ร่วมแสดงความยินดีกับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ที่เมืองยกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต ในโอกาสที่ได้รับรางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอาเซียน ประจำปี 2566-2568 (ASEAN Community Based Tourism Standard 2023-2025)

อนึ่งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมตำบลตลาดมหญ่ กับ ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนครั้งนี้ เป็นการได้รับมาตรฐานต่อเนื่องเป็นวาระที่ 2 ถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชนและประชาคม

ทต.วิชิต เตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ซึ่งจัดโดยเทศบาลตำบลวิชิต ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

โดยมีนายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์/นักศึกษา สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิตเข้าร่วม

สำหรับโครงการฯนี้ ทางกองสวัสดิการสังคมเทศบาลตำบลวิชิต บูรณาการร่วมกับหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนวัยผู้สูงอายุ

แนวทางการดำเนินชีวิตหลังเกษียณสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติตน ส่งเสริมการดำเนินงานของกลุ่มผู้สูงอายุ สร้างเครือข่าย สร้างขวัญกำลังใจพร้อมแนวทางการดำเนินชีวิต และการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพต่อไป

โดยกิจกรรมในโครงการได้แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ซึ่งจะเป็นกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุยกระดับคุณภาพสังคมสูงอายุ และเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณ อาทิ การประเมินคัดกรองคุณภาพ การทดสอบองค์ประกอบของร่างกาย ความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ เป็นต้น เพื่อใช้ในการประเมินร่างกายออกแบบการออกกำลังกาย การดูแลตัวเองของผู้สูงอายุต่อไป

6 ที่หมายสถานที่บอกรักสุดโรแมนติก รับ วันวาเลนไทน์ นี้

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว ถือเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยการแสดงถึงความรัก ความห่วงใย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็น “วันแห่งความรัก” หรือ “วันวาเลนไทน์” (Valentine’s Day) เราจึงรวม 6 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกในภูเก็ต ที่ถือว่ามีบรรยากาศดี เหมาะกับการจูงมือแฟนหรือคนรัก มอบคำรักหวานๆ บอกรักให้สุดแสนโรแมนติกกัน มีที่ไหนบ้าง ตามมาเลย

1.Canopy Walk ที่อควาเรียภูเก็ต เป็นจุดที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แมกไม้ และสามารถมองปลาข้างล่างได้แบบกว้างๆ ในบรรยากาศ Open air สุดโรแมนติก ยิ่งกลางคืนยิ่งเหมาะมากในการ ขอแต่งงาน ขอเป็นแฟน หรือการเริ่มต้นคบกัน กับการเริ่มต้นที่สวยงาม และราบรื่น

2. พาขึ้นเขา ชมวิวภูเก็ตจากมุมสูง ที่ จุดชมวิวเขารัง ที่นี่เปรียบเสมือนหลังบ้านของตัวเมืองภูเก็ต ทำให้เห็นตัวเมือง ทะเล และขุนเขาได้อย่างชัดเจน แบบกว้างๆ หลังจากที่มีการสร้างจุดชมวิวนี้ โดยทางเทศบาลได้จัดทำสวนสุขภาพและสวนสาธารณะให้ชาวภูเก็ตได้มาพักผ่อน ออกกำลังกาย และชมวิวสวยๆ โดยเฉพาะยามเย็น และยามค่ำคืน จึงเป็นบรรยากาศสุดโรแมนติกที่เหมาะมากๆ ในการขอแต่งงาน เอ่ยคำรัก ขอเป็นแฟน ทุกการเริ่มต้นที่สวยงาม

3. แหลมพรหมเทพ กับการเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยตลอดกาล และโด่งดังไปทั่วโลก ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจตลอด บางช่วงจะเห็นทุ่งหญ้าสีทอง ที่ขึ้นปกคลุมสวยงดงามสุดๆ และบวกกับวิวตรงหน้าที่สามารถมองเห็นเกาะน้อยใหญ่ต่างๆ บอกเลยค่ะว่าคงจะไม่มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ไหนสู้ที่นี่ได้อีกแล้ว นอกจากจะถ่ายรูปเช็คอินแล้ว ในยามพระอาทิตย์ตก แสงของบริเวณนี้จะโรแมนติกมาก เหมาะที่จะขอแต่งงาน หรือบอกรัก บรรยากาศจะช่วยให้ซาบซึ้งในความทรงจำ

4. อุโมงค์หนุมานและนางสุพรรณมัจฉา เรื่องราวความรักจากวรรณคดี จุดเริ่มต้นของความรักที่ฝ่าฟันจนเอาชนะ จุดนี้อยู่ใน อควาเรียภูเก็ต เป็นจุดที่ถ่ายรูปออกมาสวยมากๆ และเหมาะมากในการบอกรักของทุกคน เก็บความทรงจำที่ประทับใจไม่มีวันลืม ใรการเริ่มต้น ของคนสองคนในวาเลนไทน์นี้

5. เที่ยวภูเก็ต ต้องมาที่พระใหญ่ ซึ่งมองเห็นได้จากระยะไกล พระองค์ใหญ่ๆ สีขาว อยู่บนยอดเขา นอกจากจะได้มาไหว้พระขอพรพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ วัดพระใหญ่ บนยอดเขาแล้วยังสามารถมองวิวจากบริเวณฐานพระที่เป็นจุดชมวิว 360 องศาได้อีกด้วย ซึ่งจะเห็นแทบรอบเกาะภูเก็ต รวมถึงเกาะต่างๆ ทั้ง หาดกะตะ หาดกะรน อ่าวฉลอง เหมาะกับการขอแต่งงาน บอกรักกับวิวสุดว้าว โดยมีพระใหญ่เป็นพยานในการบอกรักอีกด้วย เป็นการเริ่มต้นสิ่งดีๆของคนสองคน

6. ห้องอาหาร Suvana ซึ่งอยู่ใน อควาเรียภูเก็ต ห้องอาหารใต้น้ำเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสุดโรแมนติก ในยามค่ำคืน กับดินเนอร์สุดหรู เสิร์ฟอาหารมื้อพิเศษโดยเชฟมืออาชีพ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ในการบอกรักที่ไม่อาจลืม เก็บภาพความทรงจำที่ดีของคู่รักในวันวาเลนไทน์

อย่าลืม มาเที่ยวภูเก็ตแล้ว ต้องมาที่ อควาเรียภูเก็ต ชั้น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฟลอเรสต้า www.aquaria-phuket.com โทร 076-629800

“อุ๊งอิ๊ง” ยกทัพลงภูเก็ต พบปะผู้ประกอบการ ประชาชน พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต

วันนี้ (5 ก.พ.66) พรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร,นายประเสริฐ จันทรรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัว

และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้ง 3 เขต ของจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วยนายวัชรพงษ์ อนันตกูล อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต, นายสรธรรม จินดา อดีต รองนายก อบจ.ภูเก็ต และนายอาวุธ หนูเชต อดีตเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาป่าตอง  ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้าขายและสถานการณ์การท่องเที่ยว หลังการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ที่มารอต้อนรับจำนวนมาก

หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่พบและพูดคุยกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการประมง ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดอันดามัน ภูเก็ต พังงาและกระบี่ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการในการยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดอันดามัน โดยได้สะท้อนปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ยากลำบาก เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ

รวมไปถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม และกฎหมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหลายฉบับที่บังคับให้ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตาม แต่กลับเปิดช่องให้ธุรกิจอื่นที่ใกล้เคียงกันสามารถทำได้  นอกจากนี้ยังฝากให้พิจารณาความสำคัญการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สนับสนุนสร้างตารางการท่องเที่ยวให้สามารถมีการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ทั้งภาคการเกษตรและภาคแรงงานให้ได้ประโยชน์ไปด้วย เพื่อยกระดับภูเก็ตและจังหวัดท่องเที่ยวอันดามัน ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ส่วนของตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน สะท้อนปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมานาน ทำให้รายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรตกต่ำไปด้วย จึงฝากให้มีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการผลิต ยกระดับราคาและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเกษตร จากเกษตรกรผู้ผลิตให้เป็นผู้แปรรูปเบื้องต้น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ในส่วนของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดพังงาขอให้สนับสนุน โครงการ “พังงาครัวอันดามัน” ด้วย  ผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ยังฝากเรื่องการขยายเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงได้ถึงเวลา 04.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มักออกมาใช้เวลาในช่วงดึก ซึ่งจะทำมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นได้มีการเปิดเวทีปราศรัยย่อยขึ้นที่บริเวณสะพานสารสิน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อนำเสนอนโยบายต่อผู้ให้การสนับสนุน และแนะนำว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วยนายวัชรพงษ์ อนันตกูล อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต, นายสรธรรม จินดา อดีต รองนายก อบจ.ภูเก็ต และนายอาวุธ หนูเชต อดีตเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาป่าตอง โดยได้มีการขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้แลนด์สไลด์  โดยนางสาวแพทองธาร ได้กล่าวฝากพรรคเพื่อไทยให้อยู่ในอ้อมใจของทุกคน ขอเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคใต้

ทต.วิชิตจัดกิจกรรม Running @ Vichit ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566  เทศบาลตำบลวิชิต โดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต จัดโครงการ Running @ Vichit ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 ณ สวนศรีภูวนาถ โดยได้รับเกียรติจากนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต)  เป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ยังมีคณะผู้บริหารฯ,สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนนักกีฬาเข้าร่วม

สำหรับโครงการ Running @ Vichit จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการเดิน – วิ่ง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด มีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเทศบาลตำบลวิชิต และส่งเสริมกิจกรรมการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อนึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 1,500 คน และผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 300 คน

“วาเลนไทน์” นี้ ชวนทุกคู่ควงแขนเที่ยว “อควาเรีย ภูเก็ต”

“วาเลนไทน์” นี้ “อควาเรีย ภูเก็ต” ชวนทุกคู่ควงแขนเที่ยว ให้คนโสดตาร้อนกับโปรโมชั่น ฉลองวันแห่งความรัก แบบสุดคุ้มเฉพาะคนมีคู่ ไม่ว่าจะ คู่เลิฟ คู่จิ้น คู่เพื่อรัก พร้อมกิจกรรมสุดฟิน บัลเล่คิวปิคใต้น้ำ ที่เดียวในประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีโชว์ให้อาหาร โชว์นางเงือก พร้อมฟังเพลงรักสุดโรแมนติกโดยนักดนตรีมืออาชีพ มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร ในระหว่างวันที่ 11 – 14 กุมภาพันธ์ นี้

บัตรคอมโบ้ อควาเรียม+ทริกอาย จากปกติ 1,580 บาท เหลือ 1,180 บาทสำหรับ 2 ท่าน ทุกคู่รักที่มีอายุตั้งแต่ 18ปีขึ้นไป เจอกันที่ อควาเรียภูเก็ต ชั่น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฟลอเรสต้า www.aquaria-phuket.com โทร 076-629800

Most amused activities, underwater cupid ballet, feeding shows, mermaid show, listening romantic love songs by pro-musician plus selfie corner are waiting for your visit during 11th to 14th February.

Aquarium + Trick Eye (combo ticket for 2 adults) only 1180THB from normal price 1580.-All couples over 18 years old are welcome at Aquaria Phuket B1 floor, Central Floresta www.aquaria-phuket.com โทร 076-629800

ไทยฮอนด้าและเอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ ผนึกกำลัง 12 ประเทศโซนเอเชีย ประชันทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมเปิดการแข่งขันทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าระดับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย (The Asia-Oceania Honda Safety Instructor Competition 2023)

ซึ่งจัดโดย บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนียรวม 12 ประเทศ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างไม่ลดละผ่านการยกระดับทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัย เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับสังคม มุ่งสู่พันธกิจของฮอนด้ามอเตอร์ในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือศูนย์ภายในปี 2050

มร.มาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด, ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า “ฮอนด้ามีความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละตามพันธกิจที่จะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับทุกคน ภายใต้แนวคิด ‘Safety for Everyone’ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ด้านการขับขี่ปลอดภัย ตั้งเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการชนของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลก ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050”

“หนึ่งในกลไกขับเคลื่อนที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้และการอบรมทักษะ จากครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าที่มีความชำนาญ ดังนั้น เพื่อรักษามาตรฐานพร้อมยกระดับความสามารถให้กับครูฝึกฯ นับเป็นครั้งแรกที่ฮอนด้าได้จัดการแข่งขันทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าระดับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ในประเทศไทย และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกลุ่มบริษัทฮอนด้า 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, บังกลาเทศ, กัมพูชา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม โดยมีครูฝึกฯ กว่า 100 คน เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้”

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้โครงการ Honda Safety Thailand ไทยฮอนด้าได้ส่งเสริมและรณรงค์กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยในประเทศไทย เป็นเวลานานกว่า 34 ปี เรามุ่งมั่นทุ่มเทอย่างไม่ลดละในการพัฒนาทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้ามาตรฐานโลกที่ดีที่สุดถึง 4 แห่ง การพัฒนาหลักสูตรการฝึกสอนที่หลากหลาย พร้อมเพิ่มขีดความสามารถให้กับครูฝึกฯ มาอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าระดับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับมาตรฐานครูฝึกฯ ให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก”

ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวเสริมว่า “เพื่อขยายการยกระดับทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึง เราจึงนำสุดยอดครูฝึกฯ จากร้านผู้จำหน่ายฯ ผู้ชนะเลิศระดับภาค รวมถึงผู้ชนะเลิศการแข่งขันทักษะขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ในกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ตลอดจนครูและอาจารย์ ได้เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติในครั้งนี้ด้วย

การแข่งขันจะช่วยพัฒนาศักยภาพของครูฝึกฯ ทุกคน ทำให้ครูฝึกฯ สามารถส่งต่อความรู้ด้านทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยให้กับสังคม นี่คือสิ่งที่เราจะผลักดันอย่างเต็มศักยภาพ เพราะการพัฒนาที่ดีจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุทางถนนของเมืองไทยอย่างยั่งยืน”

สำหรับการแข่งขันทักษะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าระดับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ครั้งที่ 1 (The 1st Asia-Oceania Honda Safety Instructor Competition 2023) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า จังหวัดภูเก็ต ครอบคลุมทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และการนำเสนอหลักสูตรเพื่อความปลอดภัยยุคใหม่ โดยในการแข่งขันประเภทรถจักรยานยนต์นั้นประกอบด้วยสถานีทดสอบ 3 สถานี ได้แก่ Slalom, Low Speed Balance และ Braking และในประเภทรถยนต์ประกอบด้วย 3 สถานี ได้แก่ Figure Driving, Slippery Road Driving และ Slalom

ตรวจเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานฯ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน วิชิต

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ห้องประชุมสภาฯ ชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับคณะตรวจเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่าย “ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเทศบาลตำบลวิชิต (ศปถ.ทต.วิชิต)” นำโดยนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยศปถ.ทต.วิชิต ได้มีการนำเสนอข้อมูลการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ภายใต้มาตรการ 5 ด้าน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนและสภาพแวดล้อม ด้านปัจจัยเสี่ยงของยานพาหนะ ด้านการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยน-เรียนรู้การจัดการภายใต้โครงการฯดังกล่าวเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ตำบลวิชิตต่อไป

รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ จัดงานฉลองครบรอบ 41 ปี ภายใต้แนวคิด “Giving & Sharing: สุขที่ส่งต่อได้”

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บริเวณ ชั้น 3 อาคาร 5 โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน “โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ฉลองครบรอบ 41 ปี Giving & Sharing: สุขที่ส่งต่อได้” โดยมีนายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมี ผู้บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชน คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ

นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 ได้กล่าวถึงที่มาและแนวคิดของงานฉลอง ครบรอบ 41 ปี Giving & Sharing: สุขที่ส่งต่อได้ ว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 41 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลกรุงเทพสิริ-โรจน์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS  ให้บริการด้านการแพทย์และพยาบาลแก่ประชาชนชาวภูเก็ต พังงา กระบี่ และจังหวัดแถบอันดามัน รวมไปถึงรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาจนปัจจุบัน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ มีการพัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาโรคทั่วไป และโรคเฉพาะทางสาขาต่าง ๆ โดยทีมแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญ พร้อมพัฒนาคุณภาพเครื่องมือทางการแพทย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตรงตามมาตรฐานระดับสากล ขณะเดียวกันยังคงสานต่อเจตนารมณ์ของการเป็นโรงพยาบาลเพื่อชุมชน ด้วยการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อตอบแทนชุมชน และพื้นที่ใกล้เคียงให้ได้รับประโยชน์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” 

นายแพทย์นรินทร์ กล่าวต่อว่า “ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 41 ปี ของโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ จึงกำหนดให้มีแคมเปญพิเศษ “41 ปี กรุงเทพสิริโรจน์ อยู่คู่คุณ Giving & Sharing: สุขที่ส่งต่อได้ เพื่อเป็นการตอบแทนชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ที่มอบความไว้วางใจให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ดูแลสุขภาพ โดยในปีนี้ทางโรงพยาบาลได้จัดทำชุดตรวจสุขภาพราคาประหยัด เพื่อให้ผู้รับบริการได้มีสุขภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ในขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสได้ร่วมบริจาควัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้แก่เด็กด้อยโอกาส เมื่อซื้อชุดตรวจสุขภาพที่กำหนด จึงถือเป็นการส่งต่อความสุข ความห่วงใยในสุขภาพให้แก่น้อง ๆ ได้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในโอกาสนี้”

ทางด้านคุณเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานในพิธี กล่าวแสดงความยินดีว่า  “รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เป็นประธานในพิธีฉลองครบรอบ 41 ปี ของการก่อตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และที่น่ายินดีไปกว่านั้น คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ 41 ปี กรุงเทพสิริโรจน์ อยู่คู่คุณ Giving & Sharing:สุขที่ส่งต่อได้ กว่า 41 ปีที่ผ่านมา เราในฐานะคนภูเก็ต ได้เห็นถึงการเติบโตและการพัฒนาของโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ที่เริ่มต้นจากคนภูเก็ต ให้บริการดูแลรักษาพยาบาลคนภูเก็ตด้วยกันมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันได้อยู่ภายใต้การบริหารงานของเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์ พยาบาล ให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากล

ผมในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวภูเก็ต ขอชื่นชมในปณิธานและเจตนารมณ์ของคณะผู้บริหาร ที่ยังคงรักษาความเป็นสิริโรจน์ไว้อย่างเหนียวแน่น ทั้งการบริการเป็นกันเองดุจญาติมิตร รวมไปถึงการเป็นโรงพยาบาลเพื่อชุมชนและสังคม เป็นโรงพยาบาลของคนภูเก็ตเพื่อคนภูเก็ต ด้วยการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อตอบแทนชุมชน ที่ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการแบ่งปันความห่วงใยให้กับเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาส ผ่านการร่วมบริจาควัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อซื้อชุดตรวจสุขภาพที่กำหนด ถือเป็นการตอบแทนสังคมให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย”

นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดโอกาสให้แพทย์ลูกหลานชาวภูเก็ต ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ได้ส่งต่อแรงบันดาล และความประทับใจที่ได้กลับมาดูแลคนที่บ้านเกิด ในหัวข้อ “สุข…รักษา” ทอล์ค ประกอบด้วย นายแพทย์ธรณิศ ตันติพิริยะกิจ ศัลยแพทย์ทั่วไป นายแพทย์ศุษณะ สกุลพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกสันหลัง แพทย์หญิงภัททมาภรณ์ ศิริรัตน์สัตยะกุล อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบทางเดินหายใจ และนายแพทย์ชัยวัฒน์ สวนยา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

งานฉลองครบรอบ 41 ปี Giving & Sharing “สุข” ที่ส่งต่อได้ สามารถซื้อและสอบถามรายละเอียดชุดตรวจสุขภาพได้ ณ บูธส่งเสริมการขาย บริเวณอาคาร 5 ชั้น 3 หรือ ศูนย์ตรวจสุขภาพและงานอาชีวอนามัย อาคาร 1 ชั้น 2 ระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2566 และสามารถเก็บสิทธิไว้ใช้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2566 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น. – 17.00 น. โทรสายด่วน 1719 

เทศบาลตำบลวิชิตอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการ รุ่นที่ 1

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ที่ห้องประชุมระเงง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการ และผู้สัมผัสอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 หลักสูตรสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการ รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต โดยมีฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการคณะบริหาร ผู้เข้ารับการอบรมเข้าร่วม

ทั้งนี้นายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต กล่าวว่า ในการจัดการอบรมในครั้งนี้เพื่อให้ผู้ดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารและการเกิดการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการ สถานที่จำหน่ายอาหารในระดับพื้นที่ ประกอบกับเป็นการดำเนินการตามกฎกระทรวง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ได้กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการ ต้องผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

โดยในการดำเนินโครงการฯ วันที่ 30 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ได้จัดอบรมผ่านระบบออนไลน์แล้ว เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งในวันนี้จะเป็นการดำเนินการทดสอบความรู้ โดยผู้เข้าร่วมการอบรมทุกท่านต้องทำแบบทดสอบให้ผ่านร้อยละ 80 จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการอบรมตามหลักสูตร ซึ่งจะได้รับบัตรประจำตัวและประกาศนียบัตร มีอายุ 3 ปี โดยรายชื่อของผู้ที่ผ่านการอบรมจะถูกจัดเก็บที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารต่อไป