เทศบาลตำบลวิชิตจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” ประจำปี พ.ศ. 2567

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 ที่บริเวณทางเข้าสวนสาธารณะสวนศรีภูวนาถ เยื้องศูนย์ไตเทียม เทศบาลตำบลวิชิต ถนนพัฒนาท้องถิ่น หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์เนื่องใน “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” ประจำปี พ.ศ. 2567 จัดโดยศูนย์ความปลอดภัยทางถนนเทศบาลตำบลวิชิต (ศปถ.ทต.วิชิต)

โดยมี ข่ายงานกองช่าง ข่ายงานเทศกิจ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรวิชิต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลวิชิต และจิตอาสา ร่วมกิจกรรมทาสีตีเส้นทางม้าลาย เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักในเรื่อง ความปลอดภัยทางถนนและการปฏิบัติตามกฎจราจรให้แก่ประชาชนทั่วไป

สำหรับการจัดกิจกรรมที่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวฯ เป็นพื้นที่ชุมชน สถานพยาบาลรวมถึงสวนสาธารณะ รวมทั้งมีผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรผ่านไป-มา ตลอดเวลา ทำให้การดูแลความปลอดภัยทางถนน การตีเส้นจราจรให้ชัดเจน จะสามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะส่งผลทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น

โดยในปี 2567 นี้ทางเทศบาลตำบลวิชิต โดยศูนย์ความปลอดภัยทางถนนเทศบาลตำบลวิชิต (ศปถ.ทต.วิชิต)ได้มอบหมายให้ทางกองช่างเทศบาลตำบลวิชิต ทยอยทาสีทางม้าลาย รวมถึงเส้นจราจรต่างๆ ในพื้นที่ตำบลวิชิต ตามแผนดำเนินงานที่ทาง ศปถ.ทต.วิชิต ได้วางแผนไว้ด้วย

มารู้จักกับไข่ปลากบ

น้อยคนที่จะได้เห็นไข่ของปลากบ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแพติดกันลอยไปมา อัตราการรอดชีวิตมีไม่มากจึงต้องอาศัยปริมาณ ที่เห็นอยู่นี้มีความกว้างประมาณ 10 ซม.แต่เต็มไปด้วยไข่ของปลากบ

ปลากบอยู่ในครอบครัว Antennaridae พบประมาณ 40 ชนิดทั่วโลก ในทะเลไทยมีการศึกษาเรื่องนี้น้อยมาก (นิตยสาร ATG, พ.ศ.2542) พบว่าปลาชนิดนี้มีจำนวนน้อยมาก แต่ละปีมีรายงานการพบเห็นไม่เกิน 20 ครั้ง มีความสามารถพิเศษในการพรางตัวได้อย่างแนบเนียนก็มักจะทำให้มีเหยือหลงเข้ามาใกล้ จากนั้นพวกมันก็จะพุ่งกระโจนเข้าหาเหยือ และงับอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียง 6 มิลลิวินาทีเท่านั้น

ปลากบมีรูปร่างและพฤติกรรมที่ประหลาด ลักษณะจะคล้ายหิน มีการหาอาหารโดยใช้การล่อเหยื่อ โดยกระดกก้านครีบด้านหน้าขึ้นลง เพื่อให้ปลาขนาดเล็กเข้ามาใกล้ ก่อนจะกินเป็นอาหาร

ทต.วิชิต จัดการแข่งขันกีฬาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปีการศึกษา 2566

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ที่ เวทีกลางสวนศรีภูวนาถ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์ที่ 1 และศูนย์ที่ 2 เข้าร่วม

ทั้งนี้นายสสมศักดิ์ บุญแก้ว ประธานคณะกรรมการศึกษา เทศบาลตำบลวิชิต ได้กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต เพื่อเป็นการเสริมสร้างและสนับสนุนให้เด็กได้เล่นกีฬา เป็นการพัฒนาสุขภาพพลานามัยให้สมบูรณ์แข็งแรง ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กับประโยคที่ว่า “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และมีน้ำใจนักกีฬา พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กๆนักเรียน คณะครูและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีอีกด้วย

โดยการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 8 สี และจัดขบวนพาเหรดเคลื่อนจากบริเวณซอยวิสุทธิ์สิริ มายังเวทีกลางสวนศรีภูวนาถสถานที่จัดการแข่งขันกีฬา บรรยากาศการเดินขบวนเป็นไปด้วยความน่ารักของเด็กๆ และผู้ปกครอง ชุดการแสดงพิธีเปิด ได้ชมความสามารถด้านการเล่นฮูล่าฮูปประกอบเพลง โดยนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต การแข่งขันกีฬาวิ่งผลัดตีวงล้อ คู่พิเศษระหว่างคุณครูศพด.ทต.วิชิตและผู้ปกครอง รวมถึง

การแข่งขันกีฬา 8 รายการ ประกอบด้วย การแข่งรถจักรยานขาไถ เดินตัวหนอน ส่งบอลข้ามศรีษะ วิ่งเปี้ยว วิ่งผลัดลูกปิงปอง วิ่งผลัดกางเกงใน วิ่งเก็บบอลสี วิ่งผลัดลูกโป่งใส่น้ำ โดยมีเด็กๆและผู้ปกครองร่วมกันแข่งขันกีฬา พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตลอดการแข่งขัน

อบต.กมลาจัดโครงการส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส

วันที่ 18 มกราคม 2567 ที่อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา มอบหมายให้นายสันทัด คุ้มมิตร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส กิจกรรมการอบรม “ ยาดมพิมเสนน้ำและน้ำมันนวดสมุนไพร ” ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2567


ทั้งนี้ด้วยกองสวัสดิการสังคม อบต.กมลา เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการจัดโครงการฯ ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำความรู้ที่ รับจากการทำยาดมพิมเสนน้ำและน้ำมันนวดสมุนไพร ไปพัฒนาเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และยังสามารถนำมาไปใช้ในครัวเรือนได้อีกด้วย ฝึกอบรมโดยวิทยากร นายพาสันต์ กุลศุภกร แพทย์แผนไทยชำนาญการ มาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้

Giant grouper หรือ ปลาหมอทะเลยักษ์

ปลาหมอทะเลยักษ์ โตเต็มที่ได้ถึง 2.5 เมตร หนักถึง 400 กิโลกรัม และมีอายุได้มากกว่า 50 ปี ใครๆ ก็เรียกผมว่า เก๋า​ แล้วพี่อ่ะ​เก๋าอ่ะป่ะ มามาเจอกันนะ ที่อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น B1 เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า

Giant grouper is the largest of all coral reef-dwelling bony fish. It can grow up to 2.5 Meters with a weight of 400 Kilograms. And it can live up to more than 50 years of age. Visit our grandpa at Aquaria Phuket. He loves to play with kids and very friendly Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta.

#AquariaPhuket #Phuket#aqurium #Giantgrouper

ทต.วิชิตต้อนรับคณะดูงาน อบต.สวนหลวง นครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากองค์การบริหารส่วนตำบลสวนหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

นำโดยนายองอาจ หนูทองแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนหลวง พร้อมด้วยสมาชิกสภาฯ ประธาน/สมาชิกชมรมผู้สูงอายุฯ ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงาน ณ เทศบาลตำบลวิชิต ในประเด็น การบริหารจัดการผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลวิชิต โดยได้มีการนำเสนอข้อมูล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก่อนที่จะลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์การจัดการขยะแบบครบวงจร และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต

อควาเรียภูเก็ตร่วม AIS มอบส่วนลดพิเศษให้กับลูกค้า AIS

ลูกค้า AIS รับสิทธิ์พิเศษ ส่วนลด 20% ที่ อควาเรียภูเก็ต ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 – 31 ธันวาคม 2567

ลูกค้าเอไอเอส รับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ / เลขหมาย / วัน , ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด รับสิทธิ์ 2 สิทธิ์ / เลขหมาย / วัน (1 สิทธิ์ / บัตร 1 ใบ)

โดย Scan QR Code หรือรับสิทธิ์ผ่าน myAIS App ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร งดรับสิทธิ์จากการถ่ายภาพหน้าจอ https://privilege.ais.co.th/…/th/details/AquariaPhuket24

ทน.ภูเก็ต จับมือสมาคมวงโยธวาทิตฯ จัดการประกวดวงโยธวาทิต ที่ภูเก็ต ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567  ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายสาโรจน์ อังคณาพิลาสนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมกับนายโกสินทร์ สืบประสิทธิ์วงศ์  นายกสมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย  แถลงข่าวและลงนามความร่วมมือการจัดการประกวดวงโยธวาทิต ณ จังหวัดภูเก็ต  ประจำปี 2567 Band Competition of Thailand Phuket 2024 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน 2567 โดยมีนายเฉลิมพร ปิยณรงค์โรจน์ ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต คณะผู้บริหารฯ สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต และคณะครูในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ตเข้าร่วม

ทั้งนี้การจัดการประกวดวงโยธวาทิต  ณ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2567 Band Competition of Thailand Phuket 2024 และการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้เข้าประกวดระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน 2567 ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพทางด้านดนตรี  โดยได้มอบหมายให้สมาคมวงโยรวาทิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลเรื่องวงโยธวาทิตของประเทศไทยเป็นผู้กำกับและดำเนินการจัดการประกวดให้สำเร็จลุล่วงและมีมาตรฐานในการประกวด โดยการร่วมมือกันของเทศบาลนครภูเก็ตและสมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย นั้นมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อเป็นที่ประจักษ์และเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมมือพัฒนาศักยภาพทางด้านวงโยธวาทิตของจังหวัดภูเก็ตต่อไป

โดยการประกวดวงโยธวาทิต  ณ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2567 จะมีรุ่นประกวด ทั้งหมด 5 ประเภท

1. Solo 2. Small Ensemble 3. Large Ensemble

4. Concert Marching Art และ 5. Street Parade

โดยแต่ละประเภท จะแยกรุ่น ดังนี้

1. Solo (ประเภท เดี่ยว) แบ่งเป็น 3 ประเภท ประเภทละ 3 รุ่นอายุ

ได้แก่ 1.1 Solo Woodwind (เดี่ยว เครื่องเป่าลมไม้) รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ,รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีและ รุ่นไม่จำกัดอายุ 1.2 Solo Brass (เดี่ยว เครื่องเป่าลมทองเหลือง) (รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี,รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีและรุ่นไม่จำกัดอายุ)  1.3 Solo Percusion (เดี่ยว เครื่องกระทบ)( รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี, รุ่นไม่จำกัดอายุ) 

2. Small Ensemble (ประเภททีมขนาดเล็ก 2-9 คน) สามารถรวมเครื่องดนตรีได้ทุกประเภท แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนด แบ่งเป็น 3 รุ่นอายุ (รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นไม่จำกัดอายุ)

3. Large Ensemble (ประเภททีมขนาดเล็ก 10-19 คน) สามารถรวมเครื่องดนตรีได้ทุกประเภท แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนด แบ่งเป็น 3 รุ่นอายุ (รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี, รุ่นไม่จำกัดอายุ)

4. Concert Marching Art (ยืนบรรเลงประกอบท่าทางและนักแสดงประกอบ) สามารถรวมเครื่องดนตรีได้ทุกประเภท แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนด แบ่งเป็น 2 รุ่นอายุ (รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, รุ่นไม่จำกัดอายุ)

5.Street Parade (ประเภทเดินแถว) สามารถรวมเครื่องดนตรีได้ทุกประเภท แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนด แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทละ 3 รุ่นอายุ

5.1Street Parade ขนาดผู้เข้าประกวดไม่เกิน 24 คน (รุ่นไม่เกินชั้นประถมศึกษาปีที่ 6, รุ่นไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และรุ่นไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6)  5.2Street Parade ขนาดผู้เข้าประกวด 24 คนขึ้นไป (รุ่นไม่เกินชั้นประถมศึกษาปีที่ 6, รุ่นไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และรุ่นไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6)

เตรียมตัวให้พร้อม …”ราตรีจันประดับมุก” 4 กุมภาพันธ์นี้

ชมรมคนรักเพลงและลีลาศ ร่วมกับ Katathani Collection, Beyond Hotels and Resorts By Kata Group , Seabed Grand Hotel Phuket, สโมสรโรตารี่จังหวัดภูเก็ต สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต และสมาคมชาวเหนือภูเก็ต-อันดามัน ร่วมแถลงข่าวจัดงาน “ราตรีจันประดับมุก”  ครั้งที่ 3

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 บริเวณลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต  นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานการจัดงานราตรีจันประดับมุก ครั้งที่ 3  พร้อมด้วยนายชัยสิทธิ์ ขอศานติวิชัย รองประธานชมรมคนรักเพลงและสีลาศ, นางสาวกรรณิกา หนูสุภาษิต  นายกสโมสรโรตารีภูเก็ต, นางศึกษาวดี จันชู  นายก สธวท.ภูเก็ต , นางศุภางค์พรรณ องค์สรณะคม มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร แลนางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ กรรมการจัดงาน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ราตรี จันประดับมุก” ครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้   ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่)

สำหรับการจัดงาน “ราตรีจันประดับมุก ครั้งที่ 3” จัดโดยชมรมคนรักเพลงและลีลาศ ร่วมกับ Katathani Collection, Beyond Hotels and Resorts By Kata Group , Seabed Grand Hotel Phuket,  สโมสรโรตารี่จังหวัดภูเก็ต,  สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต และสมาคมชาวเหนือภูเก็ต-อันดามัน เพื่อมอบความสุข การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตแจ่มใสร่าเริงเบิกบาน และความรักความสามัคคีแก่ชาวภูเก็ต โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่องค์กรที่สนับสนุนการกุศล หรือหน่วยงานที่ทำประโยชน์ ช่วยเหลือผู้คนในสังคม และชุมชนต่อไป

ภายในงานจะได้พบกับคอมเมนเตเตอร์ชื่อดัง “ป้าเม้า สุดา ชื่นบาน”  ณ เวที THE  Golden Song นักร้องแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส คุณนกจริยา แอนโฟเน่ นักแสดง นักร้อง ผู้จัดละคร และผู้กำกับชื่อดัง นอกจากจะมาให้ความสุขทางเสียงเพลงแล้ว ยังมาเป็นคอมเมนเตเตอร์ ในการประกวดชิงชนะเลิศ เข้ารอบสุดท้าย 12 คนของชมรมคนรักเพลง และลีลาศอีกด้วย  โอกาสนี้ยังจะได้รับฟังเสียงเพลงอันไพเราะ ของนักร้องกิตติมาศักดิ์รับเชิญ ชมการแสดงแบบผ้าไทยในธีมคอนเซ็บ ผ้าไทยใส่สนุก จากเหล่านางแบบกิตติมศักดิ์ ตลอดจนรับฟังเพลงจากเหล่านักร้องประสานเสียง และวงปล่อยแก่ ที่รวมตัวกันมางานนี้โดยเฉพาะ

สุดท้ายที่พลาดไม่ได้ คือ ชมรมคนรักเพลงและลีลาศ จัดเต็มทั้งนักร้อง และนักเต้นลีลาศของชมรมฯ พร้อมวงดนตรี วงใหญ่ THE ANDAMAN BAND ควบคุมวงโดย นายชัยสิทธิ์ ขอศานติวิชัย ซึ่งจะมาให้ความบันเทิงตลอดทั้งงาน ร่วมกับนักร้องแผ่นเสียงทองคำ คุณร่งฤดี แพ่งผ่องใส, คุณสุดา ชื่นบาน และคุณนก จริยา แอนโฟเน่  โดยมีอาหารประจำถิ่นพื้นเมืองภูเก็ต มาให้บริการฟรีอย่างเป็นกันเอง

สำหรับบัตรเข้าชมงาน มี 2  ราคา คือ  ราคา 1,000 บาท และ 1,500 บาท โดยผู้ร่วมงานมีโอกาสได้ร่วมลุ้นรางวัลมากมาย เช่น ห้องพักโรงแรมเดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี จังหวัดเชียงราย รวมอาหารเช้า, บัตรเข้าชมบียอน สกายวอลล์ นางชี รวมอาหาร 1 มื้อ เป็นต้น

ขอเชิญชวนทุกท่านอย่าพลาดโอกาสนี้  เพราะงานนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษจริงๆ ให้กับจังหวัดภูเก็ต บัตรเข้างานสามารถติดต่อและหาซื้อได้ที่นางสุภางค์พรรณ  องค์สรณะคม  หมายเลขโทรศัพท์  08 1272 8282 และที่นางจุฬาลักษณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 06 2924 6294

ทต.วิชิต ร่วมรพ.วชิระภูเก็ต เปิดรับบริจาคโลหิต โดยรถบริจาคโลหิตเคลื่อนที่

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ที่อาคารตะเภาใหญ่ สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต คณะบริหาร ร่วมให้กำลังใจ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต พนักงานเทศบาล และประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิต ที่ร่วมบริจาคโลหิต โดยรถบริจาคโลหิตเคลื่อนที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทั้งนี้ ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคโลหิต สามารถดูตารางสถานที่ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ประจำเดือนมกราคม 2567 ได้ที่ Facebook Fanpage ธนาคารเลือด รพ.วชิระภูเก็ต

“การบริจาคโลหิต” คือ การสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโลหิต เพราะร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายจะใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ทุก ๓ เดือน เมื่อบริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทน

ทำให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการในการบริจาคโลหิตตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเลือกเจาะโลหิตที่เส้นโลหิตดำบริเวณแขน แล้วเก็บโลหิตบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ 350-450 มิลลิลิตร (ซี.ซี.) ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค

การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น และยังไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ผู้ป่วยต้องการโลหิตทุกวินาที รวมทั้งผู้ที่บริจาคโลหิต จะได้ทราบข้อมูลสุขภาพของตัวเอง ได้ทราบระบบหมู่โลหิต ทั้งระบบ ABO และ Rh อีกทั้งได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และทำให้มีความสุข ส่งผลให้สุขภาพดีอีกด้วย