“เบ๋ง วรรณยุทธิ์ สุทธิกุล” ผู้สมัครนายกฯ กะทู้ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายพัฒนา “ในทู” นำความรู้ –ประสบการณ์สานต่อ ต่อยอด สร้างงานใหม่ เพื่อกะทู้

โค้งสุดท้ายสำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 มกราคม 2567 บริเวณลานหน้าร้านกระท่อมชาบู ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวรรณยุทธิ์ สุทธิกุล หรือ โกเบ๋ง” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ หมายเลข 2 ทีมรักษ์กะทู้ ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อนำเสนอนโยบายการทำงานหากได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ โดยได้รับบความสนใจจากผู้ให้การสนับสนับสนุนมาร่วมรับฟังจำนวนมาก

นายวรรณยุทธิ์ กล่าวว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ด้วยมีความตั้งมั่นและตั้งใจในการอาสาเข้ามาเพื่อพัฒนาเมืองกะทู้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 15 ปี ทีมรักษ์กะทู้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารเมืองกะทู้ โดยได้ดูแลพี่น้องชาวเมืองกะทู้ที่เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน ให้ความสำคัญตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากเมืองเล็กๆ สู่เมืองสมัยใหม่อย่างยั่งยืน จึงพร้อมเดินหน้าพัฒนาเมืองกะทู้ โดยจะนำความรู้-ประสบการณ์สานต่อ ต่อยอด สร้างงานใหม่ เพื่อกะทู้ สู่เมืองสมัยใหม่อย่างยั่งยืน

สำหรับนโยบายที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่นโยบายด้านการศึกษา ซึ่งเน้นการศึกษาสมัยใหม่ สร้างมาตรฐานการศึกษาและทักษะชีวิตให้เด็กกะทู้ ได้เรียนใกล้บ้าน พร้อมทั้งจัดให้มีการสอนสามภาษาและเปิดโปรแกรมภาคภาษาอังกฤษ รองรับการเป็นเมืองนานาชาติของภูเก็ต รวมทั้งเปิดเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะปัจจุบันมีถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้ว

นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสทางปัญญา โดยทำ MOU เพื่อให้ได้เรียนกับอาจารย์มหาวิทยาลัยและสถาบันต่างประเทศ มุ่งเน้นการสอนอาชีพที่นักเรียนสนใจ เพื่อต่อยอดสู่อาชีพที่มั่นคง นำรายได้ สู่ครอบครัว (อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน)สร้างฝันด้วยกีฬา สามารถต่อยอดไปสู่นักกีฬามืออาชีพทุกประเภทที่อยากเป็น

ส่วนด้านสุขภาพ ภายใต้แนวคิดว่า สุขภาพดี ต้องมาก่อน สร้างก่อนซ่อม เพื่อชาวเมืองกะทู้ แข็งแรง โดยผลที่ผ่านมาภายใต้การบริหารงานของทีมรักษ์กะทู้ ได้มีการสร้างสนามกีฬามาตรฐานสากล เพื่อให้คนกะทู้ได้ออกกำลังกายใกล้บ้าน, สร้างมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ ให้ศูนย์บริการสาธารณสุข รักษาโรค ตรวจสุขภาพ และบริการทำฟัน โดยแพทย์ มี Application จัดส่งยาถึงบ้าน เพิ่มสถานที่ออกกำลังกายเพื่อคนกะทู้ Sport For All สร้างสุขภาพด้วยกีฬา ให้กับคนทุกวัย สร้างนักกีฬามืออาชีพ ด้วยการเปิดสอนกีฬาโดยโค้ชชั้นนำ ตลอดจนจัดสร้างศูนย์ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

ด้านความปลอดภัย จะมีการนำนวัตกรรมความปลอดภัยมาใช้คู่กับเมืองสมัยใหม่อย่างยั่งยืน โดยผลงานและการพัฒนาที่ผ่านมา คือ มีไฟฟ้าสาธารณะ – ไฟเสาไฮแมส ซึ่งต้องสว่างและต้องติด หากขัดข้องพร้อมเข้าแก้ไขทันที กรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ มีรถพยาบาลพร้อมเข้าช่วยเหลือทันที มีการสร้างมาตรฐานระบบสาธารณูปโภค ถนนทุกสายสร้างความปลอดภัย และจะมีการติดตั้งเสาไฮแมสบนถนนสายหลัก เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และมาตรฐานเมืองอัจฉริยะที่ทันสมัย สร้างมาตรฐานปลอดภัยด้วย CCTV

ส่วนทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมวัฒนธรรม จะนำต้นทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เศรษฐกิจสมัยใหม่สู่เมืองที่มีชีวิตชีวา พร้อมสานต่อ ต่อยอด สร้างงาน จัดทำลานคนเมืองกะทู้ สำหรับชาวเมืองทุกวัย รวมทั้งเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนออนไลน์ เพื่อนำสู่เมืองเศรษฐกิจทันสมัย นอกจากนี้จะทำการสืบสานทุกประเพณีท้องถิ่น ผลักดันให้เป็นเมืองต้นแบบวัฒนธรรมภูเก็ต มีการสร้างอาชีพสมัยใหม่ เพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชน Soft Power และสร้างท่องเที่ยววิถีในทู ต้นแบบวิถีภูเก็ต Application การท่องเที่ยวเมืองกะทู้ ภายใต้สโลแกน “เที่ยวเมืองกะทู้ เที่ยวได้ตลอดปี” ตลอดจนพัฒนาโรงเหล้ากะทู้ สู่ศูนย์วัฒนธรรมเมืองกะทู้ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยเสริมสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเพื่อเศรษฐกิจที่มั่นคง

ขณะที่ในด้านสิ่งแวดล้อม มุ้งเน้นการเป็นเมืองสมัยใหม่ สร้างเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยมุ่งเน้น สานต่อ ต่อยอด สร้างงาน ตามโครงการต่างๆ ได้แก่ การสร้างและปรับภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม มีถนนสวย ดีและปลอดภัยมีสวนสาธารณะใกล้บ้าน มีการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ตามหลักการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ตลอดจนสร้างพื้นที่สีเขียว และพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สุดท้ายด้านการบริหารจัดการ จะนำกะทู้ไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริย- สมัยใหม่ ก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมพัฒนา ระบบฟรี WIFI App Kathu Fast และจบการบริการทุกอย่างใน App เดียว หรือ One Stop Service & One Stop Application

นายวรรณยุทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ทีมรักษ์กะทู้ ไม่เคยท้อถอยในการทำงานเพื่อพัฒนาเมืองกะทู้ เพื่อนำไปสู่เมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ชาวเมืองกะทู้มีความสุขอย่างแท้จริง และด้วยปัจจุบันโลกกว้างไกล จึงมุ่งสร้าง กะทู้ เมืองสมัยใหม่อย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และจะอยาเคียงคู่ ชาวกะทู้ ทุกคน

สำหรับผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้แทนตำแหน่งที่ว่างครั้งนี้ มีผู้สนใจลงสมัคร จำนวน 3 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายนิพนธ์ บำรุงถิ่น หมายเลข 2 นายวรรณยุทธิ์ สุทธิกุล และหมายเลข 3 นางผัลย์ศุภา โชติรัศมีชัยทั้งนี้ขอเชิญชวนชาวกะทู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม 2567 ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อปรากฎอยู่ ตั้งแต่เวลา 08.00 น – 17.00 น.

default

ข่าวประชาสัมพันธ์สถานีตำรวตภูธรกะทู้

ด้วยจะมีการจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันที่ 14 มกราคม 2567 เวลา 08.00 – 17.00 น ตามกฎหมายการเลือกตั้งนั้น จะต้องให้งด จำหน่าย จ่าย แจก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่ตำบลกะทู้ ในห้วงวันที่ 13 มกราคม 2567 แต่เวลา 18.00 น. ถึง วันที่ 14 มกราคม 2567 เวลา 18.00 น.นั้น

สถานีตำรวจภูธรกะทู้ จึงเรียนเจ้าของหรือผู้จัดการร้านค้า สถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ให้งดจำหน่ายสุราในวันดังกล่าว

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียนต่างๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2567

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าเยี่ยมชมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อให้น้องๆ ได้เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต

อมร ภูเก็ตเพิร์ลร่วมสนับสนุนกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 2567

นางสาวรัตติกรณ์  อินทรเจริญ กรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ต เพิร์ล กรุ๊ป  (อมร ภูเก็ตเพิร์ล) ส่งมอบจักรยาน อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ให้กับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว เพื่อนำไปเป็นของขวัญ หรือของรางวัล ให้กับน้องๆ เด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจัดขี้นโดยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้วร่วมกับโรงเรียนบ้านสะปำ (มงคลวิทยา) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่สนามกีฬาโรงเรียนบ้าสะปำ (มงคลวิทยา)

เทศบาลตำบลวิชิตให้ข้อมูลในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ อปท.

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลวิชิต นำโดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาลตำบลวิชิต เข้าร่วมการประชุมชี้แจงคณะทำงานโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และที่ปรึกษาจากหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บรรยายเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมของเทศบาลตำบลวิชิต ในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่อไป

เปิดฉาก “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์” บูมท่องเที่ยวทะเลไทย

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ที่รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ภูเก็ต นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ มหกรรมการแสดงเรือยอช์ทลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ จัดอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 14 มกราคม 2567 โดยเปิดให้เข้าชมฟรี คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 6,000 คน ซึ่งรวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก High Net Worth Individual (HNWI) กว่า 3,000 คนจากทั่วโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเลของไทยในปี 2567 นี้และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในปีนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐ พร้อมได้รับเกียรติจาก นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ และกล่าวถึงความสำคัญของการจัดงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ รวมถึงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวในฐานะกลไกที่ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาฟื้นตัว พร้อมกล่าวขอบคุณผู้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่ทำให้ภูเก็ตและประเทศไทยได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก

จากความสำเร็จของไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ ในครั้งแรก ทำให้การจัดงานในปีนี้ได้มีการขยายพื้นที่จัดงานให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเรือยอช์ทที่นำมาจัดแสดงในน้ำประกอบไปด้วยเรือใบและเรือยอช์ทที่มีมูลค่ารวมกันหลายพันล้านบาท เริ่มตั้งแต่ราคาย่อมเยาไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ไปจนถึงเรือซูเปอร์ยอช์ทที่มีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเรือยอช์ทแบบเช่าเหมาลำ รวมถึงเรือซูเปอร์ยอช์ท M/Y Silentworld ขนาด 40 เมตร ซึ่งจัดแสดงโดย ISEO Yachting จากฮ่องกง และ TJB Superyachts จากลอนดอน

นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการว่า ภูเก็ตได้พัฒนากลยุทธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของภูเก็ตให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวทางทะเลและความสำคัญของการจัดงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ ว่าเป็นการช่วยให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง

นายเดวิด เฮย์ส ซีอีโอ บริษัท JAND Events และผู้จัดงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่ได้ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกสู่งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ ซึ่งเป็นงานจัดแสดงเรือยอช์ทที่ใหญ่ที่สุด ผู้เข้าชมงานจะได้เพลิดเพลินกับการชมเรือยอช์ทหลากหลายประเภทที่นำมาจัดแสดงในน้ำ จากแบรนด์เรือหรูและบริษัทชั้นนำที่นำเรือมาร่วมจัดแสดงบนชายฝั่ง รวมถึงกิจกรรมอีกมากมายจัดเต็มตลอดทั้งสี่วัน โดยงานในครั้งนี้ออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้รับประสบการณ์ที่สนุกสนาน และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน และเป็นพื้นที่ในการขับเคลื่อนธุรกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย”

นอกจากการจัดแสดงสินค้าภายในงานแล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถเพลิดเพลินกับร้านอาหารอร่อยตลอดทางเดินริมน้ำภายใน รอยัล ภูเก็ต มารีน่า รวมไปถึงความบันเทิงและกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นในช่วงเย็นของทุกวัน และในวันเด็กจะมีกิจกรรมสนุกๆ สำหรับครอบครัวให้ทุกคนได้ทำร่วมกันในช่วงกลางวันอีกด้วย

และในปีนี้ได้มีการจัดประชุม Thailand Yachting Conference เป็นครั้งแรกในวันที่ 10 มกราคม ซึ่งจัดขึ้นก่อนงานหนึ่งวัน มีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเดินทางมาร่วมการประชุม นอกจากนี้ยังมีงานกาล่าดินเนอร์และประกาศรางวัล Robb Report Thailand Best Of The Best Yachting Awards ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับอุตสาหกรรมเรือยอช์ท

งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 มกราคม 2567 ณ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ตั้งแต่เวลา 13:00 น. – 20:00 น. (วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2567 จะปิดการเข้าชมเวลา 19:00 น.) เปิดให้เข้าชมฟรี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thailandinternationalboatshow.com

เทศบาลตำบลวิชิตจัดประชุมคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลตำบลวิชิต ครั้งที่ 1/2567

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมอาคารตะเภาใหญ่ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งจัดโดยกองสวัสดิการสังคม  โดยมีคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการชุมชนในเขตตำบลวิชิต จำนวน 18 ชุมชน เข้าร่วม

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลตำบลวิชิตในครั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ.2564 และแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 โดยได้ดำเนินการคัดเลือกประธานชุมชน รองประธานชุมชน และเหรัญญิก ในการจัดตั้งคณะทำงานของคณะกรรมการชุมชนที่มีความหลากหลายและครอบคลุมเหมาะสมตามบริบทของแต่ละชุมชน เพื่อดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ของแต่ละชุมชนต่อไป

“ราชภัฏแฟร์” มหกรรมสินค้า OTOP และนวัตกรรมทางการศึกษา 19 – 28 มกราคม 2567

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 บริเวณลานศูนย์ประชุม(ฝั่งขุมน้ำ) มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ดร.มานพ ชาชิโย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับ ดร.บุญศุภภะ ตัณทัยย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ดร.วิภาพรรณ คูสุวรรณ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (คสม.), นายพงศ์สวัส ยอดสุรางค์ ประธานบริษัทโอทอปเพื่อสังคม จำกัด, นายอานุภาพ เวชวนิชสนอง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และนายวิโรจน์ คงสำราญ กรรมการสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “ราชภัฏแฟร์”ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 19 – 28 มกราคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อจัดหารายได้เป็นทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งมีการนำเสนอผลงานวิชาการและผลงานพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการออกบูธจำหน่ายสินค้า OTOP ทั่วไทย งานนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สวนสนุกและกิจกรรมพฤกษาพาโชค  นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวการจัดกิจกรรมแรลลี่คาราวานน้อง-พี่ไข่มุกข์อันดามัน 2567 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2567

ดร.มานพ ชาชิโย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า ราชภัฏแฟร์ นับเป็นงานใหญ่รับต้นปี 2567 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ที่ผสานการนำเสนอความโดดเด่นของงานวิชาการ และผลงานพัฒนาท้องถิ่นอันดามันโดยอาจารย์และนักศึกษา เข้ากับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบมหกรรมงาน OTOP คาดหมายว่าจะมีประชาชน ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง  ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวงานราชภัฏแฟร์เป็นจำนวนมาก

“การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นกลยุทธ์ที่ทีมบริหารตั้งใจเปิดมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน และเลือกสรรกิจกรรมที่เข้าถึงและตรงใจกับความต้องการของคนภูเก็ต ภายใต้การดำเนินงานของคสม. และเครือข่ายที่มีศักยภาพ” ดร.มานพกล่าว

ขณะที่ ดร.บุญศุภภะ ตัณทัยย์ รองอธิการบดีฯ ในนามของผู้จัดกิจกรรมราชภัฏแฟร์และหน่วยงานที่มีส่วนในการพัฒนามหาวิทยาลัยในหลากหลายมิติ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ไฮไลท์ของงานราชภัฎแฟร์ คือการออกบูธจำหน่ายสินค้า OTOP เจ้าดังจากทั่วประเทศ โดยบริษัท OTOP ไทยเพื่อสังคม ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดงานระดับประเทศมากมาย โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 210 บูธ รวมถึงมีการนำเสนอผลงานวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่นออกสู่สายตาประชาชน

ทั้งกิจกรรม Workshop การแข่งขัน นิทรรศการและการจัดแสดงที่โดดเด่น อาทิ เทคโนโลยี AI เพื่อการศึกษา การจัดการ Smart Farmer หลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวและบริการการนำเสนอเทคโนโลยีทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการเกษตรที่ทันสมัย ผลงานที่ยกระดับคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ รวมถึงผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้พบกับยนตกรรมมอเตอร์โชว์ กิจกรรมการแสดง และร่วมลุ้นสนุกชิงของรางวัลมากมาย

ทางด้าน ดร.วิภาพรรณ คูสุวรรณ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (คสม.) กล่าวว่า คสม.มีภารกิจหลักในการส่งเสริมให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา นอกจากนั้น คสม.ยังมีหน้าที่ในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างมหาวิทยาลัยกับประชาชน จึงเป็นที่มาของการจัดงานราชภัฏแฟร์ขึ้น

เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานและความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยฯ ออกสู่สายตาประชาชน อีกทั้งช่วยขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยผ่านกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมในอนาคตและที่สำคัญมากที่สุดคือจัดหารายได้เป็นทุนการศึกษาต่อโอกาสให้นักศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป ดังนั้นผู้ที่มาเที่ยวงานราชภัฎแฟร์นอกจากจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมในงาน ยังได้ทำบุญส่งต่อโอกาสทางการศึกษาได้อีกด้วย

นายพงศ์สวัส ยอดสุรางค์ ประธานบริษัทโอทอปเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมจะมาจากทั่วประเทศ รวมประมาณ 210 บูธ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโอทอปที่มีชื่อเสียง มีทั้งอัญมณี ของตกแต่ง ผลิตภัณฑ์จากไม้ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่ม  ตลอดจนสินค้าอื่น

มหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม FTI GREEN FAIR 2024

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุม บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ( PKCD ) นางสาวเชิญพร กาญจนสายะ ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมกับนายชริน ธำรงเกียรติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และนายมนต์ทวี หงษ์หยก รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่องาน  FTI GREEN FAIR 2024

ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน และบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25-28 มกราคม 2567 ที่ห้างโรบินสัน ฉลอง ภูเก็ต โอกาสนี้ภายหลังการแถลงข่าว ได้มีกิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้ และแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันงาน เกี่ยวกับแผนการเป็นเมือง Carbon Neutrality ของจังหวัดภูเก็ตด้วย

สำหรับการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม FTI GREEN FAIR 2024 มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การแนะนำนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการรับรู้เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวและรถยนต์ไฟฟ้า และนำเสนอเทคโนโลยียั่งยืนให้เข้าถึงได้ง่าย พร้อมกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังต่อยอดธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมกับการเป็น Carbon Neutrality ของจังหวัดภูเก็ตให้เร็วยิ่งขึ้น

โดยภายในงานจะเป็นการนำเสนอนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าแผงโซลาร์เซลล์ และนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ โดยเน้นการใช้พลังงานสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเริ่มรับรู้และเข้าใจการใช้พลังงานในการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดให้มีมากยิ่งขึ้น

พรทิทย์ภูเก็ต ต้อนรับเจ้าหน้าที่อย. ตรวจเยี่ยมตามโครงการ “อย. Quality Awards 2024”

นายวิชัย สายวารี พร้อมด้วย นางสาวจีรยา ขุนอำไพ คณะผู้บริหารฝ่ายโรงงาน และฝ่ายประกันคุณภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท พรทิพย์(ภูเก็ต) ให้การต้อนรับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อย. จังหวัดภูเก็ต ที่แวะเยี่ยมชมสินค้าและส่งเสริมในการเข้าร่วม โครงการ “อย. Quality Awards 2024” เพื่อรักษาคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน มีธรรมาภิบาล และรับผิดชอบต่อสังคม อย่างมีคุณภาพต่อไป