จังซีลอน ป่าตอง จัด “Jungceylon Happy Mother’s Day”

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต จัดงาน “Jungceylon Happy Mother’s Day” เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอท้องถิ่นที่กำลังจะสูญหายไปให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยจะจัดแสดงขึ้นในระหว่างวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2566 ณ ลานกิจกรรมโซนเดอะเบย์ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

พร้อมรับชมการแสดงดนตรีไทยประยุกต์เทิดพระเกียรติจากวงดนตรีไทย “ดุริยสมัย” และเมื่อช้อปสินค้าภายในศูนย์การค้าจังซีลอนครบ 1,000 บาท สามารถรวมใบเสร็จแล้วนำมาร่วมทำกิจกรรม “สวมชุดไทยเช็คอินกับจังซีลอน” เลือกสวมใส่ชุดไทยที่ชื่นชอบสวยงาม แล้วมาถ่ายภาพจุดเช็คอินที่จังซีลอน ฟรี! (เฉพาะวันที่ 12 ส.ค. 66) ขอเชิญชวนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมงาน “Jungceylon Happy Mother’s Day” และร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/JungceylonFanpage หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 076-600-111

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน บ้านบ่อแสน จังหวัดพังงา

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียน บ้านบ่อแสน จังหวัดพังงา เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต โดยน้องๆ นักเรียนทุกคน จะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆ ฟรี สนใจโทรสอบถาม 076-629800 ต่อ 703 มือถือ 088-9081635

Welcome students from Baan Bor Sean school Phang-nga with all students and teachers to visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

#AquariaPhuket #Aquarium #ทัศนศึกษา #อควาเรียภูเก็ต #Phuket #School #โรงเรียน

Line@ : @aquariaphuket IG : aquaria.phuket TilTok : Aquariaphuket Twitter : Aquaria Phuket

เทศบาลตำบลวิชิตจัดอบรมแกนนำเยาวชนสาธารณสุขพื้นฐานในชุมชน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมแกนนำเยาวชนสาธารณสุขพื้นฐานในชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต ซึ่งมีคณะครู นักเรียน จากวัดเทพนิมิตร เป็นผู้เข้าร่วมการอบรม

โดยมีทีมวิทยากรนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ โดในหัวข้อ การประเมินสภาวะสุขภาพตนเอง, การดูแลสุขอนามัยองค์รวม, การป้องกันและควบคุมโรคอุบัติใหม่, การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสร้างผู้นำเยาวชนในการให้มีความรู้เจตคติ และทักษะทางด้านสุขภาพที่ถูกต้องเป็นประโยชน์ มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนได้ต่อไป

ท่าอากาศภูเก็ตติวเข้มเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทางทะเล

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง) นางกัลยรัตน์ สุทธิพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต สายสนับสนุนธุรกิจ (รภก.(สธ.)) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การกู้ภัยทางทะเล ทภก.” ประจำปี 2566 ให้กับพนักงานและลูกจ้างที่มีหน้าที่ปฏิบัติการด้านดับเพลิงและกู้ภัยทางทะเลจำนวน 20 คน

สำหรับการอบรมในครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ วันที่ 7 สิงหาคม 2566 โดยการอบรมจะเป็นภาคทฤษฎีระยะเวลา 2 ชม. จากนั้นก็เป็นการฝึกภาคปฏิบัติ ทั้งในสระน้ำ และการกู้ชีพคนจมน้ำในทะเล โดยมีการจำลองสถานการณ์ช่วยเหลือคนจมน้ำ เป็นระยะเวลา 28 ชม. เพื่อให้พนักงานและลูกจ้างดับเพลิงและกู้ภัยสามารถนำความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกอบรม ไปใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทอท. และผู้ใช้บริการ

เทศบาลตำบลวิชิตอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้นักเรียนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ที่โรงเรียนวิชิตสงคราม ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อให้ความรู้และเพิ่มทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและความพิการของผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ในหัวข้อที่สำคัญต่างๆ

โดยมีทีมวิทยากรจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มาบรรยายให้ความรู้และสาธิตวิธีการปฏิบัติในหัวข้อ ขั้นตอนการแจ้งเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน, ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น, การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และขั้นตอนการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED

สตม.จัดประชุม “ตม.อาเซียน DGICM” ครั้งที่ 26 หาแนวทางปัองกันความรุนแรงด้านความมั่นคงและอาชญากรรมระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ที่ห้องลอยกระทง โรงแรม อังสนา ลากูน่า ภูเก็ต พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานในงานแถลงข่าวผลการประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (DGICM) ครั้งที่ 26 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีพล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผู้บังคับการ ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง ให้เกียรติเข้าร่วมแถลงข่าว

พล.ต.ต. ชูฉัตร  ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า “ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง และหัวหน้าฝ่ายกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (DGICM) ครั้งที่ 26 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการประชุม “DGICM” คือ การประชุมผู้นำระดับอธิบดี หรือ ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าฝ่ายกงสุล ในกลุ่มประเทศอาเซียน 11 ประเทศ รวมประเทศติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียนล่าสุดเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยเริ่มมีการประชุมกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 หมุนเวียนกันเป็นประเทศเจ้าภาพ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและทำข้อตกลงในการร่วมมือกันพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายผ่านแดนของบรรดาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ในเขตภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคใกล้เคียง ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.2545 และปี พ.ศ.2555”

“สำหรับสถานการณ์การผ่านแดนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการอำพรางตัวตนโดยการเปลี่ยนสัญชาติที่หลากหลาย การเคลื่อนย้ายไปฝังตัวยังประเทศหนึ่งเพื่อก่อเหตุให้ส่งผลต่อเป้าหมายในอีกประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และคดีทางการเงิน ดังนั้น หน่วยงานด้านกงสุลและตรวจคนเข้าเมือง จึงต้องผนึกความร่วมมือ ทั้งด้านการข่าว ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย เพื่อให้เกิดกลไกการปฏิบัติร่วมกันอย่างคล่องตัว จึงเป็นที่มาของแนวคิดการประชุมที่ว่า “Building Security, Fostering Collaboration and Sustaining the Future” โดยประเทศที่ร่วมประชุม นอกเหนือจาก กลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 11 ประเทศ ยังมี เลขาธิการอาเซียน ผู้แทนประเทศออสเตรเลีย และประเทศคู่เจรจา +3  ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน”

สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมหารือ DGICM ครั้งที่ 26 เป็นไปตามหัวข้อสารัตถะสำคัญได้แก่

การประชุมอาเซียนว่าด้วยหัวหน้าด่านหลักตรวจคนเข้าเมือง (ASEAN Heads of Major Immigration Checkpoints Forum หรือ AMICF)

การประชุมหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการลักลอบขนคนเข้าเมือง (Heads of Specialist Unit on People Smuggling Meeting – HSU)

การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการข่าวหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ASEAN Immigration Intelligence Forum หรือ AIIF)

นอกจากนั้น ยังมีเวทีการประชุมกับประเทศคู่เจรจาอีก 2 เวที ได้แก่ การประชุม DGICM กับคู่เจรจา ออสเตรเลีย และ การประชุม DGICM กับคู่เจรจา + 3 ได้แก่ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีการประชุมเต็มคณะโดยอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลกระทรวงการต่างประเทศด้วย

“ผลการประชุมหารือในทุกด้าน ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมเป็นต้นมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งด้านสารัตถะซึ่งปรากฏผลความร่วมมือที่เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยมีประเด็นหลักด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การอัพเดทข้อมูลการติดต่อหน่วยงานตลอด 24 ชั่วโมง การศึกษาและนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การยกระดับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยใช้การจัดเก็บและเปรียบเทียบข้อมูลอัตลักษณ์ด้วยภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ (BIOMETRICS) ในระบบงานตรวจเข้าออกราชอาณาจักร การควบคุมการพำนักคนต่างด้าว และการให้บริการคนต่างด้าว โดยใช้ระบบ Online e- Extension

รวมถึงการลงข้อมูลบุคคลต้องห้ามให้เป็นระบบงานที่รองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตอย่างมีเอกภาพ เพื่อการป้องกันการลักลอบผ่านแดนระหว่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ให้เกิดกา ประสานงานปฏิบัติร่วมกันในการสกัดกั้น หรือปราบปรามการจับกุมได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ได้แก่การก่อการร้าย การลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญไว้”

ส่วนด้านการจัดงานในฐานะเจ้าภาพสำหรับปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เลือกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในการจัดงานเพื่อกระตุ้นบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย หลังจากเผชิญเหตุวิกฤติโควิด-19 ซึ่งได้เชิญชวนประชาชนคนไทย และชาวภูเก็ตร่วมเป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติกว่า 500 คน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินแผนรักษาความปลอดภัยและการจราจร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นอกจากนั้น ยังส่งเสริมเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ด้วยการใช้อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ของที่ระลึกจากงานฝีมือท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยอีกด้วย รวมถึงตอบสนองแนวคิดตามมติสหประชาชาติในการลดภาวะมลพิษด้วยธีม Low Carbon meeting  เช่น การใช้วัสดุการประชุมที่รีไซเคิลได้ การใช้จอ LED เป็น Backdrop แทนวัสดุไม้หรือกระดาษ การลดการใช้เอกสาร การใช้ไม้กระถางตบแต่งสถานที่เพื่อการนำมาใช้ประโยชน์หลังประชุม การใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในการประชุม เป็นต้น เพื่อเป็นแบบอย่างการประชุมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด”

การประชุม DGICM ครั้งที่ 26 นับเป็นการประชุมครั้งสำคัญ ที่ผู้นำตรวจคนเข้าเมืองอาเซียนระดับอธิบดี และผู้นำตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงหัวหน้าฝ่ายกงสุลจากประเทศที่มีบทบาทสำคัญวงล้อมรอบอาเซียนในฐานะคู่เจรจาอื่นๆ จะได้มาร่วมประชุมกัน เนื่องด้วยงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นเหมือนประตูบ้านที่คอยสกัดกั้นการเดินทางของบุคคลที่เป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะอาชญากรตั้งแต่ระดับการก่อการร้าย ไปจนถึงระดับมิจฉาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีการขยายตัวเป็นเครือข่ายควบคุมการพัฒนาทางด้านการคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยี เข้าลักษณะอาชญากรข้ามชาติ นี่จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะหารือเพื่อปัองกันการแพร่ขยายความรุนแรงด้านความมั่นคง และอาชญากรรมระหว่างประเทศ ให้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน” กล่าวปิดท้าย

เทศบาลตำบลวิชิต ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน อบจ.ตรัง จังหวัดตรัง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 เทศบาลตำบลวิชิต นำโดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง จังหวัดตรัง นำโดย นางประคิ่น ไชยรุตม์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายสิ่งแวดล้อม อบจ.ตรัง

ในโอกาสเข้าศึกษาภายใต้โครงการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมศึกษาดูงาน ด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 ในประเด็นการบริหารจัดการขยะ ณ ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต โดยได้มีการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้ข้อมูลรายประเด็นที่คณะศึกษาดูงานให้ความสนใจ พร้อมทั้งได้มีการซักถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ

และเดินทางลงพื้นที่ไปยังบริเวณสวนศรีภูวนาถ เพื่อเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต ในการดำเนินงานส่วนต่างๆ อาทิ การทำถ่านกะลาอัดแท่ง การเผาถ่านจากไม้เหลือใช้ การทำอาหารอัดเม็ด การทำน้ำหมักชีวภาพ การหมักปุ๋ย และส่วนอื่นๆ ของพื้นที่อีกด้วย

“กะตะวอล์กกิ้ง สตรีท” Kick off แคมเปญ “12 สิงหา พาแม่ กิน 32 เมนูสตรีทฟู้ดกุ้งมังกรภูเก็ต” ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

เมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม2566 บริเวณ กะตะ วอล์กกิ้ง สตรีท หาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายก้าน ประชุมพรรณ ผู้บริหาร กะตะ วอล์กกิ้ง สตรีท แอท เดอะบีช (Kata Walking Street @The Beach) แถลงข่าวประกาศความสำเร็จของการเปิดให้บริการ “กะตะ วอล์กกิ้ง สตรีท” หรือหลาดกะตะ หลังเปิดให้บริการมาเป็นเวลา 3 เดือน พร้อม Kick off  เเคมเปญ “12 สิงหา พาแม่กิน 32 เมนูสตรีทฟู้ด กุ้งมังกรภูเก็ต”

นายก้าน  กล่าวว่า กะตะวอล์กกิ้ง สตรีท เปิดให้บริการครบ 3 เดือน ในวันที่ 8 เดือน ส.ค.นี้ หรือเดือน 8  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของหาดกะตะ และกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน โดยผลักดันเป็นถนนคนเดิน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เป็นหลาดนัดกลางคืนแนวใหม่ ตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ทั้งมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร รสชาติถูกปาก และบรรยากาศสุดชิล

โดยร้านค้าที่เข้าร่วมมีการนำเสนอเมนูอาหารที่สร้างสรรค์และขึ้นชื่อ อาทิ ผัดไทย ส้มตำ แพนง ข้าวซอย ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น ซึ่งล้วนได้รับการจัดอันดับจากทั่วโลก ตลอดจนเมนูซีฟู้ดขึ้นชื่อ หลาดกลางคืนแห่งนี้ จึงถือเป็นแหล่งรวม สตรีทฟู้ดลุคใหม่ที่คัดมาอย่างดี เพื่อร่วมสร้างการเป็น soft power ด้าน gastronomy ที่สำคัญของภูเก็ต และช่วยเหลือคนตัวเล็ก SME ให้ได้เริ่มต้นอาชีพกันใหม่หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย

ด้วยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นเดือนแห่ง “วันแม่” และจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัด Phuket Lobster Fest 2023 ดังนั้นเพื่อให้กะตะเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวหรือมาพักผ่อนอย่างน้อย 1 คืน   จึงมีการเเคมเปญ “12 สิงหา พาแม่กิน 32 เมนูสตรีทฟู้ดกุ้งมังกรภูเก็ต ที่กะตะวอล์คกิ้ง สตรีท แอท เดอะบีช” เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 – 31 ส.ค. 66 (หยุดวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 16.00-23.00 น.

กับสเปเชี่ยลเมนูที่รังสรรค์มาให้เลือกหลากหลาย อาทิ เมนูกุ้งมังกรภูเก็ต never die (กุ้งมังกรทรอปิโด), ผัดหมี่ฮกเกี้ยนกุ้งมังกร, กุ้งมังกรทรัฟเฟิล, เกี๊ยวซ่ากุ้งมังกร, กุ้งมังกรชุบแป้งทอด, โรตีมะตะบะกุ้งมังกร, หม่าล่ากุ้งมังกร, ไอติมสับกุ้งมังกรวาซาบิ, ผัดไทยกุ้งมังกร, วาฟเฟิลบอลกุ้งมังกรซ่อนชีส, ค็อกเทลพิเศษ Lobster Surfing เป็นต้น ให้เลือกรับประทานกันในราคาจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคนไทย

“ซาวานู ทราเวล” ทุ่มงบกว่า 170 ล. ลงเรือนำเที่ยวกว่า 10 ลำ มั่นใจท่องเที่ยวตอบโจทย์ท่องทะเลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 บริเวณท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทีมผู้บริหารบริษัท ซาวานู ทราเวล จำกัด  ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ สวาทยานนท์, นางสาวณัฐนันนท์ สวาทยานนท์, นางสาวณัฐชมธร สวาทยานนท์ และนางสาวณัฐชลัย สวาทยานนท์ พร้อมด้วยพนักงาน จัดงานเปิดบ้านต้อนรับ หรือ Open House  สำนักงานของบริษัทฯ พร้อมเปิดตัวเรือคาตามาลันน้องใหม่จำนวน 5 ลำ และเรือยอร์ชสปีดโบ๊ทสุดหรูอีก 1 ลำ ที่เพิ่งได้รับการส่งมอบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมงานกันอย่างคับคั่ง 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ซาวานู ทราเวลเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวทางทะเลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการท่องเที่ยวทางทะเล บริษัทฯ จึงมีความตั้งใจพัฒนาปรับปรุงรูปแบบการให้บริการและการดำเนินธุรกิจจนทำให้ซาวานู ทราเวลเป็นผู้นำด้านการให้บริการท่องเที่ยวทางทะเลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวแปลกใหม่สุดประทับใจ ตั้งแต่เริ่มก้าวแรก ด้วยห้องรับรองที่สวยงามและสะดวกสบาย พร้อมด้วยอาหารว่างและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ตลอดจนพนักงานคอยดูแลด้วยรอยยิ้มและพร้อมให้บริการ

“จากสถานการณ์ปัจจุบัน ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในอัตราที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่มีการเปิดประเทศ ซาวานู ทราเวล ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจึงตัดสินใจลงทุนอีกกว่า 170 ล้านบาท ในการจัดซื้อเรือใหม่มากกว่า 10 ลำ เพื่อรองรับฐานนักท่องเที่ยวและความต้องการที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีเรือให้บริการจำนวน 3 ลำ  ต่อมาได้รับมอบเรือเพิ่มเติมเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาจำนวน 6 ลำ และคาดว่าจะได้รับมอบเรือเพิ่มอีก 8 ลำในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทำให้ภายในสิ้นปีจะมีเรือให้บริการรวมทั้งสิ้น 17 ลำ

แบ่งเป็นเรือสปีดโบ๊ทธรรมดาแบบ 2 เครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ และแบบ 3 เครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ เรือสปีดโบ๊ทคาตามันลันแบบ 2 เครื่องยนต์ จำนวน 3 ลำ แบบ 3 เครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ และ 4 เครื่องยนต์ จำนวน 7 ลำ และเรือยอร์ชสปีดโบ๊ท Sunseeker 54 ฟุต จำนวน 1 ลำ ซึ่งทุกลำได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงาม อีกทั้งเรือที่ได้รับมอบในช่วงปีนี้ผนวกการใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้บนเรือ เพื่อสนับสนุนนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศอีกด้วย”

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า  ภายหลังเปิดให้บริการเมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยระยะแรกกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักจะเป็นรัสเซีย  และกำลังขยายตลาดไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มคนจีน และคนไทยต่อไป  ซึ่งจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของทะเลภูเก็ต และดันมัน จึงได้ตัดสินใจขยายการลงทุนเพิ่มดังกล่าว

สำหรับโปรแกรมนำเที่ยวที่เปิดให้บริการนั้นมีทั้งแบบ 1 วัน (One Day Trip) ได้แก่ เกาะพีพี-เกาะไม้ไผ่, เกาะพีพี-เกาะไข่, เกาะพีพี-กระบี่, เกาะพีพี-เกาะเจมส์บอนด์, เกาะรอก และ หมู่เกาะสิมิลัน หรือจะเป็นโปรแกรมแบบค้างคืน (Overnight Trip) 2 วัน 1 คืน เช่น เกาะพีพี-เกาะเจมส์บอนด์-กระบี่ เป็นต้น ในราคาที่จับต้องได้พร้อมการบริการสุดประทับใจ

นอกจากนี้ยังให้บริการนำเที่ยวแบบไพรเวทที่ลูกค้าสามารถออกแบบโปรแกรมได้เองตามความต้องการ พร้อมการบริการแบบเหนือระดับด้วยเรือสปีดโบ๊ทสุดหรูทันสมัย เหมาะทั้งแบบท่องเที่ยวพร้อมครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนไม่เกิน 12 ท่าน และทุกทริปที่ลูกค้าเดินทางกับซาวานู ทราเวล จะมีทีมงานคอยให้บริการโดยพนักงานทุกคนได้รับการอบรมฝึกฝนด้านความปลอดภัยมาอย่างดีเยี่ยม ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญชำนาญในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในเขตพื้นที่ทะเลอันดามันอีกด้วย นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ซาวานู ทราเวล (Sawanu Travel) สำนักงานสาขาภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ ตึก MC3 รอยัลภูเก็ต มารีน่า ท่านใดสนใจรายละเอียดโปรแกรมการท่องเที่ยวหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมของซาวานู ทราเวลสามารถเข้าไปได้ที่ www.sawanutravel.com หรือโทร 097-982-0999, อีเมล contact@sawanutravel.com

เทศบาลตำบลวิชิตอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ให้นักเรียนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ที่โรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อให้ความรู้และเพิ่มทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและความพิการของผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ในหัวข้อที่สำคัญต่างๆ

โดยมีทีมวิทยากรจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มาบรรยายให้ความรู้และสาธิตวิธีการปฏิบัติในหัวข้อ ขั้นตอนการแจ้งเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน, ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น, การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และขั้นตอนการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED