ท่องเที่ยวสัมผัสทะเลที่ Aquaria Phuket
ผู้เขียน: phuketpost
ออกหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพและสาธิตเมนูสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสหมิชชั่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SAUM) ร่วมกับ สำนักงานคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย(TAM) มูลนิธิคริสเตียนแอ็ดเวนติสท์ และโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่และองค์กรเดียวกัน ให้การสนับสนุนจัดกิจกรรมครั้งนี้ นำโดย ดร.สมชาย ณ นคร ประธานมูลนิธิคริสเตียนแอ็ดเวนติสท์ /ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ซึ่งจัดกิจกรรมด้วยกัน 2 กิจกรรม ดังนี้

กิจกรรมแรก ออกหน่วยแพทย์อาสา ได้รับเกียรติจากนพ.ยุทธพงศ์ ณ นคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวไทร และ นพ.แพทย์ปิยะนัฐ ผิวนวล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต พร้อมเภสัชกร โรงพยาบาลหัวไทร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พยาบาล และเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ได้จัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์อาสา ตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด บริการให้ความรู้สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับประชาชน ณ คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสบ้านทับจีน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้เข้ารับบริการรวม 60 ท่าน

กิจกรรมที่สอง ด้านสุขภาพ โดยการสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยนางสาวเสาวรส ละมัย หัวหน้าแผนกอาหารและโภชนาการ พร้อมทีมนักกำหนดอาหาร และเจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมสาธิตเมนูอาหารมังสวัติเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ส้มตำโรล เต้าหู้ฮ่อง น้ำพริก ข้าวผัดแปดเซียน เนื้อโปรตีนผัดพริกขิง พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการให้กับประชาชนทั่วไป จุดประสงค์ครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน มีความรู้ความเข้าใจในการเลือกรับประทานที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ และเตรียมวัตถุดิบให้สะอาดและปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันต่อไป ณ คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

การออกหน่วยแพทย์อาสาและสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพในกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่เราได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นคริสเตียนอย่างแท้จริงในการช่วยเหลือผู้อื่น โดยบรรยากาศในการให้บริการครั้งนี้ จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม และความประทับใจ ที่ผ่านมา





“อีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต” สถานที่จัดงานอีเวนต์และจำหน่ายช็อกโกแลต บนพื้นที่ 16 ไร่ เปิดด้วยหมู่บ้านคริสต์มาส เจาะลูกค้าคนไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 “อีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต” ตั้งอยู่ในซอยนายาว ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เปิดตัวเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ และร้านจำหน่ายช็อกโกแลต ประเดิมด้วย “หมู่บ้านคริสต์มาส” เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยมีนางสุภร ประทีป ณ ถลาง ผู้บริหารอีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต และน.ส.หยกฟ้า สุขจิตรเจริญ Director of Sales & Marketing ให้การต้อนรับแขกผู้เกียรติ ตลอดจนลูกค้า ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

บรรยากาศภายในงานได้การเปิดตัว “หมู่บ้านคริสต์มาส” ซึ่งได้สร้างสรรให้เป็นโลกแห่งความสุข ได้มีการเนรมิตบรรยากาศช่วงฤดูหนาวในต่างประเทศ และกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ บ้านซานต้า, สนุกกับหิมะเทียม โรงภาพยนต์กลางแจ้ง เป็นต้น อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มในธีมคริตส์มาส การแสดงดนตรีสด

นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวร้านอีเดนช็อกโกแลต ซึ่งจะเป็นร้านในฝันของของผู้ชื่นชอบช็อกโกแลตและขนมหวาน ชมผลงานจำลองสะพานสารสินที่ทำจากช็อกโกแลต และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงการสาธิตการทำช็อกโกแลตด้วย

นางสุภร ประทีป ณ ถลาง เจ้าของอีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต เปิดเผยว่า อีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 16 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของครอบครัว แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านหน้าเป็นร้านจำหน่ายช็อกโกแลต ที่ชื่อว่า Eden Chocolate มีช็อกโกแลตหลายหลายรสชาติและรูปแบบ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม

เพื่อจำหน่ายให้คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง กับอีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต (Eden Valley Phuket) ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ต่างๆ โดยด้านหน้าตกแต่งเป็นสวนสวยบรรยากาศเหมือนในต่างประเทศ ต่อจากนั้นเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานอีเวนต์ตามธีมและรูปแบบตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานเลี้ยงสังสรรค์ และอื่นๆ สามารถรองรับแขกเข้าร่วมงานได้ถึง 200 คน

“ประเดิมอีเวนต์แรกในระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ จนถึง 7 มกราคม 2567 เป็นงานในธีมหมู่บ้านคริสต์มาส ด้วยการเนรมิตพื้นที่ให้เป็นงานรื่นเริงมหัศจรรย์ที่สุดของปี ภายในงานจะพบกับบ้านซานต้า หิมะตก กิจกรรมกับซานต้าโพนี่ ภาพยนตร์กลางแจ้ง พร้อมด้วยเครื่องดื่ม และอาหารที่เป็นบาร์บีคิวแสนอร่อย ลิ้มรสคลาสสิกอาหารฤดูหนาว และดื่มด่ำกับความหลากหลายของโคลด์คัทชีส และของว่างที่บาร์ เพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่สวยงาม เปิดให้เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์ละ 4 วัน ทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.30-22.00 น.”

นางสุภร กล่าวว่า คาดว่าจากการจัดงานเปิดตัวในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับจากคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมงาน ด้วยความแปลกใหม่ของสถานที่ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยสีสันของคริสต์มาส นอกจากนี้เรายังมีมุมสวยๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เก็บภาพประทับใจ โดยเฉพาะบ้านซานต้าที่อยู่ท่ามกลางหิมะ และมีหิมะโปรยปรายลงมาเป็นระยะๆ หรือนั่งบนรถเลื่อนและถ่ายรูปกับ Mr. & Mrs. Santa ภายใต้หิมะที่โปรยปรายลงมา โรงภาพยนต์กลางแจ้ง เป็นต้น โดยจะจัดไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2567

สำหรับผู้เข้างานนั้นจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมมีจำหน่ายที่ทางเข้า ผู้ใหญ่ 450 บาท เด็ก 250 บาท (เด็ก 4 – 9 ปี) แพกเกจจองล่วงหน้า 950 บาท (บัตร 1 ใบ + เครื่องดื่ม 1 แก้ว + อาหารเรียกน้ำย่อย 1 อย่าง + อาหารหลัก 1 อย่าง) เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 80 ซม. เข้าชมฟรี

สำหรับอีเดน วัลเลย์ ภูเก็ต ( Eden Valley Phuket) ตั้งอยู่เลขที่ 183/22 หมู่ 8 ซอยนายาว ต.ป่าคลอก อ. ถลาง จ. ภูเก็ต (Google Map: https://g.co/kgs/RqeBkW) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.edenvalleyphuket.com











ตม.จว.ภูเก็ต รายงานสถิติต่างๆ ของชาวต่างชาติประจำเดือน ตุลาคม 2566

นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าทางท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต และการแจ้งที่พักตาม ม.38 โดย 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1 ชาวรัสเซีย จำนวน 62,086 คน, 2 ชาวจีน 36,406 คน 3 ชาวออสเตรเรีย 22,692 คน 4 ชาว อินเดีย 19,828 คนและชาวเยอรมัน 13,553 คน

สถิติ ผู้โดยสารทางเรือ

สถิติการแจ้งเตือนผู้กระทำความผิด

สถิติผลการปฏิบัติตามโครงการที่พักสีขาวฯ ประจำเดือน ต.ค.66 และสถิติผลการปฏิบัติตามโครงการที่พักสีขาวฯ ครบรอบ 1 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.65-31 ต.ค.66)
ข่าวประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลราไวย์ งานลอยกระทง ประจำปี 2566

ด้วยเทศบาลตำบลราไวย์ จะจัดงานลอยกระทง ประจำปี 2566 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ณ สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน หมู่ 1 ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต โดภายในงานนอกจากจะมีงานสนุกสนามต่างๆ แล้ว ยังมีงานประกวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง ประเภทสวยงาม และประเภทความคิดสร้างสรรค์ (แหล่งท่องเที่ยวในตำบลราไวย์)
ทางเทศบาลตำบลราไวย์ จึงขอเชิญร่วมลุ้นและประกวดไปกับ การประกวดนางนพมาศ (อายุ 16-29 ปี) สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ – 22 พฤศจิกายน 2566 Link : https://www.rawai.go.th//files/com_networknews/2023-11_43713767f4f0421.pdf

การประกวดกระทง ประเภทสวยงาม และประเภทความคิดสร้างสรรค์ (แหล่งท่องเที่ยวในตำบลราไวย์) สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ – 24 พฤศจิกายน 2566 Link : https://www.rawai.go.th//files/com_networknews/2023-11_2fd2b630e986e07.pdf
โดยมาสมัครด้วยตนเองได้ที่ กองการศึกษา เทศบาลตำบลราไวย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 7661 3801 ต่อ 109
พบกับ Chiang Rai Fair นำสินค้าดี สินค้าเด่นมาจัดแสดงและจำหน่าย ที่ จังซีลอน ป่าตอง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 บริเวณลาน the bay ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน Chiang Rai Fair ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย จัดขึ้น โดยมีนางสาวพิมพ์ปพัชญ์ ชุมภูรัตน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงรายและจังหวัดภูเก็ต นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้ประกอบการเข้าร่วม โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 นี้

นางสาวพิมพ์ปพัชญ์ กล่าวว่า การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าดี สินค้าเด่น จังหวัดเชียงราย หรือ Chiang Rai Fair เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ และการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จังหวัดเชียงราย และได้บูรณาการร่วมกับโครงการส่งเสริมสินค้า BCG และสินค้าสร้างสรรค์อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยโกอินเตอร์ ปีงบประมาณ 2567

เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมการสร้างเครือข่าย ระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย กับผู้ซื้อ นักธุรกิจจังหวัดภูเก็ต เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและเชื่อมโยงการค้าการลงทุน ระหว่างจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดภูเก็ต ตามนโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย)

จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมขีดความสามารถด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการสามารถขยายโอกาสและมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ผลิตภัณฑ์จังหวัดเชียงราย (Chiang Rai Brand) และสินค้าบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness) ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อการขับเคลื่อนเชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City)

ภายในงานฯ มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดเชียงราย (GI) สินค้าอัดลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย (Chiang Rai Brand) เสื้อผ้า ของฝากของที่ระลึก สินค้าแปรรูป ตลอดจนสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ จำนวน 26 คูหา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) โดยจัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงทางการค้า (MOU) ระหว่างหอการค้าจังหวัดเชียงราย กับหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อตกลงให้ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันต่อไปในอนาคต













มูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช มอบทุนการศึกษา “เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์” เป็นปีที่ 27 จำนวน 26 ทุน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ที่บ้านวานิช ถนนเทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต มูลนิธิบุญรอด-เอกพจน์ วานิช ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา ครั้งที่ 27 โดยมี นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานมูลนิธิบุญรอด – เอกพจน์ วานิช เป็นประธาน โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน นักศึกษาที่รับทุนเข้าร่วม

นางอัญชลี กล่าวว่า มูลนิธิ บุญรอด – เอกพจน์ วานิช เกิดขึ้นจากการดำริของคุณแม่บุญรอด ที่ต้องการสละทรัพย์จัดตั้งเป็นกองทุนการศึกษาให้แก่เด็กในจังหวัดภูเก็ต ที่มีความประสงค์จะศึกษา เล่าเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

จึงได้จัดตั้งมูลนิธิ บุญรอด – เอกพจน์ วานิช ขึ้น เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2539 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดสรรทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่งเสริมงานวัฒนธรรม ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเริ่มมอบทุนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2540 จนถึงปัจจุบัน รวม 26 ครั้ง จำนวน 653 ทุน เป็นเงิน 2,419,000 บาท

สำหรับปี 2566 นี้ มีเยาวชนที่ได้รับทุนจากมูลนิธิคุณแม่บุญรอด – เอกพจน์ วานิช ทั้งหมด 26 ทุน ประกอบด้วย เด็กซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ และมีคุณสมบัติตามที่มูลนิธิฯ กำหนดไว้ โดยจะได้รับการดูแลจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นต้น

“ขอให้ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตามที่ได้ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ มีความอดทน มานะ อุตสาหะ ตั้งใจจริงพร้อมฝ่าฟันอุปสรรด และสร้างความสำเร็จให้ตนเอง เพื่อที่จะจบการศึกษาออกไป และเป็นพลเมืองที่ดีของชาติบ้านเมืองต่อไป”

นางอัญชลี กล่าวด้วยว่า โอกาสนี้ซึ่งมีทั้ง คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา จึงขออัญเชิญพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่มารับทุนการศึกษา โดยต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ 1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยืดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัว และชุมชนของตน

2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด ที่ถูก สิ่งชั่ว สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง 3.มีงานทำ มีอาชีพ ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงานให้สามารถเลี้ยงตัว และเลี้ยงครอบครัวได้ และ 4. เป็นพลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องเสริมให้ทุกคนมีโอกาส ทำหน้าที่พลเมืองดี

การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ เอื้ออาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำขอให้นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนทุกคน ยึดถือพระบรมราโชบายนี้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ประพฤติตนให้สมกับการเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ดี เป็นลูกที่น่ารักของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครู อาจารย์ และเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป











บริษัท อันดามันพัฒนาเมือง ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายพัฒนาเมือง เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ที่ศูนย์ประสานการส่งเสริมสุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตภูเก็ต นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รัตนา เวทย์ประสิทธิ์ ที่ปรึกษารองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต, นายก้าน ประชุมพรรณ์ บริษัท อันดามันพัฒนาเมือง หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน เข้าร่วม ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2566

โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจด้านการประสานความร่วมมือให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐเป็นความร่วมมือทางด้านการลงทุน (Urban Collaboration and Institution Arrangement) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่เกิดจากกลไกพัฒนาเมืองหรือที่เรียกว่า “ตัวกระตุ้นการให้เกิดการลงทุนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต” นั้นก็คือ บริษัทอันดามันพัฒนาเมือง จำกัด และภาคีเครือข่าย เป็นกลไกและฟันเฟืองหลักเพื่อใช้สำหรับขับเคลื่อนการเศรษฐกิจภายในพื้นที่ เป็นหนึ่งฟันเฟืองที่มีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการก่อร่างสร้างการเปลี่ยนผ่านจากเมืองธรรมดาไปสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดที่เกิดจากการตรึงความรู้ที่ได้จากปฎิบัติการ (Action research) ในพื้นทีจังหวัดภูเก็ต

การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) เป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิแก่ เอกชนดำเนินกิจการของรัฐ ทั้งในกิจการเชิงพาณิชย์และสังคม ซึ่งกิจการของรัฐดังกล่าวต้องเป็นกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือกิจการดังกล่าวจะต้องให้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์สินของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยหน่วยงานกำกับดูแลคือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

การประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายพัฒนาเมือง เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เพื่อกระตุ้นการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตภายใต้โครงการเคเบิลคาร์ภูเก็ต (Phuket Cable Car) อยู่ภายใต้กรอบงบประมาณ 6,500 ล้านบาท ถือได้ว่า เป็นการบูรณาการการทำงานพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกันระหว่างบริษัท อันดามันพัฒนาเมือง จำกัด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต 13 อปท. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมาร่วมกันพัฒนาเมืองด้านโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องการพัฒนาระบบขนส่ง ซึ่งมีการพัฒนาระบบขนส่งทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น EV Bus , EV Boat , รวมไปถึงระบบขนส่งเคเบิลคาร์ที่จะเป็นทั้ง Landmark การท่องเที่ยวแห่งใหม่ และระบบขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากพระใหญ่สู่ชายหาดกะตะ ช่วยกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปสู่ผู้ประกอบการและ SME ในท้องถิ่น

ดังนั้น การประชุมสัมมนาทางวิชาการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์ประสานการส่งเสริมสุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตถือได้ว่า เป็นการประสานความร่วมมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ โดยใช้กระบวนการด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของไทยบนพื้นฐานเศรษฐกิจเขียว ที่เน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วม การใช้ศักยภาพของพื้นที่ และกลไกความร่วมมือต่างๆ เพื่อที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดนครสวรรค์

ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งภาคเหนือตอนล่างเป็นประตูเชื่อมสู่ภาคเหนือและตั้งอยู่บนแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridors (NSEC) และแผนเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ เช่น รถไฟความเร็วสูงสายเหนือ, รถไฟทางคู่สายนครสวรรค์-แม่สอด และส่วนต่อขยายของทางรถไฟสายเหนือ และนครสวรรค์ยังถือเป็นพื้นที่ Logistic Hub และเป็น Hub of Cultural Tourism เมืองท่องเที่ยว เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย-จีน เมืองปากน้ำโพ ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา มีชุมชนชาวจีนใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเทศกาลตรุษจีนก็เป็นหนึ่งในเทศกาลใหญ่ของจังหวัด รองจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต









คลินิกธนบุรี เสริมรัฐ บุกภูเก็ต เปิดคลินิกหัวเช้า ดูแลผู้ป่วยพรบ.อุบัติเหตุ ลดการรอคอยรักษา

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายเรวัติ อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต และหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง บจก.ธนบุรี เสริมรัฐ ผู้ให้บริการคลินิกหัวเช้า โดยดร.สุวดี พันธุ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบจก.กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยนายไพฑูลย์ ศิลปวิสุทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้ลงนาม

ดร.สุวดี กล่าวว่า ภูเก็ต เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งมีสถิติอุบัติเหตุสูงกว่าปีละหมื่นราย เฉลี่ยวันละ 50 คน ขณะที่จำนวนโรงพยาบาลในพื้นที่มีไม่มาก และยังแน่นไปด้วยผู้ป่วยฉุกเฉินหลายโรค ความร่วมมือระหว่าง ธนบุรี เสริมรัฐ และ บ. กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในการเปิดให้บริการคลินิกหัวเช้า ซึ่งเป็นเวชกรรมทางการแพทย์สำหรับผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน

โดยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 คุ้มครอง จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรอคอยการรักษา รวมถึงการเชื่อมโยงส่งต่อในโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น รพ.อบจ.ภูเก็ต รพ.วชิระภูเก็ต รพ.ป่าตอง ซึ่งมีศักยภาพสูง จะทำให้ผู้ประสบเหตุได้รับการรักษาด้วยความรวดเร็ว ทั้งนี้ ธนบุรี เสริมรัฐ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาขยายบริการคลินิกไปยังพื้นที่ที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด

ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เป็นไปตามการคุ้มครองของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 รวมถึงประกันภัยรถยนต์นั้นๆ รวมถึงสามารถใช้บริการอื่นๆ โดยใช้ประกันสุขภาพ หรือชำระค่าใช้จ่ายเอง เช่น การรักษาโรคทั่วไป การกายภาพ เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เป็นต้น โดยคลินิกหัวเช้าจะเป็นต้นแบบคลินิกเวชกรรมที่ดูแลสุขภาพของคนภูเก็ตอย่างใกล้ชิด ด้วยบริการที่มีคุณภาพ






“ฮาบิแทท กรุ๊ป” มั่นใจภูเก็ตโตเปิดตัว “วิลล่า-คอนโด” ลักชัวรี บนทำเลหาดบางเทา มูลค่า 2,800 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมเปอรานากัน โรงแรมรามาดา พลาซ่า เจ้าฟ้า นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมเพื่อการลงทุนของไทย ได้แถลงข่าวเปิดตัว 2 โครงการใหม่ บนทำเลหาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กับโครงการ “ไฮแลนด์ ปาร์ค เรสซิเดนซ์ หาดบางเทา ภูเก็ต” (Highland Park Residences Bangtao Beach-Phuket) ซึ่งเป็นลักชัวรีวิลล่าหรูตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัย และโครงการ “แคสเคด หาดบางเทา ภูเก็ต” (Cascade Bangtao Beach-Phuket) คอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรส์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 2,800 พันล้านบาท

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัทฯ รุกแผนขยายการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาในจังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีโครงการลักชัวรีวิลล่าเปิดตัวในทำเลหาดบางเทาไม่มากนัก ดังนั้นดีมานด์ของลักชัวรีวิลล่าจึงมีสูงมาก ประกอบกับปัจจุบันที่กลุ่มต่างชาติไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย จีน ฮ่องกง จำนวนมากมองหาทำเลที่พักอาศัยในย่านหาดบางเทา ในขณะเดียวกันเราอยากนำเสนอโครงการลักชัวรีวิลล่าและคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรส์ที่เรามีความเชี่ยวชาญ โดยทั้งสองโครงการชูจุดเด่นเรื่องของสเปซขนาดใหญ่ มีความเป็นส่วนตัว และเพียง 700 เมตรถึงชายหาดบางเทา

นอกจากนี้หลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นต้นมา ภูเก็ตนับเป็นจังหวัดที่เติบโตอย่างมากทั้งด้านเศรษฐกิจ
และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกันนี้ศักยภาพของเมืองภูเก็ตยังได้รับการผลักดันจากรัฐบาลภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต 5 ปี (2566-2570) เตรียมพร้อมเป็นโกลบอลซิตี้

“เห็นได้ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าภูเก็ตจะเป็นเมืองที่มีศักยภาพอย่างมากทั้งด้านเศรษฐกิจ จึงเป็นโอกาสอย่างมากสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับเมืองที่กำลังขยายตัวนี้ สำหรับแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยในภูเก็ตของชาวต่างชาติ พบว่า ยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยกลุ่มหลักยังเป็นชาวรัสเซียที่ครองแชมป์ซื้ออสังหาฯ ในภูเก็ตมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความต้องการพักอาศัยแบบวิลล่า นอกจากนี้เป็นกลุ่มลูกค้าชาวจีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และไทย ซึ่งโครงการ “ไฮแลนด์ ปาร์ค เรสซิเดนซ์ หาดบางเทา ภูเก็ต” และโครงการ “แคสเคด หาดบางเทา ภูเก็ต” จะเน้นทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้เช่นกัน เนื่องจากมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและมีศักยภาพสูงทางการเงิน” นายชนินทร์ กล่าว

โดยโครงการ “ไฮแลนด์ ปาร์ค เรสซิเดนซ์ หาดบางเทา ภูเก็ต” (Highland Park Residences Bangtao Beach-Phuket) เวเคชัน พูลวิลล่าหรูสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘Luxury Tropical Living at It’s Finest’ มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 7-3-47.2 ไร่ ประกอบด้วยลักชัวรีวิลล่าเพียง 21 หลัง มีทั้งหมด 2 แบบ พร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ได้แก่ โอเชียน่า วิลล่า (Oceana Villa) ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ 2 คัน

ขนาดที่ดินเริ่มต้น 450 – 685.95 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 545 – 644 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวระบบเกลือขนาด 12 x 3.55 เมตร และ ทรอปิก้า วิลล่า (Tropica Villa) ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ 2 คัน ขนาดที่ดินเริ่มต้น 390 – 638.58 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 449 – 526 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวระบบเกลือขนาด 10 x 3.55 เมตร ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบา

อีกทั้งโครงการ “แคสเคด หาดบางเทา ภูเก็ต” (Cascade Bangtao Beach-Phuket) คอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรส์มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘The Artistry of Oceanic Living’ มูลค่าโครงการ 1,650 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3-1-8.70 ไร่ ติดกับโครงการไฮแลนด์ ปาร์ค เรสซิเดนซ์ หาดบางเทา ภูเก็ต เป็นคอนโดมิเนียม 6 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมจำนวน 73 ยูนิต เน้นความเป็นส่วนตัวโดยอาคารแรก 33 ยูนิต และ อาคารที่สอง 40 ยูนิต ชูฟังก์ชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการพักอาศัยด้วยสเปซขนาดใหญ่ เพดานสูงมากกว่า 3 เมตรให้ความโปร่ง โล่ง สบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในแต่ละอาคาร ประกอบด้วยห้องชุดแบบ Two Bedrooms พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 108 ตร.ม., Three Bedrooms พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 156 ตร.ม. และ Four Bedrooms พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 280-303 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกทำเลหาดบางเทา นายชนินทร์ กล่าวว่า มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เริ่มที่ทำเลที่ตั้งโครงการซึ่งมีศักยภาพสูง เป็นที่นิยมของคนไทยและต่างชาติที่มองหาบ้านพักตากอากาศ และเป็นทำเลหายากในปัจจุบัน ซึ่งโดยรอบยังแวดล้อมด้วยแหล่งแฮงเอ้าท์และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม 5 ดาวและสนามกอล์ฟระดับโลกหลายแห่ง อีกทั้งเดินทางเพียง 20 นาทีถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต

ฮาบิแทท กรุ๊ป ได้ลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมทั้งในกรุงเทพ และพัทยาตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมากว่า 15 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 16,000 ล้านบาท ด้วยรางวัลการันตีมากถึง 71 รางวัล ในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเป็นโครงการในกรุงเทพฯ 5 โครงการ และโครงการในพัทยา 10 โครงการ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.habitatgroup.co.th หรือโทร. 097-923-4330 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/HabitatGroupProperties,


