ครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและฝั่งอันดามัน “นิทรรศการศิลปะ Van Gogh Memory”

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ที่คาเฟ่ลับบางโจ Tree O’clock Cafe & Bistro ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดตัวนิทรรศการศิลปะ Van Gogh Memory ซึ่งการจัดงาน Excibition ครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานแบบ Immersive Technology ของศิลปิน Vangogh เป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและฝั่งอันดามัน

โดยมี นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดภูเก็ต นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายมาโนช พันธ์ ฉลาด นายกอบต.เชิงทะเล แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน เข้าร่วม

สำหรับงานนิทรรศการศิลปะ Van Gogh Memory ซึ่งการจัดงาน Excibition ครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานแบบ Immersive Technology ของศิลปินVangogh  เป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะทางร้าน Tree O’clock ได้ถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

คุณ Zhang Nan ผู้ก่อตั้งชาวจีนซึ่งอาศัยอยู่ในภูเก็ตมาเป็นเวลา 18 ปี มีความปรารถนาให้ภูเก็ตมีร้านอาหารและสถานที่แสดงศิลปะที่เป็นศูนย์รวมการจัดงานแสดงแบรนด์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น นิทรรศการ เปิดตัวแบรนด์ สถานที่ประชุมส่งเสริมแบรนด์ท้องถิ่น ศูยน์การการแลกเปลี่ยนงานศิลปะ ฯลฯ

 โดยผ่านกิจกรรมงานศิลปะเพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนคนในท้องถิ่นโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นรุ่นใหม่ที่มีไอเดียใหม่ๆ สามารถแสดงความสามารถและความรู้ผ่านพื้นที่นี้ โดยคุณ Zhang Nan ต้องการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป

ภูเก็ตเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย สานสัมพันธ์ด้านการทูตมากว่า 49 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 นายทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัครราชทูต มองโกเลีย ประจำประเทศไทย ร่วมกับนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศมองโกเลีย ทำการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำจังหวัดภูเก็ตและพังงาอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 1 โรงแรมเดอะกิ๊ก ป่าตอง ภูเก็ต

ภายหลังจากได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม อนุมัติบัตรแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย ประจำจังหวัดภูเก็ต โดยมีเขตครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา  ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2566  โดยได้รับเกียรติจากนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม

นายณัฐพงศ์  พันธเกียรติไพศาล กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศมองโกเลีย ประจำจังหวัดภูเก็ต และพังงา กล่าวว่า ประเทศไทยและมองโกเลีย มีความสัมพันธ์อันดี และเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมายาวนาน  โดยมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตมาเป็นเวลากว่า 49 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้า การลงทุน และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ทั้งในระดับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

“การจัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ ขึ้นในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศขึ้นอีกระดับหนึ่ง ถือเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมและสร้างโอกาส ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ”

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ประเทศมองโกเลียเป็นประเทศที่สวยงามน่าหลงใหล อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และน่าสนใจ  ตนในฐานะกงสุลกิตติมศักดิมองโกเลีย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น ทั้งการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวมองโกเลีย เพื่อสัมผัสวัฒนธรรม และความสวยงามของธรรมชาติอันแปลกใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวมองโกเลีย ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตและพังงา ซึ่งในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รัฐบาลมองโกเลียมีนโยบายสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยได้ประกาศให้ปี 2023 และปี 2024 เป็นปีแห่งการเยือนมองโกเลีย (Years To Visit Mongolia) โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมองโกเลียจาก 250,000 คนเป็น 1,000,000 คนภายในปี 2024

สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% ต่อจีดีพี ภายใต้แคมเปญ “ปีแห่งการเยือนมองโกเลีย” จะมีพลเมืองจาก 34 ประเทศได้รับการยกเว้นวีซ่า ทำให้มีประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้ามองโกเลียทั้งสิ้น 61 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวมองโกเลีย

สำหรับข้อมูลด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและมองโกเลีย พบว่า มองโกเลียมีความชื่นชอบและเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มมากขึ้น โดย ณ ปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปมองโกเลีย ประมาณ 6,000 คน ขณะที่นักท่องเที่ยวมองโกเลียมาไทย ประมาณ 16,000 คน แต่สถานการณ์สะดุดลงเนื่องจากโควิด-19  โดยปี 2565 ตัวเลขเริ่มปรับตัวดีขึ้น  จำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปมองโกเลีย 1,118 คน ขณะที่นักท่องเที่ยวมองโกเลียมาไทย 5,245 คน

ส่วนด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับมองโกเลีย มีโอกาสสูงในการร่วมกันพัฒนาความร่วมมือ   โดยมองโกเลียมีจุดเด่นด้านเกษตร ปศุสัตว์ และแร่ธาตุต่าง ๆ ขณะที่ไทยมีความชำนาญด้านเทคโนโลยี มีทักษะในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างมองโกเลียและไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีนักลงทุนจากไทยสนใจเข้าไปลงทุนด้านอุตสาหกรรมเหมือง อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในมองโกเลีย ขณะเดียวกัน นักลงทุนจากมองโกเลีย ได้แก่ APU ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำของมองโกเลีย ได้เริ่มเข้าทำตลาดวอดก้าระดับพรีเมียมแบรนด์ Chinggis Khaan ในประเทศไทย

ทั้งนี้ภายใต้แผนความร่วมมือระหว่างมองโกเลียและไทย ในระยะ 5 ปี (ปี 2022-2027) ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าขายระหว่างมองโกเลียกับไทย รวม 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2027 จากปัจจุบันมีการลงทุนสะสมภาคเอกชนไทยในมองโกเลียประมาณ 1,035 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทาโก้ เบลล์ เปิดสาขาแรกภาคใต้ ที่จังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษสุด

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่บริเวณชั้น 1 โซนเดอะการ์เด้น ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จ.ภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสมปราชญ์ ปราบสงคราม ปลัดจังหวัดภูเก็ต และนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นเกียรติ ในการเปิดร้าน “ทาโก้ เบลล์” สาขาศูนย์การค้าจังซีลอน ซึ่งเป็นสาขาแรกในภาคใต้ โดยมีนายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  และประธานกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) และนายเชน เมืองครุธ ผู้จัดการทั่วไป ทาโก้ เบลล์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับ

 อนึ่งบริษัท สยามทาโก้ จำกัด ผู้บริหารแฟรนไชส์ ทาโก้ เบลล์ (Taco Bell) ร้านอาหารสไตล์กึ่งเม็กซิกันที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐอเมริกา รวบรวมเมนูอาหารทาโก้ที่มีเอกลักษณ์ความอร่อยแบบรสชาติจัดจ้าน ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าทัวริสต์ชาวต่างชาติ พร้อมเปิดให้บริการสาขาใหม่ล่าสุด สาขาที่ 22 โดยจัดโปรโมชันพิเศษ แจกฟรี เสื้อยืด Taco Bell Limited Edition เมื่อซื้อ “Craving Meal for 2” (จำกัดจำนวน) ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และแจกฟรี ครั้นชี่ ทาโก้ (Crunchy Taco) ให้แก่ลูกค้า รวม 800 ชิ้น ระหว่างวันที่ 8-15 ตุลาคม 2566 เท่านั้น

นายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  และประธานกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ร้านทาโก้ เบลล์ สาขาศูนย์การค้าจังซีลอน พร้อมเปิดประสบการณ์ ‘Live Más’ ซึ่งหมายถึง Live More “มาใช้ชีวิตให้เต็มที่ ลองอะไรที่ยังไม่เคยลอง” โดยลูกค้าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ในการรับประทานอาหารสไตล์กึ่งเม็กซิกันที่มาควบคู่กับรสชาติอร่อยเด็ดลงตัว ท้าให้ลองเมนูยอดนิยมระดับโลก

ไม่ว่าจะเป็นครั้นชี่ ทาโก้ ซูพรีม (Crunchy Taco Supreme™) ครั้นช์แรป ซูพรีม (Crunchwrap Supreme™) ชิกเก้น เคซาดิญ่า (Chicken Quesadilla™) กริลด์สตัฟท์ เบอร์ริโต้ (Grilled Stuft Burrito™) โล้ดเด้ดนาโช่ (Loaded Nachos™) และเมนูใหม่ล่าสุด เอาใจคนชอบชีส “กริลด์ ชีส เบคอน ซีรีส์” ได้แก่ กริลด์ชีส เบคอน เคซาดิย่า (เมนูสุดฮิต), กริลด์ชีส เบคอน เบอร์ริโต้, ชีสซี่ เบคอน ฟรายส์ และชีสซี่ เบคอน ชิปส์ ที่จะทำให้ลูกค้าไทยหรือสายฝอ ได้ลิ้มรสความอร่อยแบบฟินได้ไม่รู้จบ

ทาโก้ เบลล์ ยืนหนึ่งเรื่องอาหารกึ่งเม็กซิกันสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ เปิดให้บริการแล้วที่ ชั้น 1 โซนเดอะการ์เด้น ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น. ลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม ข่าวสาร และโปรโมชันของ Taco Bell ได้ที่ Facebook: Taco Bell Thailand, IG: @TacoBellTH, X: @Tacobellth, LINE: @TacoBellTH และ TikTok: @Tacobellthailand.

แสนสิริจับมือไทยพาณิชย์ ร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก สานต่อความมั่นคงดั่งขุนเขา สะท้อนวิสัยทัศน์การสร้างสังคมที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่อาคารเอนกประสงค์ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบเก้ง ซ.ภูธร อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และคุณสักวัฏ อิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sales Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันแถลงข่าว การร่วมมือสืบสานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ปีที่ 11 ตอกย้ำเจตนารมย์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ต สะท้อนวิสัยทัศน์สร้างสังคมที่ยั่งยืน โดยมีตัวแทนจากศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ศาลเจ้าบางเหนียว และศาลเจ้าสามกอง พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าร่วม

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทางแสนสิริ และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต และความสำคัญของประเพณีถือศีลกินผัก ที่ปัจจุบันเป็น Flagship Event ระดับโลก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ นอกจากนี้ภูเก็ต ยังได้รับการคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็น Creative Cities of Gastronomy หรือเป็นเมืองที่มีความสร้างสรรค์ทางด้านอาหาร และยังเป็นเมืองแรกในอาเซียนที่ได้รับรางวัลดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558  และมั่นใจว่าชาวไทยและต่างประเทศที่ได้เข้าร่วมงานนี้  จะประทับใจกับอาหารที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนอาหารพื้นเมืองที่มีการรังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเช่นกัน

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริ นับเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกๆ ที่บุกเบิกตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต จนชาวภูเก็ตให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตมากว่า 12 ปี นอกจากนี้ แสนสิริยังมุ่งมั่นร่วมสืบสาน “ประเพณีถือศีลกินผัก” ซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภูเก็ตที่มีมาอย่างยาวนาน โดยในปีนี้แสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะภาคเอกชนที่มีเจตนารมย์เดียวกันในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ตอย่างยั่งยืน ได้ผนึกความร่วมมือสนับสนุนประเพณีถือศีลกินผักต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

“แสนสิริมีความมุ่งมั่นตามแนวคิดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชมอย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นเป็นกำลังสำคัญในการเข้าร่วมประเพณีที่เก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ต พร้อมร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน โดยได้เชิญชวนครอบครัวแสนสิริแฟมิลี่ ทั่วประเทศ ร่วมถือศีลกินผัก ทำจิตใจให้สงบในช่วงประเพณีที่จะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ รวมทั้งยังได้เชิญชวนกลุ่มลูกค้าแสนสิริในจังหวัดภูเก็ต กลุ่มลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ พันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนพนักงาน เป็นจิตอาสาทำความดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีครั้งสำคัญนี้

โดยจะมีการร่วมกันล้างอ๊าม ทำความสะอาด 4 ศาลเจ้าใหญ่ ได้แก่ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง, ศาลเจ้าบางเหนียว, ศาลเจ้าสามกอง และศาลเจ้ากะทู้ นอกจากนี้แสนสิริยังร่วมเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต ที่มีมายาวนานเกือบ 200 ปี สู่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของแสนสิริทั้งในไทยและทั่วโลก กระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเพื่อร่วมประเพณี และผลักดันการท่องเที่ยวภูเก็ตให้คึกคักอีกด้วย”

ทางด้านนายสักวัฏ อิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Direct Sales Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมกับแสนสิริ ในการสืบสานประเพณีถือศีลกินผักในจังหวัดภูเก็ตเป็นปีที่ 11 โดยในปีนี้ ธนาคารและแสนสิริ ยังได้ร่วมสนับสนุนเงินในการทำกิจกรรมสำหรับศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ต มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท

นอกเหนือจากความร่วมมือในครั้งนี้  ธนาคารยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในจังหวัดภูเก็ตผ่านโครงการ SCB ชวนกันทำดี โดยเปิดโอกาสให้ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ร่วมทำงานจิตอาสาเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนส่วนรวมตลอดจนเชิญชวนลูกค้าของธนาคารเข้าร่วมกิจกรรมอันเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน”

สำหรับประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า เจี๊ยะฉ่าย เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ได้รับการ สืบทอดกันมายาวนานและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่าง 15 ตุลาคม 2566 – 23 ตุลาคม 2566 อย่างเต็มรูปแบบและภายใต้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวจังหวัดภูเก็ตนี้ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นประจำทุกปี

โดยการละเว้นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต รักษาศีล สำรวมกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ ถือเป็นการเจริญเมตตากรุณา นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ประชาชนทั่วไปยังสามารถร่วมชมพิธีกรรมสำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ พิธียกเสาโกเต้ง, พิธีพิธีโข้กุ้น (เลี้ยงทหาร), พิธีส่งเก้ง (สวดมนต์), โก๊ยโห้ย (ลุยไฟ), พิธีอิ้วเก้ง (แห่พระ), พิธีส่งหยกอ๋องส่องเต่ ส่างกิ้วอ๋อง (ส่งพระ) เป็นต้น

ประเพณีถือศีลกินผักปีนี้ แสนสิริ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังได้มีการออกแบบภาพการสื่อสารหลัก ภายใต้แนวคิด “ขุนเขา” ซึ่งมีความหมายถึง ความมั่นคงและสงบสุข อวยพรให้ชาวภูเก็ต มีความมั่นคงดั่งขุนเขา อิ่มบุญ อิ่มใจ พร้อมมีโชคลาภและความสุข อย่างไม่มีที่สิ้นสุดในประเพณีถือศีลกินผักปีนี้ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ตอกย้ำเจตนารมย์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภูเก็ต สะท้อนวิสัยทัศน์การสร้างสังคมที่ยั่งยืน” 

อบต.กมลา เร่งขุดลอกคลองทั้งตำบล แก้ปัญหาน้ำท่วม

นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายกอบต.กมลา มอบหมายให้ นายสันทัด คุ้มมิตร รองนายก อบต.กมลา ปฏิบัติหน้าที่ตรวจและควบคุมงานขุดลอกคลองหัวควน ที่มีความยาวตลอดคลองประมาณ 2 กม. ไหลผ่านพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 5 ตำบลกมลา เพื่อกำจัดขยะ วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำต่างๆ แก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน รวมถึงเพื่อความสะอาดและสวยงามของคลองสาธารณะในพื้นที่

ทั้งนี้ รองนายก อบต.กมลา ยังได้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ร่วมกันดูแลความสะอาด งดทิ้งสิ่งของต่างๆ ลงในลำคลอง และหากหากมีความจำเป็นต้องทิ้งสิ่งของที่ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้แล้ว โดยเป็นสิ่งของที่มีขนาดใหญ่เช่น เตียง ฟูกที่นอน หรืออื่นๆ สามารถแจ้งมายัง อบต.กมลา เพื่อกำหนดนัดหมายเวลาในการจัดเก็บและกำจัดสิ่งของเหล่านั้น โดย อบต.กมลาจัดให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้สัปดาห์ละ 1 วัน

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชาร์เตอร์ หารือเตรียมการเปิดตลาดถนนพังงา

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ นายเผด็จ วุฒิชาญ ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชาร์เตอร์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ร่วมประชุมหารือเรื่องการเปิดตลาดถนนพังงา เพื่อให้พื้นที่ย่านถนนพังงามีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการต่อยอดจากวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดภูเก็ต โดยจะเริ่มเปิดตลาดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดอบรม Whoscall รู้ทันทั่วไทย X Cyber Vaccinated รู้ทันกลโกง “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน”

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุม MS Convention Hall 300 ที่นั่ง อาคารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรม Whoscall รู้ทันทั่วไทย X Cyber Vaccinated โดยมี พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดร.บุญศุภภะ ตัณฑัยย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารพันธกิจสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายกชศร ใจแจ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โกโกลุ๊ค ประเทศไทย มีบุคลากร นิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผู้เข้าร่วมการอบรม

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายสำคัญที่จะให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งในมิติ On GROUND และ On LINE โดยเฉพาะในสังคมยุคดิจิทัล อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี Cyber Crime หรืออาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเปรียบเสมือนการแพร่ระบาดของโรค มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีส่วนสำคัญมากในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมที่แตกต่างจากเดิม การใช้ชีวิตของคนทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ คนที่สามารถเข้าถึงและมีความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี จึงมีความได้เปรียบในการใช้ชีวิตหรือการดำเนินการในเรื่องต่าง ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างล้วนมีสองด้านเสมอ ทั้งในด้านดีและด้านไม่ดี เทคโนโลยีสามารถทำให้คนใช้ชีวิตได้ง่ายและสะดวกกว่า แต่หากมีผู้นำไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นและสังคม ซึ่งที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ ในขณะนี้ก็คือ กลุ่มมิจฉาชีพใช้ความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีหลอกลวงผู้อื่น ทางระบบออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก การสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดไม่สามารถทำให้โดยง่ายและต้องใช้ระยะเวลา เพราะเครือข่ายของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ มีความสลับชับซ้อน ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวง ผ่านระบบออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสาร

พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ยังกล่าวอีกว่า เฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.66 มีสถิติคดีออนไลน์ จำนวน 3,136 คดี หรือเฉลี่ย 6.83 เรื่องต่อวัน ผู้เสียหายเป็นเพศหญิง 62.09 % อายุ 31 – 40 ปี 39.35 % อาชีพรับจ้าง 33.83 % ส่วนนักเรียน นักศึกษา 7.72 % ตั้งแต่ กลางเดือน มิ.ย.66 เป็นต้นมา ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จึงเริ่มดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ภัยจากอาชญกรรมออนไลน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน

ภายหลังจากประชาชนความเกิดความรับรู้ เกิดภูมิคุ้มกัน รู้ทันกลโกง “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” พบว่า สถิติคดีออนไลน์ตั้งแต่เดือน ก.ค.66 จึงลดลงเป็นจำนวนมาก โดยระหว่างเดือน ก.ค. – ก.ย.66 คดีลดลง 201 คดี คดีที่มีการแจ้งความมากที่สุด คือ การหลอกให้ขาย-ซื้อสินค้าหรือบริการ รองลงมา คือ คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และอันดับ 3 คือ การหลอกให้กู้เงิน

ดังนั้นการอบรม Whoscall รู้ทันทั่วไทย X Cyber Vaccinated ในครั้งนี้จึงเป็นโครงการ ที่จะมาให้ความรู้ สร้างความรับรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกกันว่า ไซเบอร์วัคซีน เพื่อป้องกัน การถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์ ให้กับบุคลากร นิสิต นักศึกษา ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ให้รู้เท่าทันกลอุบายของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงได้โดยง่าย ให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและช่องทางในการติดต่อขอความช่วยเหลือ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวง และทุกคนจะมีส่วนสำคัญ ที่จะสามารถนำความรู้ ไปถ่ายทอดให้แก่บุคลากรในองค์กร คนในครอบครัว และบุคคลที่มีความใกล้ชิด ไม่ให้ถูกเป็นเหยื่อ ของการถูกหลอกลวงได้

BDMS Phuket ทุ่ม 300 ล้านบาท เปิด ศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) ให้บริการรังสีรักษาแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่บริเวณห้องโถงชั้น 3 อาคาร 5 โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ภูเก็ต นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ในโอกาสร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ“ศูนย์มะเร็งภูเก็ต” (Phuket Cancer Center) ศูนย์รังสีรักษาแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่อันดามัน

ทั้งนี้ นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นและที่มาของศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) ว่า “ปัจจุบันแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ประชาชนมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น แต่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDB) ปี 2564 พบว่า โรคมะเร็งและเนื้องอก คือ สาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับสูงสุดตลอด 23 ปีที่ผ่านมา โดยในแต่ละปีอัตราดังกล่าวยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะที่ BDMS Phuket ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และโรงพยาบาลดีบุก เป็นเครือข่ายสถานพยาบาลที่ดูแลสุขภาพชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน จึงได้มีการติดตามตัวเลขสถิติผู้ป่วยมะเร็งอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พบว่า สถิติผู้ป่วยมะเร็งภาคใต้ ที่มีภูมิลำเนาในเขตสุขภาพ 11 ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ระนอง และภูเก็ต โดย 3 อันดับมะเร็งในเพศชาย ประกอบด้วย มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ 3 อันดับในเพศหญิง คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก

ซึ่งโรคมะเร็งดังกล่าวจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมด้วยทั้งสิ้น แต่เนื่องจากศูนย์ให้บริการรังสีรักษาตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกเป็นหลัก จึงทำให้คณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจดำเนินโครงการ “ศูนย์มะเร็งภูเก็ต” (Phuket Cancer Center) ขึ้น เพื่อให้คนภูเก็ตและในพื้นที่อันดามันได้เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และมีผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ Medical and Wellness Destination ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะที่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อีกด้วย” 

นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ กล่าวต่อไปว่า “ศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2566 ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ภายใต้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ในพื้นที่ 1,030 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา (Healing Environment) เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย ประกอบด้วยห้องให้คำปรึกษา โดยแพทย์รังสีรักษาเฉพาะทางใช้เทคโนโลยีการวางแผนการรักษาด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography Simulator) 

และให้บริการรังสีรักษาด้วยเครื่องฉายรังสีด้วยการเร่งอนุภาพ (LINAC Accelerator) เครื่องให้รังสีระยะสั้น (High Dose Rate Brachytherapy) และห้องประชุมออนไลน์ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Teleconference) สำหรับวางแผนการรักษาร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ปี 2567”

“โรคมะเร็งเป็นภาวะเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพื่อควบคุมระยะและการแพร่กระจายของโรคแต่ด้วยขั้นตอนการส่งตัวตามระบบเครือข่าย และความหนาแน่นของปริมาณผู้ป่วยที่แตกต่างกันในแต่ละโรงพยาบาลทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว ซึ่งศูนย์มะเร็งภูเก็ต มีนโยบายดูแลผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษา ประกอบด้วย ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง), สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม ตลอดจนจะเข้าร่วมโครงการ Cancer Anywhere ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อันดามัน ให้สามารถเข้ารับการรักษาตัว ณ ศูนย์มะเร็งภูเก็ต ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาไกลบ้านอีกต่อไป สำหรับประชาชนคนไทยที่ไม่ถูกคุ้มครองภายใต้สิทธิการรักษาข้างต้น ก็สามารถอุ่นใจได้ เนื่องจากค่าบริการของศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) จะอยู่ในอัตราเทียบเท่าหรือใกล้เคียงโรงพยาบาลภาครัฐ” นายแพทย์นรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย 

ขณะที่ ศาสตราจารย์พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวเพิ่มเติมถึงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในการจัดตั้งศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) ว่า “ด้วยประสบการณ์การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งของโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถมีแผนในการขยายการบริการของศูนย์มะเร็งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์มะเร็งภูเก็ตเป็นหนึ่ง ในโครงการดังกล่าว โดยโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ ได้ให้การสนับสนุน ตั้งแต่การฝึกประสบการณ์ด้านการรักษาให้แก่ทีมแพทย์รังสีรักษา พยาบาลรังสีรักษา นักฟิสิกส์ และนักรังสีเทคนิค

ไปจนถึงการร่วมออกแบบตัวอาคาร กระบวนการบริการที่คำนึงถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ (Patient Experience) การเลือกเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket cancer Center) จะเป็นศูนย์รังสีรักษาที่ทำให้คนภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้ารับบริการได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” 

ศูนย์การค้าจังซีลอนป่าตอง สนับสนุนกิจกรรมสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง

คุณทัศนีย์ เทพประเสริฐวังศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลครั้งที่ 31 ประจำปี 2566 โดยสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง (PHA) เพื่อร่วมสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมท้องถิ่น จำนวนเงิน 10,000 บาท โดยมี คุณทิพย์ชลิตา ศิริทวีรัตน์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตองและคุณวันดี​ เสนามสร​ ผู้จัดการสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง ร่วมรับมอบ

อควาเรียภูเก็ต คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี) ประจำปี 2566

เมื่อเร็วๆนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 254 ราย ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จึงได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (Beyond Standard) ทั้งในด้านการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน (Safe and Sustainable Tourism) รวมทั้งการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism)

โดยการประกวดรางวัลกินรีในครั้งนี้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสัตว์  อควาเรียภูเก็ต ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลถ้วยเงิน โดยมีนายธนวรรธน์ วาสิการ Pr&Marketing Executive เป็นตัวแทนรับพระราชทานรางวัลในวันดังกล่าว  อควาเรียภูเก็ต เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2562 จนถึงปัจจุบัน

โดยมี Mr.Vicky Lethirapathy Senior Vice President เป็นผู้บริหาร ในการได้รับรางวัลนี้ถือว่าเป็นรางวัลที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการให้บริการที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมาใช้บริการมาตลอด 4 ปี จนกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 5  ซึ่งอควาเรียภูเก็ตมีนโยบายในการเพิ่มการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ตรงตามกำหนดของรางวัลกินรีอย่างดียิ่งขึ้นไป

โครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้กระจายสู่เศรษฐกิจของประเทศในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงความสมดุลสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม