวิทย์โมไนย หน.ศคท.จว.ภก.ศรชล.ภาค 3 ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้สนใจเข้าร่วม

นายพีรวัฒน์ ใจอาจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิสิษฐ์ พันวา จำกัด กล่าวว่า บริษัท วิสิษฐ์ พันวา จำกัด ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลอันดามัน (อ่าวมะขาม) หมู่ที่ 7 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ปัจจุบันประกอบกิจการท่าเทียบเรือโดยสารและให้บริการเช่าพื้นที่ในท่าเทียบเรือ ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีท่าเทียบเรือขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส จำนวน 1 ท่า รองรับการเข้าเทียบท่าของเรือ หลายประเภท เช่น เรือสปีดโบ๊ท เรือตกปลา เรือ catamaran, เรือ power catamaran, เรือเฟอร์รี่, เรือ dring และเรือยอร์ช เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา ในนามท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา วิสิษฐ์ พันวา มารีนา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลโดยจะพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สำหรับการให้บริการเรือสำราญกีฬาและเรือประเภทอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มที่มีผู้สนใจใช้บริการเช่าจอดเรือประเภทดังกล่าวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสำราญกีฬาสมัยใหม่ที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงทางฝั่งอันดามัน

ซึ่งในการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาของโครงการฯ เข้าข่ายประเภทโครงการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดโครงการประเภทท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาที่รองรับเรือได้ตั้งแต่ 50 ลำขึ้นไป หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวม ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป (ประเภทโครงการลำดับที่ 23) ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นขออนุมัติหรือขออนุญาตโครงการ

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศฯ ดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้ บริษัท สิ่งแวดล้อม สยาม จำกัด ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทางโครงการได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชมครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 ณ อาคารสถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์พันวา

และสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ ข้อห่วงกังวลทั้งหมด มากำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ และในครั้งนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ร่างผลการศึกษาและร่างมาตรการสิ่งแวดล้อม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการฯ

สำหรับพื้นที่ของท่าเทียบเรือออกแบบเป็นท่าเทียบเรือแบบทุ่นลอย (pontoon) มีช่องจอดเรือแบบ Floating Finger พร้อมองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเช่น เสายึดทุ่นลอย สะพานปรับระดับ (Gangway), สถานีบริการเรือ (Shell Club), ทุ่นสลายพลังงานคลื่น ( Wave screen), ไฟส่องสว่าง, ระบบจ่ายน้ำและไฟฟ้า, ระบบดับเพลิงเป็นต้น โดยโครงสร้างท่าเทียบเรือของโครงการจะเชื่อมต่อกับท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา (ท่าเทียบเรือปัจจุบัน)

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการนำเสนอความคิดเห็นอย่างหลากหลาย  อาทิ การจ้างงานคนในพื้นที่, จัดให้มีพื้นที่จอดเรือกู้ชีพกู้ภัยและดับเพลิง, การดูแลสิ่งล้อม, การดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบกับนกเงือกซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ศึกมวยรอบ “อันดามัน แชมป์เปี้ยน” โดย 16 ขุนพลอันดามัน ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 แสนบาท พร้อมเข็มขัด

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรม ตูร์เดอร์ ภูเก็ต Tour De Phuket อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสมบัติ สิงฆาฬะ หรือหมอเบส ประธานชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต และโปรโมเตอร์สนามมวยบางลา, นายณฐกร แย้มรุ่งเรือง หรือหมอมาด รองประธานชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต และโปรโมเตอร์สนามมวยบางลา, นายสิทธิโชค แก้วบำรุง ประธานผู้ตัดสินสนามมวยบางลา และนายอานัส บัวนาค เจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดศึกมวยรอบ “อันดามัน แชมเปี้ยน” รวมดาวรุ่ง 16 ขุนพลอันดามัน (ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ) ชิงเข็มขัดแชมป์ และรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท ณ สนามมวยบางลา (ป่าตอง) จัดโดยชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสนามมวยบางลา (ป่าตอง) ซึ่งเริ่มทำการแข่งขันนัดแรกวันที่ 27 กันยายน 2567 โดยแบ่งการแข่งขัน ออกเป็น 4 สาย แบบพบกันในสาย เอาผู้ที่ชนะทั้ง 2 นัด เข้ารอบต่อไป

นายสมบัติ สิงฆาฬะ ประธานชมรมมวยไทยจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอนุรักษ์เผยแพร่และพัฒนากีฬามวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ทัศนคติที่ดีให้ประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและยกระดับมวยไทยสู่ซอฟต์เพาเวอร์ ส่งเสริมสนับสนุนนักมวยระดับภูมิภาคเพื่อพัฒนามวยไทยสู่ระดับชาติ รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ด้านนายณฐกร แย้มรุ่งเรือง โปรโมเตอร์สนามมวยบางลา ได้กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันศึกมวยรอบอันดามัน แชมป์เปี้ยน มีรางวัลมีดังนี้ รางวัลแชมป์ รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเข็มขัดแชมเปี้ยน และถ้วยรางวัลเกียรติยศ รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 10,000 บาทพร้อมรางวัลถ้วยเกียรติยศ รางวัลที่ 4 เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ นอกจากนี้ยังมีถ้วยรางวัลนักมวยผู้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยม พร้อมทั้งการไหว้ครูได้สวยงามด้วย

สำหรับยอดมวยดาวรุ่งอันดามัน ในครั้งนี้จะเป็นรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 43 กิโลกรัม ทั้งหมด 16 คน ประกอบด้วย 1.หมื่นพินิจ ดราก้อนมวยไทย 2.เพชรอนุภัทร ไททันไฟท์คลับ 3.เพชรมรกต เคบีแอล KBL 4.โชกุน ส. เริงสมุทร 5.เพชรดำ ศิษย์พันมงคล 6.เพชรนิล ศ. วิษณุพร 7.สิงห์ดำ ป่าสักทองมวยไทย 8.คมสิงห์ บรรดาศักดิ์เอฟซีมวยไทย 9.สายันต์น้อย ศักดิ์ดำดี 10.หยกนำชัย อบต. ธวัชชัย 11.ดับตะวัน ส. สกุลแก้ว 12.ซาไกเล็ก ศ. โชคอำนวย 13.ซุปเปอร์บอย หงส์ฟ้ามวยไทย 14.ขวานเพชร ศูนย์กีฬาเกาะหมาก 15.ทองสุขเล็ก ป. ธวัชชัย 16.รถพ่วง เกียรติวิชาญ

เทศบาลตำบลวิชิตออกให้การช่วยเหลือชาวบ้านและจัดการดินที่สไลด์ลงบนถนน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 นายชัยวัฒน์ พึ่งแรง รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายเอกพล หาทรัพย์ เลขานุการสภาเทศบาล นายธนเดช แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต นำเจ้าหน้าที่กองช่าง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่รักษาความสงบ เทศบาลตำบลวิชิต พร้อมรถกระเช้า เครื่องมือ และอุปกรณ์ ลงพื้นที่ตัดต้นไม้ล้มจากเหตุฝนตกหนักสะสม บริเวณซอยนาเสือ หมู่ที่ 4 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่พร้อมผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลวิชิต และเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลวิชิต เพื่อร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาดินสไลด์บริเวณหมู่บ้านจอมทอง หมู่ที่ 3 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ยังมีเหตุดิน-หินสไลด์ บริเวณเส้นทางก่อนถึงโรงแรมวีวิลล่า อ่าวยน ตำบลวิชิต โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการนำดิน-หินที่สไลด์ลงมาบนถนนออก และทำความสะอาดถนนเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว

อร่อยฟินอิ่มบุญสไตล์ คาเฟ่ แคนทารี

ในระหว่างวันที่ 1 – 12 ตุลาคม 2567 คาเฟ่ แคนทารี ต้อนรับเทศกาลกินเจ ด้วยเมนูแสนอร่อย พร้อมเชิญชวนทุกท่านร่วมอิ่มบุญ และอิ่มอร่อยไปกับการละเว้นจากการทานเนื้อสัตว์ พร้อมเสิร์ฟทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มสูตรเจสุดพิเศษ อาทิ “สปาเกตตี ซอสโบโลเนสเต้าหู้” (ราคาเริ่มต้นที่ 175 บาท) “สเต๊กเต้าหู้ชุบเกล็ดขนมปังทอด” (ราคาเริ่มต้นที่ 175 บาท) “อุด้งญี่ปุ่น” (ราคาเริ่มต้นที่ 185 บาท) และ “สลัดญี่ปุ่น” (ราคาเริ่มต้นที่ 165 บาท) ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา ระยอง และ ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์)

พลาดไม่ได้กับเมนูของหวาน เบเกอรี่อบสดใหม่และเครื่องดื่มสูตรเจ หลากหลายความอร่อย อาทิ “วาฟเฟิลฟักทอง” (ราคาเริ่มต้นที่ 165 บาท) วาฟเฟิลฟักทองเนื้อนุ่ม สูตรพิเศษของคาเฟ่ แคนทารี เสิร์ฟพร้อมโคโคนัทครีมซอสและไซรัป อร่อยฟินและอิ่มบุญตลอดเทศกาลกินเจ ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขา เชียงใหม่, เกาะยาวน้อย, โคราช, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา, ระยอง,  ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์), อยุธยา และคาเฟ่ แคนทารี คอนเนอร์ สาขาคลาสสิค คามิโอ อยุธยา