อควาเรียภูเก็ต คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี) ประจำปี 2566

เมื่อเร็วๆนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 254 ราย ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จึงได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (Beyond Standard) ทั้งในด้านการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน (Safe and Sustainable Tourism) รวมทั้งการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism)

โดยการประกวดรางวัลกินรีในครั้งนี้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสัตว์  อควาเรียภูเก็ต ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลถ้วยเงิน โดยมีนายธนวรรธน์ วาสิการ Pr&Marketing Executive เป็นตัวแทนรับพระราชทานรางวัลในวันดังกล่าว  อควาเรียภูเก็ต เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2562 จนถึงปัจจุบัน

โดยมี Mr.Vicky Lethirapathy Senior Vice President เป็นผู้บริหาร ในการได้รับรางวัลนี้ถือว่าเป็นรางวัลที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการให้บริการที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมาใช้บริการมาตลอด 4 ปี จนกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 5  ซึ่งอควาเรียภูเก็ตมีนโยบายในการเพิ่มการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ตรงตามกำหนดของรางวัลกินรีอย่างดียิ่งขึ้นไป

โครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้กระจายสู่เศรษฐกิจของประเทศในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงความสมดุลสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

ธนชาตประกันภัย ร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ต่อเนื่องปีที่ 2

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่อาคารพิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ นายคงศักดิ์ หาญแสวงสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานผลิตภัณฑ์ประกันภัย บมจ.ธนชาตประกันภัย พร้อมด้วยผู้บริหารธนชาติสาขาต่างในจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันมอบเสื้อที่ใช้ในการประกอบพิธีและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2566 ให้กับประธานและคณะกรรมการศาลเจ้าจำนวน 6 ศาลเจ้า ประกอบด้วย ศาลเจ้ากระทู้  ศาลเจ้ากวนอูนาบอน  ศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง สะพานหิน ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ และศาลเจ้าบางเหนียว นำโดยนายกิตติวงค์ จันทร์สัทธรรม นายกสมาคมอ๊ามภูเก็ต

ซึ่งทางธนชาตประกันภัย บริษัทประกันภัยที่มีการบริหารดีเด่น ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ต่อเนื่องปีที่ 2 ชวนคนไทยอิ่มบุญสุขใจระหว่างวันที่ 15 – 23 ตุลาคม 2566 ตอกย้ำเจตนารมย์มุ่งมั่นสืบสานงานประเพณีของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ให้การสนับสนุนกิจกรรมและพิธีกรรมของ 6 ศาลเจ้า เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน ฟื้นการท่องเที่ยวภูเก็ตให้มีความคึกคักในช่วงเทศกาลปีนี้ ต่อยอดสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และสนองนโยบายภาครัฐผลักดันการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายคงศักดิ์ หาญแสวงสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานผลิตภัณฑ์ประกันภัย บมจ.ธนชาตประกันภัย กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนที่มุ่งมั่นเจตนารมย์ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน มีความตั้งใจในการมีส่วนร่วมกับชุมชนและร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม อย่างประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเทศกาลปีนี้ ธนชาตประกันภัยได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่ดีอย่างทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานประเพณีถือศีลกินผักต่อเนื่อง

สนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมช่วงเทศกาลสำหรับ 6 ศาลเจ้า ได้แก่  ศาลเจ้ากระทู้  ศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน  ศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง สะพานหินศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ  และศาลเจ้าบางเหนียว นอกจากนี้ พนักงานของธนชาตประกันภัยและทีทีบี จะร่วมเป็นจิตอาสาช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้การจัดงานสืบสานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมสมบูรณ์และยิ่งใหญ่ สามารถรองรับประชาชนเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมงานได้เป็นอย่างดี และยังสนับสนุนในการช่วยประชาสัมพันธ์ประเพณีถือศีลกินผักผ่านทางช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ตให้มีความคึกคักในช่วงเทศกาลปีนี้อีกด้วย

“เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของประเพณีอันเป็นมงคลนี้ และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเทศกาลถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในปีนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมรักษาศีล ทำจิตใจให้ผ่องใส ตั้งมั่นในสิ่งอันเป็นมงคล และใช้วาระนี้ถือโอกาสเป็นการใส่ใจสุขภาพในการกินร่วมด้วย และขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณลูกค้า และคู่ค้าทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของธนชาตประกันภัยมาโดยตลอด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารดีเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เราจะรักษามาตรฐานการบริหารและบริการที่ดีเลิศไว้ พร้อมๆ กับการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าและสร้างสังคมที่ยั่งยืนไปด้วยกัน” นายคงศักดิ์ กล่าว

ประเพณีถือศีลกินผัก 2566 (PKUKET VEGETARIAN FESTIVAL) หรือ “เจี๊ยะฉ่าย” ได้รับประกาศจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นบัญชี “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2561 ด้านการปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล” ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ ตามปฏิทินจีนของทุกปี เป็นเวลา 9 วัน โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 15 – 23 ตุลาคม 2566 เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ชาวจังหวัดภูเก็ตได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นประจำทุกปี

โดยการละเว้นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต รักษาศีล สำรวมกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ ถือเป็นการเจริญเมตตากรุณา นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมชมพิธีกรรมสำคัญของศาลเจ้า หรือ อ๊าม ต่างๆ มากมายตลอดเดือนตุลาคมนี้ อาทิ พิธียกเสาโกเต้ง, พิธีส่งเก้ง (สวดมนต์), พิธีอิ้วเก้ง (แห่พระ), พิธีโข้กุ้น (เลี้ยงทหาร), พิธีโก๊ยโห้ย (ลุยไฟ), พิธีส่งพระกิ้วอ๋องต่ายเต่ และหยกอ๋องส่องเต่

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ ของธนชาตประกันภัย ได้ที่ Line Official Account “ธนชาตประกันภัย” และเฟซบุ๊กธนชาตประกันภัย Thanachartinsurance – TNI

“บลูทรี ภูเก็ต” ร่วมฉลองปิดเทอม“Blue Tree SCHOOL’S OUT” ในราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาท

ใกล้จะปิดเทอมแล้ว ผู้ปกครองก็ว้าวุ่นกันเลยงานนี้ บลูทรี ภูเก็ต (Blue Tree Phuket) เลยจัดให้ เอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้มาสนุกฉลองวันหยุดไปด้วยกัน กับโปรโมชันสุดคุ้ม “Blue Tree SCHOOL’S OUT” ไม่ว่าจะเป็นสายอุ่นเครื่องชิลๆ หรือสายเอาเรื่องแบบเแอดเวนเจอร์ ก็มันส์ไปกับกิจกรรมสุดโลดโผน อาทิ ซูเปอร์ฟลาย (Superfly) ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย กระโดดหน้าผา โหนสลิง ฯลฯ 

นอกจากนี้ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอายุไม่เกิน 6 ปี  ก็สามารถปักหมุดจุดเครื่องเล่นเบาๆ อย่างโซน Tarzan and Jane กันได้ เล่นจนหิว ก็หิ้วท้องมาอิ่มอร่อยไปกับอาหารหลากหลาย และเพลิดเพลินกันต่อกับกิจกรรมอีกมากมาย เรียกว่าได้ทั้งความสนุกและได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

เตรียมวอร์มร่างกายให้พร้อม แล้วจูงมือกันมาจอยๆ แบบจุกๆ ในราคาจิ๊บๆ เริ่มต้นเพียง 99 บาท (สำหรับน้องๆ 7 – 12 ปี) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 19 พฤศจิกายน นี้ เท่านั้น! ณ บลูทรี ลากูน บลูทรี ภูเก็ต ซื้อบัตรได้ที่ https://bluetree.fun/tickets/  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 076-602435

หมายเหตุ

  • เด็กชาวไทยและเรสซิเดนท์ (อายุ 7-12 ปี) ราคา 99 บาท
  • ผู้ใหญ่ชาวไทยและเรสซิเดนท์ (อายุ 13 ปีขึ้นไป) ราคา 499 บาท
  • เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เข้าฟรี!
  • ตั๋วที่ซื้อสามารถใช้ได้วันต่อวัน และใช้ได้จนถึง 19 พฤศจิกายน 2566 เท่านั้น

#บลูทรีลากูน #BlueTreeLagoon #Promotion #SCHOOLSOUT #โปรโมชั่น #ปิดเทอม

#บลูทรี #ภูเก็ต #บลูทรีภูเก็ต #BlueTree #Phuket #BlueTreePhuket

#Entertainmenthub #ThrillandChill #DayandNight

เฉลิมฉลองวันชาติจีน ครบรอบ 74 ปี และสถาปนาคณะกรรมการสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้  สมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีน จังหวัดภูเก็ต โดยนางธันยรัศม์ อิจฉริยฉาย ประธานสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการฯ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติจีนครบรอบ 74 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีน จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 35

โดยมีนางเมิ้งเหมียน รองกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดสงขลา, นางเสินผิง รองกงสุล สาธารณัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดภูเก็ต, นายเลืองศักดิ์ คงเดช ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต, นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายอานุภาพ เวชวนิชสนอง รองนายก อบจ.ภูเก็ต, นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิล็อกเซียนก๊ก, นายกสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตทั้ง 9 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมแต้จิ้ว, สมาคมฮกเกี้ยน, สมาคมไหหลำ, สมาคมกวางตุ้ง, สมาคมภูเก็ตไทยหัว, สมาคมหัวเฉียว, สมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต, สมาคมฮากกา, สมาคมฮกจิ้ว และสมาคมยูฯนาน ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมจำนวนมาก

หลังจากการกล่าวเฉลิมฉลองวันชาติจีน ครบรอบ 74 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้ว นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต วาระปี 2565-2566 ได้ส่งมอบตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฯ วาระปี 2566-2567 ให้กับนายอวยชัย องค์วิมลการ ประธานสมาคมหัวเฉียว ในการดำนินการต่อ โดยมีนายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนนายกสมคมฯ ต่างๆ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมีการแสดงวงออเคสตร้า และชุดการแสดงจากโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวอาเซียนวิทยาด้วย

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต วาระปี 2565-2566 กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ว่า เพื่อให้ลูกหลานซาวไทยเชื้อสายจีนของภูเก็ตได้น้อมระลึกถึงแผ่นดินจีน แผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ เมื่อประมาณเกือบ 200 กว่าปี บรรพบุรุษปู่ย่าตายายของเรา ได้นั่งเรือสำเภาอพยพมาอาศัยแผ่นดินไทยของพระเจ้าอยู่หัว และเกาะภูเก็ตที่อุดมสมบูรณ์จนเกิดลูกหลาน ได้ทำการเพาะปลูก เหมืองแร่ ทำมาค้าขาย ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกาะภูเก็ตและประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองสงบสุข มาถึงปัจจุบัน

ซึ่งบรรพบุรุษจีน ได้เน้นอบรมสั่งสอนให้รู้จักกตัญญตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด คือ แผ่นดินไทย พระมหากษัตริย์ และจังหวัดภูเก็ต ทุกปีพวกเราจะร่วมกันจัดงานนี้ เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์,ระหว่างพี่น้องชาวจีน รัฐบาลจีน และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนที่อยู่ในประเทศไทย และภูเก็ตที่เคยช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามเกิดวิกฤตประสบภัยธรรมชาติ ทั้ง 2 ประเทศ คือสึนามิในประเทศไทย อุทกภัยครั้งใหญ่ที่มณฑเสฉวน เราไทยจีนพี่น้องกัน และเพื่อรวมพลังความรักสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันได้ทุกเชื้อชาติทุกศาสนา พุทธ อิสลาม จีน อินเดีย และอื่นๆ ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในภูเก็ต

ด้านนางเมิ้งเหมียน รองกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดสงขลาใจ กล่าวว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นตัวแทนของท่าน กงสุลใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลามาร่วมงานฉลองครบรอบ 74 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และครบรอบ 35 ปี การสถาปนาสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต และพิธีสถาปนาประธานสมาพันธ์ประจำปี 2566-2567

ซึ่ง 74 ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รวมตัวกันนําพาประชาชนทุกชนชาติทั่วประเทศให้ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ทำให้ทั่วโลกจับตามอง ถือเป็นหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ประเทศจีนในปัจจุบันมีความเจริญรุ่งเรือง มีชีวิตชีวา ประชากร 850 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน อายุขัยเฉลี่ยต่อคนมากกว่า 78 ปี จีนได้สร้างสังคมที่มีความอยู่ดีกินดีตามกำหนดเวลา บรรลุเป้าหมายการต่อสู้ 100 ปีวาระแรก เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกและเป็นประเทศผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดและการค้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก

ภายใต้การนำอันแข็งแกร่งของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ โดยมีท่านสี จิ้น ผิง เป็นแกนหลัก ประชาชนทุกชนชาติทั่วประเทศยึดมั่นในแนวทางสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน ส่งเสริมการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน และสร้างสรรค์ประเทศสังคมนิยมแบบทันสมัยอย่างรอบด้าน และกำลังก้าวไปสู่เป้าหมายการต่อสู้ 100 ปีวาระที่สอง

จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อน ญาติมิตร และหุ้นส่วนที่ดี ทั้งสองประเทศมีประวัติการไปมาหาสู่กันอย่างยาวนาน ประชาชนของทั้งสองประเทศได้สร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้งต่อกัน จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับไทย เมื่อปีที่แล้วประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มาเยือนไทย ทั้งสองประเทศได้ประกาศสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ชี้ให้เห็นถึงทิศทางความสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคใหม่ สร้างมิติใหม่ให้กับประโยคที่ว่า “ จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ”

สำหรับสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ตในฐานะเป็นองค์กรชาวจีนโพ้นทะเลที่สำคัญในภาคใต้ของไทย ทุ่มเทในการสร้างสรรค์สังคมและเศรษฐกิจของภูเก็ต ใส่ใจในเรื่องกุศลและสาธารณะ สร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมท้องถิ่น จนเกิดประโยชน์สำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพที่ดีระหว่างจีนกับไทย ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา กงสุลจีนได้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาพันธ์ฯ  และขอแสดงความยินดีเป็นอย่างสูงให้กับนายอวยชัยฯ นายกสมาคมหัวเฉียวภูเก็ต ประธานสมาพันธ์ประจำปี 2566-2567

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านประธานจะนำพาสมาชิกสมาพันธ์ทุกคน ส่งเสริมจิตวิญญาณที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างสรรค์สมาพันธ์ให้ก้าวขึ้นอีกชั้นหนึ่ง เราจะร่วมมือกับเพื่อนทุกท่าน ส่งเสริมการพัฒนาของสมาพันธ์อย่างนี้ตลอดไป และขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อเพื่อนทุกภาคส่วนที่อุทิศตนเพื่อมิตรภาพ สนับสนุนการทำงานของกงสุลจีนมาอย่างยาวนาน เราขอร่วมมือร่วมใจกับทุกภาคส่วนของภูเก็ตเพื่อสร้างอนาคตอันสดใสของสองประเทศ และขออวยพรมให้จีนและไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ขอให้มิตรภาพจีน-ไทยที่แน่นแฟ้นจะอยู่ตลอดต่อๆ ไป

“โรตารีอันดามัน” เปิดตัว “ธนา คงคาวาส” นายกสโมสรฯ คนใหม่ พร้อมลงนามคู่มิตรต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารกันเอง 2 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต สโมสรโรตารีอันดามัน จัดงานเฉลิมฉลอง และขอบคุณนายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีอันดามัน พร้อมเปิดตัวนายธนา คงคาวาส นายกสโมสรโรตารีอันดามัน ภาค 3330 ปีบริหาร 2566-2567 คนใหม่

โดยมีนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ อดีตนายกสโมรโรตารีอันดามัน ภาค 3330 ปี 2565-2566 ตลอดจนสมาชิกโรตารีอันดามัน และโรตารี ภาค 3330 ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

โอกสนี้ยังมีพิธีลงนามต่อสัญญาคู่มิตรระหว่างสโมสรโรตารี่บังซาร์ มาเลเซีย  กับสโมสรโรตารีอันดามัน และสโมสรโรตารี เซอร์คิต มากาติ ประเทศฟิลิปินส์ กับสโมสรโรนารีอันดามัน ซึ่งเป็นการต่อสัญญาทุกปี โดยปีหน้าจะมีการไปลงนามที่ประเทศฟิลิปินส์

อย่างไรก็ตามภายในงานสมาชิกโรตารีจากสโมสตรต่างๆ ยังได้ร่วมกันบริจาคทุนในการจัดซื้อรถพยาบาลให้กับโรงพยาบาลฉลองด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการจัดกิจกรรมวิ่งระดมทุนไปแล้วแต่ยังขาดงบประมาณอีกจำนวนหนึ่ง 

“โกลเด้นเบรน จินตคณิต” เปิดสาขาภูเก็ต เสริมทักษะพัฒนาสมองเด็กวัย 4 – 9 ขวบ

วันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุม โรงแรมเพอรานากัน เฮาส์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โรงเรียนเสริมทักษะ โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาภูเก็ต โดยนายสรินทร์ วัชระพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการ โกลเด้นเบรน จินตคณิต ประเทศไทย จัดกิจกรรมปฐมนิเทศหลักสูตรการเรียนการสอน โรงเรียนเสริมทักษะโกลเด้นเบรน จินตคณิต ให้ผู้ปกครองนักเรียนในจังหวัดภูเก็ต ได้รับทราบรายละเอียดของหลักสูตรฯ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่เข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าว

นายสรินทร์ วัชระพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการ โกลเด้นเบรน จินตคณิต ประเทศไทย กล่าวว่า  ปัจจุบันโรงเรียนเสริมทักษะโกลเด้นเบรน จินตคณิต มีสาขาทั่วประเทศ 18 สาขา และภูเก็ตจะเป็นสาขาที่ 18 โดยจะเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ซึ่งการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศหลักสูตรขึ้นนั้น เพื่อแนะนำโรงเรียน และหลักสูตรการเรียนการสอนให้ผู้ปกครองในจังหวัดภูเก็ตได้รับทราบ และเพื่อสร้างความมั่นใจว่า โกลเด้นเบรนเป็นหลักสูตรจินตคณิตที่ดีที่สุดสำหรับเด็กอายุ 4 – 9 ปี

ด้วยจุดเด่นของโรงเรียน คือ  ทั้งความสะดวกสบาย โปรแกรมการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ดีที่สุด และกลุ่มครูที่เข้มแข็ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาแต่งเติมโรงเรียนให้เป็นสถานที่ที่อบอุ่นเป็นกันเอง คอร์สหลักสูตรการเรียนไม่เพียงมุ่งเน้นเด็กในเรื่องการเรียน แต่เป็นคอร์สหลักสูตรที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมของเด็กแต่ละคนในห้องเรียนแบบ Small Class เพียงแค่กลุ่มละ 5-8 คนเท่านั้น โกลเด้นเบรนภูมิใจที่ได้ใช้หลักสูตรคุณภาพนี้ในการพัฒนานักเรียน ให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการพัฒนาสมองที่ดีที่สุดในชีวิตไปด้วยกัน Golden brain in Golden Time

“ด้วยประสบการณ์การทำการเรียนการสอนมายาวนานกว่า 20 ปีหลักสูตรของโกลเด้นเบรน Abacus Mental Arithmetic Rapid Calculation ( A.M.A.R.C.) Teaching Method ได้ถูกสรรค์สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อช่วยให้นักเรียนอายุระหว่าง 4-9 ปี ได้พัฒนาไปตามวัยอย่างเหมาะสมและมีความรักในการเรียนรู้ตลอดคอร์สการเรียนการสอน โกลเด้นเบรนเริ่มต้นโปรแกรมด้วยพื้นฐานการใช้ลูกคิดใน Basic A Level 1 เราให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะพื้นฐานของนักเรียน ในขณะเดียวกันนักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบองค์รวม

จึงส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีจิตใจที่อยากรู้อยากเห็นและสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักเรียนก้าวหน้าไปตามหลักสูตรเราได้คอยสนับสนุนให้คำแนะนำตลอดการเรียนรู้ ดังนั้นเป้าหมายของโกลเด้นเบรนไม่ใช่การคิดเลขเร็วเท่านั้น แต่รวมถึงการฝึกฝนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและพร้อมในการเรียนรู้ทุกแขนงวิชา เพื่อการจดจำที่ดี มีสมาธิต่อการเรียน เข้าใจในเหตุผลและการตัดสินใจที่ดีกว่า”

สำหรับหลักสูตรซึ่งมี 6 ระดับ ประกอบด้วย 1.Basic A Level 1 เพิ่มและลดตัวเลขกับทักษะการใช้ลูกคิด ปูพื้นฐานทักษะแนวคิดการคิดเลขในใจ 2.Basic B Level 2 เพิ่มลดตัวเลขด้วยกับลูกคิดและการคิดเลขในใจ การสังเกต-ทักษะพื้นฐานต่อการ “จินตนาการ” ภาพลูกคิด การฝึกฝนการฟังและทำตามคำบอก

3.Elementary Level 3 ฝึกปฏิบัติเทคนิคการจินตนาการภาพลูกคิด ฝึกทักษะการคูณ การหาร โดยลูกคิด ฝึกการเพิ่มลดโดยการคิดเลขในใจ  4.Intermediate Level 4 เรียนรู้การคิดเลขในใจโดยการใช้ “การเคลื่อนไหวของปากกา” ฝึกทักษะการคูณ การหาร โดยลูกคิด ฝึกการเพิ่มลดโดยการคิดเลขในใจ 5.Higher Level 5 ฝึกปฏิบัติการคิดเลขในใจโดยใช้ปากกา ฝึกทักษะการคูณ การหาร โดยการคิดเลขในใจ และ 6. Advance Level 6 ทักษะพื้นฐานของการคำนวนด้วยจินตภาพที่แท้จริง ฝึกทักษะการคูณ การหาร โดยการคิดเลขในใจ

ในส่วนของการเรียนการสอนนั้น จะใช้เวลาเรียนสัปดาห์ละ 2 คาบ คาบละ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีนักเรียนห้องเรียนละ 5-8 คน เรียนระดับละประมาณ 6 เดือน ใช้เวลาเรียนตลอดหลักสูตรประมาณ 3 ปี อัตราค่าเรียนเดือนแรก 2,700 บาท พร้อมเครื่องลูกคิดและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เดือนต่อไปเดือนละ 1,700 บาท

สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงเรียนเสริมทักษะ โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาภูเก็ต ถ.เจ้าฟ้า อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร.098 028 3547 www.goldenbrainschool.com

“ภูเก็ต” กับความหวังฟื้นเศรษฐกิจไทย | ทันโลก กับ ที่นี่ Thai PBS

ครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือนกับ 4 วัน ที่นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามโครางการต่างๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน การรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมา หลังภูเก็ตถูกปักหมุดให้เป็นพื้นที่ฟื้นเศรษฐกิจของไทย จากการท่องเที่ยว แต่มิติการเมืองถูกมองว่าจะสามารถสร้างศรัทธาได้หรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่เคยมีที่นั่ง ส.ส.ในพื้นที่

#ทันโลก #ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้

“ลากูน่า ภูเก็ต” เตรียมระเบิดศึกแห่งตำนาน “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 29” พฤศจิกายน 2566 นี้

“ลากูน่า ภูเก็ต” (Laguna Phuket) อาณาแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรบนเกาะภูเก็ต ผนึกกำลังองค์กรชั้นนำระดับประเทศ เตรียมจัดงาน “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 29” (Laguna Phuket Triathlon 2023) นับถอยหลังสู่บทใหม่ของการจัดการแข่งขันไตรกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะพลิกเกาะภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางการอีเวนต์สปอร์ตแบบเต็มฟอร์ม พร้อมต้อนรับทัพนักกีฬาสายอึดกว่า 1,200 จาก 30 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งหนุนท่องเที่ยวไฮซีซั่น 2023 แบบเต็มกำลัง 19 พฤศจิกายนนี้

นายพอล วิลสัน รองกรรมการผู้จัดการ ลากูน่าภูเก็ต ในฐานะผู้จัดงานเปิดเผยว่า ลากูน่า ภูเก็ต พร้อมแล้วที่จะระเบิดศึกแห่งตำนานอีกครั้ง! กับการแข่งขัน “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา” งานไตรกีฬาระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และจัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปีนี้จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 29 ผ่านการร่วมมือครั้งสำคัญกับองค์กรชั้นนำระดับประเทศมากมาย อาทิ จังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การกีฬาแห่งประเทศไทย การกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ

เพื่อผนึกกำลังในการผลักดันให้ “ภูเก็ต” กลายเป็นจุดหมายปลายทางการจัดการแข่งขันกีฬา หรือ Sport Event ระดับแนวหน้าของเอเชีย ที่ได้มาตรฐานสากล ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ทันสมัย รวมถึงทัศนียภาพอันงดงามที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามาในช่วงไฮซีซั่น 2566 นี้อย่างมาก โดยคาดว่า จะมีผู้แข่งขัน 1,2000 คน และผู้ติดตามมากกว่า 2,000 คน

“เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา” กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ภายใต้การร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ของทุกภาคส่วน ซึ่งในปีนี้การแข่งขันจะเข้มข้นและพิเศษมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่สนามการแข่งขันที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล เส้นทางพิชิตการแข่งขันที่สวยงามซึ่งไม่สามารถหาได้จากงานแข่งขันที่ไหน ๆ ทั้งทะเลอันดามัน ทะเลสาบ เส้นทางธรรมชาติทิวทัศน์ที่เขียวขจี ไปจนถึงที่พักที่สะดวกสบายภายในอาณาจักรรีสอร์ตครบวงจรอย่าง ลากูน่า ภูเก็ต เรารอคอยที่จะได้ต้อนรับนักไตรกีฬาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่จะมาเข้าร่วมงานนี้ ซึ่งนับเป็นจุดหมายที่ดีสำหรับการเปิดช่วงไฮซีซันของภูเก็ตที่จะถึงนี้อีกด้วย” นายพอลกล่าว

การแข่งขัน “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 29” จะจัดขึ้น ณ ลากูน่าโกรฟ ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้คอนเซปต์ ‘คุณคือตำนาน’ ทุกคนสามารถเข้าร่วมเป็นผู้แข่งขันได้ทั้งมือโปรและมือสมัครเล่นครั้งแรก เพียงแค่มีความฝันที่จะสร้างตำนานของตนเอง สร้างคุณค่าด้วยความมีระเบียบวินัย ความอุตสาหะ และความมุ่งมั่น ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างแท้จริง โดยการแข่งขันไตรกีฬา (Triathlon) สุดเข้มข้นครั้งนี้จะประกอบด้วย

การว่ายน้ำในทะเลอันดามันสีฟ้าครามและในทะเลสาบลากูน รวมระยะทาง 1.8 กม. การปั่นจักรยานบนเส้นทางขึ้นและลงเขา ชมวิวชนบทของภูเก็ตและหมู่บ้านท้องถิ่น โดยจุดไคลแม็กซ์อยู่บนเนินเขาในทอนอันงดงาม รวมระยะทาง 55 กม. และการวิ่งท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามบริเวณ ลากูน่า ภูเก็ต จะสิ้นสุดที่ ลากูน่าโกรฟ รวมระยะทาง 12 กม.

นอกจากนั้นยังมี สปรินต์ ไตรกีฬา (Sprint) ประกอบด้วยว่ายน้ำ 0.5 กม. ปั่นจักรยาน 20 กม. และวิ่ง 6 กม. รวมถึง ทวิกีฬา (Duathlon) ประกอบด้วย การวิ่ง 4 กม. ปั่นจักรยาน 5 กม. และวิ่ง 12 กม. ซึ่งเป็นการแข่งขันไตรกีฬาระยะพอเหมาะสำหรับนักแข่งกลุ่มครอบครัวและกลุ่มผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ภายใต้การดูแลของทีมงานจัดการแข่งขันระดับมืออาชีพ และสร้างสีสันด้วยลีลาของนักบรรยายกีฬาชื่อดังอย่าง “Whit Raymond” (วิธ เรย์มอนด์)

ในปีนี้ ผู้เข่าร่วมการแข่งขันยังจะได้อุ่นเครื่องกับกิจกรรมใหม่พิเศษมากมายก่อนวันท้าประลอง ไปจนถึงการผ่อนคลายหลังการแข่งขัน เริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2566 กับ “คลินิกจักรยาน” เซสชั่นการซ้อมจักรยานอย่างเป็นทางการในระยะทาง 55 กม. โดย “ไซโคสปอร์ต” ผู้จัดงาน “ทัวร์ เดอ ภูเก็ต” รวมถึงการเตรียมพร้อมและการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2566 ฟิตกับกิจกรรม “Open Water Swim” ฝึกซ้อมการว่ายน้ำ โดย ไตรฮับ (TriHub) หนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดการแข่งขัน แล้วไปสนุกสนานยามเย็นกับ “Lifestyle Night Market” ชิมช้อปกับ 80 ร้านค้าที่ Canal Village หลังวันอันเหนื่อยล้าจากการแข่งขัน ในวันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2566 สามารถผ่อนคลายกับโยคะและอาหารเช้าเฮลธ์ตี้แสนอร่อยที่ “Open Kitchen” และสนุกกับ “The Four-Man Muay Thai Championship” ในวันอังคารที่ 21 กันยายน 2566 ศึกชิงชัยสุดโหดของ 4 นักสู้ตัวท็อป

สำหรับ “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา” นับเป็นไตรกีฬาระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เคยมีนักไตรกีฬาฝีมือดีจากทั่วโลกร่วมชิงชัยในการแข่งขันในแต่ละปีอย่างคับคั่ง อาทิ ไมเคิล เรเลิร์ท จากเยอรมนี เจ้าของตำแหน่งแชมป์คนเหล็ก 4 สมัย มาสซิโม ซิกาน่า จากเวนิส อิตาลี นักไตรกีฬาระดับท็อป รูดี้ ไวลด์ จากสวิตเซอร์แลนด์ นักไตรกีฬาในการแข่งกีฬาโอลิมปิก 2012 และเอ็มม่า พาลันท์-บราวน์ จากอังกฤษ ผู้คว้าชัยในการแข่งขันไอรอน แมน 70.3 มากกว่า 20 ครั้ง อิงเก้ พราเซทโย จากอินโดนีเซีย เจ้าของเหรียญเงินในการแข่งกีฬาซีเกมส์ รวมถึงนักกีฬาไทยระดับท็อปอย่าง จเร เจียรนัย ดีกรีนักไตรกีฬาทีมชาติไทย และเซเลบริตี้มากมาย

นอกจากนั้น ยังเป็นการแข่งขันไตรกีฬาที่จัดขึ้นมายาวนานและประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 8 อันดับแรกของการแข่งขันไตรว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยนิตยสาร 220 Triathlon (สหราชอาณาจักร) ในปี 2563 นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับที่ 5 จาก 10 ให้เป็นไตรกีฬาที่ดีที่สุดในโลก โดย Let’s Do This (สหราชอาณาจักร) ในขณะที่ “ลากูน่า ภูเก็ต” ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีคุณูปการด้านกีฬาและการออกกำลังกาย โดยกรมพลศึกษา (DPE) กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาในปี 2562 ศึกแห่งตำนานอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะภูเก็ตนี้ ยังมีส่วนช่วยในการระดมทุนผ่านกองทุนเพื่อเด็ก Children First Fun (CFF) อีกด้วย

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันสามารถดื่มด่ำกับการพักผ่อน และสนุกกับการท้าชิงไตรกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ ณ ลากูน่า ภูเก็ต ที่จะให้การต้อนรับด้วยที่พักที่หรูหรา ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย พร้อมการบริการอันอบอุ่น โดยที่พักตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสนามแข่งขัน มีบริการรถและเรือรับส่งฟรีภายในรีสอร์ตไปยังสนามแข่ง ลานกิจกรรมริมน้ำ ลากูน่าโกรฟ ด้วยห้องพักราคาพิเศษในโรงแรม อังสนา ลากูน่า ภูเก็ต, บันยันทรี ภูเก็ต, แคสเซีย ภูเก็ต, ดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ บันยันทรี เวย่า ภูเก็ต โดยจองกับโค้ด LPT2023

ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ด้วยกันกับศึก “ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 29” วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2566 นี้ เปิดลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันนี้ – 13 พฤศจิกายน 2566 ช่องทางออนไลน์ www.lagunaphukettri.com การแข่งขันประกอบด้วยไตรกีฬาประเภทบุคคลและทีม, ไตรกีฬาสปรินต์ และทวิกีฬาเต็มรูปแบบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/LagunaPhuketTri หรือเว็บไซต์ www.lagunaphukettri.com

ชุมชนภูเก็ตพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทุกชาติรู้จักกันดีอยู่แล้ว และมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกมาตรการส่งเสริม

#ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้

สปาร์ตัน เรซ ไทยแลนด์ ประกาศความพร้อม ปั้นสนามแข่งขัน TRIFECTA Weekend สุดท้ายของโลกระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา บริเวณลานลม เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต  นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., Mr.Johan Wallen, ผู้จัดการทั่วไป บลูทรีภูเก็ต และนายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน (Executive Director – Spartan Race Thailand & Vietnam) และผู้บริหารกลุ่มบริษัทในเครือ RUNRIO

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดแข่งขันลิขสิทธิ์ระดับโลกศึกวิ่งฝ่าด่านวิบากชิงแชมป์เอเชียแปซิฟิค Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship weekend 2023  ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้ พร้อมออกแบบสนามใหม่รับ TRIFECTA Weekend เพิ่มระยะ Beast 21 Km กับเส้นทางเทรลสุด Amazing เทียบเท่าสนามโลก เตรียมต้อนรับนักแข่งและผู้ติดตามเกือบหมื่นคน จาก 30 ประเทศทั่วโลก เพื่อยกระดับจังหวัดภูเก็ต สู่การเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Health & Wellness ของโลก ในพื้นที่ ต.ชิงทะเล อ.ถลาง  จ.ภูเก็ต

Mr.Johan Wallen, ผู้จัดการทั่วไป บลูทรีภูเก็ต  ในฐานะสปอนเซอร์หลักการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า บลูทรี ภูเก็ต มีความพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ในการต้อนรับเหล่านักกีฬาและผู้ติดตามสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งนี้เหล่านักกีฬาจะได้รับความสนุกจากการแข่งขันกีฬาลิขสิทธิ์ระดับโลก Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship weekend 2023 และผู้ติดตามจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในการพักผ่อนและสนุกกับกิจกรรมต่างๆภายในบลูทรี

ซึ่งมีกิจกรรมและการให้บริการหลากหลาย อาทิ กิจกรรมทางน้ำในบริเวณบลูทรี ลากูน ซึ่งเป็นคริสตัลลากูนขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก, กิจกรรมการออกกำลังกายทั้งกลางแจ้งและในร่ม หรือกิจกรรมผาดโผน เป็นต้น นอกจากนี้ภายในบลูทรีมีร้านอาหารหลากหลายประเภทเปิดให้บริการ ตลอดจนความบันเทิงต่างๆ เพื่อมอบความสุขและความสนุกให้กับทุกท่านที่เข้ามาในพื้นที่ บลูทรี ภูเก็ต ตามคอนเซปต์ Blue Tree Phuket Entertainment Hub, Thrill & Chill, Day & Night.

นายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กล่าวว่า เทศกาลวิ่งวิบากลิขสิทธิ์ระดับโลก  Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship weekend 2023 กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายการงาน  Mega Events  และ World Festival ผ่านการดึงงานลิขสิทธิ์ระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีฐานแฟนเบสจากทั่วโลก ซึ่งเป็นความต่อเนื่องจากความสำเร็จอย่างล้นหลาม จาก Pattaya Spartan TRIFECTA Weekend and Trail 2023 ที่ผ่านมา และในวันที่ 25-26 พฤศจิกายน นี้ ความยิ่งใหญ่ และความสำเร็จความสำเร็จบทใหม่บนพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียงกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ณ Blue Tree Phuket และพื้นที่ทางธรรมชาติ บริเวณรอบเขื่อนบางเหนียวดำ

ซึ่งนับเป็นหน้าที่หลักโดยตรงของทางสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ในการมีบทบาทและส่วนร่วมที่สำคัญในการดึงงานเทศกาลลิขสิทธิ์ระดับโลก โดยเฉพาะงานกีฬามวลชนเข้าสู่พื้นที่ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาด้านการวางแผนและการจัดงานให้กับเมืองเจ้าภาพเพื่อผลักดันให้งานเทศกาลกีฬาดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น 

เราเชื่อมั่นว่างานเทศกาลการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะทำให้จังหวัดภูเก็ตเกิดการยกระดับไปสู่เป้าหมายการเป็นเมืองแห่งกีฬาระดับโลก และเป็นเวทีที่แสดงถึงศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยให้ทั่วโลกได้เห็นถึงความพร้อมที่จะเปิดประเทศเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติ และระดับโลกทุกมิติ ทุกรูปแบบ ภายใต้นโยบาย Festival Economy เพื่อก่อให้เกิดมรดกทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนในฐานะเจ้าของพื้นที่ในการต้อนรับผู้ร่วมการแข่งขัน ผู้ติดตาม และทุกท่านเข้าร่วมงาน และร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทางหน่วยงานมีการความตื่นตัวและการเตรียมความพร้อมของพื้นที่เพื่อรองรับการแข่งขันระดับโลกในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองกีฬาที่สามารถรองรับมวลชนได้อย่างมีมาตรฐานระดับนานาชาติ ทั้งด้านความสะอาด ปลอดภัย สะดวกสบาย ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

และจะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจจากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างแน่นอน ภูเก็ตในฐานะเมืองเจ้าภาพพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว ที่จะรับรองและต้อนรับชาว Spartans จากทั่วทุกมุมโลก ผมขอใช้โอกาสนี้เป็นตัวแทนของพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขอยืนยันความมั่นใจว่า พื้นที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมแล้วสำหรับการเป็นพื้นที่เจ้าบ้านที่มีศักยภาพในการต้อนรับนักกีฬา และผู้ติดตาม ที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในการรองรับนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ความประทับใจ จากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างแน่นอน

นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน (Executive Director – Spartan Race Thailand & Vietnam) และผู้บริหารกลุ่มบริษัทในเครือ RUNRIO กล่าวถึงศักยภาพเมืองเจ้าภาพ และสนามแข่งขันในประเทศไทยในทุกด้านทุกมิติที่มีความพร้อมในการสร้างแผนการตลาดรูปแบบ International Sport Tourism โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ที่มีพื้นที่จัดงานได้หลากหลายรูปแบบทั้งทางธรรมชาติทะเล ภูเขา ป่า ถนน รวมถึงสนามกีฬา ยิม และพื้นที่จัดงานเทศกาลกีฬาในรูปแบบอื่นๆ Spartan Race Thailand และ RUNRIO ได้เล็งเห็นโอกาสที่จังหวัดภูเก็ตสร้างต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มจากกีฬามวลชนระดับนานาชาติและระดับโลก

หรือ Mass Participation World ที่นักกีฬาเชิงท่องเที่ยวมุ่งหา และค้นหางานเทศกาลการจัดการแข่งขันของ Societies ประเภทเดียวกันทั่วโลก อาทิ Spartan Race World Series ที่ถือเป็น World Trend และมีกลุ่มนักกีฬาที่ขื่นชอบการแข่งขัน แบบ World Series เป็นจำนวนมหาศาลกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งทั้งนี้เป็นนักกีฬาประเภท Amateur Athletes ที่เป็น High Spender กว่า 90% และ Spartan Race Thailand ที่จังหวัดภูเก็ตกำลังดำเนินการวางแผนเพื่อให้เป็นหนึ่งใน World Sports Destination เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในการสร้าง New Eco System ทางด้านกีฬาประเภทนี้ ที่มีผลกระทบต่อ

ทั้งนี้เทศกาลการแข่งขันวิ่งวิบากลิขสิทธิ์ระดับโลก Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship weekend 2023” ในวันที่ 25 – 26 พฤศจิกายน 2566 ปีที่ 2 ถือเป็นการจัดงานในรูปแบบเทศกาลเต็มรูปแบบของ Spartan Race แบบ TRIFECTA ที่เพิ่มระยะทาง Beast 21 Km บนพื้นที่จัดงานของ Blue Tree Phuket ผนวกกับพื้นที่ทางธรรมชาติภูเขา ป่า และเขื่อนบางเหนียวดำที่เป็นเส้นทางการแข่งขันที่ยกระดับเทียบเท่าสนามแข่งขัน Spartan Race โลก

สำหรับ การแข่งขัน “Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship weekend 2023” เป็นหนึ่งในรายการ Spartan Race World Series  ถือเป็นการแข่งขันที่หฤโหดและท้าทายนักวิ่งจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ตลอดเส้นทางการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งบนเส้นทางวิบาก ลุยโคลน โหนเชือก ปีนตาข่าย ไต่กำแพง และอีกมากมาย โดยมีการชิงชัยทั้งสิ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 25 และ 26 พฤศจิกายน 2566 แบ่งเป็น 5 ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ Beast ระยะทาง 21 Km (30 Obstacles), Super ระยะทาง 10 Km (25 obstacles), Sprint ระยะทาง 5 Km (20 obstacles), Spartan Kids ระยะทางสูงสุด 3.2 กม. และ Hurricane Heat แข่งขันแบบทีม