อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน ถลางวิทยา ภูเก็ต

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณด้านหน้า อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียน ถลางวิทยา ภูเก็ต เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต โดยน้องๆ นักเรียนทุกคน จะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆ ฟรี

อควาเรียภูเก็ตพร้อมต้อนรับน้องๆ นักเรียนจากทั่วทุกแห่งทั่วประเทศที่สนใจมาทัศนศึกษานอกห้องเรียน พร้อมเปิดประสบการณ์ที่ประทับใจ โทรสอบถาม 076-629800 ต่อ 703 มือถือ 088-9081635

Welcome students from Thalang Wittaya school with all students and teachers to visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

#AquariaPhuket #Aquarium #ทัศนศึกษา #อควาเรียภูเก็ต #Phuket #School #โรงเรียน

Line@ : @aquariaphuket IG : aquaria.phuket TilTok : Aquariaphuket Twitter : Aquaria Phuket

พบวาฬหลังค่อม ครั้งที่ 2 ในน่านน้ำไทย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากคุณเจริญ ชนะพล ซึ่งเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวออกจากจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ว่าพบวาฬขนาดใหญ่ ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นจากสัตวแพทย์หญิงราชาวดี จันทรา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ว่า เป็นชนิดวาฬหลังค่อม (Humpback whale; Megaptera novaeangliae)

สำหรับ วาฬหลังค่อม (Humpback whale; Megaptera novaeangliae) เป็นวาฬซี่กรองขนาดกลาง ลำตัวสีดำ ปลายครีบข้างและท้องมีสีขาว โตเต็มที่มีความยาว 11 – 17 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 ตัน ลูกแรกเกิดยาว ประมาณ 4 เมตร หนัก 680 กิโลกรัม ร่องใต้คางจำนวน 12 – 36 ร่อง ซี่กรองมีสีดำหรือสีเขียวมะกอก จำนวน 270 – 400 ซี่ ลักษณะเด่นประจำสายพันธุ์ มีปุ่มกลมที่ส่วนหัว มีครีบข้างยาวถึง 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว มีสันหยักเป็นลอนคล้ายฟันเลื่อย จากครีบหลังไปถึงโคนหาง ครีบหลังอยู่ค่อนไปทางหาง ฐานครีบข้างกว้างเป็นโหนก ครีบหลังสั้นหนาแต่ละตัวมีลักษณะแตกต่างกัน อาหารของวาฬหลังค่อม คือ ฝูงปลาขนาดเล็ก เคย ปู หมึก และโคพิพอด

โดย วาฬหลังค่อม ถูกพบเห็นในน่านน้ำไทยครั้งแรกเมื่อปี 2552 ที่อ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต โดยมีภาพถ่ายยืนยันจากนักท่องเที่ยวเพียงภาพเดียวเท่านั้น และพบเห็นในครั้งนี้เป็นรายงานการพบเห็นครั้งที่สอง ซึ่งหากใครพบเห็น ขอความอนุเคราะห์เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็วเร็วเรือให้ต่ำกว่า 7 น็อต ในรัศมี 400 เมตร จากตัววาฬ และใช้ความเร็วเรือไม่เกิน 4 น็อต ในรัศมี 100 – 300 เมตร จากวาฬ ไม่ควรเข้าใกล้เกิน 100 เมตร

หรือหากวาฬว่ายเข้าใกล้เรือ ให้หยุดเรือ ไม่เปลี่ยนทิศทาง และความเร็วเรืออย่างกะทันหัน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อวาฬ ไม่แนะนำให้ว่ายน้ำหรือลงเล่นน้ำกับวาฬ ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บหรือถึงขึ้นเสียชีวิต รวมทั้งอาจจะติดเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน และคนสู่สัตว์ และไม่ควรให้อาหารแก่วาฬในธรรมชาติ

ใครที่พบเห็นสามารถแจ้งการพบเห็นได้ที่ สายด่วนกรมทะเลและชายฝั่ง 1362 หรือทางเพจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ตลอด

ขอบคุณข้อมมูลจากกรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง

เจ้าของภาพ/วิดีโอ วาฬหลังค่อม : คุณเจริญ ชนะพล

เทศบาลตำบลวิชิตรับการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ให้การต้อนรับ ทีมประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment : LPA) ประจำปี 2566

โดยมีนายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายศิริชัย ปะณะรักษ์ รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลวิชิต ร่วมให้ข้อมูลต่อทีมประเมินฯ

ที่นำโดยนางสาวทานิดา ศิลปะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมาย ระเบียบและเรื่องร้องทุกข์ และทีมประเมิน ประกอบด้วยนายบุญมี หาทรัพย์ นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ และนายนพฤทธิ์ ขวัญสุรัตน์ นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปฏิบัติการ ร่วมการตรวจประเมินฯ

พาณิชย์ภูเก็ตเตรียมจัดงาน “แพรพรรณ & อัญมณี ภาคใต้” PEARL SOUTHERN JEWELRY FAIR 2023

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ที่ห้องประชุมชั้น 4 บริษัทภูเก็ตเพิร์ล อินดัสทรี จำกัด นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอมร อินทรเจริญ ประธานบริษัท ภูเก็ตเพิร์ล อินดัสทรี จำกัด, นายสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต, ดร.ขวัญณพัทสร ชาญทะเล กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด และตัวแทนประมงจังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอัญมณี เครื่องประดับแห่งท้องทะเลใต้ “แพรพรรณ & อัญมณี ภาคใต้” PEARL SOUTHERN JEWELRY FAIR 2023 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า

นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ มีภารกิจหลักในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ ทั้งการพัฒนาและเพิ่มทักษะผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ในทุกระดับ ให้สอดคล้องกับพื้นที่ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต แนวคิด ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดมูลค่าทางการค้าและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับภาคใต้มีความหลากหลายทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ผสมผสานกับวัฒนธรรมทั้งด้านการใช้ภาษา อาหารการกิน เครื่องประดับ และการแต่งกาย ที่มีความหลากหลายทางด้าน เชื้อชาติ ผสมผสานกับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของคนใต้ที่มีมาอย่างยาวนาน บ่งบอกได้ถึงค่านิยมในการแต่งกายทั้งด้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

ดังนั้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้ (ยกเว้น จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) กระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพหลัก ในการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอัญมณี เครื่องประดับแห่งท้องทะเลใต้ ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จึงกำหนดจะจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอัญมณี เครื่องประดับแห่งท้องทะเลใต้ ชื่องาน “แพรพรรณ & อัญมณี ภาคใต้” ขึ้นดังกล่าว

พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่า งานแพรพรรณ & อัญมณี ภาคใต้ 2023 เป็นการเพิ่มช่องทางและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับภาคใต้ พร้อมกับเป็นการสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มจังหวัดภาคใต้และกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับรายได้ของผู้ประกอบการสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภาคใต้

อย่างไรก็ตามภายในงานจะมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น ได้แก่ สินค้าเครื่องประดับ สินค้าจิวเวลรี่ ผลิตภัณฑ์ผ้า และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าเครื่องประดับ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จำนวน 11 จังหวัด (ยกเว้น ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)  เข้าร่วมจำนวน 50 บูธ

วช. หนุน วว. ส่งเสริมผลิต “ดอกไม้กินได้” พร้อมผลักดันใช้ประโยชน์จากพรรณไม้พื้นถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 ห้องประชุม Plaza I โรงแรม Deevana Plaza Phuket จังหวัดภูเก็ต ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน “Floral Delights: Edible Flower showcase at Andaman” โดยมี ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย นายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายอานุภาพ เวชวานิชสนอง รองนายก อยจ.ภูเก็ต, นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ตลอดจนคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ และผู้สนใจเข้าร่วม

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภค”

เพื่อนำองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านไม้ดอกไม้ประดับ มาถ่ายทอดวิธีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับสำหรับการบริโภคอย่างปลอดภัย ตั้งแต่กระบวนการผลิตในระบบเกษตรปลอดภัย การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มผู้ประกอบการคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ผ่านการจัดงาน “Floral Delights: Edible Flower showcase at Andaman”

กิจกรรมภายในงาน ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้ประโยชน์จากดอกไม้ให้แก่ผู้ประกอบการ เกษตรกร รวมถึงผู้สนใจ ที่จะนำความรู้ไปต่อยอดสำหรับกิจการของตนเอง รวมทั้งได้นำผลงานวิจัยในโครงการฯ มาร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยจากโครงการการรวบรวมและการประเมินศักยภาพกระทือและดาหลาต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงการจัดดอกไม้ และการสาธิตการใช้ดอกไม้ในการทำอาหารว่างและตกแต่งบนโต๊ะอาหาร รวมทั้งการรังสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ด้วยวัตถุดิบหลักจากดอกไม้กินได้ จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ตลอดจนร่วมจัดแสดงพรรณไม้พื้นถิ่นและพรรณไม้เศรษฐกิจ อาทิ ดอกดาหลา กระทือ เบญจมาศ เป็นต้น

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภค” ให้แก่ วว. ในการส่งเสริมระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัย (GAP) ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น การบริโภคดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ทั้งนี้ วช. ได้คำนึกถึงผู้บริโภคที่จะนำดอกไม้ไปใช้เพื่อการบริโภคจะต้องมีมาตรฐานปลอดภัย

จึงจำเป็นต้องมีระบบปลูกเลี้ยงที่ปลอดภัยตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ นอกจากนี้การกิจกรรมภายในโครงการยังมีการพัฒนากลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกเลี้ยงให้เข้มแข็ง สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร โดยการส่งผลผลิตสด รวมทั้งแปรรูปผลผลิตสำหรับส่งให้กับร้านอาหารและโรงแรมในพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการบริโภค เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบสู่การเรียนรู้เชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

ขณะที่ ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ได้ส่งเสริมและพัฒนาระบบการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ให้กับเครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย ตลอดจนการขยายผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ไปยังพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยว เช่น ภาคใต้ (จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดอุบลราชธานี) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา และมีธุรกิจโรงแรม ที่มีการใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับในการจัดตกแต่งอาคารสถานที่

รวมทั้งมีการใช้ดอกไม้ ใบไม้ สำหรับจัดตกแต่งจานอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องหอมลูกประคบสำหรับธุรกิจสปา เป็นต้น วว. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้บริโภคจึงศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภค ส่งต่อกระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยวและการแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม อีกทั้งยังส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับ ให้ประสบผลสำเร็จพัฒนาศักยภาพในการผลิต การแข่งขัน ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้สามารถพัฒนาองค์ความรู้ที่ยั่งยืน

เทศบาลตำบลราไวย์ประชุมสภาเพื่อผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลราไวย์ ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลตำบลราไวย์ อ.เมือง ภูเก็ต นายสมชาย ธนารักษ์ ประธานสภาเทศบาลตำบลราไวย์ เป็นประธานประชุมสภาเทศบาลตำบลราไวย์ สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2566 โดยมีนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบราไวย์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวาระที่สำคัญ เป็นเรื่องเสนอพิจารณา หารือญัตติพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ, ญัตติพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ),

การคัดเลือกคณะกรรมการแปรญัตติร่างข้อบัญญัติ, ขออนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และขอความเห็นชอบร่างระเบียบสภาเทศบาลตำบลราไวย?ว่าด้วยการดำเนินการของประชาชนในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน บดินทร์ประชานุกูล จังหวัดกระบี่

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณด้านหน้า อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียน บดินทร์ประชานุกูล จังหวัดกระบี่ เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต โดยน้องๆ นักเรียนทุกคน จะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆ ฟรี

อควาเรียภูเก็ตพร้อมต้อนรับน้องๆ นักเรียนจากทั่วทุกแห่งทั่วประเทศที่สนใจมาทัศนศึกษานอกห้องเรียน พร้อมเปิดประสบการณ์ที่ประทับใจ โทรสอบถาม 076-629800 ต่อ 703 มือถือ 088-9081635

Welcome students from Bordinprachanukul Krabi school with all students and teachers to visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

Line@ : @aquariaphuket IG : aquaria.phuket TilTok : Aquariaphuket Twitter : Aquaria Phuket

ผลการประกวดภาพถ่ายของเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

ประเภทแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต รางวัลชนะเลิศ ชื่อภาพ ปลูกฝัง โดยนายอดุล ปลูกไม้ดี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อภาพ ป่ากลางเมือง โดยนายบันเทิง อาจกล้า

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อภาพ ข้างหน้าเป็นเขา หลังเราเป็นทะเล โดยนายกฤษณพงศ์ รัตนทอง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ชื่อภาพ ปะการังชาดหาดอ่าวยน-เขาขาด โดยนายราเชนทร์ วงษ์เพิก

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ชื่อภาพ ปักหมุด จุดสีเขียว โดยนายภัทริน ถิตย์บุญครอง

รางวัลชมเชย 1 ชื่อภาพ เงาสะท้อนของชีวิต โดยนายกฤษกร กิตติวัฒนวงศ์

รางวัลชมเชย 2 ชื่อภาพ ปะการังเขากวางกับความสวยงามยามอัสดง โดยนายวีระ สรรพอาษา

รางวัลชมเชย 3 ชื่อภาพ กลับบ้านเรา โดยนายวิทวัส วีระสิงห์

ประเภทพิเศษ วิชิต ติดดาว รางวัลชนะเลิศ ชื่อภาพ ทางกลับบ้าน โดยนายกฤษณพงศ์ รัตนทอง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อภาพ พื้นที่ปลอดภัย โดยนายภัทริน ถิตย์บุญครอง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อภาพ ถนนกว้างขวาง โดยนายกฤษกร กิตติวัฒนวงศ์

รางวัลชมเชย 1 ชื่อภาพ สายสะอาด โดยนายสรายุทธ กาญจนสดุ้ง

รางวัลชมเชย 2 ชื่อภาพ ข้ามถนนถูกที่ โดยนายศิริเลิศ ผลสิน

รางวัลชมเชย 3 ชื่อภาพ ทุกชีวิตปลอดภัยในเส้นทาง โดยนายพงศ์ศิริ รักษ์ธรรมกิจ

โครงการสานสัมพันธ์สามัคคีกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2566 ที่เวทีกลางสวนศรีภูวนาถ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสานสัมพันธ์สามัคคีกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดโดยกองสวัสดิการสังคม โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต คณะกรรมชมรมผู้ทรงคุณค่าทางภูมิปัญญา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลวิชิตเข้าร่วม

นายบูรณันต์ ชุมรักษ์ ประธานชมรมผู้ทรงคุณค่าทางภูมิปัญญา เทศบาลตำบลวิชิต สำหรับการจัดโครงการสานสัมพันธ์สามัคคีกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ ในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมกีฬาและนันทนาการให้กับผู้สูงอายุ เป็นการอนุรักษ์กีฬาไทย และกีฬาพื้นบ้าน รวมทั้งสร้างเสริมสุขภาพ ความรัก ความสามัคคีให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันใน 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ โยนบอล ลำเลียงบอล ทอยราว ตีวู๊ดบอล และเก้าอี้วัดดวง สร้างความสุข ความสนุกสนานให้กับผู้สุงอายุเป็นอย่างมาก

นาทีชีวิต ความเร็วคือสิ่งสำคัญ เฮลิคอปเตอร์ ทัพเรือภาคที่ 3 ช่วยส่งผู้ป่วยถึงมือหมอ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 หรือ S – 76B จากหมวดบินเฉพาะกิจ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วยทีมหมอและเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เดินทางไปรับผู้ป่วยอายุ 65 ปี ซึ่งเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จากโรงพยาบาลเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่ต้องการเคลื่อนย้ายไปรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่างเร่งด่วน

ทางโรงพยาบาลเกาะลันตา จึงได้ร้องขอมาทางทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อส่งอากาศยานไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ให้มาถึงมือหมออย่างเร่งด่วน โดยการเดินทางไปรับผู้ป่วยรายดังกล่าวจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ มารักษายัง รพ.วชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จะต้องมีหมอและเจ้าหน้าที่เดินทาวไปด้วย และสามารถส่งผู้ป่วยถึง รพ.วชิระภูเก็ต สำเร็จเรียบร้อย