อีฟแอนด์บอย บุกเมืองไข่มุก สร้างตำนานบทใหม่กับสาขาล่าสุด ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณชายหาดป่าตอง ข้างป้อมยามตำรวจ ต้นซอยบางลา ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน “EVEANDBOY BEAUTY AND THE BEACH” ในรูปแบบ POP UP ริมหาดป่าตอง ภายใต้กิจกรรม “EVEANDBOY BEAUTY BEACH CLUB”

โดยมีนายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด, นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต และ นางสาวณรัตนา คชารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชน ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ภูเก็ตให้เป็น เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Beauty Destination) ผสมผสานความงาม แฟชั่น และวัฒนธรรมริมทะเลอย่างลงตัว พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในช่วง Green Season และสร้างความภาคภูมิใจให้คนภูเก็ตร่วมพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน”

จากนั้นทางคณะก็ได้เดินทางไปยังบริเวณชั้น 2 โซนเดอะจังเกิ้ล ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เพื่อเปิดสาขาใหม่ (สาขาที่ 58) EVEANDBOY พร้อม POP UP พิเศษ ยกร้านบุกหาดป่าตอง ขนทัพศิลปิน เซเลบริตี้ชื่อดัง บิวตี้ไอเท็มชั้นนำทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ระดับโลก กับโปรโมชั่นสุดพิเศษกว่าใคร 10  – 12 ตุลาคมนี้ ห้ามพลาด!

กิจกรรมจากแบรนด์ SKINTIFIC พบคุณจิมมี่ จิตรพล (จิมมี่ GMMTV), แบรนด์ JOJI พบคุณเก้า นพเก้า, คุณพีพี ปุญญ์ปรีดี และคุณบุ๊คโกะ, แบรนด์ KITTY KAWAII พบวง EMPRESS, เพียว เดอะวอยซ์ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย รวมไปจนถึงกิจกรรมสุดพิเศษแบบจัดเต็มสำหรับสมาชิก EBBIE CARD เป็นต้น

และทั้งนี้ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 พบกับกิจกรรม EVEANDBOY BEAUTY AND THE STORE ที่จะเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมฉลองเปิดสาขาใหม่ล่าสุดพร้อมกัน ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ชั้น 2 พบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกว่าใคร อาทิเช่น กิจกรรม LINE UP EVEANDBOY LUCKY BAG สำหรับ 200 ท่านแรก, กิจกรรม LINE UP แจกของบิวตี้ไอเทมจากแบรนด์ 4U2 COSLUXE SIVANNA CATHY DOLL

พร้อมทั้งจัดเต็มด้วยโปรโมชั่นบิวตี้ไอเทม 1 แถม 1 ไปจนถึงลดราคาสูงสุดถึง 70% ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ น้ำหอม และบิวตี้ไอเทมแบรนด์ไทยและแบรนด์ดังระดับโลก การันตีของแท้ 100% จากแบรนด์ TIRTIR, CANCER COUNCIL, LILYBYRED, LOREAL MAKEUP, LAROCHEPOSAY, EMBRYOLISSE, ELIXIR, SKINTIFIC, TIMEPHORIA พบสินค้าคุณภาพ ราคาดีที่สุด ถูกที่สุด คุ้มที่สุดในภูเก็ต! แล้วอย่าลืมมาพบกันที่ EVEANDBOY สาขา ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

“Once Yachting” ปักหมุดภูเก็ต เปิดบริการเรือยอร์ชหรู เจาะตลาดท่องเที่ยวพรีเมียมอันดามัน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ท่าเรือ Coco Pier Marina หมู่ที่ 7 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายจิรกิตต์ โรจน์ดรงกุล ผู้ก่อตั้ง Once Yachting และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Once Yachting เป็นประธานในการเปิดตัว  Once Yachting Phuket ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการเช่าเรือยอร์ชท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ร่วมงาน โดยหลังจากแถลงข่าวเปิดตัว ก็ได้เปิดให้ขึ้นชมเรือยอร์ชสุดหรูอีกด้วย

นายจิรกิตต์ เปิดเผยว่า Once Yachting ก่อตั้งเมื่อปี 2562 เริ่มต้นจากการให้บริการเช่าเหมาลำเรือยอร์ชในพัทยา ก่อนขยายสู่ภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการ “ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรือยอร์ชของไทยให้เทียบเท่าสากล” ทั้งในด้านความปลอดภัย คุณภาพของเรือ และบริการที่เน้นสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้า

