สืบสานประเพณีวิถีธรรม วิถีไทย “ตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร สรงน้ำพระพุทธรูป”

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ที่บริเวณหน้าสถานธนานุบาลเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลตำบลวิชิต และพุทธศาสนิกชนชาวตำบลวิชิต ร่วมโครงการสืบสานประเพณีวิถีธรรม วิถีไทย ประจำปี 2566

โดยการทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง พระสงฆ์ สามเณรในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2566 จำนวน 27 รูป และร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนในพื้นที่ นำข้าวสาร อาหารแห้งมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

สนามบินภูเก็ตพร้อมรับนทท.ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ คาดมีนทท.เข้าวันละ 40,000 คน มีเที่ยวบิน กว่า 250 เที่ยวบินต่อวัน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นประธานปล่อยแถวเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว  สร้างความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต

โดยมีหน่วยงานเข้าร่วม จำนวน 13 หน่วย อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 (พื้นที่ภูเก็ต), หมวดบินเฉพาะกิจ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3, ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต, ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต, สถานีตำรวจภูธรสาคู, ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต, ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่, สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2566 ถือเป็นเทศกาลสำคัญและเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก

การจัดกิจกรรมปล่อยแถวเตรียมความพร้อมฯ ในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ตระหนักถึงมาตรการเตรียมความพร้อม ด้านการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ในช่วงเทศกาลดังกล่าว เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจและเกิดความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ผู้โดยสาร และผู้มาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของท่าอากาศยานภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ตในภาพรวมด้วย

“การปล่อยแถวในครั้งนี้เป็นการแสดงความพร้อมในการรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์  เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว จึงทำให้มีผู้โดยสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้ามาในช่วงดังกล่าวไม่ต่ำกว่าวันละ 40,000 คน ซึ่งในส่วนของการท่าฯ ได้เตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก การคมนาคมขนส่งซึ่งได้กำชับไปยังผู้ให้บริการไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่หรือรถบัสให้เตรียมความพร้อมของในการบริการให้เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้น และได้ประสานความร่วมมือกับขนส่งจังหวัดภูเก็ตในการมาช่วยกำกับดูแล เพื่อระมัดระวังไม่ให้เที่ยวที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้โดยสาร”

นายมนต์ชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เที่ยวบินภายในประเทศ มีจำนวนเข้า-ออก 125เที่ยวบินต่อวัน  ไม่ต่างจากเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งมีจำนวนเข้า-ออก 125 เที่ยวบินต่อวันเช่นกัน  เมื่อเทียบจำนวนผู้โดยสารในช่วงก่อนโควิด-19 ปกติ เที่ยวบินระหว่างประเทศจะเข้ามามากกว่าเที่ยวบินภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้เที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาแล้วแล้วประมาณ 70%  ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศกลับมาประมาณ 80% เหตุที่ยังไม่กลับมา100% เนื่องจากผู้โดยสารส่วนหนึ่งเป็นผู้โยสารระหว่างประเทศที่มาใช้เที่ยวบินภายในประเทศ

เทศบาลตำบลวิชิต จัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2566 ที่วัดเทพนิมิตร ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลวิชิต จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2566 โดยมีพระครูเมตตาภิรม เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เป็นพระอุปัชฌาย์ นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ สมาชิกสภาอบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ประชาชนและเยาวชนเข้าร่วม

โดยโครงการฯนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2566 อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เกิดประโยชน์ ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงให้ตนเองห่างไกลจากยาเสพติด และอบายมุขทั้งปวง และเมื่อได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนต่างๆ แล้ว ยังจะสามารถนำหลักธรรมคำสอนต่างๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้อีกด้วย

“ภูเก็ตไบค์วีค 2023” “คาวบอยออนเดอะบีช” คาดมีรถร่วมกว่า 5,000 คัน เงินสะพัดกว่า 300 ล.

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2566 บริเวณลานมังกร สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต, นายอานุภาพ เวชวานิชสนอง รองนายก อบจ.ภูเก็ต, นายเฉลิมศักดิ์ มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง, นายอมรินทร์ ศรัญยสกุล นายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีด และนายวิทยา สิงห์ฆาฬะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเวสโคสท์ –ไรด์ (ไทยแลนด์)

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ภูเก็ตไบค์วีค 2023” (คาวบอยออนเดอะบีช) หรือ “PHUKET BIKE WEEK 2023” (COWBOY ON THE BEACH”) ครั้งที่ 27 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2566 ณ สวนโลมาป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยว ข้อง ตลอดจนผู้ขับขี่บิ๊กไบค์เข้าร่วม

การจัดงานดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมภูเก็ตไบค์วีค, จังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, เทศบาลเมืองป่าตอง และองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ คาวบอยออนเดอะบีช PHUKET BIKE WEEK 2023 “COWBOY ON THE BEACH มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้เป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางบกและทางทะเลระดับโลก” ช่วยส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้ฟื้นตัวเติบใหญ่และเข้มแข็งในระยะยาว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น คาดว่าจะมีรถบิ๊กไบค์เข้าร่วมกว่า 5,000 คัน มีนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกว่า 30,000 คน สร้างรายได้กว่า 300 ล้านบาท

ผู้ร่วมงานจะได้ สมผัสบรรยากาศการขับขี่ท่องเที่ยวในแบบ Amazing New Chapter ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ภายในงานฯ มีกิจกรรมเพื่อชาวสองล้ออย่างมากมายทั้งมหกรรมโชว์รถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ และรถคลาสสิค, การประกวดรถมอเตอร์ไซค์สวยงามในประเภทต่างๆ, การประกวดดนตรีร็อคมิวสิคชาเลนจ์, การประกวดมิสภูเก็ตไบค์วีค 2023, ประกวดการแต่งกายคาวบอยคาวเกิร์ล, การประกวดรอยสัก, ประกวดประติมากรรมกองทราย, ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ วงคาราบาว, โป่งหินเหล็กไฟ, จ๊อบทูดู และศิลปินวงร็อคอีกมากมาย

นอกจากนี้ยังมีการออกบูธแสดงสินค้าอุปกรณ์ของตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ และบูธอาหารพื้นเมือง และการจัดกิจกรรม CSR ของชาวไบค์เกอร์ เพื่อร่วมส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยปฎิบัติตามกฎจราจร กิเชิญชวนให้ไบค์เกอร์การร่วมกันปลูกต้นไม้ และรับบริจาคเพื่อหารายได้มอบให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ

เทศบาลวิชิตประมูลขายทอดตลาด พัสดุ/ครุภัณฑ์ชำรุด เสื่อมสภาพ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566  ที่อาคารตะเภาน้อย เทศบาลตำบลวิชิต ได้เปิดดำเนินการประมูลราคาขายทอดตลาด พัสดุ/ครุภัณฑ์ชำรุด เสื่อมสภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีพัสดุ ครุภัณฑ์ชำรุด เสื่อมสภาพจำนวนทั้งสิ้น 73 รายการ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้

ปลดล็อค กม.โรงแรม ช่วยเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก หรือบูติก ว่า หลังจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และทีมจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แก้ไขกฎหมายโรงแรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เนื่องจากมีที่พักขนาดเล็กจำนวนมากประสบกับปัญหาไม่สามารถขอจดทะเบียนอนุญาตเป็นโรงแรมได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ได้ ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ เพราะไม่สามารถยื่นขอกู้จากสถานบันการเงินได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการเม็ดเงินมาใช้ขับเคลื่อนการประกอบธุรกิจหลังจากต้องเจอกับวิกฤตโควิด-19 มาเป็นเวลาร่วม 3 ปี

“นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งในความพยายามของผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก เพราะทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญและเร่งรัดการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม โดยเมื่อช่วงต้นเดือดมีนาคมที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) ได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก 3 ฉบับ โดยอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการได้ และจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เพราะจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักระยะยาว และหากสามารถเปิดให้บริการได้อย่างถูกต้องจะช่วยเติมเต็มนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยวางไว้ในปี 2566 จำนวน 30 ล้านคน” นางวิรินทร์ตรากล่าว

ด้านนายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ ที่ปรึกษาสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่พักบูติกทั่วประเทศ 10 จังหวัด ได้รวมตัวกันตั้งแต่ปี 2561 ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แก้กฎหมายโรงแรมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และค่อนข้างล้าหลัง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาตลอด โดยเฉพาะเมื่อมีโอกาสเข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยมาดูแลในเรื่องอย่างจริงจัง และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้ผ่านความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจที่พัก 3 ฉบับ ซึ่งจะทำให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถยื่นขออนุญาตประกอบกิจการได้อย่างถูกต้อง

โดยร่างกฎกระทรวงที่ผ่านความเห็นชอบ ได้แก่เป็นกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฯ ฉบับปี 2551 เกี่ยวกับการควบคุมที่พักขนาดประมาณ 1-8 ห้อง พักได้ไม่เกิน 30 คน กับ ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. …. และร่างกฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม

ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะที่ผู้ประกอบการเองมีการเตรียมความพร้อม เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป โดยเฉพาะหลังจากการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นกลับมาอีกครั้งหลังโควิด-19 นายมโนสิทธิ์กล่าว

เทศบาลตำบลวิชิตต้อนรับคณะดูงาน เทศบาลเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากเทศบาลตำบลเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ภายใต้โครงการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพกลุ่มสตรีเทศบาลตำบลเวียงสระ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นำคณะโดย นายจรุงศักดิ์ คำปรีชา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสระ พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และกลุ่มสตรีตำบลเวียงสระ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มสตรี ของเทศบาลตำบลวิชิต

โดยได้มีการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้ ข้อมูลด้านการบริหารกลุ่มสตรีของเทศบาลตำบลวิชิต โดยมีนางเมตตา นนทรีย์ ประธานสตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยคณะกรรมการสตรีตำบลวิชิตร่วมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พร้อมนำผลิตภัณฑ์กลุ่มสตรี กลุ่มวิสาหกิจในชุมชนมาแสดงและจัดจำหน่าย

จากนั้นทางคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบลวิชิต ในการดำเนินงานส่วนต่างๆ อาทิ การทำถ่านกะลาอัดแท่ง การเผาถ่านจากไม้เหลือใช้ การทำอาหารอัดเม็ด การทำน้ำหมักชีวภาพ การหมักปุ๋ย และส่วนอื่นๆ ของพื้นที่ และเยี่ยมชมศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม ศูนย์บริการผู้สูงอายุแบบครบวงจรอีกด้วย

ปฐมนิเทศกิจกรรมช่วงปิดเทอมเพื่อเสริมทักษะเด็ก งบประมาณปี 2566

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้ต้อนรับผู้ปกครองและให้โอวาทแก่น้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศกิจกรรมช่วงปิดเทอมเพื่อเสริมทักษะเด็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นายสมยศ วิจักคณาวุธ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คุณครูประจำกิจกรรมต่างๆ

โดยกิจกรรมช่วงปิดเทอมเพื่อเสริมทักษะเด็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดกิจกรรมทั้งสิ้น 3 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมว่ายน้ำเป็นเล่นน้ำได้ กิจกรรมศิลปินน้อยสร้างสรรค์ศิลปะ และกิจกรรมฟุตบอลขั้นพื้นฐาน โดยมีน้องๆ อายุ 7 – 12 ปี ในพื้นที่ตำบลวิชิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ซึ่งกิจกรรมช่วงปิดเทอมเพื่อเสริมทักษะเด็กในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมแก่น้องๆ ในช่วงปิดภาคเรียน ให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มประสบการณ์ ความสามารถต่อไปได้ในอนาคต

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท จัดกิจกรรมปล่อยปลาฉลามกบครั้งที่ 3

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่บริเวณชายหาด หน้าโรงแรมพูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท อ่าวมะขาม อ.เมือง ภูเก็ต นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต พร้อมด้วยนายวินเซนต์ เดลซอล ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมพูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท นายเดวิด มาร์ติน ประธานมูลนิธิโอเชียน ฟอร์ ออล, พ.ต.ท.อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุล รอง ผกก.ป. สภ.วิชิต, นาวาเอก ภริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี – ผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3,

รวมทั้ง นายชัยรัตน์ คุ้มบ้าน เลขานุการนายกเทศมนตรี ต. วิชิต และคุณทารีน่า โบเทส รองอันดับ1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2564 ร่วมกิจกรรมปล่อยปลาฉลามกบและงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ โรงแรมพูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท โรงแรมระดับ 5 ดาว บนอ่าวมะขามของภูเก็ต เพื่อสืบสานปณิธานของกลุ่มโรงแรมในเครือแอคคอร์ส์ในด้านการส่งเสริมความยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของโรงแรมพูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท กับมูลนิธิโอเชียน ฟอร์ ออล ซึ่งได้ริเริ่มโครงการอนุบาลพันธุ์ปลาฉลามกบ ณ ล็อบบี้โรงแรมฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา จำนวน 10 ตัว พร้อมไข่ปลาฉลามกบอีก 10 ฟอง โดยทางโรงแรมฯ ได้อนุบาลจนถึงวัยที่สามารถปล่อยกลับลงสู่ทะเลได้ และทำการปล่อยลงสู่หาดพันวา บริเวณหาดด้านหน้าของโรงแรม

นอกจากกิจกรรมปล่อยฉลามกบลงสู่ทะเลแล้ว ทางโรงแรมฯ ยังได้จัดบุฟเฟ่ต์บรันช์ ให้แขกผู้สนใจสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลาย ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ในราคาเพียง 1,450 บาทสุทธิ/ท่าน ซึ่งทุกๆ ยอดการจองบรั้นช์ ทางโรงแรมฯ ได้บริจาค 300 บาท ให้กับมูลนิธิโอเชียน ฟอร์ ออล เพื่อส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมในการช่วยเหลือปลาฉลามกบและสัตว์ทะเลต่อไป

สำหรับ “ฉลามกบ” เป็นฉลามขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีลำตัวและหางเรียวยาว จะงอยปากกว้างอยู่บริเวณด้านหน้าของตาทั้ง 2 ข้าง ตามีขนาดเล็ก ครีบหางแฉกบนโค้งเรียวยาว แรกเกิดจะมีลายสลับดำขาวหรือน้ำตาลพรางตัวอยู่ เมื่อเริ่มโตขึ้นลายจะจางลง ขนาดเมื่อตัวโตเต็มมีความยาวประมาณ 1 – 1.20 เมตร พบทั่วไปตามพื้นทรายแนวปะการังทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

รวมถึงที่อ่าวมะขามเช่นกัน สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในกลุ่มแนวปะการังน้ำตื้น แม้ว่าจะไม่มีน้ำฉลามกบสามารถมีชีวิตรอดได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง อาหารของฉลามกบเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น กุ้ง ปู และปลาขนาดเล็กตามแนวปะการัง ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์โดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์สำคัญที่การช่วยให้ระบบนิเวศสมดุล

กกต.ภูเก็ต ตรวจสอบความพร้อมสถานที่และอุปกรณ์ รับสมัคร สส.ของภูเก็ต

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 นางสาวอรพิน อาชีวะสุข ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.ภูเก็ต) นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง เข้าทำการตรวจสอบอุปกรณ์และเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 3- 7 เมษายนนี้ ซึ่งกำหนดใช้ห้องประชุมชั้น 1 หอประชุมจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) ในการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง โดยมีความพร้อมทุกด้าน

อย่างไรก็ตามได้ฝากเตือนไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้ง 3 เรื่อง คือ เอกสารหลักฐานประกอบการสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 45 และ 46 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้สมัครต้องเตรียมมาให้ครบถ้วนทุกรายการ หากไม่ครบถ้วนต้องให้กลับไปเตรียมมาให้พร้อม และให้มาสมัครใหม่ ซึ่งการตรวจเอกสารหลักฐานคุณสมบัติของฝ่ายรับสมัครเป็นการทบทวนอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น หากผู้สมัครคนใดเป็นผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง หรือมีลักษณะต้องห้าม จะมีบทลงโทษตามกฎหมายมาตรา 151

หากได้รับเลือกตั้ง ส.ส. ต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งและจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของกองเชียร์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถมาสถานที่รับสมัครได้ แต่สิ่งที่ห่วงใยเมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัครแล้ว ต้องระมัดระวังการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73(3) ห้ามจัดให้มีงานรื่นเริงหรือมหรสพ หรือเมื่อได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัครแล้วให้งดการกระทำเหล่านี้

ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ต จะมี ส.ส.ได้ทั้งหมด 3 คน ใน 3 เขตเลือกตั้ง และมีจำนวนราษฎร 417,891 คน เฉลี่ยจำนวนราษฎร 139,297 คน ต่อ ส.ส. 1 คน สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองภูเก็ต เฉพาะตำบลตลาดใหญ่ ตำบลตลาดเหนือ ตำบลรัษฎา และตำบลเกาะแก้ว จำนวนราษฎร 141,389 คน

เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองภูเก็ต ยกเว้น ตำบลตลาดใหญ่ ตำบลตลาดเหนือ ตำบลรัษฎาและตำบลเกาะแก้ว และรวมอำเภอกะทู้ เฉพาะตำบลกะทู้ จำนวนราษฎร 137,596 คน และ

เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอถลาง ทั้งอำเภอ และอำเภอกะทู้ ยกเว้นตำบลกะทู้ จำนวนราษฎร 138,906 คน แม้ว่าที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ต มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งน้อยที่สุดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ แต่ทาง กกต. ได้มีการทำ MOU หลายหน่วยงานในการรณรณรงค์ให้ประชาชนอออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุดและเกิดกว่าเป้าที่กำหนดไว้ให้มากที่สุด ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ร้อยละ 70