ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต ประกอบพิธีทางศาสนา ครบรอบการดำเนินงาน 35 ปี

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 นายพงษ์ชัย  มูลรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต เป็นประธานฯ เนื่องในโอกาสคล้ายวันครบรอบการดำเนินงาน 35 ปี ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต ( รับโอนเมื่อ 16 กรกฎาคม 2531) เป็นการภายในหน่วยงาน โดยมีตัวแทนพนักงานศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ตจากทุกส่วนงานเข้าร่วมพิธี

โดยในช่วงเช้าได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณโดยรอบพื้นที่สนามบินภูเก็ต อาทิ พระพุทธบารมีสามัคคีมงคล (พระประจำ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด) พระมหาอุปคุต พระภูมิเจ้าที่ ศาลปู่รวม จากนั้นได้ร่วมพิธีทางศาสนาอิสลาม (สวดดูอาร์) โดยคณะโต๊ะอิหม่ามจากมัสยิดนูรูลอีบาดียะฮ์ บ้านหมากปรก ตำบลไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

และพิธีทำบุญเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีพระครูสัทธาวราภิยุต เจ้าคณะตำบลเทพกระษัตรี เจ้าอาวาสวัดมงคลวราราม (วัดในยาง) และพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว ณ ห้องประชุมใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต)

ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต มีหอควบคุมการจราจรทางอากาศลูกข่ายที่ดูแลอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ หอควบคุมการจราจรทางอากาศกระบี่ และหอควบคุมการจราจรทางอากาศระนอง  มีภารกิจ ดำเนินงานด้านการควบคุมจราจรทางอากาศให้ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็นการควบคุมจราจรทางอากาศเขตสนามบิน (Aerodrome Control Service)และเขตประชิดสนามบิน (Approach Control service) ของท่าอากาศยานภูเก็ต กระบี่ และระนอง ในรัศมีโดยรอบสนามบินไม่เกิน 35 ไมล์ ทะเล ที่ความสูงไม่เกิน 11,000 ฟุต ด้วยระบบการควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่ (Thailand Modernization CNS/ATM System หรือ TMCS) 

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบบริการการเดินอากาศที่ทันสมัย มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานไปยังเครือข่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการ รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการบริการการเดินอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการบินโลก

ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต มุ่งมั่นในการปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ทุกเที่ยวบินจะได้รับการบริการที่มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็วตามมาตรฐานสากล ปัจจุบันสนามบินภูเก็ตให้บริการจราจรทางอากาศ เฉลี่ยวันละ 250 เที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม วิทยุการบินฯ ยังคงมุ่งมั่นในการปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพในทุก ๆ ด้าน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ เพิ่มโอกาสการเติบโตด้านการท่องเที่ยวที่กำลังเริ่มฟื้นตัว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคเศรษฐกิจและการคมนาคมขนส่งของประเทศ และสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล

ทต.วิชิตจัดสัมมนาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โครงการพลังใหม่เข้าใจชีวิตเข้าใจธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ภายในบริเวณ สวนศรีภูวนาถ ตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีทา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานเปิดการสัมมนาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ในงาน “เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ต้องดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน (Beat Plastic Pollution/Climate Change)” โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองภูเก็ต นักเรียน เข้าร่วม

ทั้งนี้นายธนวัฒน์ เทวเดช ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต ได้กล่าวว่า กิจกรรมของมนุษย์เป็นตัวเร่งการเกิดมลพิษ และเพิ่มปริมาณขยะให้แก่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะโลกร้อน และภัยพิบัติทางธรรมชาติตามมา ในปีที่ผ่านมาตำบลวิชิต มีทั้งผู้ประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง และปริมาณขยะเพิ่มขึ้นประมาณ  100,000 กิโลกรัม

ดังนั้นเพื่อเตรียมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการแก้ไขปัญหาขยะของตำบล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดเวทีสัมมนาทางวิซาการด้านสิ่งแวดล้อมขึ้น เพื่อวางแนวทางในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และแก้ไขปัญหามลพิษขยะพลาสติกระดับพื้นที่ โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการ ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การรับแลกขยะอันตราย และอลูมิเนียมทำขาเทียม การส่งเสริมการปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่ม Carbon Credit โดยการแจกพันธุ์กล้าไม้ให้แก่ประชาชนนำไปปลูกต่อที่บ้าน และกิจกรรมสันทนาการอีกมากมาย

ด้านนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต กล่าวว่า การดำเนินงานด้านการเตรียมพร้อมรับมือ ต่อการเปลี่ยนแปลงของ สภาพอากาศในปีนี้ และคาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้นในปีถัดไปนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันวางแผนกำหนดการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยซับความร้อนและสารพิษ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง เป็นต้น หากเราช่วยกันทุกภาคส่วน และทำอย่างต่อเนื่องก็จะสู่ผลสำเร็จได้

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตนำสมาชิก โรดโชว์มาเลย์-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย

ในระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคม 2566 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขตพื้นที่ 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นำโดยนางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขตพื้นที่ 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) พร้อมด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษา

นำคณะผู้ประกอบการเดินทางไปโรดโชว์ใน 3 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างกัน หลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากเป็นประเทศที่ใช้ระยะเวลาเดินทางระยะสั้น และถือเป็นตลาดที่สำคัญ สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี

นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขตพื้นที่ 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดโรดโชว์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตเป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เนื่องจากใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน และสะดวก

จึงถือเป็นตลาดสำคัญ จึงเกิดแนวคิดในการเชื่อมโยงและผลักดันการเดินทางท่องเที่ยวกับทั้ง 3 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังจากเกิดโควิด-19 จะพบว่านักท่องเที่ยวจากทั้ง 3 ประเทศเดินทางเข้ามามากขึ้น โยส่วนหนึ่งจะมาในรูปแบบของการจัดแรลลี่บิ๊กไบค์ และมาเป็นครอบครัว จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

โอกาสนี้ได้มีการพบปกะพูดคุยกับนางสาวบุหลัน ดวงวันทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งกล่าวว่า ในส่วนของตลาดมาเลเวียนั้นไดตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 จำนวนใกล้เคียงกับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 คือ 4 ล้านคน และจากข้อมูลตัวเลขในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาของปี 2566 พบว่ามีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว จำนวน 2 ล้านคน คาคว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกันจากการที่ได้เดินทางเข้าพบนางกุลปราโมทย์ วรรณะเลิศ ผผู้อำนวยการ ททท.ประจำประเทศสิงคโปร์ ให้ขข้อมูลว่า ในส่วนของ ททท. มีนโยบายที่จะผลักดันให้นักท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิมเดินทางเขัามาท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น เนื่องจากเรามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามจากการเดินทางไปยังประเทศประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการลงนาม MOU กับสภาอุตสาหกรรมเที่ยว เขตพื้นที่ 11 อย่างเป็นทางการ เพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้วยกัน โดยบรรยากาศ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน

อควาเรียภูเก็ต ต้อนรับน้องๆ จากโรงเรียน British International Phuket

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณด้านหน้า อควาเรีย ภูเก็ต ชั้น บี 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เจ้าหน้าที่ อควาเรีย ภูเก็ต ให้การต้อนรับคุณครู และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียน British International ภูเก็ต เข้าเยี่ยมชม เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ นักเรียนที่ อควาเรียภูเก็ต โดยน้องๆ นักเรียนทุกคน จะได้รับหนังสือดิจิตอลความรู้เรื่องสัตว์น้ำต่างๆ ฟรี

อควาเรียภูเก็ตพร้อมต้อนรับน้องๆ นักเรียนจากทั่วทุกแห่งทั่วประเทศที่สนใจมาทัศนศึกษานอกห้องเรียน พร้อมประสบการณ์ที่ประทับใจ โทรสอบถาม 076-629800 ต่อ 703 มือถือ 088-9081635

Welcome students from British International school with all students and teachers to visited to Aquaria Phuket today Aquaria Phuket last Admission 6 pm everyday Aquaria Phuket floor B1 Central Floresta

คนภูเก็ต ร่วมพลังปลูก “ต้นทองอุไร” 1,000 ต้น เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง ร.10

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณอนุสรณ์สถานเมืองถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ “ปลูกต้นทองอุไร รวมใจภักดิ์” เพื่อแสดงพลังความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดภูเก็ต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2566

โดยนางศึกษาวดี จันทร์ชู นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน และนายชาญ วงศ์สัตยานนท์ รองประธานมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร กล่าวแสดงความขอบคุณ มีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชน ร่วมปลูกต้นทองอุไร จำนวน 1,000 ต้น

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพภูเก็ต และมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร มีแนวคิดในการจัดกิจกรรมดังกล่าว นอกจากได้แสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 แล้ว ยังทำเพื่อให้ทุกคนในจังหวัดภูเก็ตมีความสำนึกรักในบ้านเกิดที่อยู่อาศัย ให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ และฟื้นฟูบริเวณพื้นที่อันเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดภูเก็ต ให้สวยงามร่มรื่น คงอยู่ตลอดไป

สำหรับ “ต้นทองอุไร” เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รูปทรงเป็นช่อสีเหลืองทองอร่ามและทนแดด ทนฝนได้ดี ปลูกขึ้นได้ง่ายดอกจะออกทั้งปี เชื่อกันว่าทองอุไรจะเสริมโชคชะตาของผู้ปลูก ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองร่ำรวยมั่งคั่งสมดั่งชื่อทองอุไร และอีกชื่อหนึ่งของทองอุไร ก็คือ “ดอกสร้อยทอง” ก็ถือว่าเป็นมงคลนามด้วยเช่นกัน แล้วก็ยังมีความเชื่อกันว่า ทองอุไร จะเสริมวาสนาบารมี ช่วยให้ผู้ปลูกไม้นี้ ได้มีเกียรติมีลาภยศสูงส่ง

จึงนำต้นทองอุไรมาปลูกในบนพื้นประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ ในอดีตสมัยตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ทัพของท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ที่นำบรรพชนผู้กล้าออกมาร่วมกันปกป้องเมืองถลางจากทัพพม่า จนได้รับชัยชนะไว้ให้อนุชนรุ่นหลังสืบมาจนถึงปัจจุบันพื้นที่สมรภูมิสงครามแห่งนี้ ในอดีตคนภูเก็ตเรียกกันว่า “โคกชนะพม่า” บ้างก็เรียกว่า “ทุ่งถลางชนะศึก” แต่ต่อมาจังหวัดได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “อนุสรณ์สถานเมืองถลาง”

เทศบาลตำบลวิชิตจักกิจกรรมควบคุมการระบาดและรณรงค์ป้องกันของโรคที่มียุงเป็นพาหะ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต นายสมยศ วิจักขณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานในการอบรมโครงการควบคุมการระบาดและรณรงค์ป้องกันของโรคที่มียุงเป็นพาหะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวิชิต

โดยมีนางนาฏยา อักษรเพียร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สังกัดกองการแพทย์ เทศบาลนครภูเก็ต และนายเอกชัย เสียงล้ำ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแหลมชั่น มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้

โดยการอบรมในครั้งนี้เพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดต่อนำโดยแมลง ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักในการป้องกันโรคที่ติดต่อนำโดยแมลง อีกทั้งยังลดอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกและโรคไข้ปวดข้อยุงลายในพื้นที่ตำบลวิชิต

อควาเรียภูเก็ต ใส่ใจเรื่องความสะอาดทุกพื้นที่

ในการเข้าชมภายในอควาเรียภูเก็ต จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวแต่ละราย จะมีมุมถ่ายภาพของแต่ละคนไป ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวรายนี้ ถึงกับนอนถ่ายเลยที่เดียว ไม่ต้องกังวล พื้นถูกทำความสะอาดหลายรอบต่อวัน ถ้านอนถ่ายแล้วได้ภาพเจ๋งๆ จัดไปซิครับอย่าให้เสีย มาเที่ยวอควาเรียทั้งทีรูปต้องแน่น

นอกจากนี้ทางผู้ปกครอง ที่บุตร หลานเดินทางมาทัศนศึกษา แล้วกลัวว่าบุตรหลานของท่านจะได้รับสิ่งสกปรก เมื่อนั่งที่พื้น หรือจับเกาะสิ่งต่างๆ ภายใน อควาเรียภูเก็ต จะมีเจ้าหน้าที่คอยทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ หายกังวลได้เลย


We clean the floor many times a day, don’t worry, take your wonderful picture with every exhibit in Aquaria Phuket

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้นสำหรับพนักงาน

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ได้จัดให้มีการฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้นสำหรับพนักงานร้านค้า พนักงานบริษัทฯ และผู้ประกอบการในศูนย์การค้าฯ โดยมี พลตำรวจตรี เสริมพันธ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, พันตำรวจโท อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต, นายอำนวย พรมเรือง ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18, ตัวแทนโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และตัวแทนมูลนิธิกุศลธรรม จังหวัดภูเก็ต ร่วมฝึกซ้อมและสังเกตุการณ์

สำหรับการซักซ้อมการอพยพหนีไฟในครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย ประจำปี 2566 และเป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัยของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่ให้พนักงานได้รับการอบรม และฝึกซ้อมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในศูนย์การค้าฯ

ให้รู้จักการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดอย่างเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าฯ รวมไปถึงการสร้างความเชี่ยวชาญให้กับเจ้าให้ที่ของศูนย์การค้าฯ ในการสนับสนุนช่วยเหลือสาธารณภัยในจังหวัดภูเก็ต อีกด้วย

เทศบาลตำบลวิชิต จัดกิจกรรมเพิ่มภูมิปัญญาขนมพื้นเมืองภูเก็ต “บ๊ะจ่างภูเก็ต”

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่ศูนย์พักหายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต นำโดย นายกาณฑ์ หมื่นผ่อง ผอ.กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต จัดกิจกรรมตามโครงการสร้างคุณค่าด้วยภูมิปัญญาผู้สูงวัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กิจกรรมถ่ายทอดภูมิปัญญา ให้แก่ประชาชนในตำบลวิชิต

เพิ่มภูมิปัญญาให้แก่ประชาชนในตำบลวิชิต ภูมิปัญญาขนมพื้นเมืองภูเก็ต “บ๊ะจ่างภูเก็ต” โดยมีผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลวิชิตเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมภูมิปัญญาและคุณค่าของผู้สูงอายุ และเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างกับกิจกรรมที่เหมาะสมตามช่วงวัยอีกด้วย