ทต.วิชิต ลงพื้นที่ตลาดนัดวัดเทพนิมิตร ประชาสัมพันธ์การใช้แอป Traffyfondue

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณตลาดนัดวัดเทพนิมิตร หมู่ที่ 1 ต.วิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายชัยวัฒน์ พึ่งแรง รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายชัยรัตน์ คุ้มบ้าน เลขานุการนายกเทศมนตรี จ่าเอกสมานมิตร เทพไชย ผู้อำนวยการกองการศึกษา นางสาวนวลจันทร์ จิรธรรมสุนทร ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ พนักงานเทศบาลตำบลวิชิต และทีมงานประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการใช้ระบบ Traffyfondue เพื่อแจ้งปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ต ได้นำระบบ Traffyfondue มาให้ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ในการแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งเป็นการเปิดรับเรื่องร้องเรียน แจ้งปัญหา ผ่านช่องทาง LINE @Traffyfondue ภายสโลแกน เจอแจ้งจบทุกปัญหา

สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยสาธิตและแนะนำวิธีการใช้ระบบ Traffyfondue ให้กับ พ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายซื้อของด้วย

ซีพี ออลล์ เดินหน้า CONNEX ED เสริมสร้างอาชีพ ผ่าน HAPPY SCHOOL MODEL ฟื้นฟูที่รกร้างโรงเรียนบ้านเขาเฒ่า

โรงเรียนจะไม่เป็นเพียงสถานศึกษาเพียงอย่างเดียว หากแต่สามารถพลิกฟื้นกลายเป็นสถานที่แห่งความสุขที่ส่งมอบสู่ผู้เรียน ครู บุคลากร คนในชุมชน และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน จากแปลงพื้นที่รกร้างว่างเปล่ากว่า 4 ไร่ เป็นทุ่งเวิ้งให้วัวมากินหญ้า ถูกพลิกฟื้นผ่านนโยบายส่งเสริมการศึกษาเพื่อชีวิตที่ดีกว่า Education for better life ของ บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED สู่ HAPPY SCHOOL MODELโดยสมบูรณ์แบบ

นายนิกรณ์ โยมเนียม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาเฒ่า กล่าวว่า โรงเรียนดำเนินโครงการอุทยานการเรียนรู้ Happy School โดยใช้แนวคิดการบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่าน Happy School model คือพัฒนาโรงเรียน พัฒนานักเรียนให้มีความสุขในการเรียนรู้ คณะครูมีความสุขในการทำงาน ชุมชนมีความมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับโรงเรียนตั้งอยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยว

จึงต้องการกระจายความสุขสู่สังคมจึงเกิดเป็นอุทยานการเรียนรู้ Happy School เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาเรียนรู้และฝึกประสบการณ์ให้นักเรียนในด้านการบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งต้องขอบคุณซีพี ออลล์ ที่มอบโอกาสในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้โรงเรียนได้มีกิจกรรมนี้เพื่อสร้างความสุขทางการเรียนรู้ให้กับนักเรียน และสร้างสีสันการท่องเที่ยวเติมพลังความสุขให้กับสังคม

“เป้าหมายของโครงการคือนักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขผ่านหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น ผ่านการมีส่วนร่วมระหว่าง 1.คณะครูออกแบบ พัฒนาหลักสูตรและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในรูปแบบ Active Learning 2.ผู้บริหารให้การสนับสนุนในการพัฒนาอุทยานการเรียนรู้และสนับสนุนการเรียนรู้นักเรียนในทุกๆ ด้าน 3.ชุมชน โดยกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ให้การสนันสนุนกิจกรรม 1 ครอบครัว 1 แปลง เกษตร กองทุนสวัสดิการชุมชนคนรักษ์บางเตยร่วมกับ พมจ.พังงา สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ และฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรเพิ่มเติมรายวิชา Happy School” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาเฒ่ากล่าว

ด้านนายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่นและเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวเสริมว่าโรงเรียนบ้านเขาเฒ่า จังหวัดพังงา เป็น 1 ในกว่า 496 โรงเรียนทั่วประเทศ ที่ซีพี ออลล์ร่วมสนับสนุนผ่านโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED โดยโรงเรียนบ้านเขาเฒ่า ถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่มีการดำเนินโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการอุทยานการเรียนรู้ Happy School ในการจัดสรรพื้นที่รกร้างว่างเปล่ากว่า 4 ไร่ให้สวยงามบนอรรถะประโยชน์เชิงการเกษตร มีจุด Check In ถ่ายภาพสวยงาม มีแปลงเกษตรแบ่งปันที่ถูกจัดสรรพื้นที่ให้กับนักเรียนใช้เรียนรู้การปลูกพืชผักสวนครัว (มะเขือพวง มันปู ชะอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำหว้า) ร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองผ่านผลตอบแทนที่ได้ทั้งคะแนนเก็บ และรายได้

การจัดองค์ความรู้เป็นวิชาการจัดการการท่องเที่ยว มีการเก็บค่าเข้าชม ทั้งแบบอัตราตายตัวและแบบตามศรัทธาเพื่อสนับสนุนการศึกษา จัดแต่งอาคารเรียนให้มีเอกลักษณ์สไตล์ Sino Portuguese (ชิโน – โปรตุกีส) สะท้อนศิลปะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของเมืองพังงา ร่วมสมัยกับเมืองภูเก็ต มีห้องน้ำโรงเรียน ที่ได้มาตรฐานห้องน้ำแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับแขกผู้มาเยือนจนได้รางวัลห้องน้ำโรงเรียนยอดเยี่ยม

ส่งผลสร้างรายได้รวมทั้งค่าเข้าชม และจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่รวมกว่า 100,000 บาทในปีการศึกษา 2565 ก่อนบูรณาการองค์ประกอบทั้งหมดเป็นสื่อการเรียนรู้ปลูกฝังจิตสำนึกรัก หวงแหนแผ่นดินเกิด แนวคิดเชิงธุรกิจการท่องเที่ยว เสริมความรู้ สร้างรายได้ปันผลคืนให้กับเด็กนักเรียนในรูปแบบทุนการศึกษา นับเป็นการส่งมอบความสุขกลับไปยังทุกคนที่ได้เรียน ได้สอน และได้มาเยือนโรงเรียนแห่งความสุขเหล่านี้อย่างน่าภาคภูมิใจสมดังเจตนารมณ์ Happy School ที่ตั้งไว้นั่นเอง

สำหรับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) และเป็น 1 ใน 44 องค์กรเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญและตอบรับการมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยขับเคลื่อนโครงการตามปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน” วางเป้าดูแลโรงเรียนในโครงการ CONNEXT ED 5 เฟส จำนวนกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนโรงเรียนให้สามารถดำเนินโครงการด้านต่างๆ ทั้งโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โครงการพัฒนาคุณภาพคน โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากในองค์กรร่วมลงพื้นที่และคอยให้คำแนะนำในการพัฒนาโครงการของโรงเรียนต่างๆ อย่างใกล้ชิด

อุเทนถวาย (ภูเก็ต) จัดคอนเสิร์ต “Blue Moon Live in Phuket” รายได้เป็นทุนการศึกษา

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงแรมเดอะบลู โฮเต็ล ภูเก็ต ซอยตาเอียด ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ชมรมศิษย์เก่าอุเทนถวาย (ภูเก็ต) ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตการกุศล “Blue Moon Live in Phuket” โดยมีนายวรพันธุ์ ขยันการเกียรติ ประธานชมรมศิษย์เก่าอุเทนถวาย (ภูเก็ต), คณะกรรมการจัดงาน ตลอดจนผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นายวรพันธุ์ ขยันการเกียรติ ประธานชมรมศิษย์เก่าอุเทนถวาย (ภูเก็ต) กล่าวถึงชมรมศิษย์เก่าอุเทนถวาย (ภูเก็ต) เกิดจากการรวมกลุ่มของศิษย์เก่าอุเทนถวายหลายๆ รุ่น ทั้งที่เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด รวมถึงศิษย์เก่าที่มีธุรกิจ หน้าที่การงานที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

รวมถึงจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดแรลลี่ นำรายได้มาจัดสร้างศาลาที่พักให้กับคนชรา ที่บ้านพักคนชราป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต, จัดสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร 2 แห่ง บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพฯ ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อมอบเป็นสาธารณสมบัติให้กับชาวภูเก็ต, กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์บูรณะรั้วด้านหน้าของวัดท่าเรือ จ.ภูเก็ต รวมถึงการจัดซื้อข้าวสารให้กับโรงเรียนบ้านแหลมทราย อ.ถลาง เพื่อใช้เป็นอาการกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เป็นต้น

สำหรับในปีนี้ ทางชมรมฯ ยังคงสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง จัดคอนเสิร์ตการกุศล “Blue Moon Live in Phuket” โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกมากมาย เพื่อจัดหารายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจาก 5 โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์, โรงเรียนบ้านม่าหนิก, โรงเรียนบ้านบางทอง, โรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท) และ โรงเรียนวัดมงคลวราราม

นายวรพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ซุ้มเทศกาลอาหาร, การจำหน่ายสินค้าในงาน, จำหน่ายของที่ระลึกจากศิลปิน, ชุดการแสดงของนักเรียน, การแสดงดนตรีสากลจากวง “Mini Heart Band” วงดนตรีเยาวชนจากภูเก็ต การแสดงคอนเสิร์ตของไอดอลยุค 90 “มอส ปฏิภาณ” และ วงร็อคอันดับ 1 ของเมืองไทย “Bodyslam” เต็มวง นอกจากนี้ จะมีการประมูลของรักจากทั้งสองศิลปินภายในงานอีกด้วย

“จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวภูเก็ต มาร่วมสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วยกัน ในวันอาทิตย์ที่ 5 มี.ค.นี้ ที่ลากูน่า โกร๊ฟ ราคาบัตรคอนเสิร์ตพร้อมอาหารแบบโต๊ะจีน โต๊ะละ 20,000 บาท (8 ที่นั่ง), 15,000 บาท (10 ที่นั่ง) และ 12,000 บาท (10 ที่นั่ง) และยังมีบัตรแบบขายปลีก ไม่ต้องจองทั้งโต๊ะก็ได้ครับ ราคา 2,500/1,500/1,200 บาท สามารถติดต่อขอซื้อได้ที่ คุณเอ 095-415-2928 รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นทุนการศึกษา และร่วมสร้างอนาคตให้แก่เด็กนักเรียนทั้ง 5 โรงเรียนในภูเก็ต” นายวรพันธุ์ กล่าว

สมาคมกีฬากอล์ฟภูเก็ต จัดกอล์ฟการกุศล President Cup ครั้งที่ 46 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่คลับเฮาส์ สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรี คลับ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.ดร.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางมุกดา หลิมนุกูล พัฒนาจังหวัดภูเก็ต, นายชาญวุฒิ หงษ์หยก ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ, นายกุลเสกข์ กฤชเทียมเมฆ Audi Phuket บริษัท ออโต้เฮ้าส์ เทคนิค จำกัด และนายสัจจพล ทองสม เลขานุการสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ต

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล President Cup ครั้งที่ 46 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ โดยมีคณะกรรมการสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ตภูเก็ต นักกอล์ฟเยาวชนของภูเก็ต และสื่อมวลชนเข้าร่วม

โอกาสนี้สมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ตได้มอบเงินสนับสนุนชมรมกอล์ฟเยาวชนภูเก็ต จำนวน 20,000 บาท และมอบเงินสนับสนุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ภูเก็ต จำนวน 50,000 บาท ด้วย

พ.ต.อ.ดร.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟ President Cup ซึ่งเป็นการจัดแข่งขันประจำปีของสมาคมฯ ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 46 โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันในปีนี้ทางสมาคมฯ ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 6 ถ้วยรางวัล ได้แก่ รางวัลทีมชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศ Overall Low Gross 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศ Overall Low Net 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศ Flight A 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศ Flight B 1 รางวัล และรางวัลชนะเลิศ Flight C 1 รางวัล

นอกจากถ้วยรางวัลพระราชทานฯ แล้ว ยังมีรางวัล Hole in one หลุมที่ 14 เป็นรถยนต์ Audi มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท (สำหรับนักกอล์ฟมือสมัครเล่น), รางวัลมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สำหรับ Hole in one ในหลุมที่ 2, 5 และ 17 อีก 3 คัน พร้อมด้วยของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

“การจัดแข่งขันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกีฬากอล์ฟและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายโดยทั่วไป และยังจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักกอล์ฟ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเอกชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งยังเพื่อหารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วนำไปดำเนินกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ในนามสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ต และรายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วมอบให้กับกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พ.ต.อ.ดร.อกนิษฐ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากมีการประชาสัมพันธ์ออกไป ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีผู้สนใจสมัครแล้วจำนวน 160 คน แต่ในการแข่งขันรับได้จำกัด เพียง144 คน ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง จึงทำให้ต้องปิดการรับสมัครแล้ว

ขณะที่นางมุกดา หลิมสกุล พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมกีฬากอล์ฟจังหวัดภูเก็ตที่เล็งเห็นความสำคัญของเด็กด้อยโอกาส และสนับสนุนงบประมาณให้กับกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 50,000 บาท เพื่อนำไปให้การช่วยเหลือเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสที่เป็นเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตต่อไป

ที่ผ่านมากองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดภูเก็ตได้ให้การช่วยเหลือเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ โดยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางกองทุนฯ ได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส จำนวน 99 ราย เป็นเงินกว่า 141,000 บาท และในปี 2565 ที่ผ่านมา ได้มอบทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส จำนวน 249 ราย รวมเป็นเงิน 373,000 บาท

กิจกรรม “คนตงห่อ ยกชั้นแบ่งปัน ทุกข์ – สุข” ครั้งที่ 51

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณเวทีกลางสวนศรีภูวนาถ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต และหัวหน้าส่วนราชการของเทศบาลตำบลวิชิต ให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต ในกิจกรรม “คนตงห่อ ยกชั้นแบ่งปัน ทุกข์ – สุข” (Together We Share) ครั้งที่ 51

โดยทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดภูเก็ต เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นการหิ้วปิ่นโตอาหารมาร่วมรับประทานพร้อมพบปะพูดคุย หารือการทำงานระหว่างหน่วยงานในจังหวัดภูเก็ต เพื่อสานสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานราชการ สู่การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตที่ยั่งยืน

ได้รับเกียรติจากนายอำนวย พิณสุวรรณ, นายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ และนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางบุญวันดี วุ่นซิ้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

สำหรับกิจกรรม “คนตงห่อ ยกชั้นแบ่งปันทุกข์-สุข” ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ วัฒนธรรม ประเพณีไทย ในการพบปะพูคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานเพื่อการพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

เลอค่า…มงกุฎเพชรประดับมุก “สาวงามสองเมือง พังงา-ภูเก็ต”

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โชว์รูมภูเก็ตไข่มุก บริษัท ภูเก็ต เพิร์ล กรุ๊ป นายอมร อินทรเจริญ ประธานกรรมการบริษัท ภูเก็ต เพิร์ล กรุ๊ป ส่งมอบ “มงกุฎเพชรประดับไข่มุก” สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดสาวงามสองเมือง พังงา-ภูเก็ต ในโครงการ “สานสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง พังงา-ภูเก็ต 2566” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2566 บริเวณสะพานสารสิน

โดยมีนายธราธิป ทองเจิม นายก อบจ.พังงา พร้อมด้วย น.ส.ชุติมา สนิทเปรม ปลัด อบจ.พังงา และน.ส.สังวาลย์ ประดิษฐ์ทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว อบจ.พังงา เป็นผู้รับมอบ มีนายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต และนางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเขต11อันดามัน ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการรับมอบ

สำหรับการออกแบบมงกุฎเพชรประดับไข่มุก ในการประกวดนางงามดังกล่าว ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เกาะตะปู” หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “เจมส์บอนด์ไอร์แลนด์” ที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของธรรมชาติความสวยงาม และโดดเด่นของเมืองพังงา ผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน หล่อหลอมเป็นมงกุฎไข่มุกอันเลอค่า “Andaman of Sustainable “

“จูรี” ลงพื้นที่ภูเก็ต โหมกระแสผลโพลล์มาแรง มั่นใจพื้นที่ภาคใต้ อย่างน้อย 5 ที่นั่งแน่นอน

ในระหว่างวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนายเทมส์ ไกรทัศน์ และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต และนายจุรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 ขวัญใจคนใต้ ลงพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อดูวิถีชุมชน แหล่งวัฒนธรรม ศาสนา ที่ชุมชนบ้านบางโรง และแหล่งท่องเที่ยว หาดสุรินทร์ ที่สวยงามมีความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม

นายกรณ์ กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ได้มีโอกาสสนับสนุนว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 คน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนเก่ง และที่สำคัญมีความตั้งใจอุทิศตนทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจัง ในส่วนของภาคใต้เราส่ง ส.ส.ลงแข่งขันทั้งหมด 20 คน มั่นใจในคุณภาพของผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้าทุกคน แต่หากจะให้ตอบว่า ความคาดหวังจริง ๆ มีเท่าไร ก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ภาคใต้ ชาติพัฒนากล้าได้อย่างน้อย 5 ที่นั่งแน่นอน

อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 พรรคชาติพัฒนากล้า จัดเวที “แหลงให้ฉาวเพื่อชาวภูเก็ต” โดยนายเทมส์ ไกรทัศน์ และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต และนายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 ซึ่งได้ร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ที่ขุมน้ำบางมะรวน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยนางสาวอรทัย กล่าวว่า ในฐานะที่ได้อาสามาเพื่อเป็นตัวแทนชาวภูเก็ต อยากบอกว่า เราคิดแบบเดียวกันที่ต้องการช่วยแก้ปัญหาปากท้องให้กับพวกท่าน และจากการพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกวัน ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา คนรู้จักชาติพัฒนากล้ามากขึ้น และคะแนนเสียงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราทำงานจริง จนได้ฉายา “อ้อเต็มที่” วันนี้ภูเก็ตต้องเปลี่ยนแปลง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจจริง มีความรู้ ความสามารถ มาพัฒนาบ้านเกิด

ซึ่งนโยบายของพรรค ทั้งการยกเลิกแบล็กลิสต์ เพื่อให้คนที่ติดแบล็กลิสต์ได้ลืมตาอ้าปากได้ เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี การสร้างบ้านที่ปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ หรืออารยสถาปัตย์ สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ เป็นต้น ที่สำคัญคือ ชาวภูเก็ตต้องได้รับบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น ถนนหนทางต้องดีขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ลูกหลานชาวภูเก็ตต้องได้เรียนรู้ 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาต่างชาติ อังกฤษหรือจีน และภาษาคอมพิวเตอร์

ขณะที่นายเทมส์ กล่าวว่า ตนตั้งใจที่จะมาเป็นผู้แทนของชาวภูเก็ต และตัดสินใจเดินเข้าพบคุณกรณ์ และในช่วงเวลาดังกล่าวโชคร้ายต้องประสบวิกฤตโควิด แต่ไม่ได้นิ่งดูดาย โดยอาสาตนร่วมภารกิจโรงพยาบาลสนามแห่งแรก รับส่งผู้ป่วย ออกพื้นที่กับทีมแพทย์พยาบาล และอำนวยความสะดวกการฉีดวัคซีนให้พี่น้องประชาชนตลอด 1 ปี 1 เดือน 21 วัน ทำงานด้วยความตั้งใจ อึด ถึก ทน พร้อมชนทุกปัญหา จนเป็นฉายาว่า “เทมส์ทุ่มเท” เทใจเคียงข้างคนภูเก็ต เพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมาเป็นตัวแทนของคนภูเก็ต และตนพร้อมแล้วที่จะเป็น ส.ส.ที่เสียงดัง เป็นปากเสียงให้ประชาชนจริงๆ ขอให้คำมั่นกับพี่น้องว่า หากได้ เทมส์ เข้าไปทำงาน ไม่หายหน้าหายตาไปจากพี่น้อง และทุ่มเทอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายเทมส์ ยังกล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว รายได้มากกว่า 80% มาจากการท่องเที่ยว แต่สาธารณูปโภคไม่ได้รับการพัฒนา คุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตไม่ได้รับการดูแลให้ดีเท่าที่ควร เช่น ได้รับการอนุมัติงบประมาณรายหัวตามประชากร 4 แสนคน ไม่นับรวมนักท่องเที่ยวและประชากรแฝงอีกกว่า 10 ล้านคน สิ่งสำคัญที่สุดภูเก็ตยังหาเงินเพิ่มได้อีก จากนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลควรต้องดูแลทั้งนักท่องเที่ยวและชาวภูเก็ตให้ได้ประโยชน์ด้วย เพื่อให้สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและเมืองคุณภาพชีวิตที่ดี

ด้าน จูรี ดาวติ๊กตอก คนดัง ซึ่งมาร่วมเวทีด้วย กล่าวว่า ขอให้ชาวภูเก็ตเลือกคนที่สามารถเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาว จ.ภูเก็ตได้ จากที่ได้รู้จักและติดตาม เทมส์ และ อ้อ อรทัย นับเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทจริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของคนภูเก็ต ที่จะได้เลือกคนรุ่นใหม่ เข้าไปเป็นนักการเมือง อย่าให้เกิดการผูกขาดเฉพาะคนไม่กี่ตระกูล และคนใช้เงินซื้อเสียงเข้าไปเป็น ส.ส.

โดยนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นนโยบายที่จะรื้อโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ยกตัวอย่าง เช่น นโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร แล้วใช้ระบบเครดิตสกอร์แทน , ส่งเสริมเศรษฐกิจสายมู ที่มีอยู่ทุกจังหวัด เพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน เป็นต้น

รมว.ท่องเที่ยวฯ เสนอไอเดีย “สามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน” ต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ห้องประชุมศูนย์ประสานงานการส่งเสริมสุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต (มอ.ภูเก็ต) อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับฟังปัญหาด้านการท่องเที่ยวจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ต และพังงา

เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน หลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ มีนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก ทำให้ประสบกับปัญหาพื้นฐานในด้านสาธารณูปโภค เช่น รถติด, น้ำอุปโภคบริโภคที่ไม่เพียงพอ, การขาดแคลนแรงงาน, ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, องค์กรภาคเอกชน, ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกลุ่มอันดามันเข้าร่วม

ทั้งนี้ทางภาคเอกชนของจังหวัดพังงา ได้เสนอแนวคิดในการเชื่อมโยงการทำตลาดของ 2 จังหวัดให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะทั้งสองจังหวัดต้องพึ่งพาทรัพยากรซึ่งกันและกัน  ขณะที่ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ได้เสนอในส่วนของการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน, น้ำอุปโภคบริโภค เป็นต้น ให้สามารถรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งขอให้มีการผลักดันการดำเนินโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาจังหวัดเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองด้วย ปัญหาความเดือดร้อนของโรงแรมขนาดเล็ก การแก้ไขปัญหากฎกระทรวงฯ ใบอนุญาตเปิดโรงแรม และปัญหามาเฟียต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ โดยเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน และนักท่องเที่ยวในประเทศตนเอง เป็นต้น

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการรับฟังปัญหา ว่า  การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อมารับฟังปัญหาด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนสถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่ โดยตนตั้งให้เป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน ขณะนี้การท่องเที่ยวของทั้ง 3 จังหวัด พบว่าโรงแรมขนาดใหญ่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบเต็มไม่ต่างจากปี 2562 แล้ว  แต่โรงแรมขนาดเล็กยังมีปัญหาอยู่  โดยเฉพาะเรื่องของใบอนุญาต โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีการปรับปรุงจากห้องพัก 4 ห้อง เป็น 10 ห้อง และจาก 10 คนขนาดเป็น 30 คน ทราบว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการออกระเบียบหลักเกณฑ์ในเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าพัก  คาดว่าคงไม่ช้า

“ในภาพรวมของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน  มีภูเก็ตเป็นแกนกลาง และมีพังงากับกระบี่เป็นปีก  ซึ่งกำหนดแนวทางการพัฒนาของแต่ละจังหวัดอย่างชัดเจน หากเป็นเรื่องของความทันสมัยและเทคโนโลยีต่างๆ ต้องยกให้ ภูเก็ต และขณะอยู่ในระหว่างการเสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพงานเอ็กซ์โปร์ 2028  ส่วนของจ.พังงา ได้มีการพุดคุยกับผู้ประกอบการ และผู้ว่าฯ  ส่งเสริมการท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน ซึ่งเป็นเทรนของโลก เริ่มนำร่องในพื้นที่เกาะคอเขา ก่อนจะขยายผลไปพื้นที่กะปง และพื้นที่เกาะยาวน้อยเกาะยาวใหญ่

ส่วนของ จ.กระบี่พยายามส่งเสริมการเป็นเมืองสปา ใน อ.คลองท่อม ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร และมีจุดเด่น คือ น้ำพุร้อนจืดและน้ำพุเค็ม  โดยพัฒนาให้เป็นเมืองสปาระดับโลก  หากสามารถพัฒนา 3 จังหวัดนี้ให้เป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจของอันดามันได้ ซึ่งไม่ต้องกังวลเลยกับอนาคตที่สภาพัฒน์ฯ ตั้งเป้าให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำ GDP ของการท่องเที่ยวให้ได้ 25% ในปี 2570

หมายความว่าจะต้องมีรายได้  5 ล้านล้านบาท หากทำได้เช่นนี้ในหลาย ๆ ภูมิภาค ต้องบูรณาการความร่วมมือกัน โดยได้ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 80 ล้านคน มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10 ล้านตำแหน่ง โดยในปี 2562 เรามีรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท ในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการจ้างงาน 4.8 ล้านคน แต่หากให้ได้ตามเป้าหมายที่สภาพัฒน์ กำหนดไว้  จะต้องลงมือพัฒนาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของปัญหาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นจะได้มีการเก็บรวบรวมและนำเสนอให้กับผู้บริหารกระทรวงที่เกี่ยวข้องรับทราบ ซึ่งในเรื่องๆ ก็อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว เช่น การแก้ปัญหาจราจรติดขัด โรงแรมเล็ก ปัญหาน้ำประปา ปัญหาแรงงาน ปัญหามาเฟีย เป็นต้น  แอยากฝากว่า เมื่อนักท่องเที่ยวกลับมาแล้วเราต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดภูเก็ต และประเทศไทย  

เริ่มแล้ว … “Rasada Music Festival 2023” กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลรัษฎา

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 บริเวณหาดสิเหร่ ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่ “Rasada Music Festival 2023”

โดยมีนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต, นายนครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา พร้อมด้วยคณะผู้บริการเทศบาลตำบลรัษฎา  ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้งานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่ “Rasada Music Festival 2023” จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสิเหร่ ตำบลรัษฎา ให้เป็นที่รู้จักของคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทั่วไปมากยิ่งขึ้น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นเมืองภูเก็ต จากโรงแรม ร้านอาหาร ร้านอาหารนานาชาติ

รวมทั้งการแสดงวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวอูลักลาโว้ย หรือชาวไทยใหม่ เกาะสิเหร่ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำถิ่น และการแสดงดนตรี  “ROCK ON THE BEACH” โดยศิลปินชื่อดัง อาทิ  เสก โลโซ, ไก่กะละมัง, วง หิน เหล็ก ไฟ เป็นต้น โดยงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566  ระหว่างเวลา 17.00 – 24.00 น.

“กรณ์” มั่นใจปักธงภูเก็ตหลังกระแสตอบรับดี ทั้ง “เทมส์ -อรทัย”

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ทำการพรรคชาติพัฒนากล้า ต.ราไวย์ อ.เมือง ภูเก็ต นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต พบปะหาเสียงให้กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง คือ นายเทมส์ ไกรทัศน์ และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ โดยมีสมาชิกพรรคฯ ผู้สนับสนุนและประชาชนชาวภูเก็ตในพื้นที่ ต.ฉลอง, ต.ราไวย์ และใกล้เคียง เข้าร่วมรับฟังนโยบายของพรรคในภาพรวม และจังหวัดภูเก็ต คึกคัก

อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า จะลงพื้นที่พบปะหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรค น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ ในพื้นที่ถลาง ด้วยการจัดกิจกรรม “จูรี in ภูเก็ต” ซึ่งจะมี “จูรี นุ่มแก้ว” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 พรรคชาติพัฒนากล้า ร่วมลงพื้นที่ไปตามชุมชนต่างๆ อาทิ บ้านพรุสมภาร บ้านบางโรง หาดสุรินทร์ เป็นต้น โอกาสนี้ยังจะมีการจัดเวทีเสวนา “แหลงใต้ให้ฉาว เพื่อปากท้องชาวภูเก็ต” ที่ขุมน้ำบางมะรวน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ภูเก็ต ชาติพัฒนากล้าส่งผู้สมัคร ส.ส. ลง 2 เขต คือ เขต 2 และเขต 3 ซึ่งได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครไปแล้ว คือ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ และนายเทมส์ ไกรทัศน์ นับเป็นผู้สมัครที่มีศักยภาพและมีความสามารถสูง ที่ผ่านมาได้เดินหน้าทำงานกับพรรค ไม่ได้มีการเปิดตัวแล้วเปลี่ยนเหมือนกับหลายๆ พรรค อย่างคุณเทมส์ฯ ทำงานกับพรรคมาตลอดระยะเวลา 3 ปี แม้ว่า “คุณอ้อ” อรทัย จะมาร่วมงานทีหลัง แต่เดินหน้าด้วยความมั่นคงเต็มที่ จึงทำให้พรรคฯ มีความมั่นใจในศักยภาพของว่าที่ผู้สมัครทั้ง 2 คน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาชนะได้

“พรรคมั่นใจว่าใน 2 เขตที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง มีโอกาสจะชนะและได้ปักธงในภูเก็ต ขณะนี้เหลือเวลาอีก 2 เดือนเศษที่จะถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งว่าที่ผู้สมัครฯ มีภารกิจอีกมากที่จะต้องทำด้วยเป็นคนหน้าใหม่ทางการเมืองและเราก็เป็นพรรคใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้ คนภูเก็ตรู้จักว่าที่ผู้สมัครและพรรคฯ มากขึ้น รวมทั้งยังได้ฝากความหวังไว้กับพรรคชาติพัฒนากล้าแล้ว”

นายกรณ์ กล่าวถึงนโยบายของพรรคฯ ที่จะมาดูแลคนภูเก็ตว่า คงหนีไม่พ้นเรื่องปากท้องที่เดือดร้อนมาจากโควิดระบาด นโยบายที่จะมาช่วยแก้ปัญหาการทำมาหากิน ปากท้องและหนีสิ้น เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ท่องเที่ยวฟื้นตัว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตแน่นอน แต่ทำอย่างไรให้คนภูเก็ตได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวและรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณหรือประโยชน์ต่างๆ ให้กับเกาะภูเก็ตไม่ได้สะท้อนถึงความสำคัญของภูเก็ตและความต้องการของคนภูเก็ตจริงๆ

โดยภูเก็ตมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 4-5 แสนคน แต่มีคนจากต่างจังหวัดมาทำงานจำนวนมาก รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาปีละหลักสิบล้านคน แต่จัดสรรงบประมาณตามจำนวนประชากรที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มองว่าที่ผ่านมานักการเมืองภูเก็ตไม่ได้ต่อสู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงมุ่งเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจให้คนภูเก็ตได้พิจารณา และมองว่าถึงเวลาแล้วที่ภูเก็ตจะต้องบริหารงบประมาณในการพัฒนาภูเก็ตเองเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนภูเก็ตและทันต่อการเติบโตด้านการท่องเที่ยวและเมืองภูเก็ตด้วย

ด้าน นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นายเทมส์ กล่าวว่า รายได้หลักของ จ.ภูเก็ต มาจากการท่องเที่ยว โจทย์ของเราคือ เราจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มรายได้ได้อย่างเต็มที่ โดยที่ยังสามารถบำรุงรักษาเกาะของเราไว้เพื่อขายในวันต่อ ๆ ไปข้างหน้าได้ด้วย ขณะเดียวกัน โจทย์อีกอย่างที่รัฐบาลในยุคต่อ ๆ ไปต้องทำคือ การท่องเที่ยวต้องเฟื่องฟูมาก ๆ เราจะผลักดันให้ภูเก็ต World class destination หรือ เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ฉะนั้นวิถีชีวิตของคนภูเก็ต ก็ต้องเหมือนอยู่ในเมืองระดับโลกจริง ๆ ถนนหนทางต้องสะดวก รถต้องไม่ติด น้ำต้องมีในทุกฤดู ฉะนั้นพรรคชาติพัฒนากล้า เชื่อว่าการท่องเที่ยวยังต้องเป็นแหล่งการหารายได้ของภูเก็ตอย่างแน่นอน ประเทศไทยยังสามารถรับนักท่องเที่ยวได้อีกเยอะ เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้อีกมาก สามารถเพิ่มวันท่องเที่ยวจาก 10 วัน เป็น 12 วัน เพิ่มการใช้จ่ายจากวันละ 5,000 บาท เป็น 7,000 บาท และสามารถเพิ่มเมืองท่องเที่ยวขึ้นทั่วประเทศ โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจสายมู ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัด

นอกจากนี้ในเรื่องของ LGBTQ ประเทศไทยโดยธรรมชาติของคนที่เปิดกว้างและยอมรับและเป็นมิตรไมตรี คนพวกนี้จึงชอบมาเมืองไทย รัฐบาลไทยต้องแสดงออกด้วยการออกกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมไปถึง การดูแลอำนวยความสะดวก เรื่องความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดด้วย รายได้ต้องกระจาย แหล่งสาธารณูปโภคต้องพร้อมรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นตามมา

ขณะที่ น.ส.อรทัย เก็บทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในภูเก็ต คือ Life style travel หรือการท่องเที่ยวตามความชอบของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ถลาง ซึ่งเป็นเมืองที่ยังมีเกษตรกรรม มีวิถีวัฒนธรรมที่หลากหลาย หากผลักดันให้เกิดวิถีชุมชนยั่งยืนอยู่คู่กับนักท่องเที่ยว แทนที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาอยู่ในโรงแรมหรู นอนชายหาด ก็ควรมีโปรแกรมออกมาเที่ยวชุมชน ไปจับปู นั่งแลเล เพื่อให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้อยากจะเน้นย้ำเรื่องสาธารณสุข ที่จะต้องดี มุ่งสู่เวิลด์คลาส คนภูเก็ตก็ต้องได้รับการดูแลในเรื่องสาธารณสุขอย่างดีเช่นเดียวกัน