เปิดบ้าน “Phuket Inspired Education Hub” ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน สู่ศูนย์กลางการจัดการศึกษานานาชาติ

วันที่ 24 มกราคม 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์  ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เปิดบ้าน โครงการภูเก็ตแรงบันดาลใจของศูนย์กลางการจัดการศึกษานานาชาติ (Open House Phuket Inspired Education Hub)” ภายใต้โครงการ “ภูเก็ตแรงบันดาลใจของศูนย์กลางการจัดการศึกษานานาชาติ (Phuket Inspired Education Hub)”

โดยมีนางสาวพรรณา พรหมวิเชียร ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต, นายชลำ อรรถธรรม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายวิทยา เกตุชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดภูเก็ต, นายศาสวัส หลิมพานิชย์ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการศึกษา คณาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

นางสาวพรรณา พรหมวิเชียร ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต กล่าวรายงานว่า โครงการ “ภูเก็ตแรงบันดาลใจของศูนย์กลางการจัดการศึกษานานาชาติ” จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองแห่งการศึกษาและเมืองนานาชาติ ผ่านความร่วมมือของสถาบันการศึกษาเอกชนนอกระบบและเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ โดยภายใต้โครงการประกอบด้วยกิจกรรมรวม 8 กิจกรรม ครอบคลุมการพัฒนาทักษะอาชีพ ภาษา การท่องเที่ยว ดนตรี กีฬา การดูแลผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่

สำหรับกิจกรรมเปิดบ้านในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดมุมมองโอกาสทางการศึกษาและอาชีพในหลากหลายสาขา สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ประชาชน และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการ “Phuket Inspired Education Hub” ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดภูเก็ตในการยกระดับการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเน้นการพัฒนาคนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต และสมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา สร้างอาชีพ และพัฒนากำลังแรงงานที่มีคุณภาพ พร้อมย้ำว่า “คุณภาพของเมืองอยู่ที่การศึกษาเป็นหลัก”

ด้าน นายชลำ อรรถธรรม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษา พร้อมเน้นย้ำว่านโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญกับการศึกษาและสุขภาพควบคู่กัน โดยมุ่งเน้นการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนให้ตรงกับความสามารถอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กิจกรรมเปิดบ้าน “Phuket Inspired Education Hub” ยังทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ เมืองแห่งการศึกษา และเมืองนวัตกรรมการบริการในระดับนานาชาติ

จากครอบครัวที่ชอบทานโรตี สู่คาเฟ่โรตีร่วมสมัย ที่อยากให้ทุกคนได้นั่งทานอย่างสบายใจที่ “ชิโน โรตี ภูเก็ต”

เมื่อ พีร์รวัสส์ ปลั่งศิริ อดีตสจ๊วตหนุ่มตัดสินใจแขวนเครื่องยูนิฟอร์ม แล้วหันมาคว้าตะหลิวสานต่อความรักในอาหารของครอบครัว ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ชิโน โรตี ภูเก็ต” (Sino Roti Phuket) แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนระนอง ที่กำลังเปลี่ยนนิยามการกินโรตีแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง

​หัวใจคือ “รากเหง้า” ที่อัปเกรดด้วย “มาตรฐาน”

​จากจุดเริ่มต้นที่ครอบครัวผูกพันกับโรตีมาตั้งแต่รุ่นอาม่า พีร์รวัสส์ ได้นำทักษะการทำอาหารไทยชาววังและการอบขนม มายกระดับโรตีสตรีทฟู้ดให้กลายเป็นเมนูหลักที่พิถีพิถัน “นวดมือทุกแผ่น ทอด 2 กระทะ” คือเทคนิคเฉพาะที่ทำให้โรตีของที่นี่กรอบนอก นุ่มใน และที่สำคัญคือ ไม่อมน้ำมัน ทำให้ลูกค้านั่งทานในคาเฟ่ได้อย่างสบายใจโดยไม่มีกลิ่นน้ำมันติดตัว

​เมนู “ทะลายกรอบ” ที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ

​ชิโน โรตี ไม่ได้หยุดอยู่แค่โรตีนมข้น แต่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกเมนูเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่:

​สายหวานจัดเต็ม: โรตีภูเขาไฟ และ มินิไมโล

​สายฟิวชั่น: โรตีพิซซ่าผักขมชีส และ ข้าวโพดปาปีก้า

​เครื่องดื่มซิกเนเจอร์: ใช้ชาเขียวจากภาคเหนือเป็นเบส รังสรรค์เป็นเมนูชื่อสะดุดตาอย่าง ลำยองหอมมะลิ, มะระคืนชีพ และ น้ำดอกไม้กลอยใจ ที่เน้นความสดชื่นและเข้ากับรสชาติของโรตีได้อย่างลงตัว

​พื้นที่ที่เป็นมากกว่าร้านอาหาร

​ตัวร้านถูกออกแบบในสไตล์ ชิโนโมเดิร์น (Chino-Modern) เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะแวะมานั่งทำงาน คุยงาน หรือพักคอยก่อนเดินทางต่อ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายแต่ยังคงกลิ่นอายของย่านเมืองเก่าภูเก็ต

​“เราอยากให้โรตีดี ๆ ที่นั่งกินได้อย่างสบายใจ เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน”​

แม้จะยกระดับเป็นคาเฟ่ที่สวยงามและใส่ใจในคุณภาพระดับพรีเมียม แต่ ราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท เพื่อยืนยันความตั้งใจเดิมที่อยากให้ “ของธรรมดา” กลายเป็น “สิ่งพิเศษ” ในชีวิตประจำวันของคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยว

​พิกัด: ถนนระนอง ตรงข้ามตลาดสดบ้านซ่าน จ.ภูเก็ต เปิดให้บริการ: ตั้งแต่ 12.00 – 22.30 น. ทุกวัน

ทต.วิชิต จัดกิจกรรมBig Cleaning Day โครงการ Vichit Clean City ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ถนนเทพอนุสรณ์และหมู่บ้านภูเก็ตวิลล่า 2 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายชัยวัฒน์ พึ่งแรง รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วย นายนิมิตร เอกวานิช ประธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองช่าง และเจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบ สำนักปลัด เทศบาลตำบลวิชิต

ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการ Vichit Clean City ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมด้วยรถเก็บขยะชิ้นใหญ่ทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดบนพื้นถนน และตัดหญ้า 2 ข้างทาง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเพิ่มความสวยงามของพื้นที่

เต่าตนุขึ้นวางไข่ เป็นรังที่ 3 ของเกาะตาชัย จังหวัดพังงา

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯ สล.3 (เกาะตาชัย) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้เฝ้าระวังและตรวจตราบริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ พบแม่เต่าตนุขึ้นวางไข่จำนวน 130 ฟอง บริเวณหน้าหาดของเกาะตาชัย พิกัด 47P0369959E 1002718N

วัดความกว้างจากร่องรอยขนาดของใบพายได้ 87 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่าจุดที่เต่าวางไข่นั้นมีความเสี่ยงน้ำทะเลท่วมถึง และเสี่ยงต่อการถูกรบกวน จึงได้ย้ายไปฟักในจุดที่ปลอดภัยต่อไป

สำหรับการขึ้นวางไข่ของเเม่เต่าตนุในครั้งนี้นั้นนับเป็นรังที่สามของฤดูกาล สำหรับการขึ้นวางไข่บริเวณเกาะตาชัย และเป็นรังที่หกของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติกำลังฟื้นฟู เเละมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายหาดและท้องทะเลในพื้นที่

เทศบาลนครภูเก็ตจัดกิจกรรม Big Cleaning “เก็บให้เกลี้ยง หยุดทิ้งให้ได้”

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ ถนนศักดิเดช ซ.1 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดและร่วมกิจกรรม Big Cleaning “เก็บให้เกลี้ยง หยุดทิ้งให้ได้” ถนนศักดิเดช ซ.1 ภายใต้โครงการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครภูเก็ต

โดยมี นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการทุกสำนัก / กอง พนักงานเจ้าหน้าที่ เทศบาลนครภูเก็ต คณะครู นักเรียนวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 23 (ภูเก็ต) พนักงานสถานประกอบการพื้นที่ใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Big Cleaning “เก็บให้เกลี้ยง หยุดทิ้งให้ได้” ศักดิเดช ซ.1 เป็นกิจกรรมที่รณรงค์ สร้างจิตสำนึก เชิญชวน พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ร่วมด้วยช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะในที่ หรือทางสาธารณะ เพื่อความสะอาด สวยงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และการทิ้งขยะในที่ หรือทางสาธารณะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด พ.ศ.2535 มีโทษปรับ 2,000 บาท

ทต.วิชิตเปิดสำนักทะเบียน ยกระดับการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรในพื้นที่

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นประธานเปิดสำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลตำบลวิชิต โดยมีนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ ตลอดจนผู้บริหารท้องถิ่นต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต  กล่าวว่า การเปิดสำนักทะเบียนท้องถิ่นครั้งนี้ เพื่อยกระดับการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเทศบาลตำบลวิชิตได้พัฒนาระบบบริการด้วยคอมพิวเตอร์ ใช้งบประมาณของตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อราชการได้สะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญมีอารยสถาปัตย์ที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม เท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงเพศ วัย ความสามารถ หรือข้อจำกัดทางร่างกาย

ทั้งนี้สำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลตำบลวิชิต จะให้บริการงานทะเบียนราษฎรครบวงจร อาทิ การแจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ การขอเลขที่บ้าน การคัดและรับรองสูติบัตร  มรณบัตร และงานทะเบียนบ้านต่าง ๆ โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ (22 มกราคม 2569) เป็นต้นไป

สำหรับตำบลวิชิต เป็น 1 ใน 8 ตำบลของอำเภอเมืองภูเก็ต ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลวิชิต ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 และได้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลวิชิต ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2550 มีพื้นที่ประมาณ 56 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด จำนวน 9 หมู่บ้าน มีประชากรตามทะเบียนราษฎร จำนวน 56,129 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568)

EDC Thailand ครั้งที่ 3 ปักหมุด 18 – 20 ธันวาคม 2569 ณ Rhythm Park ภูเก็ต พร้อมเปิดพรีเซล 23 มกราคมนี้!

ฟิวเจอร์ ไวบ์ส (Future Vibes) ผู้พัฒนาและดำเนินงานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติในประเทศไทย ร่วมกับ Insomniac ผู้นำวงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา และผู้สร้างสรรค์เทศกาล Electric Daisy Carnival (EDC) ประกาศการเดินหน้าจัดงาน EDC Thailand เป็นครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยการเปลี่ยนช่วงเวลาการจัดงานจากเดิมในเดือนมกราคม สู่การจัดในช่วงปลายปี โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 – 20  ธันวาคม 2569 ณ Rhythm Park บ้านป่าสัก ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ EDC Thailand บนเวทีเทศกาลดนตรีระดับโลก โดย EDC Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คนตลอดระยะเวลา 3 วัน จากหลากหลายประเทศทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านดนตรีและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ

งานในเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้นำเสนอประสบการณ์เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในมาตรฐานเดียวกับ EDC ระดับโลก ทั้งดีเจแถวหน้าของวงการ EDM โปรดักชันแสง สี เสียง และพลุระดับสากล งานศิลปะอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ รวมถึงโซนประสบการณ์ใหม่ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับประเทศไทย อาทิ Downtown EDC, Binary Beach และ Hotel EDC Thailand ตลอดจนกิจกรรมหลากหลายภายใน Experience Zones เช่น เครื่องเล่น, Kandi Casino, Diva Show และ Karaoke Battle ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน และสะท้อนถึงการผสานวัฒนธรรมดนตรีระดับโลกเข้ากับบริบทท้องถิ่นอย่างลงตัว

สำหรับการจัดงาน EDC Thailand ครั้งที่ 3 (รายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศในเร็ว ๆ นี้) ผู้จัดเตรียมต่อยอดจากประสบการณ์ดังกล่าว พร้อมยกระดับ Festival Journey ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การย้ายช่วงเวลาการจัดงานสู่เดือนธันวาคมสอดคล้องกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี และการเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เอื้อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น และผสานการพักผ่อน ไลฟ์สไตล์ และเทศกาลดนตรีไว้ในจุดหมายเดียว ภายใต้สภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการจัดเทศกาลกลางแจ้ง

การจัดงานในช่วงเวลาดังกล่าวยังสอดคล้องกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี ซึ่งเป็นหนึ่งในฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ใช้เวลาอยู่ในประเทศยาวนานขึ้น ดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเล วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกสำหรับการพักผ่อน และการเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ ควบคู่ไปกับสภาพอากาศที่เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับการจัดเทศกาลกลางแจ้ง

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับ EDC Thailand ให้เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีหลักของภูมิภาคเอเชีย และผลักดันจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็น Music & Lifestyle Destination ระดับโลก ที่มอบประสบการณ์ครบถ้วนทั้งการพักผ่อน การเฉลิมฉลอง และความบันเทิงในจุดหมายเดียว

นอกจากนี้ สำหรับงานเดือนธันวาคม 2569 EDC Thailand เตรียมเปิดตัว All-Access Experience Pass ใหม่ล่าสุด ซึ่งจะรวมสิทธิ์เข้าร่วม Official Opening Beach Party คืนวันพฤหัสบดี และกิจกรรม Day Party ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ EDC อย่างต่อเนื่องนอกพื้นที่เทศกาล โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้

Pasquale Rotella, Founder & CEO, Insomniac กล่าวว่า “EDC Thailand เติบโตเร็วกว่าที่เราคาดไว้มาก การตัดสินใจย้ายช่วงเวลาการจัดงานมาเป็นเดือนธันวาคมเกิดจากการรับฟังแฟนเพลงจากทั่วโลก เราอยากให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาใช้เวลา พักผ่อน และค่อย ๆ เตรียมตัวก่อนจะเข้าสู่ประสบการณ์ EDC อย่างเต็มที่ ภูเก็ตมีทุกอย่างที่เหมาะกับสิ่งนั้น และเรามองเห็นศักยภาพของที่นี่ในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านดนตรีระดับโลก”

นายณพมนัส สังขทรัพย์, ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวเจอร์ ไวบ์ส จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของ EDC Thailand แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกับ Insomniac ทำให้เรายกระดับมาตรฐานทั้งด้านโปรดักชัน ประสบการณ์ และการบริหารจัดการงาน การจัดงานในเดือนธันวาคมจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถวางแผนการเดินทางและใช้เวลาในประเทศไทยได้มากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันภูเก็ตสู่การเป็น Music & Lifestyle Destination ระดับโลกอย่างยั่งยืน”

ความร่วมมือระหว่าง Future Vibes ในฐานะผู้พัฒนาเทศกาลในประเทศไทย และ Insomniac ในฐานะผู้นำด้านเทศกาลดนตรีจากสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างการท่องเที่ยว ความพร้อมของสถานที่จัดงาน และพลังของวัฒนธรรมดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างประสบการณ์ดนตรีที่เปิดกว้าง มีความหลากหลาย และต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียม

สำหรับการจัดงานในเดือนธันวาคม 2569 ผู้จัดเตรียมเปิดจำหน่ายบัตร Presale (จำนวนจำกัด) ในวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. (ICT) โดยบัตร 3-Day Pass เริ่มต้นที่ราคา 7,090 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ https://thailand.electricdaisycarnival.com ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและการจำหน่ายบัตรได้ที่เว็บไซต์ EDC Thailand รวมถึงช่องทาง Instagram, Facebook, and X

default

ม.อ.ภูเก็ต ร่วมจัดแข่งนวดนานาชาติ “NewMa Asia Massage Championship 2026” ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนวดสู่เวทีโลก

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมเก็ตโฮ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)  วิทยาเขตภูเก็ต อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดและสปา จากสมาคม New Massage Association, Qrose Academy  และ Thara Spa & Beauty แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมการแข่งขันนวดนานาชาติ “NewMa Asia Massage Championship 2026”

ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โดยมีผู้แถลงข่าวประกอบด้วย  รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี ม.อ.ภูเก็ต, Dr.Ranjan Kapoor Sixsense Spa, นางสาวทิพย์วรรณ โนรี Thara Spa &Beauty (Qatar), Julien Elis New massociation (France) และ Assf.Prof. Chainun Chaiyasain Assistant President of Planning and Quality Assurance   และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม อาทิ ททท.สำนักงานภูเก็ต, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, สมาคมนวดสปาจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

สำหรับการแข่งในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวที และสร้างเครือข่าย นักบำบัดด้านการนวดและผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพจากทั่วโลก ซึ่งมีความมุ่งมั่นในศาสตร์การนวดและการให้บริการที่มีคุณภาพสูง ได้แสดงศักยภาพสูงสุด ทั้งด้านเทคนิคการนวด ความคิด สร้างสรรค์ การนำเสนอการสื่อสารและการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้รับบริการ ตลอดจนการจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อประสบการณ์ด้านสุขภาวะอย่างสมบูรณ์

การจัดการแข่งขันไม่เพียงเป็นการยกย่องและมอบรางวัลให้แก่ผู้มีความสามารถโดดเด่นในแต่ละสาขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนวดในระดับสากล และมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพของศาสตร์การนวดทั่วโลก อีกด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้ร่วมงานจากนานาประเทศ กว่า 500 ท่าน จาก 32 ประเทศ

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 1. การแข่งขันการนวดนานาชาติ 2. การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Master Class Workshop) จำนวน 15 หัวข้อ โดยปรมาจารย์ด้านการนวดระดับโลก (หัวข้อละ 3 ชั่วโมง) 3. การสาธิตการนวดโดยผู้เชี่ยวชาญ (Master Demonstration)  4. กิจกรรม Master Massage Session 5. การจัดบูธ นวด สปาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ  6. งานเลี้ยง Gala Dinner และปิดท้ายโปรแกรมการแข่งขันด้วยการท่องเที่ยว Phuket Unseen สำหรับผู้สนใจ

โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน เป็น 7 ประเภท ได้แก่ 1. Asian Traditions 2. Western Traditions 3. Nuad Thai Inspired 4. Sport Massage 5. Face & Head Massage 6. Spa-Wellness & Relaxing 7. Spa Wellness & Esthetics ซึ่งแบ่งกลุ่มการแข่งขันพิเศษ 2 กลุ่ม ได้แก่ New Talent Division และ International Division และรางวัลพิเศษ 3 ด้าน ได้แก่ Table Set-up, Innovation และ Empathy

คณะกรรมกรรมการตัดสิน ใช้เกณฑ์การตัดสิน ดังนี้ 1. การจัดเตรียมโต๊ะ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์  2. เทคนิคการนวด 3. หลักสรีรศาสตร์ในการทำงาน 4. ความต่อเนื่องและไหลลื่นของการนวด 5. นวัตกรรม 6. การปฏิสัมพันธ์กับผู้รับบริการ 7. ประสบการณ์โดยรวมของผู้รับบริการ

การผสานความร่วมมือ ในการจัดงาน การแข่งขันนวดนานาชาติ “NewMa Asia Massage Championship 2026” ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่น   ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร และได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่างใกล้ชิด อันนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและการผลิตกำลังคนด้านสุขภาพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ทต.วิชิต ประชุมโครงการ Running @ Vichit ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมสภา ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลติวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบหมายให้ นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานการประชุม โครงการ Running @ Vichit ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569

และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) ระหว่างเทศบาลตำบลวิชิต สถานีตำรวจภูธรวิชิต โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมชั่น มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และโรงเรียนในเขตเทศบาลตำบลวิชิต ในความร่วมมือดำเนินการกิจกรรม Running @ Vichit ครั้งที่ 18 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจภูธรวิชิต มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต คณะผู้บริหารสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทน.ภูเก็ต นำผู้ว่าพร้อมผู้บริหารท้องถิ่นในภูเก็ต ลงบอฝังกลบขยะเพื่อรับทราบสถานการณ์จริง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นำนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวุฒิชัย บำรุงรัตน์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่บ่อฝังกลบขยะบ่อที่ 4 และบ่อที่ 5 ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต

ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อติดตามแนวทางการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมหารือแนวทางเร่งด่วนในการลดปริมาณขยะจากทุกพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต ก่อนส่งเข้ามากำจัดยังศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต โดยมี คณะผู้บริหารเทศบาลนครภูเก็ต ประธานสภาเทศาลนครภูเก็ต ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักช่าง เทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้รายงานสถานการณ์ปริมาณขยะจากทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ส่งเข้ามากำจัด ณ ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1,100 – 1,200 ตัน / วัน ซึ่งบางวันอาจพุ่งสูงถึงกว่า 1,300 ตัน โดยเฉพาะช่วงที่มีการจัดกิจกรรม งาน หรือเทศกาลต่าง ๆ ขึ้นในพื้นที่ ในขณะที่ศักยภาพการกำจัดของเตาเผาขยะอยู่ที่ 500 ตัน / วัน ทำให้ขยะส่วนเกินทั้งหมดถูกส่งเข้าพื้นที่บ่อฝังกลบขยะ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังได้รับรายงานจากนายเทศมนตรีนครภูเก็ต ว่า พื้นที่ฝังกลบกว่า 100 ไร่ อาจไม่เพียงพอในระยะยาว จำเป็นต้องเร่งแยกขยะอินทรีย์ออกจากระบบโดยเร็ว ซึ่งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งปฏิบัติตามอำนาจกฎหมายอย่างเต็มที่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดการมูลฝอย พ.ศ.2567 ตลอดจนประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการการบริหารจัดการขยะมูลฝอยต้นทาง และคำสั่งจังหวัดภูเก็ตแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยต้นทาง จังหวัดภูเก็ต

รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลาด ร้านค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร สถานศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการคัดแยกขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางอย่างเข้มงวด ลดปริมาณการนำส่งขยะเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะ ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งดใช้โฟม ตรวจสอบความพร้อมของรถเก็บขนขยะ รวมถึงรณรงค์ให้บุคลากรและประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) และเข้าร่วมธนาคารขยะชุมชน