เทศบาลตำบลวิชิต มอบเงินช่วยเหลือเหตุต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านเรือนประชาชน

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวิชิตช่วยเหลือผู้ประสบภัย นำโดยนายประภาส แสงจันทร์ รองประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต ลงพื้นที่พร้อมด้วยนายกาณฑ์ หมื่นผ่อง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต

เพื่อมอบเงินช่วยเหลือเหตุต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านเรือน บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 4 ตำบลวิชิต เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา แก่นางระรินพร บุญยิ่ง เจ้าของบ้าน เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“Spice Jet” เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทางกรุงนิวเดลี-ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่ประตู 15 ขาเข้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต  ได้มีการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Spice Jet เที่ยวบิน SG89 เส้นทางบินตรงจากกรุงนิวเดลี – ภูเก็ต โดยมีนายณัฐจิต อุ่นเสียม ผู้อำนวยการกองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้, นายมนต์ชัย ตะโหมด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต, นายเลิศชาย หวังตระกูล ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภูเก็ต, นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, นางสุพัตรา จารุอริยานนท์ อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางกรุงนิวเดลี – ภูเก็ตของสายการบิน Spice Jet นี้สามารถรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวอินเดียในการเดินทางท่องเที่ยวไปยังภูเก็ตมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป และทำการบินทุกวันๆ ละ 1 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 Neo รองรับผู้โดยสารได้ จำนวน 180 คนต่อเที่ยวบิน สำหรับในเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ มีผู้โดยสารจากอินเดียเดินทางรวม 82 คน

นายณัฐจิต อุ่นเสียม ผู้อำนวยการกองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากอินเดียเข้าสู่ภูเก็ตวันละ 5 เที่ยวบิน จาก 3 สายการบิน การเปิดเที่ยวบินของ Spice Jet นี้ จะเป็นโอกาสกระตุ้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีปัจจัยเสริมจากมาตรการขยายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม – 11 พฤศจิกายน 2567

ซึ่งจากมาตรการดังกล่าว พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางเข้าประเทศไทยต่อวันเติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 พฤษภาคม 2567 แล้วกว่า 836,159 คน

จากจำนวนตัวเลขนี้มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินที่ทางมากับเที่ยวบินตรงจากประเทศอินเดียมายังจังหวัดภูเก็ตแล้วกว่า 103,233 คน และคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวอินเดียจำนวนมากถึง 2 ล้านคนที่เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 79,000 ล้านบาท

ประชุมสภาเทศบาลตำบลวิชิต สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายนิมิตร เอกวานิช ประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต เป็นประธานในการประชุมสภาเทศบาลตำบลวิชิต สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2567 โดยมีนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ประธานชุมชน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในพื้นที่ตำบลวิชิต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย การคัดเลือก รองประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต เพื่อทดแทนตำแหน่งเดิมที่ นายธนเดช แซ่อ๋อง แจ้งลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้เสนอชื่อ นายประภาส แสงจันทร์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต เขต 2 เป็นรองประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต โดยในที่ประชุมมีมติเห็นชอบโดยไม่มีผู้เสนอชื่อรายอื่น

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมี เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นญัตติ เรื่อง พิจารณาอนุมัติใช้จ่ายเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567, ญัตติ เรื่อง พิจารณาอนุมัติโอนเงินงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่,

ญัตติ พิจารณาให้ความชอบรับหลักการ การถ่ายโอนภารกิจ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มาอยู่ในการดูแลของเทศบาลตำบลวิชิต ทั้ง 2 แห่งประกอบด้วยที่แหลมชั่น และหน้าท่าเรือน้ำลึก

และญัตติ เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบ บริษัท วิชิต ยูทิลิตี้ส์ จำกัดดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาในเขตเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยทั้งหมดได้ผ่านการเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลวิชิต

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “รถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะเขตเมืองเก่าภูเก็ต” เส้นทาง The Dragon Line

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะเขตเมืองเก่าภูเก็ต หรือ The Dragon Line โดยมีนายศรัทธา ทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต, นายไวทฑ อุปัติศฤงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ต พัฒนาเมือง จำกัด, นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ ไลม์ไลท์ ภูเก็ต

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานสะอาด จึงได้รับความสนใจและถูกนำไปปรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานปิโตรเลียม โดยเฉพาะในภาคการขนส่งที่ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ “ยานยนต์ไฟฟ้า” เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การนำรถโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการจะช่วยลดมลพิษอย่าง PM 2.5 ในบริเวณย่านเมืองเก่าที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ แต่ประสบกับปัญหาการจราจรและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการให้บริการดังกล่าวยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero

ในอนาคตการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารไฟฟ้า จึงเป็นการพัฒนาระบบขนส่งที่สอดคล้องกับกระแสธารแห่งเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะทำให้พื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตมีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเอื้อต่อการท่องเที่ยว รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

โดยภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตที่ได้ร่วมกันส่งเสริมและขับเคลื่อนการให้บริการรถไฟฟ้าในพื้นที่เขตเมืองเก่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมในจังหวัด นอกจากนี้การให้บริการรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะภายใต้โครงการนี้ จะสอดคล้องกับมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ

เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงส่งมอบสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นให้แก่ชุมชน เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการริเริ่มการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่งภายในจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นจังหวัดตัวอย่างในการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนต่อไป นายสรพงศ์กล่าว

สำหรับโครงการให้บริการรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะเขตเมืองเก่าภูเก็ต (The Dragon Line) เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กับมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยนำรถ EV มาวิ่งให้บริการในเส้นทางเมืองเก่าภูเก็ตฟรีแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวน 3 คัน เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดมลพิษทางอากาศ ขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว

โดยได้ทดลองเริ่มให้บริการเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2567 เป็นต้นมา ระหว่างเวลา 11.00-22.00 น.โดยมีจุดจอดกระจายไปตามจุดต่างๆ ทั่วเมืองเก่าภูเก็ตทั้งสิ้น 16 จุด ครอบคลุมจุดสำคัญ ผลการทดลองให้บริการปรากฎว่า ได้รับการตอบรับในการใช้บริการของนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวภูเก็ตในระดับหนึ่ง เฉลี่ยวันละประมาณ 100-200 คน ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้วันละประมาณ 400 คน

จังหวัดภูเก็ตจัดกิจกรรมอาสาพัฒนา คู คลอง ถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่คลองบางใหญ่ ด้านข้างลานมังกร เทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และชาวจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมกิจกรรมจัดกิจกรรมอาสาพัฒนา คู คลอง (ขุดลอกคลองบางใหญ่) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน

โอกาสนี้ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้นำกล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวัง ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

โดยในครั้งนี้พสกนิกรจังหวัดภูเก็ตทุกหมู่เหล่าได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมมือร่วมใจร่วมกิจกรรมพัฒนา คู คลอง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และจะขอสืบสาน พระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติอันดี รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน

จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาฯ ได้ร่วมกันทำความสะอาด เก็บขยะ ขุดลอก คลองบางใหญ่ เพื่อให้มีความสวยงามสะอาดมีพื้นที่กักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง และสามารถระบายน้ำได้ดีในช่วงฤดูฝน

เทศบาลตำบลวิชิตต้อนรับคณะศึกษาดูงาน เทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบหมายให้นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลวิชิต ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากเทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล

ภายใต้กิจกรรมศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบ ตามโครงการเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นรักโลก (อถล.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นำคณะโดยนายพรชัย กู้สกุล รองนายกเทศมนตรีเมืองสตูล พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร อถล. ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานในประเด็นการบริหารจัดการขยะ ณ เทศบาลตำบลวิชิต โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พร้อมตอบข้อซักถามประเด็นปัญหาต่างๆ

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ไปยังศูนย์จัดการขยะแบบครบวงจร ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต บริเวณสวนศรีภูวนาถเพื่อศึกษาการจัดการขยะภายในศูนย์ อาทิ การทำถ่านกะลาอัดแท่ง การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย

ทต.วิชิตจัดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ) “สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น”

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 “สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น” โดยมี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลวิชิต ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในเขตพื้นที่ตำบลวิชิต และนักเรียนเข้าร่วม

นายศิริชัย ปะณะรักษ์ รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 “สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น” เป็นการอบรมให้ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่นักเรียนในพื้นที่ตำบลวิชิต โดยได้รับเกียรตินายชาติชาย กูสลามัต ข้าราชการบำนาญ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นภูเก็ตด้านต่างๆ

การสาธิตการทำขนมอังกู๊ โดยนางสมใจ ภูวรัตน์ และสาธิตการทำขนมอาโป้ง โดย นางอุบลกาญจน์ แซ่ตั้ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มีความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นำความรู้ที่ได้มาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม และส่งเสริมให้เยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ เตรียมจัดยิ่งใหญ่ 9 – 12 ม.ค. 2568 นี้

ผู้จัดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ (Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event) เตรียมพร้อมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่กระตุ้นท่องเที่ยวทางทะเลของไทย จัดเต็มขยายพื้นที่จัดงานสุดอลังการ ทั้งในน้ำและบนฝั่ง ระหว่าง 9 – 12 มกราคม 2568 ณ ภูเก็ต ยอร์ชเฮเว่น มารีน่า  ท่าจอดเรือยอช์ทที่ใหญ่ที่สุดของเกาะภูเก็ต ต่อยอดตลาดเรือยอช์ทหรูที่โตแรงไม่หยุด

นายเดวิด เฮย์ส ซีอีโอ แจนด์ อีเวนต์  (JAND Events)  เจ้าของและผู้จัดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ เปิดเผยว่า “เราตั้งเป้าที่จะขยายการจัดงานปี 2568 รวมถึงปีต่อๆ ไป จึงได้มีการย้ายสถานที่จัดงานสู่ภูเก็ต ยอร์ชเฮเว่น มารีน่า ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้เรามีพื้นที่จัดงานมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถพื้นที่จัดงานทั้งในน้ำและบนฝั่งพร้อมเติบโตสู่งานระดับนานาชาติเสียงตอบรับจากแบรนด์ระดับโลกมากมายสะท้อนมาว่าการจัดงานของเราเป็นหนึ่งในงานแสดงเรือที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้มารีน่าตั้งอยู่ใกล้สนามบินและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวหลายแห่งจะทำให้กลุ่มเป้าหมายเดินทางมาชมงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น” โดยจุดเด่นของภูเก็ต ยอร์ชเฮเว่น มารีน่า ประกอบด้วยท่าเทียบเรือยอช์ทกว่า 332 ลำ พร้อมรองรับเรือยอช์ททุกขนาดไปจนถึงซูเปอร์ยอช์ทที่มีความยาวกว่า 100 เมตร สอดคล้องกับวิชั่นของผู้จัดงานฯ ที่เตรียมรุกขยายงานเพื่อตอบรับตลาดเรือยอช์ทภูเก็ตที่มีความคึกคักพร้อมต้อนรับเรือยอช์ทลักชัวรีขนาดใหญ่และซูเปอร์ยอช์ทได้มากขึ้น

default

ภูเก็ต ยอร์ชเฮเว่น มารีน่า ตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ต และรายล้อมด้วยรีสอร์ทระดับ
5 ดาวและลักชัวรีวิลล่า ซึ่งสามารถรองรับนักเดินทางกระเป๋าหนัก High Net Worth Individual (HNWI) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UHNWI) ที่จะเข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการขยายตัวของบริการต่างๆ อย่างแผนการเปิดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์แห่งใหม่และสนามบินนานาชาติอันดามัน จังหวัดพังงา ที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของทำเลนี้ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์

ผู้เข้าร่วมงานทั้งจากในและต่างประเทศพุ่งสูงขึ้น ผลสำรวจโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2567 เพิ่มขึ้น 62% เทียบกับปี 2566 ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 74% และด้วยตระหนักถึงความสำคัญของตลาดคนไทยเช่นเดียวกัน คณะผู้จัดงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ จึงได้จัดทำแคมเปญการตลาดภายในประเทศ ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ชาวไทยเข้าชมงานเพิ่มขึ้นถึง 54% ในปี 2567

default

จากการจัดงานเมื่อต้นปี จำนวนผู้เข้าชมงานจากรัสเซียเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา และผู้เข้าร่วมงานจากยุโรปมีการเติบโตมากเช่นกัน ทั้งจากประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี ไอร์แลนด์ และเดนมาร์ก นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมงานจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็เพิ่มขึ้นจากประเทศสิงคโปร์ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยมีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักหรือสามหลักในการเข้าร่วมงานในปีนี้ แบรนด์ชั้นนำต่างตอบรับเข้าร่วมงาน จากความสำเร็จของการจัดงานปี 2567 ได้มีผู้แสดงสินค้าที่ยืนยันเข้าร่วมงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ ปี 2568 แล้ว อาทิ Simpson Marine จัดแสดงเรือยอช์ทจาก Sanlorenzo, Fairline และ Bluegame,

ด้าน The Yacht Sales Co. (Thailand) เตรียมจัดแสดงเรือยอช์ทรุ่นต่างๆ จาก Fountaine Pajot, Monte Carlo Yachts และ Dufour นอกจากนี้ยังมี Sunseeker, Lee Marine, Northrop & Johnson, Derani Yachts, Asia Marine, Go Boating, Asia Yachting, Extreme Marine, Sea Yacht Sales และ Motor Field (Thailand)  ส่วนของพื้นที่แสดงสินค้าบนฝั่งได้รับความสนใจจากผู้แสดงสินค้าทั้งในอดีตและรายใหม่มากมายเช่นกัน ได้แก่ AMI Marine International, Hull, Octopus Electrical Service, Seabob, Siam Legal, SITICO และ The ASA Group ด้าน Cessna & Beechcraft โดย Textron Aviation กลับมาในฐานะผู้สนับสนุนห้องรับรอง VIP อีกครั้ง

default

“เรามุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงอนาคตของงานและมอบความมั่นใจให้กับคนในวงการธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ปัจจุบันเราทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานภูเก็ต ยอร์ชอิเฮเว่น มารีน่า เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันในปีนี้ โดยตั้งเป้าจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่และดียิ่งขึ้นในปี 2568 ดึงดูดผู้เข้าชมงานที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมเรือยอช์ท” นายเดวิด เฮย์ส กล่าวเสริม

งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ จะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 12 มกราคม 2568 ณ ภูเก็ต ยอร์ชเฮเว่น
มารีน่า โดยจะมีการจัด Thailand Yachting Conference ในวันที่ 8 มกราคม 2568 รวมถึงงานมอบรางวัลของวงการและงานกาล่าดินเนอร์ที่จะจัดขึ้นในคืนเดียวกัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandinternationalboatshow.com

ตารางการแสดงล่าสุด ของอควาเรีย ภูเก็ต

สำหรับเดือนมิถุนายน 2567 ที่จะถึงนี้ ทางอควาเรียภูเก็ต ได้มีการปรับปรุง ตารางการให้อาหาร และการแสดงต่างๆ และโซนที่จัดการแสดง ของ อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า

Updated Feeding program of show time Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

เทศบาลตำบลวิชิตสร้างอาชีพในชุมชน หลักสูตรการทำ “ชีสพาย”

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2567 ที่ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต ดำเนินโครงการสร้างอาชีพในชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 หลักสูตรการทำอาหาร “ชีสพาย” โดยมีอาจารย์ชมณพรรษ จารุพันธ์ และอาจารย์รณกร ไสยเกิด อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เป็นวิทยากรบรรยาย

พร้อมทั้งให้ความรู้และสาธิตการทำชีสพายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิตที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ณ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิตได้ฝึกอบรมด้านอาชีพในแต่ละหลักสูตรตามความความสนใจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดด้านอาชีพทั้งอาชีพหลัก และเป็นอาชีพเสริมได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้