“เราเข้ามาดำเนินธุรกิจที่ภูเก็ตได้ราว 2 ปี เริ่มจากเรือเพียง 1 ลำเพื่อศึกษาตลาดและความต้องการนักท่องเที่ยว จนปัจจุบันมีเรือ Private 4 ลำ และเรือแบบ Join Trip อีก 4 ลำ โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเรือ Private อีก 4 ลำ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นที่ขณะนี้มียอดจองเรือ Private แล้วกว่า 50%” นายจิรกิตต์กล่าว

สำหรับบริการของ Once Yachting ครอบคลุมการท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การล่องเรือพักผ่อนแบบส่วนตัว ปาร์ตี้สุดหรู ไปจนถึงการท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือองค์กร โดยมีเส้นทางหลักเชื่อมโยง ภูเก็ต – พังงา – กระบี่ รองรับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ อาทิ จีน รัสเซีย อินเดีย อาหรับ และนักท่องเที่ยวไทย

นายจิรกิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันตลาดเรือยอร์ชในภูเก็ตมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกระแสท่องเที่ยวหรูระดับโลก (Luxury Tourism) และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังโควิด-19 Once Yachting จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างจุดแข็งด้วยมาตรฐานบริการระดับพรีเมียม เพื่อผลักดันให้ อุตสาหกรรมเรือยอร์ชไทยก้าวสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน


	

แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ จับมือสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต ปีที่ 13 ตอกย้ำความเป็นส่วนหนึ่ง ด้วยแนวคิดในปีนี้ “ความดี ยั่งยืน ไม่สิ้นสุด”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่อาคารอเนกประสงค์ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต้าโบเก้ง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และนายสุรพงศ์ บำรุงพารา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sales Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ได้ร่วมกันแถลงข่าว การร่วมมือกันระหว่าง แสนสิริ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ สืบสานประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ภายใต้แนวคิด “ความดี ยั่งยืน ไม่สิ้นสุด” ตอกย้ำเจตนารมย์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ตอย่างยั่งยืน โดยมี ผู้แทนจากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง, ศาลเจ้าบางเหนียว, ศาลเจ้าสามกอง, ศาลเจ้ากะทู้ และศาลเจ้า ส่ามอ๋องหู้เชิงทะเล และสื่อมวลชนเข้าร่วม

ทั้งนี้นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริ และธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผักต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เทศกาลแห่งความภาคภูมิใจของชาวภูเก็ต ที่สืบทอดมากว่า 200 ปี ตอกย้ำความเป็นส่วนหนึ่ง และเติบโตไปด้วยกันกับชุมชน (Inclusive Growth) โดยในปีนี้ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า ภายใต้แนวคิด “ความดี ยั่งยืน ไม่สิ้นสุด”

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเชื่อในพลังแห่งความดีเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ จากการร่วมแบ่งปัน และส่งต่อวัฒนธรรมการกินเจ ​ซึ่งไม่เพียงเติมเต็มจิตใจ หากยังเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ​เราจึงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีร่วมกับผู้คนรอบข้าง เพื่อให้คุณค่าเหล่านี้เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน ​ในปีนี้ แสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ เชิญชวนกลุ่มลูกบ้านแสนสิริในภูเก็ต กลุ่มลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ พันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนพนักงาน เป็นจิตอาสาทำความดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีครั้งสำคัญนี้ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประเพณีถือศีลกินผัก ในช่วง 21 – 29 ตุลาคม 2568 โดยจะมีการร่วมกันล้างอ๊าม ทำความสะอาด 5 ศาลเจ้าใหญ่ ได้แก่ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง, ศาลเจ้าบางเหนียว, ศาลเจ้าสามกอง, ศาลเจ้ากะทู้ และศาลเจ้า ส่ามอ๋องหู้เชิงทะเล

นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่แสนสิริร่วมตั้งโต๊ะไหว้รับพระ เพื่อรับ “ขบวนอิ้วเก้ง” ขบวนแห่เทพเจ้า และเชิญชวนลูกบ้าน ร่วมกิจกรรมเก็บขยะท้ายขบวนถือศีลกินผักของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ในวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เพื่อร่วมกันรักษาความสะอาดสร้างความยั่งยืนในภูเก็ต พร้อมร่วมเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต ที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติของแสนสิริทั้งในไทยและทั่วโลก กระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเพื่อร่วมประเพณีและผลักดันการท่องเที่ยวภูเก็ตให้คึกคักอีกด้วย” คุณอุทัย กล่าว

ด้านนายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนับเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน นับเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่น่าตื่นตา ตื่นใจที่สุดในโลก และเป็นหมุดหมายที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวภูเก็ต เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ในช่วงเดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติจีน

เมืองภูเก็ตจะกลายเป็น มหานครแห่งศรัทธา ผู้คนนับหมื่นร่วมกันรักษาศีลและงดเว้นเนื้อสัตว์อย่างเคร่งครัด เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ ท่ามกลางปรากฏการณ์อิมแพ็กต์ระดับโลก เช่น พิธีกรรม “อิ่วเก้ง” หรือขบวนแห่เทพเจ้า และการแสดงอิทธิฤทธิ์อันน่าอัศจรรย์ของ “ม้าทรง” มหกรรมแห่งเสียงและสีสัน ที่ประกอบด้วยขบวนแห่ของแต่ละศาลเจ้าจะยิ่งใหญ่ตระการตา ไฮไลท์ด้วยการจุดประทัดนับล้านดอกที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมือง ความเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเทศกาลนี้ ทำให้ ยูเนสโก (UNESCO) ประกาศให้ภูเก็ตเป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558 มีสมาชิกทั้งหมด 18 เมืองทั่วโลก

โดยภูเก็ตเป็นลำดับแรกในอาเซียน เสริมภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมโลก ปัจจุบันงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต หรือ เจี๊ยะฉ่าย ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล โดยดึงดูดผู้เข้าชมหลายแสนคนต่อปี พร้อมทั้งกระตุ้นจิตสำนึกเรื่อง อาหารแพลนต์เบส (Plant-Based Food) ในระดับภูมิภาค และเป็นเครื่องยืนยันว่า ศรัทธาที่บริสุทธิ์และเข้มแข็งสามารถสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ ให้กับทั้งชุมชนและโลกได้

.ในส่วนของนายสุรพงศ์ บำรุงพารา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sales Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ไทยพาณิชย์ตอกย้ำบทบาทของธนาคารในการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน ผ่านการส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชนผ่านการสืบทอดประเพณีอันทรงคุณค่า โดยปีนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับแสนสิริ สานต่อการสนับสนุนประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ตต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เพื่อรักษาและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอันโดดเด่นให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย

นอกจากการสนับสนุนกิจกรรมของศาลเจ้าต่างๆ แล้วธนาคารยังต่อยอดความร่วมมือผ่านโครงการ “SCB ชวนกันทำดี” เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปันและจิตสาธารณะ ไม่เพียงแต่ปลูกฝังค่านิยมด้านการทำความดีให้กับพนักงานทั่วประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าของธนาคารเข้ามามีส่วนร่วมเป็นจิตอาสาในการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งความมุ่งมั่นของเราไม่ได้หยุดเพียงการอนุรักษ์ประเพณีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของธนาคารในการสร้างสังคมที่แข็งแรง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยธนาคารพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะเพื่อนคู่คิดทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกช่วงชีวิต พร้อมร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”

“แสนสิริ และธนาคารไทยพาณิชย์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความดี พร้อมเติบโตไปด้วยกันกับชุมชน
จึงได้ร่วมมือกับ “YAYEE” แบรนด์พื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต นำโดย คุณภูมิ-พงศ์พิวิชญ์ ทั่วไตรภพ ทายาท
รุ่นสอง ที่มีแนวคิดในการสร้างคุณค่า และต่อยอดพัฒนาธุรกิจเพื่อคนในชุมชน เกิดเป็น “ศรัทธาโปรเจค” ผ่านการออกแบบพัดจีนลายพิเศษ มอบเป็นของขวัญแทนใจแด่ลูกบ้านแสนสิริที่มาร่วมล้างศาลเจ้าในปีนี้ ของขวัญชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์สำหรับใช้คลายร้อน แต่ได้ถูกยกระดับเป็นเครื่องมงคลที่นำ 2 สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองมารวมเอาไว้ในหนึ่งเดียวผ่านแรงบันดาลใจจาก นกเฟิ่งหวง สัตว์มงคลในตำนานจีน

ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและเกียรติยศของชาวเปอรานากัน มาตั้งแต่โบราณ รายล้อมด้วยดอกโบตั๋น “ราชินีแห่งบุปผา” สัญลักษณ์ความงามเหนือกาลเวลา ที่จะนำพาความโชคดี ความมั่งคั่ง ความรุ่งเรือง มาสู่ ผู้ครอบครองในทุกครั้งที่เบ่งบาน พิเศษยิ่งกว่า โดยตัวพัดจะมีพู่ห้อยจากผ้าปาเต๊ะเหลือใช้ ที่ผลิตโดยกลุ่มผู้ต้องขังหญิง และกลุ่มชุมชนต่างๆ พัดลายพิเศษนี้จึงนำทั้งความมงคลมั่งคั่งมาสู่ผู้รับ และนำอาชีพมาสู่ผู้ผลิตด้วยเช่นกัน”

เตรียมพบ ‘Arinara Mercedes-Benz Road Cruise 2025’ เชื่อมเส้นทางอันดามัน สู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับโลก”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ห้องประชุม โรงแรม Arinara Beach Resort Phuket บางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, นายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, นายสยาม เศรษฐบุตร ประธานบริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ คลับ (ประเทศไทย), และนางสาวสิริรัตน์ เมอร์ฟีย์ ผู้บริหารระดับสูง Arinara Beach Resort Phuket

ได้ร่วมแถลงข่าว “Arinara Mercedes-Benz Road Cruise 2025” เพื่อประกาศความพร้อมก่อนเปิดคาราวานรถยนต์สุดหรูระดับตำนานที่จะรวมตัวกันเฉลิมฉลองเส้นทาง 3 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ กระบี่ – พังงา – ภูเก็ต ในวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 นี้

งานแถลงข่าวครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz Club Thailand และ Arinara Beach Resort Phuket พร้อมการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Amazing Thailand), Vietjet Air, Kata Rocks by Indefinite Luxury, Andamanda Phuket และ Old Phuket Farm เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างภาพลักษณ์ภูมิภาคอันดามันให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความหรูหราและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

นอกจากความยิ่งใหญ่ของคาราวานรถยนต์คลาสสิกสุดหรูแล้ว กิจกรรมยังมุ่งเน้นการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน เพื่อซ่อมแซมสถานเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลหายาก พร้อมเปิดมุมศิลป์ผ่านผลงานเพ้นท์ “เต่าทะเล” โดย 5 ศิลปินชื่อดังของไทย

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ของ “Arinara Mercedes-Benz Road Cruise 2025”

• จังหวัดกระบี่ : จุดเริ่มต้นแห่งการเดินทาง พร้อมพิธีต้อนรับโดยรองผู้ว่าฯ กระบี่ และกิจกรรมสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองน่ารัก

• จังหวัดพังงา : สัมผัสความงดงามของเมืองหุบเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

• จังหวัดภูเก็ต : เมืองปลายทางสุดหรู กับกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เยี่ยมชม Old Phuket Farm ปล่อยเต่ามะเฟืองคืนทะเล และดินเนอร์สุดพิเศษที่ Kata Rocks

งานจะปิดท้ายด้วยค่ำคืนแห่งความทรงจำที่ The Beach Phuket (Arinara Beach Resort Phuket) พร้อมมินิคอนเสิร์ตจาก ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และ แคทรียา อิงลิชร่วมด้วยการแสดงพิเศษจาก อันดามันดา ภูเก็ต และ สยามเนรมิต

“Arinara Mercedes-Benz Road Cruise 2025” คือการเดินทางเหนือกาลเวลา ที่หลอมรวมความหรูหรา การอนุรักษ์ และศิลปวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างสง่างาม เพื่อเฉลิมฉลองความงดงามของฝั่งอันดามันให้ตราตรึงในความทรงจำตลอดไป

“นายกเทมส์” พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเยี่ยมเยียนครอบครัวอุปถัมภ์นักเรียน “สานใจไทย สู่ใจใต้”

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่บ้านของชาวบ้านที่ให้การอุปถัมภ์ นักเรียนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หมู่ที่ 5 ตำบลราไวย์ อ.เมือง ภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยนายชาริจ รักสะอาด และนายวุฒิชัย ศรีมั่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลราไวย์

เข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวอุปถัมภ์นักเรียนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” พื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อมอบทุนการศึกษาและสนับสนุนการเรียนรู้นอกสถานที่ในตำบลราไวย์

บริษัทสหมงคลประกันภัย ของรถ 18 ล้อบรรทุกเสาเข็มชนในอุโมงค์ดาราสมุทร เข้าเจรจาและเยียวยาผู้เสียหาย –ยุติ ด้วยความเรียบร้อย

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถบรรทุก 18 ล้อบรรทุกเสาเข็ม เบรกแตกพุ่งชนรถยนต์หลายคันภายในอุโมงค์ทางลอดแยกดาราสมุทร ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ถนนบายพาส) ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด (7 ตุลาคม 2568) การเจรจาไกล่เกลี่ยและชดเชยค่าเสียหายระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทประกันภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว รถบรรทุก 18 ล้อซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดระนองเพื่อขนส่งเสาเข็มไปยังพื้นที่ในหาน ต.ราไวย์ ได้เกิดเหตุเบรกแตกในขณะลงอุโมงค์ ทำให้พุ่งชนรถยนต์ที่ใช้เส้นทางอยู่ในขณะนั้นได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการแน่นหน้าอก

ต่อมา บริษัทเจ้าของรถบรรทุกพร้อมด้วย บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำโดย นายธนบดีพงศ์ พูนหิรัญอุดมโชค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมทีมงานจากสำนักงานใหญ่ ได้เข้าพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อหาข้อยุติในเรื่องค่าเสียหายและแนวทางการเยียวยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมรับฟัง เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

นายธนบดีพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุใหญ่ มีรถได้รับความเสียหายหลายคัน ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยมีทั้งการชดเชยเป็นเงินสด การรับซื้อซากรถ หรือให้ประเมินค่าซ่อมจากอู่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้กระบวนการจ่ายค่าชดเชยจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 7–15 วัน หลังรวบรวมเอกสารครบถ้วน

“เรายืนยันว่าการเจรจาเป็นไปด้วยความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายทุกคัน บริษัทฯ พร้อมจ่ายตามความเสียหายจริง โดยเฉพาะคันที่เสียหายหนักก็จะเร่งดำเนินการทันที เพื่อให้ทุกฝ่ายพึงพอใจและยุติได้โดยเร็วที่สุด” นายธนบดีพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายส่วนใหญ่ต่างแสดงความพึงพอใจกับผลการเจรจา แม้จะไม่ได้รับตามที่ตั้งใจทั้งหมด แต่เห็นว่าข้อเสนอจากบริษัทประกันภัยอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และช่วยลดภาระเวลาและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้รถในการประกอบอาชีพ เช่น รถตู้โดยสารและรถรับส่งสินค้า

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่การดำเนินการของบริษัทประกันภัยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้การเยียวยาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Livi จัดสัมมนา “Go Green with Livi” ตอกย้ำแนวคิดธุรกิจยั่งยืน เปิดตัวผลิตภัณฑ์รักษ์โลกรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมบูกิตตา จังหวัดภูเก็ต บริษัท แกรนด์ ยูนิเวอร์แซล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระดาษคุณภาพภายใต้แบรนด์ Livi จัดงานสัมมนา “Go Green with Livi – ร่วมรักษ์โลกไปกับ Livi” เพื่อส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจในท้องถิ่นในการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายณัฐกฤษณ์ พลเพชร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของจังหวัดภูเก็ตและแนวทางจัดการขยะจากการท่องเที่ยว” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค

โดยมีนายอังกูร โซนิ Regional Commercial Director และ นางสาวนันทน์อนพัช วัฒนพัชรสกุล Marketing Manager ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมนำเสนอทิศทางการดำเนินธุรกิจของ Livi ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ นายณัฎฐศักดิ์ เทศขวัญยืน Head of National Sales ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มรักษ์โลกของ Livi ซึ่งพัฒนาโดยใช้กระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้

งาน “Go Green with Livi” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ Livi ในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด “Livi = คุณภาพ + ความยั่งยืน” พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวสู่อนาคตสีเขียวอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ภายในงานยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้แทนจำหน่ายและผู้ใช้งานจริงของผลิตภัณฑ์ Livi พร้อมจัดแสดงสินค้ารักษ์โลกหลากหลายประเภท อาทิ กระดาษชำระม้วนเล็กพรีเมียม กระดาษชำระม้วนใหญ่ กระดาษเช็ดมือ และกระดาษเช็ดหน้า ภายใต้แบรนด์ Livi (ลีวี่) ซึ่งจัดจำหน่ายโดย บริษัท ภูเก็ต พรีเมี่ยม กู้ดส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายประจำจังหวัดภูเก็ต

ทต.ราไวย์ มอบเตียงและผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ที่บ้านของผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ตำบลราไวย์ นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วย นายสมนึก หิมะ ประธานสภาเทศบาลตำบลราไวย์ สมาชิกสภาเทศบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ อสม.ตำบลราไวย์ ส่งกำลังใจเยี่ยมเยียนผู้ป่วย พร้อมมอบเตียงและผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

มูลนิธิเทพกวนอู บ้านนาบอน แถลงข่าวการจัดซื้อที่ดิน พร้อมรับมอบเงินบริจาคจากผู้อุปการคุณ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานกรรมการจัดซื้อที่ดินของมูลนิธิเทพกวนอู พร้อมด้วยนายโชคชัย องค์สันติภาพ ฝ่ายพิธีกรรมศาลเจ้ากวนอู, นางอุวรรณา ถิรสัตตยวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และนางสาวชมชนก คุปต์ทรงคุณ เจ้าของที่ดิน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดซื้อที่ดินเพื่อขยายพื้นที่ด้านหลังศาลเจ้าพร้อมกล่าวถึงความสำเร็จของการระดมทุนจัดซื้อที่ดินเพื่อสืบสานศรัทธาแห่งกวนอู

นอกจากนี้นายโชคชัย องค์สันติภาพ ฝ่ายพิธีกรรมศาลเจ้ากวนอู ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการที่ทางตระกูลทองตัน มอบที่ดินใก้กับทางศาลเจ้า แต่ก็ยังไม่ได้มีการส่งมอบให้กับทางศาลเจ้า ทางศาลเจ้าจึงได้มอบหมายให้กับนางรุ่งนภา พุฒแก้ว ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนในการร้องต่อศาลเพื่อเข้าไปรับมอบที่ดินอีก 2 แปลง ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ฉลอง จำนวน 11 ไร่เศษ

นางรุ่งนภา พุฒแก้ว ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่าผลการพิจารณาของศาลได้อนุญาตให้ทางมูลนิธิฯ เข้าไปครอบครองที่ดินทั้ง 2 แปลงได้ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยทางมูลนิธิฯ สามารถเข้าไปจดทะเบียนเป็นเจ้าของที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

และในโอกาศเดียวกันในวันนี้ ได้มีการส่งมอบเงินจากผู้ที่บริจาคเงินเพื่อในการจัดซื้อที่ดิน จำนวน 11 ราย ร่วมสมทบทุนจัดซื้อที่ดินเบื้องต้น รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ได้แก่ ตระกูลออวัฒนา 1 แสนบาท, คณะกลองยาวกวนอู บ้านนาบอน 1 แสนบาท, นางพรภินันท์ เรืองโรจน์ 1 แสนบาท, นายสิริวัชฌ์ สิชฌ์ชลภักษ์ 1 แสนบาท, นางสาวนิรมล – นายฉัตรชัย อินทจันทร์ 1 แสนบาท, นายสำราญ จินดาพล 1 แสนบาท, บริษัท พัมคิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด 1 แสนบาท, นายโชคชัย องค์สันติภาพ และบุตร1 แสนบาท, ครอบครัวคุณพ่อต้อง–คุณแม่แพ๊กกิ้ว ตันทวีวงศ์ 1 แสนบาท, ตระกูลอารีรอบ 1 แสนบาท และ นายเอกภักดิ์ ฉลองรัฐกิจ จำนวน 1 ล้านบาท

ทั้งนี้นายเรวัต อารีรอบ ได้กล่าวขอเชิญชวนพี่น้องผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดซื้อที่ดินให้มูลนิธิเทพกวนอู บ้านนาบอน เพื่อสืบสานศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน โดยมีช่องทางการบริจาค ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 986-2-61724-1 ชื่อบัญชี มูลนิธิเทพกวนอู บ้านนาบอน เพื่อจัดซื้อที่ดินมอบให้มูลนิธิฯ หรือสามารถบริจาคได้ที่ศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน