“Norwegian Thai Taste วัตถุดิบอันล้ำค่า..สู่อาหารไทย 4 ภาค” กับ Seafood from Norway เดินสายสู่ภูเก็ต

วันที่ 17 สิงหาคม 2567 ที่ร้านอาหารตู้กับข้าว  อ.เมือง จ.ภูเก็ต  นางสาว เทย์เออะ มาร์ทีเนอะ อ็อตมันน์ อัครราชทูตที่ปรึกษานอร์เวย์ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) และ ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซ็นเตอร์ของ Seafood from Norway ในประเทศไทย ร่วม เปิดตัว แคมเปญ “Norwegian Thai Taste วัตถุดิบอันล้ำค่า…สู่อาหารไทย 4 ภาค” เพื่อขยายตลาด

พร้อมทั้งร่วมมือกับร้านอาหารท้องถิ่น และร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ผ่านการผสมผสานอาหารทะเลนอร์เวย์ เช่น แซลมอน นอร์วีเจียนซาบะ ฟยอร์ดเทราต์ เป็นต้น โดยประเดิมที่ภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก ภายในงานยังมีนายธนพัฒน์ นวลสกุล เจ้าของร้านตู้กับข้าว ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่น เข้าร่วม งาน และร่วมชิมเมนูอาหารท้องถิ่นภาคใต้ที่ใช้วัตถุดิบ Seafood from Norway ด้วย

สำหรับ Seafood from Norway สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงแหล่งกำเนิดของอาหารทะเลที่จับได้หรือเพาะเลี้ยงในแหล่งน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของประเทศนอร์เวย์ ประสบความสำเร็จกับแคมเปญการสื่อสารและการตลาดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ มาเป็นเวลาหลายปี และได้เดินสายมายังจังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรกเพื่อเปิดตัวแคมเปญ ‘Norwegian Thai Taste วัตถุดิบอันล้ำค่า…สู่อาหารไทย 4 ภาค’ พร้อมกับ ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซ็นเตอร์ของ Seafood from Norway ในประเทศไทย

โดยได้ร่วมมือกับร้านตู้กับข้าว มนต์เสน่ห์ของอาหารใต้ในตึกสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส รังสรรค์ 6 เมนูพิเศษ ที่ผสมผสานอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมชื่อเสียงระดับโลกจากนอร์เวย์เข้ากับรสชาติอันมีสีสันของอาหารใต้ ได้แก่ แกงส้มแซลมอนยอดมะพร้าว, แซลมอนทอดขมิ้นกับยำมะม่วง, ต้มกะทิใบเหลียงนอร์วีเจียนซาบะ, นอร์วีเจียนซาบะไตปลาแห้ง, ฟยอร์ดเทราต์เจี๋ยนตะไคร้ และต้มส้มสับปะรดภูเก็ตกับฟยอร์ดเทราต์ย่าง โดยเมนูเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในเมนูของร้านตู้กับข้าวตลอดเดือนสิงหาคม 2567

นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้สัมผัสกับรสชาติอันมีสีสันของอาหารใต้ผ่านการใช้อาหารทะเลนอร์เวย์ ร่วมกับร้านอาหารตู้กับข้าว จังหวัดภูเก็ต โดยแซลมอน นอร์วีเจียนซาบะ และฟยอร์ดเทราต์ มีรสชาติ เนื้อสัมผัส ที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย

ทั้งยังมีจุดขายที่โดดเด่นในตลาด อาหารทะเลเหล่านี้ได้รับการเพาะเลี้ยงและจับจากน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับปลา และมีการประมงที่ตั้งอยู่บนความยั่งยืน นี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจท้องถิ่นของไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่จะได้รับประโยชน์จากการผสมผสานอาหารทะเลนอร์เวย์เข้ากับอาหารไทย

ขณะที่นายธนพัฒน์ นวลสกุล เจ้าของร้านตู้กับข้าว กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในการเป็นตัวแทนจังหวัดภูเก็ต ในการรังสรรค์เมนูโดยใช้วัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพสูงจากนอร์เวย์ ซึ่งเชื่อว่าการร่วมมือกับ Seafood from Norway จะช่วยยกระดับอาหารใต้ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความอร่อย และมีสีสันมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนอกจากกิจกรรมที่ร้านตู้กับข้าวแล้ว ยังมีกิจกรรมโปรโมชั่นในร้านค้าพาร์ทเนอร์ ได้แก่ แม็คโคร ท็อปส์บิ๊กซี โลตัส ฟู้ดแลนด์ และธรรมชาติซีฟู้ดทุกสาขาทั่วประเทศ ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม – กันยายน 2567 นอกจากนี้ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ภูเก็ต ยังได้จัดกิจกรรมเล่นเกมส์และลุ้นรับของรางวัล ณ บูธ ‘Norwegian Thai Taste วัตถุดิบอันล้ำค่า…สู่อาหารไทย 4 ภาค’ ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม 2567 นี้เท่านั้น

เทศบาลตำบลวิชิต จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ที่อาคารตะเภาใหญ่ สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานการจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อสม. คณะกรรมการชุมชนตำบลวิชิต และนักเรียนโรงเรียนเทพนิมิตร เข้าร่วม

โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เป็นวิทยากร บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (climate Change)” โดยได้พูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศในปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟัง ได้ซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และฝากให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาของภาวะโลกร้อนให้มากขึ้น อีกทั้งร่วมด้วยช่วยกันในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีสภาพอากาศที่ดีขึ้นต่อไป

ปักษาสวรรค์ มีโชว์ให้ดูทุกวันที่ อควาเรีย ภูเก็ต

เด็กๆ สนุกสนานกับการแสดง ปักษาสวรรค์ โชว์มีให้ดูตลอดวัน ไม่บวกเพิ่ม ใจดีรวมไว้ให้ในบัตรเดียวเรียบร้อยแล้ว เจอกันที่ อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า

Bird of paradise show making all student exciting and impressed, see you at Aquaria Phuket all show was included in one ticket no need to pay extra, let’s enjion here everyday with the show and marine life plus mini zoo, floor B1 Central Phuket Floresta

“ไอแบงก์” เปิดสาขาภูเก็ตแห่งใหม่ พร้อมศูนย์ธุรกิจ SMEs รองรับกลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการภูเก็ตและอันดามัน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดให้บริการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์  สาขาภูเก็ตแห่งใหม่ พร้อมเปิดศูนย์ธุรกิจ SMEs  โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการเข้าร่วม ณ สำนักงานธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาภูเก็ต ถนนวิรัชหงษ์หยก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ เปิดเผยว่า การเปิดให้บริการสาขาภูเก็ตแห่งใหม่ พร้อมเปิดตัวศูนย์ธุรกิจ SMEs ในพื้นที่สาขานั้น เพื่อต้องการทำงานเชิงรุกด้านบริการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและนักธุรกิจในเขตพื้นที่ฝั่งอันดามัน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ Thailand Vision “IGNITE THAILAND จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว การรักษาพยาบาลและสุขภาพ อาหาร การบิน การผลิตยานยนต์แห่งอนาคต เทคโนโลยี และการเงิน

ไอแบงก์ พร้อมร่วมสนับสนุนรัฐบาลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ IGNITE THAILAND รวม 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว การเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) กลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub) และกลุ่มธุรกิจอาหาร การเป็นศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub)

ธนาคารตั้งเป้าหมายในการสนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการดังกล่าวรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโซนพื้นที่เป้าหมายฝั่งอันดามัน และพื้นที่รวม 14 จังหวัดภาคใต้ 1,000 ล้านบาท และจากสาขาในพื้นที่ภูมิภาคอื่นๆ รวมอีก 1,000 ล้านบาท โดยจะเห็นได้ว่า ภาคการบริการและการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่มกราคม จนถึงเดือนมิถุนายน 2567 มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องส่งผลทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นทุกเดือนเมื่อเทียบกับปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน ในขณะที่รายได้ประชากรในจังหวัดภูเก็ตยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ เฉลี่ยกว่า 2.5 แสนบาทต่อคนต่อปี บ่งชี้ถึงประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มีศักยภาพสูง สำหรับภาคการอุปโภคบริโภค

เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีการปรับปรุง เตรียมขยายสถานประกอบการให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มกิจการโรงแรม เพื่อให้รองรับต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการจ้างงานต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ภาคการค้าการลงทุน ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้รัฐบาลยังพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันภาคธุรกินการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกที่กำลังเติบโต และเป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง  รัฐบาลโดยกรมท่องเที่ยว ได้จัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยว Muslim Friendly & Gastronomy Tourism Routes  นอกจากนี้ กำลังจะเกิดศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน ขึ้นในจังหวัดภูเก็ต จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรองรับการขยายสินเชื่อของธนาคารเพื่อให้ IGNITE THAILAND เป็นไปตามเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ

สำหรับโครงการสินเชื่อ IGNITE HALAL เป็นโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจอาหาร และกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ หรือเป็น Supply Chain ของกลุ่มธุรกิจข้างต้น เช่น ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ค้าปลีก ค้าส่ง และร้านค้า ที่ต้องการแหล่งเงินทุนฮาลาลเพื่อนำไปลงทุนในการขยายกิจการในรูปแบบวงเงินสินเชื่อแบบมีระยะเวลา (Term Financing) และเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูปแบบวงเงินเบิกถอนเงินสด (Islamic O/D)

คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดานับถือศาสนาอิสลาม หรือนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นนับถือศาสนาอิสลามไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนที่ชำระแล้ว หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาลเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการ/โครงการ/การลงทุนที่ไม่ขัดต่อหลักชะรีอะฮ์ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัด 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อตอกย้ำพันธกิจของไอแบงก์ในการสนับสนุนธุรกิจฮาลาลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

โดยโครงการนี้ให้วงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมี บสย.ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ พิเศษ! รัฐบาลสนับสนุนค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้นานถึง 3 ปี ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของ บสย. และสำหรับลูกค้าที่มีสถานประกอบการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไอแบงก์มอบส่วนลดค่างวดผ่อนชำระ 50% ในระยะเวลา 3 เดือนแรก

ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีประชากร จำนวน 345,067 คน มีพี่น้องมุสลิม จำนวน 95,239 คน คิดเป็นสัดส่วน 27.60% ของจังหวัด มีชุมชนมุสลิมกระจายไปทั่วเกาะภูเก็ต ในจำนวนนี้มีมุสลิมดั้งเดิมราว 90% ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น ร้านอาหาร หรือภาคบริการ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น โดยธนาคารปล่อยสินเชื่อกลุ่มธุรกิจ SMEs ในจังหวัดภูเก็ต และพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมกว่า 4,300 ล้านบาท สำหรับสาขาภูเก็ต มียอดเงินฝาก รวม 1,524 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อ รวม 1,227 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนลูกค้ามุสลิม 40% และกลุ่มลูกค้าทั่วไป มีสัดส่วนมากถึง 60% ดร.ทวีลาภ กล่าวทิ้งท้าย

ลูกค้าหรือผู้ประกอบการท่านใดสนใจสามารถขอรับบริการได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ไอแบงก์ สาขาภูเก็ต หรือทุกสาขาใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามรายเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ibank Contact Center 1302 หรือแชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand – ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank)

“ทีมคนหนุ่ม” แถลงเหตุตีตกญัตติตั้งงบเฉพาะกิจจ้างเอกชนผลิตน้ำประปาในงบปี 68 หวั่นส่งผลกระทบงบรายจ่ายภาพรวม พร้อมขอให้ทบทวนการใช้งบ 8 ล. ศึกษาพัฒนาพื้นที่ โดยรอบลานนวมินท์

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่ร้านไม้หมอนฟอเรสต์ อ.เมืองภูเก็ต สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต  ทีมคนหนุ่ม  ประกอบด้วย นายพิสุทธิ์ สุทธิจินดาวงศ์, นายวิสุทธิ์ พรหมทอง, นายเอกพล ธงชัย, ว่าที่ร.ต. สมเกียรติ จิรอมรรัตน์ , นายนิวาส อรุณรัตน์ และนายจิรศักดิ์ หล่อโลหการ ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ของเทศบาลนครภูเก็ต ใน  2 ประเด็น

ได้แก่ กรณีการเสนอขอแปรญัตติ เรื่อง ร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 รายจ่ายเฉพาะกิจการประภาเทศบาลนครภูเก็ต  กับการตั้งงบประมาณจำนวน 8 ล้านบาท ในการว่าจ้างศึกษาออกแบบการพัฒนาพื้นที่ของเทศบาลนครภูเก็ต ตั้งแต่ สะพานพระอร่าม ถนนภูเก็ต ถึงแนวเขตถนนมนตรี พื้นที่ 11 ไร่เศษ

สืบเนื่องจากการประชุมสภาเทศบาลนครภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ในวาระที่ 1 ทีมคนหนุ่ม นครภูเก็ตได้ตรวจพบว่า มีค่าใช้จ่ายโครงการจ้างเอกชนผลิตน้ำประปาเป็นเงิน 42,140,000 บาท เป็นงบประมาณผูกพัน 3 ปี ซึ่งการนำเสนอร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ไม่ถูกต้องและขัดต่อระเบียบกระทรวง มหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ข้อ 37 และหนังสือหารือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท. 08082 / 6003 

กล่าวคือ การที่เทศบาลจะเสนอโครงการดังกล่าวได้นั้น จะต้องเสนอญัตติต่อสภาท้องถิ่น เพื่อพิจารณาให้เห็นชอบเสียก่อน  ดังนั้นเมื่อมีการนำเสนอไม่เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว และหากมีการผ่านงบประมาณดังกล่าวไป จะส่งผลให้ร่างเทศบัญญัติทั้งหมดของ ปี 2568 ขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2563 และอาจมีผลทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายเงินตามโครงการนี้จะถูกพิจารณาโทษทางวินัย ตลอดจนต้องรับผิดชอบทางละเมิดเพื่อชดใช้เงินที่เบิกจ่ายโดยไม่ถูกต้องต่อไป

การนำร่างงบประมาณรายจ่ายของกองการประปาที่ถูกยกเลิกจำนวน 42,000,000 บาทเศษ มาขอเสนอแปรญัตติโดยนายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้ขอเสนอโครงการเพิ่มเติมในหมวดต่าง ๆ ซึ่งมีวงเงินงบประมาณที่สูงกว่างบประมาณเดิม ได้แก่ หมวดค่าใช้สอย เพื่อจ่ายเป็นค่าถ่ายเอกสาร ฯลฯ เดิมตั้งไว้ 700,000 บาท แปรเพิ่มเติมรายจ่ายเป็น 3,280,000 บาท (สูงกว่างบประมาณเดิมกว่า 400 เปอร์เซ็นต์),

หมวดค่าวัสดุ งานบ้านงานครัว กองประปา เดิมตั้งไว้ 2,171,000 บาท แปรเพิ่มเติมรายจ่ายเป็น 6,531,000 บาท (สูงกว่างบประมาณเดิมกว่า 300 เปอร์เซ็นต์) และหมวดค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า เดิมตั้งไว้ 11,000,000 บาท แปรเพิ่มเติมรายจ่ายเป็น 23,500,000 บาท (สูงกว่างบประมาณเดิมกว่า 200 เปอร์เซ็นต์)

อย่างไรก็ตามสมาชิกสภาฯ ทีมคนหนุ่ม ยืนยันว่า ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาใดๆ หรือต้องการตีตกงบประมาณที่ฝ่ายบริหารนำเสนอมา เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพียงแต่ต้องการให้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง

และครั้งนี้เราสามารถตรวจสอบพบความผิดปกติของการตั้งงบประมาณรายจ่าย ว่า ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ และได้มีการอภิปรายจนทำให้ร่างงบประมาณฯ ในส่วนของกิจการประปาดังกล่าว ต้องถูกยกเลิกไป  เพื่อให้ทางฝ่ายบริการนำไปทบทวนและดำเนินการให้ถูกต้อง เพราะไม่เช่นั้นหากมีการตรวจสอบพบภายหลัง จะส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน กว่า 1,300 ล้านบาทได้รับผลกระทบไปด้วย

ทั้งนี้ในร่างเทศบัญญัติรายจ่ายประจำปี 2568 ยังได้อ้างถึงโครงการจ้างศึกษาออกแบบการพัฒนาพื้นที่ของเทศบาลนครภูเก็ตตั้งแต่เชิงสะพานพระอร่าม ถนนภูเก็ต ถึงแนวเขตถนนมนตรี เป็นเงินจำนวน 8 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้เทศบาลนครภูเก็ต ดำเนินการลดระยะเวลาสัญญาการเช่าพื้นที่ของผู้เช่าในพื้นที่ดังกล่าวเหลือเพียง 6 เดือน ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว

โดยทีมคนหนุ่มนครภูเก็ต, ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายกเทศมนตรีนครภูเก็ตไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในประกาศพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ตามประกาศของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และย่านเมืองเก่า พ.ศ. 2546, เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และเป็นโครงการที่ขัดกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นเดิม รวมทั้งส่งผลต่อธุรกิจรายย่อย (SME) ในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้เนื่องจากสภาเทศบาลนครภูเก็ต และนายกเทศมนตรีนครภูเก็ตจะหมดวาระในอีกประมาณ 8 เดือนข้างหน้า ดังนั้นการเสนอใช้งบศึกษาดังกล่าว อาจจะไม่เกิดมรรคผลที่แท้จริง และเป็นการใช้งบประมาณที่สูญเปล่า เพราะในการศึกษาต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และไม่มั่นใจว่าสมัยหน้าผู้บริหารยังคงเป็นชุดเดิมหรือไม่ หากไม่ใช่และไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เท่ากับเป็นการใช้งประมาณไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นจึงควรที่จะรอเวลาที่ได้รับการเลือกตั้งในสมัยหน้าก็ไม่น่าจะเสียหาย และจะเป็นการใชงบประมาณที่คุ้มค่าด้วย

ประชุมสภาเทศบาลตำบลวิชิต สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายนิมิตร เอกวานิช ประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต เป็นประธานในการประชุมสภาเทศบาลตำบลวิชิต สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี 2567 โดยมีนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วย ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ประธานชุมชน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในพื้นที่ตำบลวิชิต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยในที่ประชุม ได้มีเรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง ประกาศรายงานผลการประเมินมาตรฐานขั้นต่ำการจัดบริการสาธารณะ ประจำปี พ.ศ.2567 เทศบาลตำบลวิชิต เรื่อง ประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566 – 2570) เพิ่มเติม ครั้งที่ 3/2567 เทศบาลตำบลวิชิต เรื่อง ประกาศใช้แผนการดำเนินงาน (พ.ศ.2566 – 2570) เปลี่ยนแปลง ครั้งที่ 1/2567 เทศบาลตำบลวิชิต

เรื่อง ประกาศใช้แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (เพิ่มเติม) ฉบับที่ 3 เทศบาลตำบลวิชิต เรื่อง ประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566 – 2570) เปลี่ยนแปลง ครั้งที่ 2/2567 เทศบาลตำบลวิชิต และเรื่อง โครงการก่อสร้างคูระบายน้ำ คสล.มีฝาปิด พร้อมก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บริเวณซอยธนิตธุรกิจ 1 ตำบลวิชิต

และเรื่องเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ ญัตติ เรื่อง ขอความเห็นชอบร่างเทศบัญญัติเทศบาลตำบลวิชิต เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ญัตติ เรื่อง ขอความเห็นชอบจ่ายเงินอุดหนุนโครงการขยายเขตไฟฟ้าบริเวณชุมชนศักดิเดช ซอย 9 ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต ญัตติ เรื่อง ขอความเห็นชอบเปิดให้บริการด้านทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ของสำสนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลวิชิต โดยใช้งบประมาณตนเอง และญัตติ เรื่อง ขอความเห็นชอบต่อใบอนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเรื่องอื่นๆ

“เอ็กซ์อาร์เทค” จัดแข่ง VR Game Competition 2024 AT BTC Space นำรายได้มอบโรงเรียนบ้านฉลอง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2567  ที่ Crypto Coff Phuket ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต บริษัท เอ็กซ์อาร์ เทค จำกัด โดยนายณัฐพงศ์ ชื่นใจ  General Manager และนายชลธิศ จงจิตต์ Assistant Director จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์แว่น VR เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ และสร้างห้องสมุดดิจิทัลให้แก่โรงเรียนบ้านฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 30,000 บาท  ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการจัดการแข่งขัน VR Game Competition 2024 AT BTC Space โดยมีนายเชตวัน แป้นหนู ตัวแทนจากโรงเรียนบ้านฉลอง เป็นผู้รับมอบ

นายชลธิศ จงจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็กซ์อาร์ เทค  จำกัด กล่าวว่า  การจัดแข่งขัน VR Game Competition 2024 AT BTC Space  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับ ชาว VR Game ได้มีโอกาสในการพัฒนาฝีมือ และเพื่อนำรายได้ จากการแข่งขัน หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับโรงเรียนบ้านฉลอง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์แว่น VR เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ และสร้างห้องสมุดดิจิทัล โดยหลังจากนี้ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะจัดการแข่งขัน 2 เดือนต่อครั้ง  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้กับองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ตำบลฉลอง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

สำหรับการจัดการแข่งขัน VR Game Competition 2024 AT BTC Space มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 9 ทีม โดยทีมที่ชนะเลิศ ได้รับเงินสดจำนวน 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนขจรเกียรติฯ  รองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงิน 5,000 บาท พร้อมเหรียญ  ได้แก่ทีมจากสโมสรโรตารี่ชิโน และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมจากรัสเซีย  รับ Voucher of Sunday Brunch Buffet  at Vijitt Resort  นอกจากนั้นยังมีรางวัลพิเศษ Sharp shooter  2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ด้วย

เปิดบริการแล้ว Lion Land Phuket สวนสิงโตแห่งแรกบนเกาะภูเก็ต

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2567 นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอถลาง จ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดให้บริการ Lion Land Phuket สวนสิงโตแห่งแรกบนเกาะภูเก็ต และแห่งเดียวในภาคใต้ พร้อมเยี่ยมชมการเลี้ยงและการดูแลสิงโต ภายในสวนสิงโตดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ซอยป่าหล่าย ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นแห่งใหม่ของภูเก็ต โดยนักลงทุนหนุ่มไฟแรงที่รักและชื่นชอบสิงโต บนเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ใช้เงินลงประมาณ 30 – 40 ล้านบาท เป้าหมายรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ 

นายวิชสุ ยงหนู กรรมการบริษัทไลอ้อน 88 จำกัด เปิดเผยถึงการตัดสินใจลงทุนสวนสิงโต ว่า เกิดจากความชื่นชอบและรักสัตว์อยู่แล้ว โดยได้มีโอกาสเลี้ยงสิงโตตั้งแต่มีอายุ 15 วัน แต่ด้วยเขามีการเติบโตขึ้นทุกวันทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอรองรับ และต้องการให้คนอื่นๆ ได้สัมผัสความน่ารักของน้องด้วย จึงเกิดแนวคิดในการลงทุนเปิดเป็นสวนสิงโตขึ้น และได้เริ่มทดลองเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าว่าได้รับการตอบเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้ (11 ส.ค.67)

“ปัจจุบันเรามีสิงโต ประมาณ 10 ตัว โดยเป็นสิงโตที่ได้มาจากสถานเพาะเลี้ยงสิงโตในพื้นที่ภาคกลาง เป็นสิงโตเอเชียปัจจุบัน มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนถึง 1 ปีเศษ ซึ่งก่อนเปิดให้บริการได้มีการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการขออนุญาตต่างๆ พร้อมดำเนินการทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนด โดยได้ยื่นขออนุญาตจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นที่เรียบร้อย และสิงโตทุกตัวมีการขึ้นทะเบียนถูกต้อง

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสุปดาห์  และพนักงานบางส่วนจะเป็นสัตวบาลอยู่แล้ว ในแต่ละกรงจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรับผิดชอบ 2 คน ที่จะคอยสังเกตพฤติกรรมและหากพบความผิดปกติจะไม่อนุญาตให้เข้าไปเล่นกับน้องโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งยังมีการทำประกันภัยให้กับผู้เข้าชมด้วย”

นายวิชสุ  กล่าวถึงการเลือกเปิดสวนสิงโตในซอยป่าหล่าย ว่า  เนื่องจากในบริเวณพื้นที่ป่าหล่าย จะเป็นโซนสวนสัตว์อยู่แล้ว อาทิ สถานแสดงโลมา สวนงู เป็นต้น แม้ว่าจะเริ่มต้นเปิดให้บริการ แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการจัดเก็บสถิติ พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง

นอกจากนั้นยังมี  จีน รัสเซีย ออสเตรเลีย ส่วนคนไทยมีบ้างแต่ไม่มาก โดยที่เปิดให้บริการเป็นเพียงเฟสแรก และในอนาคตจะเปิดเฟส 2 จะมีการเพิ่มจำนวนสิงโตให้มากขึ้น รวมถึงการเพาะพันธุ์เอง คาดว่าจะเป็นในปีหน้า ซึ่งภายในสวนสิงโตนอกจากการเยี่ยมชมและถ่ายภาพกับน้องแล้ว เรายังมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม จำหน่ายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น

สำหรับการเข้าชม สวนสิงโต แห่งนี้ ไม่มีค่าเข้าชมแต่อย่างใด และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเข้าไปถ่ายภาพกับสิงโต มีอัตราค่าบริการเริ่มต้น 900 บาทต่อคน และสามารถเลือกได้ทั้งกรงลูกสิงโตขนาดเล็ก Newborn ขนาดกลาง และสิงโตเจริญวัยแล้ว ในอัตรา 1,300 บาท โดยขณะนี้มีลูกสิงโตอายุน้อยที่สุด คือ 1 เดือน 15 วัน และไฮไลท์ คือ สิงโตขาว เพศผู้ หรือ White Lion ชื่อ นาฟีส อายุ 1 ปี 11 วัน พึ่งฉลองวันเกิดในวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 18.00 น.ทุกวัน

อมร ภูเก็ตเพิร์ล ให้การต้อนรับ คณะอาจารย์และนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคกระบี่

อมร ภูเก็ตเพิร์ล ให้การต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา แผนกวิชาการท่องเที่ยว วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช3 ที่เข้ามาเยี่ยมชมศึกษาเรียนรู้ขั้นตอน การบริหาร และการจัดการ รวมไปจนถึง การเพาะเลี้ยงไข่มุกและการแปรรูปอัญมณีไข่มุก ณ โรงงานแปรรูปอัญมณีไข่มุก อมร ภูเก็ตเพิร์ล

Krabi Technical College