เริ่มแล้ว…“ราไวย์สบายคราฟท์”และ“ราไวย์สบายดี” ที่สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 บริเวณสวนสาธารณะหนองน้ำในหาน นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ร่วมกับนายพัลลภ ประจง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน

เปิดงาน “ราไวย์สบายคราฟท์ : Rawai Sabai Craft” และ “ราไวย์สบายดี : Rawai Sabai Delicious” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกระดับพื้นที่ตำบลราไวย์สู่การเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรคอย่างยั่งยืน พร้อมตอบรับกระแสงานคราฟต์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในจังหวัดภูเก็ต  

นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลราไวย์ และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม โดยเลือกใช้ “หนองน้ำในหาน” ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเวทีแสดงออกของงาน Craft & Art ในบรรยากาศสบายๆ รายล้อมด้วยต้นไม้ ลมเย็น และกลิ่นกาแฟหอมๆ

กิจกรรมไฮไลต์ในงาน Rawai Sabai Craft

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568

• 16.00 น. พิธีเปิดงาน | กล่าวต้อนรับโดยพิธีกรและผู้บริหาร

• 16.30 น. Workshop สุดสร้างสรรค์: o กวนกาละแม o Eco Printing o งานคราฟต์จากขยะทะเล o การลงสีแผนที่ท่องเที่ยวโดยศิลปินสเกตช์

• 18.00 น. Surprise Showcase: ยกระดับอาหารชุมชนสู่มื้อพิเศษ

• 19.00 น. การแสดงกลองดีแจมเป้จาก Art Village

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568

• 13.00 / 15.00 น. การแสดงดนตรี Acoustic

• 16.00 น. Forum: “ยกระดับ Craft ชุมชน สู่ Product การท่องเที่ยว” โดยผู้แทนจากหลายภาคส่วน เช่น artisan, ภาคเอกชน, ผู้บริหารท้องถิ่น, influencer และ creative

•  20.00 น. Mini Concert: วงแสงประทีป

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568

• 13.00 / 15.00 น. การแสดงดนตรี Acoustic

• 16.00 น. Forum: “สภาวะสิ่งแวดล้อมทางทะเลกับชีวิตชุมชน” ร่วมพูดคุยโดย: นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์, มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, Blogger สิ่งแวดล้อม เช่น “หยอยไปไหน” Poonsook.craft, Art Village

• 20.00 น. Mini Concert: วงวรินทร์

พบกับเสน่ห์ของศิลปะ วิถีชีวิตชุมชน และความงามของธรรมชาติไปพร้อมกันที่ราไวย์ 3 วันเท่านั้น! แล้วคุณจะรู้ว่า… งานคราฟต์ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแกลเลอรีเสมอไป

ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.ภูเก็ตนำเรือตรวจการณ์รับนทท.บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (ศูนย์ไข่มุก) กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก เรือตะวันฉาย ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยว ประเภทดำน้ำ ว่ามีนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุลื่นล้มบนเรือ ได้รับบาดเจ็บและต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยเรือตะวันฉาย จอดรออยู่บริเวณทิศใต้ของเกาะเฮ หลังรับแจ้งก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้นนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้นำเรือตรวจการณ์ ไข่มุกอันดามัน 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือ เมื่อเรือตรวจการ์เดินทางไปถึง ก็ได้เข้าจอดเทียบเรือตะวันฉาย พบผู้บาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 30 ปี มีบาดแผลขนาดใหญ่และลึกที่ข้อมือขวา ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จากนั้นก็ได้นำตัวของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นเรือตรวตการณ์ เพื่อลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และส่งต่อรถพยาบาล นำส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สยามฟูด เซอร์วิส จัด “The New Experience Beyond” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัตถุดิบอาหารคุณภาพในภูเก็ต

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่โรงแรมรามาดา พลาซ่า บาย วินด์แฮม เจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นางสาวปรียดา ศรีพิบูลย์ ผู้บริหาร บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด เป็นประธานในการจัดกิจกรรมพิเศษภายใต้ธีม “The New Experience & Beyond”

เพื่อสานต่อความสำเร็จจากงานครบรอบ 35 ปีที่จัดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2562 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 แห่งการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง โดยยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพและการบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ รองรับความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจอาหารในทุกขนาดและทุกประเภท

ภายในงาน สยามฟูด เซอร์วิส ได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชมอย่างครบถ้วน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (Meat): ครอบคลุมเนื้อวัวนำเข้าจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก พร้อมด้วยเนื้อแกะและไก่งวงคุณภาพ

อาหารทะเล (Seafood): คัดสรรจากแหล่งที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน เช่น ASC และ MSC

ผลิตภัณฑ์จากนม และพาสตรี้ (Dairy & Pastry): รวมครีม เนย และเบเกอรี่แช่แข็งสำเร็จรูป ตลอดจนแป้งเบเกอรี่ชั้นนำจากฝรั่งเศส

กลุ่มชีสและไฟน์ฟู้ด (Cheese & Fine Food): ชีสนำเข้าหลากหลายชนิด โคลด์คัทจากสเปน มันฝรั่งแช่แข็ง และวัตถุดิบที่เน้นคุณภาพระดับพรีเมียม

ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง (Dry Food): เช่น พาสต้าอิตาเลียน เกลือทะเลพรีเมียมจากออสเตรเลีย และเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Antipasti ที่เหมาะสำหรับร้านอาหารและครัวมืออาชีพ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คือการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากโรงงานผลิต (Production Facility) ของบริษัทฯ ที่เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในปีนี้ โดยโรงงานแห่งนี้รองรับการผลิตหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่

• Cheese Processing (Dairy Delights): ให้บริการตัดก้อน ขูด บดชีส พร้อมบรรจุภัณฑ์มาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพ
• Butchery & Portion Control (GourMeat & Carne Meats Raw): รองรับการตัดแต่งเนื้อในหลากหลายรูปแบบ พร้อมการรับรองฮาลาลในอนาคต

• Charcuterie (Carne Meats): ผลิตภัณฑ์โคลด์คัทสูตร Clean Label โดยผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี ที่ได้รับรางวัลจาก German Butchery Association ในงาน IFFA 2025
• Bakery Production (Masterpiece): ครัวซองต์ เค้ก คุกกี้ ขนมปัง และกลุ่มแพสตรี้ ที่ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการคุณภาพสูงและความสะดวกรวดเร็ว

นางสาวปรียดา ศรีพิบูลย์ ผู้บริหารจากสยามฟูด เซอร์วิส กล่าวว่า “เรามุ่งสู่การเป็นมากกว่า Food Distributor แบบดั้งเดิม แต่คือผู้ให้บริการแบบ Total Food Solutions ที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การแปรรูป การพัฒนาแบรนด์ร่วมกับลูกค้า ไปจนถึงระบบจัดส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ระบบ automation ที่ช่วยควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำ เพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น และตอบสนองความต้องการเฉพาะทางได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจอาหารในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับเชิญเข้าร่วมเพื่อลิ้มลองเมนูพิเศษที่รังสรรค์จากวัตถุดิบจริงของ Siam Food Services โดยมีการจัดโซนเมนูอาหารกว่า 20 เมนูครอบคลุมทั้งอาหารคาวและหวาน พร้อมชมการสาธิตการทำอาหารจากทีม Corporate Chef ของบริษัทฯ และเชฟรับเชิญพิเศษ Chef Xavier Charest – Regional Director of Culinary จากโรงแรม Banyan Tree Phuket

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการอาหารในภูมิภาคใต้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับคำแนะนำโดยตรงจากทีมผู้เชี่ยวชาญ สามารถนำไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในธุรกิจ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความพร้อมในการให้บริการจากสยามฟูด เซอร์วิส

ขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเพียงปีละครั้งจากคาเฟ่ แคนทารี

ตั้งแต่วันนี้ – 6 ตุลาคม 2568 ร่วมเฉลิมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” กับคาเฟ่ แคนทารี เชิญชวนทุกท่านมา ลิ้มลองขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นดี พร้อมแป้งบางเนียนนุ่มรสกลมกล่อม กับหลากหลายไส้แสนอร่อยสไตล์คาเฟ่ แคนทารี อาทิ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, ไส้ถั่วแดง, ไส้ลูกบัว และไส้โหงวยิ้ง ในราคาเริ่มต้นที่ 165 บาท (สุทธิ)

พร้อมเสิร์ฟความอร่อยและให้คุณมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษที่หาทานได้ปีละครั้ง ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขา อยุธยา, เชียงใหม่, โคราช, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา, ระยอง และระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com Hashtags: #cafekantary #คาเฟ่แคนทารี #เทศกาลไหว้พระจันทร์ #ขนมไหว้พระจันทร์

ชุดสืบสภ.ป่าตอง จับกุมชายไทยขายยาซอมบี้ (PINK COCAINE) น้ำหนัก 52 กรัม

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.ท.สุชาติ ชุมภูแสง รอง ผกก.สส.สภ.ป่าตอง, พ.ต.ต.ศรันย์ ชัยวุฒิ สว.สส.สภ.ป่าตอง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง

ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา ชายไทย อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลาง โคเคนสีชมพู (PINK COCAINE) น้ำหนัก 52 กรัม, เครื่องชั่งดิจิตอล, ถุงพลาสติกแบ่งบรรจุ โดยจับกุมได้ถ.พระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ต่อเนื่อง ห้องพักหมายเลข 201 โรงแรมถนนนาใน ซ.นาใน 2 ถ.นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รองนายเทศมนตรีราไวย์ ลงพื้นที่เตรียมงาน ราไวย์ สบายดี และ ราไวย์ สบายคราฟท์

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองน้ำในหาน ตำบลราไวย์ นายสันต์ ช่างเหล็ก และนายขวัญชัย วัชราภิวัฒน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เตรียมจัดงาน

ลงพื้นที่ สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน เพื่อตรวจความพร้อมในการจัดงาน “ราไวย์ สบายดี ( Rawai Sabai Delicious 2025)” และ “ราไวย์ สบายคราฟท์ ( Rawai Sabai Craft 2025)” ระหว่างวันที่ 5 – 7 กันยายน 2568

สภ.ป่าตองร่วมทม.ป่าตอง ติดตามการติดตั้งประตูเลื่อนเปิด – ปิดซอยบางลา

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่บริเวณต้นซอย และท้ายซอยบางลา พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมด้วยนางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองป่าตอง พ.ต.ต.ชำนาญ ทรัพย์สิน สวป.(ชส.)สภ.ป่าตอง ทนท.หน.จร. สมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง และมูลนิธิพัฒนาป่าตอง

ลงพื้นที่ซอยบางลา เพื่อติดตามการติดตั้งประตูเลื่อน เปิด ปิดทางเข้า – ออก บริเวณซอยบางลา ภายใต้โครงการ “บางลาสะอาด 24 ชั่วโมง” เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยในพื้นที่ซอยบางลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ตำบลป่าตอง โดยประตูเลื่อน ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิพัฒนาป่าตอง

เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ศาลาการเปรียญวัดเทพนิมิตร นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้มอบหมายให้นางณฐอร เทพณรงค์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา และนางสาวปาณิสรา จินวงศ์ นักวิชาการศึกษา เทศบาลตำบลวิชิต เข้าร่วมการประชุมเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ

โดยการประชุมครั้งนี้มี พระครูกิตติญาณโกวิท เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตร เป็นประธานในการประชุม มีผู้นำชุมชน และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อหารือแนวทางและแผนการดำเนินงานโครงการฯร่วมกัน

สำหรับโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมให้วัดเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พัฒนา และสร้างสุขให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านความสะอาด ความสงบ และการจัดระเบียบภูมิทัศน์ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น

ทต.ราไวย์ เพิ่มศักยภาพประชาชนตำบลราไวย์ ส่งเสริมอาชีพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพรหมเทพแฮนด์เมด หน้าสวนสาธารณะหนองน้ำในหาน หมู่ที่ 6 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายขวัญชัย วัชราภิวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลราไวย์

ได้เข้าสนันสนุนการจัดโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพประชาชนตำบลราไวย์ หลักสูตรการทำกิ๊ฟช็อปและเครื่องประดับ ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมอาชีพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเตรียมสินค้าจำหน่ายในงาน “ราไวย์ สบายดี ดิลิเชียส” ระหว่างวันที่ 5 – 7 กันยายน 2568

PHIST 2025 ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน ขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืนบนเวทีโลก

วันที่ 1 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม โรงแรมอังศนา ลากูน่า ภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมภูเก็ต ร่วมกับ C9 Hotelworks และ Greenview จัดงาน Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism (PHIST 2025) เวทีด้านความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,300 คน จากหลายประเทศ ครอบคลุมทั้งผู้บริหารโรงแรม นักลงทุน นักธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และนักพัฒนานวัตกรรม

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน พร้อมสะท้อนถึงปัญหาสำคัญของภูเก็ต ทั้งเรื่อง ขยะ น้ำเสีย น้ำดี และการจราจร โดยเสนอทางออกด้วยการผลักดันให้ภูเก็ตมีรูปแบบการปกครองพิเศษเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและพัทยา เพื่อจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างแนวทางที่กำลังดำเนินการ

เช่นการก่อสร้างโรงเตาเผาขยะใหม่ รองรับปริมาณได้เพิ่มอีก 500 ตันต่อวันจากเดิมที่รับได้วันละ 700 ตัน ในขณะที่มีขยะเข้าสู่โรงกำจัดขยะวันละ 1,200 ตัน,  การสร้างระบบบำบัดน้ำเสียใหม่รวม 9 จุด เพื่อป้องกันน้ำเสียไหลลงทะเล, การออกแบบโครงการนำน้ำดิบจากเขื่อนเชี่ยวหลานแก้ปัญหาน้ำดีไม่เพียงพอ, การพัฒนาถนนมอเตอร์เวย์สายใหม่ และการศึกษาโครงการ โมโนเรล รวมถึงการใช้ AI จัดการจราจร เป็นต้น

ด้านภาคเอกชน นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ย้ำถึงความสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดย MINT เดินหน้าตาม 3 เสาหลัก คือ ผู้คน ธรรมชาติ และธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ พร้อมตั้งเป้าสนับสนุนการพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนกว่า 3 ล้านคน ภายในปี 2573

ขณะที่นายบิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks และผู้ร่วมก่อตั้งงาน PHIST กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยชี้ว่า “ความยั่งยืนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชุมชนมีส่วนร่วม และเกิดผลลัพธ์เชิงสังคมที่ชัดเจน”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดกว่า 25 หัวข้อ และกิจกรรมหลากหลาย อาทิ แฟชั่นโชว์เพื่อความยั่งยืน ฟาร์มทูเทเบิล และการมอบรางวัลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดสะท้อนสารสำคัญร่วมกันว่า “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะไม่เติบโต หากชุมชนและสิ่งแวดล้อมไม่เติบโตไปด้วยกัน”

การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็น การรวมพลังของรัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับภูเก็ตให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในระดับโลกอย่างแท้จริง