เทศบาลตำบลวิชิตจัดกิจกรรมอนุรักษ์แหล่งน้ำฟื้นฟูป่าชายเลน ในโครงการคืนน้ำใสสู่ชุมชน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ที่บริเวณชุมชนมะขามคู่ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานเปิดโครงการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์แหล่งน้ำฟื้นฟูป่าชายเลน (พายเรือแคนูเก็บขยะ) ซึ่งจัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต

โดยมีนายสุรเชษฐ์ สุนทรากร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองภูเก็ต นายปรีชาพัฒน์ ขรรค์วิไลกุล ประธานทสจ.ตำบลวิชิต และทีมสมาชิกทสจ.ตำบลวิชิต สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ครู/นักศึกษา กศน.ตำบลวิชิต และประชาชนชุมชนมะขามคู่เข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวได้มีการร่วมพายเรือแคนูเก็บขยะบริเวณชุมชนมะขามคู่ไปจนถึงคลองมุดง โดยพบทั้งขยะที่มาจากชายฝั่ง คูระบายน้ำ และขยะในทะเลจำนวนมากที่ติดอยู่บริเวณป่าโกงกาง ทำให้คุณภาพน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยมโทรมเป็นอย่างมาก กิจกรรมนี้จึงถือเป็นการส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วนเกิดเครือข่ายการลดขยะทะเลตั้งแต่ต้นทาง พร้อมร่วมมือกันอนุรักษ์แหล่งน้ำ และฟื้นฟูป่าชายเลนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพน้ำคลองหลักในพื้นที่ตำบลวิชิตอีกด้วย

เทศบาลตำบลวิชิต ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะในทะเล ด้วยการคัดแยกขยะ ทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทาง กำจัดขยะด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์เป็นบ้านของสัตว์น้ำ สัตว์ทะเลต่อไป

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน พิชัยรัตนาคาร จังหวัดระนอง

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณด้านหน้า อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียน พิชัยรัตนาคาร จังหวัดระนอง เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต โดยน้องๆ นักเรียนทุกคน จะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆ ฟรี

Welcome students from Pichairattanakhan school Ranong with all students and teachers to visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

Line@ : @aquariaphuket

IG : aquaria.phuket

TilTok : Aquariaphuket

Twitter : Aquaria Phuket

ขนส่งภูเก็ต มอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมีนายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต, พ.ต.อ.กษิดิน จ่ายกระโทก ผู้กำกับการอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต,

นายกรณ์พิทักษ์ อาสน์สุวรรณ หัวหน้ากลุ่มวิชาขนส่งภูเก็ต, แพทย์หญิงปิยนาถ สกุลพิพัฒน์ รักษาการ ผอ.กลุ่มภารกิจด้านการบริการปฐมภูมิฯ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, นายโสภณ เคี่ยมการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต, และนางนภาพร วีริยานันท์ นักพัฒนาการชำนาญการ ปฎิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ จำนวน 9 รายที่ได้รับเลือก

นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการฯ ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เป็นการช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากรถ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีพ เช่น แขน – ขาเทียม ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน รถนั่งคนพิการ เตียง ที่นอน ป้องกันแผลกดทับ เบาะรองนั่ง เครื่องช่วยฟัง อุปกรณ์ช่วยในการมองเห็น เป็นต้น มอบแก่ผู้พิการที่ขอรับความช่วยเหลือจากทั่วประเทศ โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ได้มอบให้กับผู้พิการ จำนวน 9 คน

“กองทุน กปถ. ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้พิการอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากรถให้ดำรงชีพอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ซึ่งผู้ที่ร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย นอกจากจะได้หมายเลขทะเบียนรถที่ต้องการแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมสร้างกุศลในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนและช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนด้วย” นายอัดชากล่าว

สำหรับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถหมวดอักษร ขจ “ขุมทรัพย์เศรษฐี บารมี” จำนวน 301 หมายเลข เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก โดยการประมูลในครั้งนี้สามารถได้เงินจากประมาณประมูล 33 ล้านบาท

เทศบาลเมืองกะทู้  สืบสานประเพณี โจ้กี่ต่องย่องสูจ้อ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองกะทู้ พร้อมด้วย สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณี โจ้กี่ต่องย่องสูจ้อ งานแห่งความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ  และมีความเชื่อที่ว่า การแห่เต่าไปถวายที่ต่องย่องสูจ้อ จะเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

สำหรับเทศกาลโจ้กี่ต่องย่องสูจ้อ หรือการไหว้บรรพบุรษ เป็นเทศกาลที่ชาวในทูสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้ถูกส่งต่อจากบรรพบุรุษมานานกว่า 100 ปี เพื่อให้ลูกหลานได้รู้จักคุณธรรม ความกตัญญู และความซื่อสัตย์ โดยในวัน 17 ค่ำ เดือน 6 ปฏิทินจีน เรียกว่า หลักโง่ยจับฉิด

จะมีการเซ่นไหว้เพื่อระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษที่ได้เสียสละต่อสู้เพื่อครอบครองแหล่งทำกินให้แก่ลูกหลาน ซึ่งเชื่อว่าวิญญาณบรรพบุรุษจะให้การปกป้อง คุ้มภัยจากอันตราย และยังเป็นการยกย่องวิญญาณที่เสียสละเพื่อพวกพ้อง อีกทั้งต้องการตอกย้ำให้คนในชุมชนร่วมกันเสียสละว่า หากเมื่อตายไปแล้วจะได้มีชนรุ่นหลังยกย่อง เช่น การจารึกรายชื่อผู้เสียสละไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็น

โดยเทศบาลเมืองกะทู้ ได้จัดให้มีการร่วมกันแห่เต่าเพื่อนำไปถวายยังศาลเจ้าต่องย่องสู ซึ่งขบวนจะเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองกะทู้ ผ่านชุมชนเมืองเก่ากะทู้ ศาลเจ้ากะทู้ เรื่อยไป จนถึงศาลเจ้าต่องย่องสู และสับเปลี่ยนหมุนเวียนคนหามกันเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงศาลเจ้าต่องย่องสู นอกจากจะเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย

การแห่เต่า ถือเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวในทู เพราะตามความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมา ศาลเจ้าต่องย่องสู นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งพิง เมื่อยามลูกหลานทุกข์ร้อนจะมาบนบานศาลกล่าว เพื่อขอให้เรื่องราวร้าย ๆ ผ่านไป เมื่อคำขอบรรลุตามเป้าหมาย จะนำขนมเต่ามาสักการะ ถือเป็นการขอบคุณอีกวิธีหนึ่ง

ต่องย่องสู สานสัมพันธ์ ความซื่อสัตย์ สามัคคี และกตัญญู เทศบาลเมืองกะทู้ จึงขอเชิญลูกหลานชาวในทู ร่วมกันรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ก่อร่างสร้างเมือง ประเพณี โจ้กี่ต่องย่องสูจ้อ ในวันที่ 3 – 5 สิงหาคม 2566 ณ ศาลเจ้าต่องย่องสู

“โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค Trash Lucky” ปี 3 เดินหน้าส่งเสริมและกระตุ้นชาวไทย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต นายสยาม สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายวรวิทย์ วงษ์เล็ก ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการปฏิบัติการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) และนางสาวดิสรา จ่างเจริญ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาด ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ได้ร่วมกันเปิดโครงการ “โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ก้าวสู่ปีที่ 3 นำร่อง 5 จุดสำคัญของจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โลตัส ภูเก็ต, โลตัส ฉลอง, โลตัส โก เฟรซ บางเทา, ปั้มน้ำมันเชลล์ หัวมุมถนนพังงาและถนนสุรินทร์และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เดินหน้าส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะดำเนินการและกำกับดูแลโดย บริษัท หาดทิพย์์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับโครงการ “โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ โดยในปีนี้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำทั้งพันธมิตรรีเทลเดิม เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิล 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และนำร่องขยายมายังจังหวัดภูเก็ตจำนวน 5 จุด รวม 69 จุด โดยขวดพลาสติก PET จากแคมเปญจะถูกส่งต่อไปให้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เพื่อรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง ด้านพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงผู้ที่ส่งกระป๋องอะลูมิเนียมมาในแคมเปญจะได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

ซึ่งการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สะอาด ปลอดภัยถือเป็นอีกเป้าหมายหลักของแคมเปญในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และจูงใจผู้บริโภคให้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากการรีไซเคิล พร้อมทั้งได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทอีกด้วย สำหรับโครงการ “โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” แจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 3,000 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนผ่านทาง Line Official Account : @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID)

และสามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และ 5 จุด ในจังหวัดภูเก็ต ตามสถานที่ต่าง ๆ ของพันธมิตรที่เข้าร่วม หรือส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของแทรชลัคกี้ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญและการบริจาคร่วมกับแคมเปญให้มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ที่  https://trashlucky.com/recycleme

ประกาศจากฝ่ายร้านค้าแผงลอยในประเพณีถือศีลกินผักอ๊ามจุ้ยตุ่ย

ด้วยประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี2566 ซึ่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 23 ตุลาคม 2566 ทางศ่าลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ได้เปิดรับลงทะเบียนร้านค้าที่จะมาขายอาหารและเครื่องดื่นในช่วงดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่ขายอาหารเท่านั้น มาร่วมทำบุญการใช้พื้นที่ ในงานประเพณีถือศีลกินผัก ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย โดยผู้ทำบุญในการใช้พื้นที่ ที่มียอดตัวเลขสูงสุด จะมีสิทธิ์ในการเลือกพื้นที่ขายของก่อน โดยล็อคมีจำนวนจำกัด

โดยผู้ที่จะเข้ามาขายของในปีนี้ ทั้งร้านค้าเก และร้านค้าใหม่ สามารถลงทะเบียนที่ห้องธุรการของศ่าลเจ้าจุ้ยตุ่ย ในระหว่างวันที่ 1 – 10 สิงหาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.และจะมีการประกาศและจัดสรรร้านค้า ในวันที่ 20 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น.

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์จำหน่าย โดยจำหน่ายอาหาร หรือ เครื่องดื่ม เท่านั้น แต่ละร้านจะต้องติดตั้งป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน ผู้ที่เข้าประมูล มีเพียง  1 สิทธิ์ : 1 บูธ : 1 ปี (ไม่มีผลผูกพันต่อเนื่อง) 1 บูธร้านค้า เงินทำบุญใช้พื้นที่เริ่มติ้น 5,000 บาท (10 วัน)  ทุกคนมีสิทธิ์ลงชื่อเพื่อเข้าคัดเลือก ร้านค้าใดที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มแตกต่างหรือแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ปฎิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบตัดสิทธิ์ทันที เงินทำบุญทุกบาททุกสตางค์เข้าอ๊ามทุกบาททุกสตางค์

เทศบาลตำบลวิชิตจัดโครงการสืบสารประเพณีวันเข้าพรรษา ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เทศบาลตำบลวิชิต ร่วมกับวัดนาคาราม จัดโครงการสืบสารประเพณีวันเข้าพรรษา ประจำปี 2566 นำโดยนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานสังกัดเทศบาลตำบลวิชิต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงาน โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ตำบลวิชิต ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา

โดยตั้งขบวนแห่เทียนพรรษาที่บริเวณประตูด้านหลังสวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนวิรัชหงษ์หยก จากนั้นขบวนได้เคลื่อนไปยังวัดนาคาราม หมู่ที่ 4 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เมื่อเคลื่อนขบวนถึงวัดนาคาราม ได้ประกอบพิธีการทางศาสนา ถวายเทียนพรรษา

โดยมีพระอธิการปิยะพงศ์ ปิยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดนาคาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมถวายเทียนพรรษา และถวายจตุปัจจัย เครื่องไทยธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งประเพณีไทยอันดีงาม และเป็นการสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

วิทยุการบินฯ ขับเคลื่อนโครงการ Metroplex ปรับปรุงเส้นทางบินและออกแบบห้วงอากาศใหม่ เชื่อมต่อ 3 สนามบิน

วิทยุการบินฯ ดำเนินโครงการออกแบบและพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ หรือ Metroplex โดยระยะแรกได้วางแผนปรับปรุงเส้นทางบินและห้วงอากาศ เชื่อมต่อ 3 สนามบิน สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ร่วมกันทั้ง 3 สนามบิน อีกทั้งเป็นการพัฒนาห้วงอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน และการใช้งานห้วงอากาศรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น

ดร.ณพศิษฏ์  จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด  เปิดเผยว่า “จากปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงคมนาคม เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงมอบหมายให้ วิทยุการบินฯ ในฐานะหน่วยงานผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศ ดำเนินโครงการออกแบบและพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ หรือ Metroplex โดยในระยะแรกได้วางแผน

การปรับปรุงเส้นทางบินและห้วงอากาศ รองรับการคมนาคมขนส่งทางอากาศ เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา  ซึ่งในการออกแบบห้วงอากาศใหม่นี้ จะมีการคำนวณเส้นทางบินที่เหมาะสมสำหรับเครื่องบินที่เข้ามาลง เพื่อให้การบินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้เชื้อเพลิง

อีกทั้งยังช่วยลดจุดตัดทางการบิน และในอนาคตอันใกล้นี้ จะดำเนินการปรับปรุงเส้นทางบินและห้วงอากาศ รองรับการคมนาคมขนส่งทางอากาศ เชื่อมต่อ 3 สนามบินภูมิภาค ได้แก่ สนามบินภูเก็ต สนามบินกระบี่ และสนามบินแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในแถบภาคใต้ตอนล่าง อีกทั้งได้วางแผนขยายผลการปรับปรุงไปยังสนามบินเชียงใหม่ สนามบินลำปาง และสนามบินแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในแถบภาคเหนือตอนบนอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่วิทยุการบินฯ ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับระบบห้วงอากาศที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ นั่นคือ การพัฒนาด้านระบบอุปกรณ์ให้เพียงพอ และสามารถรองรับการใช้งาน พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการทำงาน และพร้อมรองรับการเปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการปรับปรุงเส้นทางบินและการออกแบบห้วงอากาศนี้ จะส่งผลดี สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศชาติต่อไป

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน คุระบุรี จังหวัดพังงา

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียน จากโรงเรียน คุระบุรี จังหวัดพังงา เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต กรุ้ปนักเรียนทุกกรุ้ปจะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆฟรี

อควาเรียภูเก็ตพร้อมต้อนรับน้องๆ นักเรียนทุกแห่งทั่วประเทศที่สนใจมาทัศนศึกษานอกห้องเรียน พร้อมประสบการณ์ที่ประทับใจ โทรสอบถาม 076-629800 ต่อ 703 มือถือ 088-9081635

Welcome lovely students and teacher from Kuraburi schoo for visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ที่วัดพระทอง

วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่วัดพระทอง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  พลเรือโท อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566

ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ บ้าน วัด โรงเรียน (บวร) เป็นประจำต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจ และการสนับสนุนจากส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนประชาชน เด็กนักเรียน และเยาวชน ในพื้นที่มาร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สรรค์สร้างความดี ความสมัครสมานสามัคคี และมีจิตสาธารณะ โดยมิหวังสิ่งใดตอบแทนจากการกระทำสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม