“โบ๊ทพัฒนา” รุกตลาดแนวสูง เปิดตัว “ดิ อควา” คอนโดฯ มิกซ์ยูส หรู ริมทะเลสาบ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด เปิดตัวโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ “ดิ อควา” (The Aqua) โครงการคอนโดมิเนียม มิกซ์ยูส หรู ระดับลักชัวรี ริมทะเลสาบ ใจกลางโบ๊ทอเวนิว บนทำเลศักยภาพ ใจกลาง CBD (Central Business District) ภายใต้สโลแกน “Luxury Waterfront Residence” เอกสิทธิ์เพียง 102 ยูนิตเท่านั้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.8 – 20 ล้านบาท

สำหรับโครงการ “ดิ อควา” (The Aqua) เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี สูง 6 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางสะดวกสบาย เริ่มต้นที่ 46.24 – 121.12 ตารางเมตร เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวขนาดเล็กจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ และผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยระยะยาว หรือที่พักตากอากาศ ถือเป็นสถานที่พักผ่อนที่แท้จริง ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถดื่มด่ำกับโอเอซิสริมน้ำที่สวยงามและผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

จุดเด่นของ “ดิ อควา” คือ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นและความพิถีพิถันในการเลือกวัสดุตกแต่ง ทั้งคุณภาพและการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน เป็นต้น สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าดึงดูดใจ ตัวอาคารสไตล์ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวมีเส้นสายที่สะอาดตา และสีที่เป็นกลาง ซึ่งช่วยเสริมความงามตามธรรมชาติของทะเลสาบ นอกจากนี้ยังเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องออกกำลังกายที่ทันสมัย สระว่ายน้ำ อ่างน้ำอุ่น เป็นต้น เหมาะสำหรับการผ่อนคลาย

ในขณะที่โฮมเธียเตอร์มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ไม่เหมือนใคร ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจได้ว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด อีกทั้งยังมี คลับเฮาส์ ลิฟต์ ล็อบบี้กว้างขวาง ห้องประชุม และที่จอดรถที่รองรับผู้พักอาศัยได้มากถึง 95% ผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ว่าโครงการ The Aqua จะมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่มั่งคั่งที่ผสมผสานความสะดวกสบาย และความหรูหราให้ผู้พักอาศัยสามารถรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทำเลใจกลางโบ๊ท อเวนิว ยังมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ร้านอาหารหรูไปจนถึงร้านกาแฟบรรยากาศสบายๆ ในวันศุกร์ยังมีตลาดนัด Fun Friday Avenue ซึ่งมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานให้กับผู้อยู่อาศัยของ The Aqua ใกล้กับหาดบางเทาและหาดสุรินทร์ ทำให้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ ตลอดจนการผ่อนคลายที่บาร์ริมชายหาดหรือร้านอาหารขณะชมพระอาทิตย์ตกดินในตอนเย็น บรรยากาศที่ผ่อนคลายถือเป็นรางวัลของชีวิตอย่างแท้จริง

นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จจากการพัฒนาบ้านในตอนแรก และคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะมีการพัฒนาโครงการแนวสูง จึงได้จัดตัดสินใจทำโครงการ “ดิ อควา” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Luxury Waterfront Residence ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับลักชัวรี ตั้งอยู่ภายในโครงการ Boat Avenue ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เนื่องจากเทรนดังกล่าวกำลังมา และในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีชาวต่างชาติจากหลายประเทศย้ายเข้ามาอาศัยในภูเก็ต ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หนีหนาว หนีสงคราม โดยต่างชาติจะเน้นอยู่อาศัยใกล้ๆ ทะเล และเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว

“โครงการ ดิ อควา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก หลังเปิดตัวมียอดจองไปแล้วประมาณ 50% หรือขายไปแล้ว 600 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยและชาวต่างชาติ เช่น รัสเซีย จีน เป็นต้น ซึ่งตามเป้าหมายจะปิดการขายให้ได้ภายในอีก 3-6 เดือนจากนี้ และจะเริ่มก่อสร้างภายในช่วงปลายปีนี้ จะแล้วเสร็จให้ลูกค้าพร้อมเข้าอยู่ได้ในช่วงปลายปี 68 นอกจากโครงการนี้แล้ว ยังได้เตรียมพื้นที่สำหรับลงทุนโครงการคอนโดฯ ในภูเก็ตไว้แล้วอีก 1 โครงการ ย่านสามกองใกล้กับโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต รวมถึงโครงการในแนวราบเพิ่มเติม

นายบุญ ยังกล่าวถึงแนวโน้มอสังหาฯ จะเป็นวัฏจักรมีขึ้นมีลง แต่เชื่อว่าในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ธุรกิจอสังหาฯภูเก็ต จะเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการของลูกค้าค่อนข้างมากทั้งคนไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ในส่วนของแนวสูงจะสามารถขายได้อย่างแน่นอน ทั้งจากตลาดคนไทยและต่างชาติ และคาดหลังจากนั้นอีก 5-6 ปี ตลาดอาจจะถดถอยลงบ้าง หากไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก เพราะป่าตองถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะตรวจสอบเพิ่มเติม

เทศบาลตำบลวิชิตต้อนรับคณะศึกษาดูงาน รพ.วชิระภูเก็ต

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ห้องประชุมระแงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายวิเศษ สบายจิตต์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นำโดยทพ.ญ.ปทมา ตันติโชติกุล รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านพรส. พร้อมด้วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และข้าราชการบรรจุใหม่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ภายใต้การดำเนินโครงการอบรมปฐมนิเทศข้าราชการบรรจุใหม่ “หลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี” ประจำปี 2566 เพื่อศึกษาดูงานการบริหารงานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต โดยได้มีการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้ข้อมูลด้านการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต

จากนั้นคณะศึกษาดูงานก็ได้เดินทางไปยัง ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต เขาล้อม โดยมีนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้รอให้การต้อนรับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ เพื่อเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต ในการดำเนินงานส่วนต่างๆ อาทิ การทำถ่านกะลาอัดแท่ง การเผาถ่านจากไม้เหลือใช้ การทำอาหารอัดเม็ด การทำน้ำหมักชีวภาพ การหมักปุ๋ย และส่วนอื่นๆ ของพื้นที่ และเยี่ยมชมศูนย์พักกายใจ ศูนย์บริการผู้สูงอายุแบบครบวงจรอีกด้วย

ท่าอากาศยานภูเก็ตนำนักเรียนโดยรอบสนามบินทัศนศึกษา

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 นางกัลยรัตน์ สุทธิพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต สายสนับสนุนธุรกิจ (รภก.(สธ.)) เป็นประธานเปิดโครงการ พี่ ทภก.ชวนน้องเรียนเล่น เป็นเด็กดีช่วงปิดเทอม ประจำปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยรอบที่อากาศยานจังหวัดภูเก็ต (ทภก.) ให้มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนสนุกกับการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องแก่โรงเรียนโดยรอบทภก.

สำหรับโรงเรียนโดยรอบท่าอากาศยานภูเก็ตมีจำนวนทั้ง 7 โรงเรียนประกอบด้วย โรงเรียนวัดมงคลวราราม,  โรงเรียนบ้านไม้ขาว, โรงเรียนบ้านคอเอน, โรงเรียนบ้านหมากปรก, โรงเรียนบ้านแหลมทราย, โรงเรียนบ้านป่าครองชีพ และโรงเรียนวัดเมืองใหม่ มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 168 คน โดยในปีนี้ ทภก.นำนักเรียนไปทัศนศึกษาชมการแสดงโลมา ณ โลมาโชว์ ภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวความคิดการเป็นสนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน Corporate Citizenship Airport

ประชุมสมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เทศบาลตำบลวิชิต

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ที่อาคารตะเภาน้อย เทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง ภูเก็ต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในการประชุมสมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ของศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เทศบาลตำบลวิชิต พร้อมทั้งได้มีการเลือกประธานคณะกรรมการประสานงานศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เทศบาลตำบลวิชิต

“เอ็น เฮลท์” เปิดคลินิกเทคนิคการแพทย์บริการตรวจวิเคราะห์ที่ภูเก็ต ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ หรือ N Health (เอ็น เฮลท์) บริษัทชั้นนำในธุรกิจตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของประเทศไทย ในเครือ BDMS เปิดคลินิกเทคนิคการแพทย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์แห่งใหม่ในเขตเทศบาลตำบลวิชิต (ดาวรุ่ง) เมืองภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้าสวนหลวง ตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต (ด้านข้างสวนสาธารณะสวนหลวง ร.9) ด้วยเล็งเห็นว่า การปรับเปลี่ยนบริการตรวจวิคราะห์สุขภาพให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นทางเลือกสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้

นางสาวสุภาพร สิงหพันธ์  ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภาคใต้ และอินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) เปิดเผยว่า “N Health (เอ็น เฮลท์) คือผู้ให้บริการด้านการสนับสนุนทางการแพทย์ และธุรกิจโรงพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลชั้นนำครอบคลุมการให้บริการมากกว่า 50 สาขา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เราเชื่อว่าการมีสุขภาพดีนั้น ต้องเริ่มที่การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เข้าใจสภาพปัจจุบันของร่างกายเสียก่อน จึงจะวางแผนดูแล รักษา หรือป้องกันได้อย่างเหมาะสม แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

N Health มีพันธกิจที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่โรงพยาบาล และองค์กรด้านสุขภาพของประเทศไทย ด้วยบริการห้องปฏิบัติการขั้นสูง รวมไปถึงงานปราศจากเชื้อที่มีคุณภาพสูง และทีมวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือทางการแพทย์ โดยการเปิดสาขาภูเก็ตในครั้งนี้ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตในพื้นที่ และต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอันดามัน

พร้อมช่วยสนับสนุนด้านการสาธารณสุข รวมไปถึงการบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร โดย N Health พร้อมจะให้บริการแก่ชาวภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน การตรวจสุขภาพก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ การตรวจสุขภาพประกอบการทำประกันชีวิต เพื่อสมรส และเตรียมความพร้อมในการมีบุตร รวมไปถึงบริการตรวจอื่นๆ ตามคำสั่งแพทย์”

นอกจากนี้ นางสาวสุภาพร ยังกล่าวเสริมว่า  “จังหวัดภูเก็ต  เป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดอันดามันที่อยู่ในโครงการ Andaman Wellness Economic Corridor (AWC)  การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  ซึ่งเป็น Landmark ที่สำคัญของ Medical and Wellness Tourism Hub ของประเทศไทย  ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านการค้า และการคมนาคมแห่งภูมิภาค

มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมถึงวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่นี้ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของจังหวัด  ปัจจุบันธุรกิจประเภทเฮลท์แคร์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น และประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ขณะที่นโยบายภาครัฐของจังหวัดภูเก็ตก็มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และผลักดันการจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร (International Health/Medical Plaza) และศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ (Premium Long Term Care) รวมถึงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน ที่เน้นรักษาผู้ป่วยด้วยโรคซับซ้อน  การสานต่อนโยบายนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพของจังหวัดภูเก็ต และเสริมสร้างศักยภาพในเชิงการแข่งขันผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืน และยาวนาน”

สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ และกำลังหาสถานที่ที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับโรงพยาบาล ห้ามพลาดกับโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดสาขาใหม่ กับโปรแกรมตรวจสุขภาพถึง 12 รายการในราคาพิเศษ นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจให้เลือกตามความต้องการ อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพชะลอวัยพื้นฐาน (10 รายการ ),โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็ง (Cancer Risk Screening), โปรแกรมตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง 222 ชนิด, โปรแกรมตรวจระดับวิตามินและกลุ่มแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ (21 รายการ) และสุดท้ายกับโปรแกรมตรวจ DNA (Circle Vital และ Circle Premium) ที่จะทำให้คุณพร้อมรู้จักร่างกายของคุณอย่างละเอียด และวางแผนการกิน การออกกำลังกาย การทานวิตามิน ไปจนถึงการนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

N Health (เอ็น เฮลท์) สาขาภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น. สำหรับผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 06-4147-4306, 06-4147-4675 หรือไลน์ @nhealth

“ทิพย์ชลิตา ศิริทวีรัตน์” บ้านยินดี นั่งตำแหน่งนายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตองปีบริหาร 2566-2568

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุมดวงทิพย์ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สมาคมโรงแรมหาดป่าตอง จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมประจำปีบริหาร 2566-2568 แทนชุดเดิมที่หมดวาระ โดยมีนางสุพัตรา จารุอริยานนท์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง คณะกรรมการและสมาชิกฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติ วิทยากร และสื่อมวลชนเข้าร่วม

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าสู่วาระการประชุม และเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ได้มีการสนทนา เรื่อง “ทิศทางเมืองป่าตองในปี 2566” โดยนายเฉลิมศักดิ์ มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง, นางจุลจิรา ธีรชิตกุล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และ พ.ต.ท. ภูมิ สมวรนนท์ รอง ผกก. (สอบสวน) หน.จราจร สภ.ป่าตอง ซึ่งได้มีการพูดถึงแนวทางการพัฒนาป่าตอง ซึ่งพบว่าทางเทศบาลฯ ได้มีการจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว

อาทิ การนำสายสื่อสารลงดินเพิ่มเติม การปรับภูมิทัศน์หน้าชายหาด, การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียและการแก้ปัญหาขยะ เป็นต้น และการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในเรื่องของการคัดแยกขยะ และร่วมกันเดินหน้าพัฒนาป่าตอง รวมถึงการจัดระบบและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และทิศทางการสรรหาบุคลากรแบบไตรภาคีระยะสั้นและระยะยาว โดยนางรษิกา ชาญณรงค์ แรงงานจังหวัดภูเก็ต

จากนั้นได้มีการเลือกคณะกรรมการบริหารสมาคมประจำปีบริหาร 2566-2568 ได้รับเกียรติจากนายเลิศชาย หวังตระกูล ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เป็นประธานฯ และมีพยานประกอบด้วย นายนายเฉลิมศักดิ์ มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง และพ.ต.ท. ภูมิ สมวรนนท์ รอง ผกก. (สอบสวน) หน.จราจร สภ.ป่าตอง โดยให้มีการเสนอชื่อคณะกรรมการ 8 คน จากนั้นให้ทั้งหมดไปเลือกนายกฯ ผลปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง ได้แก่ นางสาวทิพย์ชลิตา ศิริทวีรัตน์ จากโรงแรมบ้านยินดี

ภายหลังรับตำแหน่งได้กล่าวขอบคุณสมาชิกฯ พร้อมกล่าวถึงแนวทางการทำงาน โดยจะยังคงดำเนินการต่อยอดนโยบายที่มีการดำเนินมาอยู่แล้วให้ดียิ่งๆ ขึ้น ถัดมาในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและฝีมือที่ได้มาตรฐานอย่างมืออาชีพ ประการถัดมาเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เพราะเราต้องอยู่ในพื้นที่หาดป่าตอง

ฉะนั้นจะต้องช่วยกันทำให้ป่าตองมีความสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อมาแล้วต้องการมาอีก และในเรื่องของการรักษาต้นทุน ทำอย่างไรมีการบริหารจัดการต้นทุนให้มีคุณภาพและยั่งยืน รวมถึงการประสานความร่วมมือของไตรภาคีในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม

นอกจากนี้ยังได้มีการพูดคุยเรื่อง “ตลาดจีน หลังยุคโควิด ผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธอย่างไร” โดยนาย เลิศชาย หวังตระกูล ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต, “แนวโน้มตลาดรัสเซีย โดย Mr. Firat Contract Manager และรู้จักกับตลาดคาซัคสถานกันอย่างลึกซึ้ง โดย Mr.Tatchakorn Krailova Contract Manager บริษัท Selfie Travel (Thailand)

เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ทต.วิชิต ทดสอบสมรรถภาพทางกาย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่หน้าอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบริเวณโดยรอบสวนศรีภูวนาถ นางสาววัลลภา คล้ายบุตร หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วยหัวหน้างานป้องกัน นำเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลวิชิต เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ลุก-นั่ง ดันพื้น และวิ่ง เพื่อเป็นการประเมินและเตรียมความพร้อมของร่างกายของเจ้าหน้าที่ฯ ในการปฏิบัติภารกิจด้านงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ตอุทิศถวายอาคารผู้ป่วยนอกใหม่หลังใหม่และอาคารจอดรถหลังใหม่

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 ที่บริเวณอาคารผู้ป่วยนอกหลังใหม่ โรงพยาบาลมิชชั่น ภูเก็ตศาสนาจารย์ โรเจอร์ คาเดอม่า ประธานสำนักงานภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้, ศาสนาจารย์ สมชัย ชื่นจิตร ประธานสำนักงานสหมินเอชียตะวันออกเฉียงใต้ และคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลฯ ได้ร่วมกันอุทิศถวายอาคารผู้ป่วยนอกใหม่ โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ซึ่งดำเนินการภายใต้มูลนิธิคริสเตียนเมดิคอลของเซเว่นดย์แอดเวนติสท์ (หนึ่งในเครือโรงพยาบาลของ Adventist ทั่วโลก)

โดยมีคุณอธิคม ศรีรัตนประภาส ผู้อำนวยการกลุ่มโรงพยาบาลมิชชั่น กรุงเทพ และภูเก็ต คุณพริ้มเพรา รัตนยันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต และ ดร.สมชาย ณ นคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ร่วมให้การต้อนรับ รวมทั้งยังมีพนักงานเกษียณ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ในโอกาสเดียวกันนี้ทางโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ได้รับโล่ที่ระลึก จากคุณแอนดรูวํ คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอดเวนติสท์ สิงคโปร์ พร้อมกันนี้ได้รับมอบเงินบริจาค จากครอบครัวเสมอมิตร เป็นจำนวนเงิน 220,000 บาทและครอบครัวรัตนยันต์เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท

สำหรับอาคารผู้ป่วยนอกใหม่ ซึ่งเป็นอาคาร 7 ชั้นประกอบด้วย ชั้น 1 สำหรับกลุ่มผู้มาใช้บริการทั่วไป ชั้น 2 สำหรับกลุ่มผู้มาใช้บริการ สิทธิประกันสังคม ชั้น 3 คลินิกสูติ-นรีเวชกรรมและคลินิกกุมารเวชกรรม ชั้น 4 และชั้น 5 ห้องพักผู้ป่วย จำนวน 46 ห้อง ชั้น 6 แผนกผู้ป่วยหนัก (I.C.U) และห้องทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต(NICU) ชั้น 7 แผนกห้องผ่าตัด และห้องคลอด

อีกทั้งอาคารจอดรถใหม่ ชั้น 1 – 5 สำหรับจอดรถยนต์ ได้จำนวน 275 คัน และชั้น 6 และ 7 เป็นห้องพักพยาบาลและห้องพักแพทย์

“KILORUN 2023 PHUKET” ประเดิมจุดหมายแรกของปี ภายใต้คอนเซปท์ ชั่ง ชิม แชะ ด่วน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 บริเวณสวน72 พรรษามหาราชินี (ลานมังกร) นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมกับ พ.ต.ท.กมลาสณ์ นิยมเขต รอง ผกก.จร.สภ.เมืองภูเก็ต, นางพนัชกร ใจเย็น อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, นายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และผู้อำนวยการสร้างสรรค์กิจกรรม KILORUN และผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต

ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “KILORUN 2023 PHUKET” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, เทศบาลนครภูเก็ต, ททท.สำนักงานภูเก็ต, ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม บริเวณย่านเมืองเก่าภูเก็ต เป็นกิจกรรมวิ่งรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานกันระหว่างการวิ่ง กับการรับประทานอาหาร ภายใต้คอนเซปท์ “วิ่ง กิน เที่ยว เรื่องเดียวกัน” ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน

นายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน กล่าวว่า จากความสำเร็จของการจัดงานกิโลรัน ตั้งแต่ปี 2018 และปี 2019 ที่จัดขึ้น ณ เมืองโอซาก้า 2 ครั้ง, บาหลี ประเทศอินโดนีเชีย, ฮานอย ประเทศเวียดนาม รวมทั้งประเทศไทย อย่าง กรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงราย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้มหลาม และในปีนี้ KILORUN 2023 PHUKET กลับมาอีกครั้ง กับงานวิ่งกินเที่ยวระดับนานาชาติที่ครบ เรื่อง วิ่ง กิน เที่ยว เราเลือกเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นของเอเชีย โดยเฉพาะด้านอาหารพื้นเมืองจานเด็ดที่เป็น Signature ซึ่งความแปลกใหม่และความสนุกของกิจกรรมนี้ คือ

ผู้แข่งขันจะมีความสุขกับอาหารจานเด็ดอร่อยๆ อย่างเต็มอิ่ม พร้อมชูกิมมิก 3 ช.คือ ชั่ง = ชั่งน้ำหนัก ก่อนเข้าแข่งขัน เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศที่มีส่วนต่างน้ำหนักมากที่สุด, ชิม =  ชิมสุดยอดเมนูอาหารพื้นเมืองภูเก็ตรสเด็ด ที่ได้รับการันตีระดับมิชลินไกด์ และ แชะ = ถ่ายรูปสวยๆ ตลอดเส้นทางที่วิ่งผ่านในย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสผสมผสานความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน สุดคลาสสิค พร้อมแลนด์มาร์คสวยๆ ถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง (The Iconic City) เป็นไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมนี้ ตามคอนเซปท์ การจัดงาน วิ่ง กิน เที่ยว เรื่องเดียวกัน

ด้านนางพนัชกร ใจเย็น อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การร่วมกับอินเด็กซ์ฯ จัดกิจกรรม กิโลรัน (KILORUN) ด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ คือ เทศกาลงานวิ่งรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยทุกเพศทุกวัยสามารถมาวิ่งและแชร์ประสบการณ์พิเศษร่วมกัน ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มากับเพื่อน หรือมากับครอบครัว จะเป็นนักวิ่งมืออาชีพ มือสมัครเล่น คนไทย หรือชาวต่างชาติก็ตาม ทางสมาคมฯ มั่นใจว่า จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติทั่วทั้งภูเก็ตมาร่วมงาน เพราะภูเก็ต โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยมนต์เสน่ห์ด้านอาหารที่ได้เลือกสรรวัตถุดิบอย่างปราณีต ใส่ใจกระบวนการปรุงในทุกเมนู

จนทำให้อาหารพื้นเมืองภูเก็ต มีรสชาติที่ ยูนีค เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนั้นภูเก็ตถือเป็น Phuket: City of Gastronomy ด้วยได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารจากยูเนสโก ซึ่งเป็นหนึ่งใน 18 เมืองทั่วโลก และภูเก็ตเป็นเมืองแรกของไทยและของอาเซียนที่ได้รับการยกย่องนี้ ด้วยเหตุนี้คนทั่วโลกจึงได้รู้จักภูเก็ตในอีกมุมมองหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นเกาะหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น ภูเก็ตเป็นมากกว่า World Destination ผู้คนจะรู้จักภูเก็ตในนาม City of Gastronomy

ซึ่งเป็นชื่อที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวภูเก็ต  และคาดว่าน่าจะมีนักวิ่งนักกินร่วมแข่งขันไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ซึ่งสมาคมฯ ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจที่ตั้งอยู่ในภูเก็ต  อาทิ ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจสินค้าของที่ระลึก และธุรกิจสันทนาการ สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้สนใจที่ต้องการสมัครเข้าร่วมงาน รับโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 1,200 บาท แถมฟรี อีก 1 ใบสำหรับผู้ร่วมงานอายุไม่เกิน 12 ปี นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงาน KILORUN 2023 PHUKET ทุกท่านมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ จากสายการบิน Air Asia เส้นทางภายในประเทศ ฝ่ายชาย 1 รางวัล (จำนวน 2 ที่นั่ง) และฝ่ายหญิง 1 รางวัล (จำนวน 2 ที่นั่ง) มูลค่ารวม 40,000 บาท ด้วยกติกาง่ายๆ เพียงเพิ่มน้ำหนักและทำส่วนต่างน้ำหนักตัวเองให้มากที่สุด!!!

ตั้งแต่จุด Start จนถึงเส้นชัย แค่นี้ก็ลุ้นรับรางวัลได้แล้ว เทศกาลงานวิ่งรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ที่การวิ่ง กิน เที่ยว คือเรื่องเดียวกัน จุดหมายแรก ของปี 2023 เกิดขึ้นใน วันที่ 25 มีนาคม 2566 ณ ลานมังกร สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดภูเก็ต ติดต่อซื้อบัตรและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: icvticket.com https://www.facebook.com/KILORUN/ เตรียมท้องให้ว่างที่สุด แล้วมาเพิ่มน้ำหนักให้มากที่สุดด้วยกัน กับงาน KILORUN 2023 PHUKET

ทต.วิชิตประชุมผู้ประกอบการร้านอาหารฯ งานมหกรรมอาหาร ครั้งที่ 16

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต นำโดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต ร่วมพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหาร

ที่ได้ลงทะเบียนร่วมนำอาหาร – เครื่องดื่ม มาจัดจำหน่ายในงานมหกรรมอาหารปลอดภัยและโภชนาการเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2566 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2566 นี้ ณ สวนศรีภูวนาถ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ติดตามข่าวสารการจัดงานมหกรรมอาหารปลอดภัยและโภชนาการเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2566 ได้ที่เพจ ประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลวิชิต