สมาคมกีฬาภูเก็ต จัดแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 66

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ณ โรงยิมเนเซี่ยม 4000 ที่นั่ง ศูนย์กีฬาสะพานหิน เทศบาลนครภูเก็ต นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดภูเก็ตประจำปี 2566 โดยมีนายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ, นายธีรัช คำยิ่ง รองผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต, นางรัชดาภรณ์ โออิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นายภัทรวุฒิ อริสรกุลธร รองผอ.การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นางณัฐพร ผานิตพิเชฐวงศ์ อดีตนายกสมาคมชาวเหนือภูเก็ต-อันดามัน ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม

นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดภูเก็ตประจำปี 2566 จัดขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุน พัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเปิดโอกาสให้นักกีฬาภายในจังหวัดได้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพของตนเอง และมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนากีฬาของประเทศ โดยการสร้างฐานนักกีฬาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนานักกีพาทีมชาติต่อไป

ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จำนวน 500,000 บาท จัดการแข่งขัน จำนวน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตซอล วอลเลย์บอลในร่ม คาราเต้-โค แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส เทควันโด ยูยิตสู และเอ็กซ์ตรีม โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 ตามสถานที่ต่างๆในจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดภูเก็ตเป็นกิจกรรมที่ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬา เพื่อให้เด็กและเยาวชนของชาติมีทักษะด้านร่างกายสติปัญญา อารมณ์และสังคม อันเป็นการพัฒนา องค์รวมของความเป็นมนุษย์ โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจ ของสถานศึกษา ชมรมกีฬา สโมสรกีฬาในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต

กีฬาเป็นแหล่งหลอมรวมกิจกรรมพัฒนาทักษะต่างๆ ให้เกิดการเสริมสร้างพลานามัยให้ร่างกาย สร้างสังคม สร้างจิตใจที่รู้จักการแพ้ การชนะและการให้อภัย ภายใต้กฎกติกาในนามจังหวัดภูเก็ต ขอชื่นชมในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ และมุ่งเน้นเพื่อให้การกีฬาเป็นสื่อของการให้ความสุข ความสนุกสนาน ความสามัคคีในหมู่คณะ ความเสียสละ การระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการแข่งขันให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนสืบไป

โครงการชุมชนต้นแบบคัดแยกขยะ ฝึกอบรมอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) รุ่นที่ 1

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้กล่าวต้อนรับและเป็นมอบถังขยะ สื่อรณรงค์ แก่อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก ในโครงการชุมชนต้นแบบคัดแยกขยะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กิจกรรมฝึกอบรมอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดโดย กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต

สำหรับการจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นการความรู้ในประเด็นบทบาทและหน้าที่ของอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) รวมทั้งประเด็นความรู้ด้านการจัดการขยะเปียก และประเด็นด้านการจัดการคัดแยกขยะ เพื่อสร้างจิตสำนึก ความรู้ และทักษะให้กับประชาชนให้เข้าใจถึงแนวทางในการจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง สร้างแนวทางการจัดการและคัดแยกขยะเปียกโดยเริ่มตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อให้มีชุมชนต้นแบบคัดแยกขยะเปียกในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้เกิดอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ในพื้นที่ตำบลวิชิต

ประกาศจากเทศบาลตำบลวิชิต

เทศบาลตำบลวิชิต ขอเชิญเยาวชน ประชาชน และหน่วยงานเขตตำบลวิชิต เข้าร่วมการแข่งขัน โครงการแข่งขันเรือแคนู ครั้งที่ 12 ประจำปี 2566 ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2566 ณ ชุมชนบ้านบ่อแร่ (คลองมุดง) ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

สำหรับประเภทการแข่งขัน

  • ระยะทาง 100 แมตร

– รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (ชาย-หญิง)

– รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี (ชาย-หญิง)

– รุ่นประชาชนในเขตตำบลวิชิต (ชาย-หญิง)

– รุ่นหน่วยงานในเขตตำบลวิชิต

  • ระยะทาง 300 เมตร

– รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (ชาย)

– รุ่นประชาชนในเขตตำบลวิชิต (ชาย)

– รุ่นหน่วยงานในเขตตำบลวิชิต

สมัครฟรี ‼️ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อกองการศึกษา ชั้น 2 เทศบาลตำบลวิชิต โทร.076-525100 ต่อ 170-173

ทต.วิชิตประชุมการจัดการทรัพย์สินของที่พักสงฆ์สวนภาวนาพุทธธรรม

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ห้องประชุมสภา ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตำบลวิชิต เป็นประธานในการประชุมหารือการจัดการทรัพย์สินของที่พักสงฆ์สวนภาวนาพุทธธรรม โดยมีพระครูกิตติญาณโกวิท เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตร เจ้าคณะตำบลตลาดเหนือ คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังมี ผู้แทนจากนายอำเภอเมืองภูเก็ต สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรวิชิต กำนันตำบลวิชิต ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมการประชุมหารือ พร้อมลงพื้นที่ไปยังที่พักสงฆ์สวนภาวนาพุทธธรรม เพื่อตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวประกอบการจัดการทรัพย์สินในการประชุมหารือต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ ปิดถนนพระเมตตา เทศบาลเมืองป่าตอง

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 ที่บริเวณถนนพระเมตตา นายษณกร กี่สิ้น รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.ป่าตอง และผู้ควบคุมงานการก่อสร้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อย ในการปิดถนนพระเมตตา

เนื่องจากกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ได้ดำเนินการก่อสร้างงานบ่อดักทราย (SP1) บริเวณสามเเยกถนนพระเมตตา ถึงสะพานราษฎร์อุทิศ 200 ปี (แยกโรงบำบัดน้ำเสีย – ถนนผังเมืองสาย ก. ) ในโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองภูเก็ต

โดยดำเนินการตั้งเเต่วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2566 ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาการก่อสร้าง เป็นเวลา 70 วัน ทั้งนี้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตนำทัพดึงดูดนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (PTA) นำโดยนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมฯ โดยการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปเปิดงานโรดโชว์ที่กรุงอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียกลาง งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน 2566 และเป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ และสำนักงาน ททท. กรุงมอสโก

สำหรับโรดโชว์ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการจากภูเก็ตจำนวน 16 ราย โดยมีเอเย่นต์เข้าร่วมงานจำนวน 60 ราย ซึ่งประกอบด้วยบริษัททัวร์ ตัวแทนการท่องเที่ยวจากอัลมาตี้และบริเวณใกล้เคียง ทางสมาคมฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นเพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับภูเก็ต และได้พูดคุยกับผู้แทนจากสายการบิน Air Astana เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเพิ่มเที่ยวบินโดยตรงจากคาซัคสถานไปภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ซึ่ง ณ ปัจุบันยังมีเพียง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

คาซัคสถาน ประเทศที่มีประชากร 20 ล้านคนและมีรายได้ต่อคนสูงเนื่องจากมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เช่น แร่ธาตุ น้ำมัน และก๊าซ ชาวคาซัคสนใจในการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ในปี 2565 มีนักท่องเที่ยวคาซัคสถานมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 60,000 คน และเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 87,000 คนในช่วงมกราคมถึงพฤษภาคมของปีนี้ และคาดว่าจะสูงถึง 150,000 คนในสิ้นปี โดยมีภูเก็ตเป็นเป้าหมายการเดินทางอันดับ 1

จากสถิติจะเห็นได้ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยเป็นจำนวนมาในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม เนื่องจากสายการบิน Air Astana และ Scat Airline เพิ่มเที่ยวบินโดยตรงรายวันในช่วงดังกล่าว แต่แนวโน้มลดลงในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากจำนวนเที่ยวบินลดลง และทางสมาคมฯคาดหวังว่าจะสามารถผลักดันให้มีการเพิ่มเที่ยวบินในช่วงนี้ในฤดูกาลหน้า ประมาณ 75%

ซึ่งนักท่องเที่ยวคาซัคสถานเดินทางเป็นครอบครัว โดยทั่วไปจะพักอยู่ในภูเก็ตประมาณ 12 ถึง 14 วัน โดยนักท่องเที่ยวชื่นชอบบรรยากาศที่เป็นมิตร ชายหาดที่สวยงาม สามารถดำน้ำชมปะการัง และโดยเฉพาะการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ภูเก็ตยังมีกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวคาซัคสถานพักอยู่นานขึ้น

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาจะถึงมีนาคม 2566 นักท่องเที่ยวคาซัคสถานสามารถขยายวีซ่าได้ถึง 30 วัน แต่กฎระเบียบปัจจุบันจำกัดให้พักอยู่เพียง 14 วันเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวหลายส่วนซึ่งอยู่นานถึง 21 วัน ทางสมาคมฯได้กำหนดการดำเนินการหลักเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่

การส่งเสริมเที่ยวบินตรงจากคาซัคสถาน นำเสนอภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เที่ยวได้ตลอดปี โดยตั้งเป้าไว้ว่าภูเก็ตจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 130,000 ภายในสิ้นปี 2566 นี้

หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอขยายระยะเวลาวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวคาซัคจาก 14 วันเป็น 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มระยะเวลาการในการพำนักในประเทศไทยให้นานยิ่งขึ้น  ซึ่งทางสมาคมฯจะเดินทางไปจัดงานโรดโชว์ที่เมืองอัสตานา นครหลวงของคาซัคสถาน เป็นสถานที่ถัดไป

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 50 ปี การดำเนินงาน ตอกย้ำแผนการจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ที่โชว์รูม สต๊อกโฮล์ม ออโต้ วอลโว่ ภูเก็ต มร. คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยนายภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต พร้อมแลกเปลี่ยนแผนธุรกิจเป้าหมายจำหน่ายแต่เพียงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025 ชูศักยภาพตลาดไทยซึ่งเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมด้วยยอดขายที่โตขึ้นถึง 71% ในปี 2022 ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

แม้จะมีข้อจำกัดด้านการผลิตเนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในปีที่ผ่านมา   แต่รถวอลโว่ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทย ด้วยยอดขายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งในรุ่น C40 Recharge Pure Electric และ XC40 Recharge Pure Electric ที่เติบโตขึ้นถึง 190% ในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของบริษัทฯ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Recharge Plug-in Hybrid ก็ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งคิดเป็น 64.8% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท โดยรุ่นที่ขายดีที่สุด ได้แก่รุ่น XC60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (22.7% ของยอดขาย), XC40 Recharge Pure Electric (22.2%), XC40 Recharge Ultimate T5 Plug-in Hybrid (14.7%), C40 Recharge Pure Electric (13%) และ V60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (9.1%)

เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินงานของบริษัทวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เผยแผนการจัดจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทยในปี 2025 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของ Volvo Car Corporation ถึง 5 ปี

มร. คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ดำเนินการจัดจำหน่ายรถวอลโว่ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 50 ปีก่อน ด้วยคำมั่นสัญญาในการส่งมอบความปลอดภัยด้านการขับขี่ให้แก่คนไทย ในวาระโอกาสครบรอบ 50 ปี เราจะขยายคำมั่นสัญญาของเราให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างยั่งยืน เรามีความยินดีที่ได้รู้ว่าผู้บริโภคในประเทศไทยมีความกระตือรือร้นและสนใจเกี่ยวกับรถพลังงานไฟฟ้า และเรามั่นใจว่าความมุ่งมั่นของเราที่จะจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025 จะประสบความสำเร็จ”

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ประกาศความพร้อมในการจำหน่ายรถไฟฟ้า Volvo C40 และ XC40 Recharge Pure Electric รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) อย่างเป็นทางการในประเทศ ตอบโจทย์ความต้องการด้านระยะทางที่สามารถขับได้ไกลขึ้นแต่ยังคงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและสมรรถนะในการขับตามเอกลักษณ์ของรถวอลโว่

ซึ่งทางบริษัทฯ ได้เปิดตัว Volvo C40 และ XC40 Recharge Pure Electric “Single Motor” ครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยจำหน่ายรถในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง โดย Volvo C40 Recharge Pure Electric – Single Motor และ Volvo XC40 Recharge Pure Electric – Single Motor ให้ระยะทางการขับที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงพละกำลังและสมรรถนะของตัวรถผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ขับเคลื่อนเพลาล้อหลัง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่เว็บไซต์ www.volvocars.com/th หรือ http://www.facebook.com/volvocarsth หรือเยี่ยมชม Volvo Studio Bangkok ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่

เทศบาลตำบลวิชิต ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน อบต.นาคู พระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากองค์การบริหารส่วนตำบลนาคู จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะฯโดย นายฉลอง คงสัมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาคู พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาคู

ในโอกาสเข้าศึกษาภายใต้โครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและบุคลากรท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในประเด็นด้านการบริหารจัดการที่ดี การบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร การดำเนินงานศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต และการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ

โดยได้มีการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้ข้อมูลรายประเด็นที่คณะศึกษาดูงานให้ความสนใจ พร้อมทั้งได้มีการซักถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการท้องถิ่นในด้านต่างๆ และเดินทางลงพื้นที่ไปยังบริเวณสวนศรีภูวนาถ เพื่อเยี่ยมชม งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สวนศรีภูวนาถ) และเยี่ยมชมศูนย์การบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต ในการดำเนินงานส่วนต่างๆ อาทิ การทำถ่านกะลาอัดแท่ง การเผาถ่านจากไม้เหลือใช้ การทำอาหารอัดเม็ด การทำน้ำหมักชีวภาพ การหมักปุ๋ย และส่วนอื่นๆ ของพื้นที่อีกด้วย

เช็คอิน “ฟาร์มมุก” ตามรอยวิถีชีวิตคนภูเก็ต!

เคยสงสัยมั้ยว่า “ไข่มุกแท้” มาจากอะไร ทำไมถึงเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าได้ขนาดนี้ มาไขข้อสงสัยและหาคำตอบร่วมกันที่ อมร ภูเก็ตเพิร์ล กันได้เลย

“ไข่มุกอัญมณีประจำจังหวัด” เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่เมื่อก่อนทำอาชีพเกี่ยวกับทะเลเนื่องจากเรามีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

ที่ฟาร์มมุกมีสาธิตการเพาะเลี้ยงหอยมุกและกิจกรรมให้ทำ เหมาะสำหรับการพาครอบครัวหรือชวนกลุ่มเพื่อนมาร่วมสนุกและได้ความรู้ด้วย เป็นการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ ที่ต้องไปตามรอยเช็คอิน

เทศบาลตำบลวิชิตจัดอบรมกลุ่มอาชีพตำบลวิชิต ประจำปี พ.ศ.2566

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ที่ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมกลุ่มอาชีพตำบลวิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ซึ่งจัดโดยกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต นำโดยนายศิริชัย ปะณะรักษ์ รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิตเข้าร่วม

โครงการฯนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชน พัฒนากลุ่มอาชีพเดิมและสร้างกลุ่มอาชีพใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีระบบบริหารจัดการที่ดีในกลุ่มอาชีพ ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้ความรู้การจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อการจัดการเศรษฐกิจระดับครัวเรือน

โดยวิทยากรจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต การบรรยายให้ความรู้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน OTOP โดยวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองภูเก็ต และการบรรยายให้ความรู้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน โดยวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองภูเก็ต