ชุมชนปลากะตักพัฒนา นำเสนอปัญหาต่อ รมว.เกษตรฯ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่ชุมชนปลากะตักพัฒนา หมู่ที่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ให้การต้อนรันนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ในโอกาสเดินทางมาพบปะรับฟังปัญหาของชาวชุมชนและเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต โดยเฉพาะการพัฒนาการประกอบอาชีพต้มปลากะตัก ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่

และปัญหาเรื่องไฟฟ้าน้ำประปา เนื่องจากที่ตั้งของชุมชนอยู่ในพื้นที่ นสล. ซึ่งต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายธีระชัย ไถนาเตียว ประธานชุมชนปลากะตักพัฒนาจังหวัดภูเก็ต นายสินชัย รู้เพราะจีน ผู้ประสานงานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.), ร่วมนำเสนอปัญหา

​โดยตัวแทนชุมชน ได้นำเสนอปัญหาของการประกอบอาชีพปลากะตัก ว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ชาวชุมชนได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมาก แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาช่วยเหลือดูแลพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ โดยเฉพาะการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตนอกจากขายปลาสด และยังได้รับงบประมาณจากกรมประมง เพื่อมาใช้พัฒนาอาชีพของคนในชุมชนให้เกิดความยั่งยืน

แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องตลาด เพราะยังค่อนข้างน้อยอยู่ ทำให้ไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง, ปัญหาการจับปลากะตัก ด้วยติดขัดเรื่องของเขตทำการประมง และต้องการยกระดับหีบห่อหรือแพ็คเก็จจิ้งให้มีความทันสมัยและน่าสนใจ รวมไปถึงอยากให้ช่วยเหลือในเรื่องของไฟฟ้า และน้ำประปา เพราะที่ผ่านมาต้องใช้ไฟฟ้าที่ราคาสูง เนื่องจากไม่มีมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นของตัวเอง จึงอยากให้ช่วยในเรื่องนี้ เพราะพื้นที่ที่อยู่อาศัยนั้น เป็นที่นสล. ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของผู้ว่า ฯ ที่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือ

​​ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการพูดคุยกับชาวบ้านว่า เพื่อมารับฟังปัญหา ชี้แจงแนวทางและการให้ความช่วยเหลือของกรมประมงให้ชาวบ้านได้รับทราบ ว่ามีการช่วยเหลือพี่น้องชาวชุมชนประมงอย่างไรบ้าง ส่วนปัญหาที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ จะประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบและหาแนวทางหารแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

เทศบาลตำบลวิชิต สร้างอาชีพในชุมชน หลักสูตรหัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์

ในระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2566 ที่ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต จัดโครงการสร้างอาชีพในชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 หลักสูตรหัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์ “กระเป๋าถือและกระเป๋าสะพายข้างจากผ้าซาโนติก” ทั้งหมด 3 รุ่น โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิตที่สนใจเข้าร่วม เพื่อเป็นการฝึกฝนฝีมือทางด้านการตัดเย็บ สามารถนำไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคตได้ต่อไป

ทต.ราไวย์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนพี่น้องประชาชนชาวมุสลิม

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 ที่มัสยิดบ้านใสยวน หมู่ 7 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและร่วมรับประทานอาหารหลังจากถือศีลอด ในเดือนรอมฎอนกับอิหม่ามและพี่น้องประชาชนชาวมุสลิม

ทต.วิชิต จัดมหกรรมอาหารฯในสวน “Good food,Good health,Good music”

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ที่เวทีกลางสวนศรีภูวนาถ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานเปิดงานมหกรรมอาหารฯ ในสวน ครั้งที่ 16  “Good food,Good health,Good music” ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 4 เมษายนนี้

โดยมีนายกรีทา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต, แขกผู้มีเกียรติ  ตลอดจนชาวตำบลวิชิตและใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวมาร่วมงานและหาซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก  แต่ละคืนจะมีการแสดงบนเวทีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ วุธ ป่าบอน, ซุเปอร์แดนซ์ เป็นต้น

นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตได้ผ่านความท้าทาย จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ที่ทุกคนในจังหวัดได้รับผลกระทบด้านรายได้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากเป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการอาหารให้มีความรู้ด้านสุขาภิบาล และโภชนาการเพื่อสุขภาพ

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแล้ว ยังจัดขึ้นเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของจังหวัดกลับมาฟื้นตัว ซึ่งหนึ่งในวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ “อาหาร” โดยเฉพาะอาหารที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนถึงเสน่ห์ของวัตถุดิบในท้องถิ่น และสามารถทำให้จังหวัดเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“มหกรรมอาหารฯ ในสวน ครั้งที่ 16 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้านอาหารเข้าใจ และสามารถจัดบริการที่เหมาะสม ถูกต้อง ตามหลักสุขาภิบาล อันจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ปลอดภัย ลดการเกิดโรคจากอาหารเป็นสื่อ โดยมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร การจัดการแสดง และจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการอาหารของพื้นที่ตำบลวิชิต จำนวน 100  ร้านค้า

ถลางสนธิกำลังจัดระเบียบหาด “เลพัง” พบยังมีบริการร่ม-เตียง ร้านอาหารสั่งรื้อถอนทันที

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 คณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิบัติงานการจัดระเบียบชายหาดในระดับพื้นที่ อำเภอถลาง นำโดยนายบัญชา ธนูอินทร์ อำเภอถลาง พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล, ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้แทนชุดปฏิบัติการ กอ.รมน.ภาค 4, ผู้แทน กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนจากสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล, ผู้แทนเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ,สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นำสนธิกำลังกว่า 20 นาย

ลงพื้นที่ชายหาดเลพัง หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณชายหาดเลพังหลังมีการขึ้นทะเบียนเป็นที่ นสล. และมีบางส่วนเป็นที่สาธารณะ เพื่อให้การใช้พื้นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนฟื้นฟูชายหาดให้มีให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติอย่างยั่งยืน

จากการลงพื้นที่ พบว่ายังมีผู้บุกรุกเข้าไปปลูกสิ่งปลูกสร้างกึ่งถาวรทำเป็นร้านอาหารให้บริการนักท่องเที่ยว และมีบริการร่มเตียงผ้าใบ ซึ่งขณะนั้นพบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่าเตียงเพื่อนอนพักผ่อนอาบแดด โดยพบเพียงพนักงานดูแลประจำร้าน เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจและให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกทั้งหมด รวมถึงงดการให้บริการร่มเตียงผ้าใบ ขณะเดียวกันก็ให้มีการรื้อเสาสำหรับพาดสายไฟที่ประดับโดยรอบออกด้วย ซึ่งได้นับความร่วมมือเป็นดี

นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการของคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดระดับอำเภอ ซึ่งบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ที่ดิน เจ้าท่าฯ เป็นต้น เป็นไปตามคำสั่งคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดจังหวัด ให้มีการตรวจชายหาดในความรับผิดชอบอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง

โดยบริเวณชายหาดเลพังแห่งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) โดยพบ มีการนำร่มเตียงมาวางในเขตดังกล่าวบางส่วน จึงแจ้งให้ผู้ที่ดำเนินการทำการรื้อถอนออกไป และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี กับอีกส่วนหนึ่งที่เป็นถนนและเป็นที่สาธารณะ อยู่ในความดูแลของอำเภอกับ อบต.เชิงทะเล ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไว้แล้ว

ขณะที่นายระพินทร์ สุวรรณสินธุ์ ปลัด อบต.เชิงทะเล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับที่ดินบริเวณนี้จะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น นสล. กับส่วนที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นถนน ขณะนี้ทางอบต.ฯ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไว้แล้ว 3 ราย ส่วนของผู้บุกรุกเบื้องต้นได้มีการแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเลแล้ว โดยอ้างสิทธิ สค.1 หรือเอกสารอื่นๆ แต่ในส่วนของ อบต.ฯ ได้อ้างสิทธิความเป็นที่สาธารณะ

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ที่สวนสาธารณะริมคลองมุดง หมู่ที่ 6 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาตลาดชุมชน (Big Cleaning Day) เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2566

โดยมีนายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต นายวิเศษ สบายจิตต์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานสังกัดเทศบาลตำบลวิชิต ข้าราชการตำรวจ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วม

เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการร่วมกิจกรรมที่แสดงออกถึงความสามัคคี สมานฉันท์ การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อีกด้วย

MOU ว่าด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนของศาลเยาวชนและครอบครัวขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจวินัยจราจร

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๕ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดย นายรัฐธีย์ ยมจินดา อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด โดย ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วย การส่งเสริมให้เยาวชนของศาลเยาวชนและครอบครัวขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจวินัยจราจร และลดการเกิดอุบัติเหตุให้แก่เยาวชน ที่เข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักร และศาลจังหวัดที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว

เพื่อปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในการขับขี่ให้ปลอดภัย ส่งเสริมให้เยาวชนได้รับการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เพื่อเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคม รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอันจะส่งผลให้อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งการลงนามในครั้งนี้โดยมี นางดวงใจ นาคินทร์ ใจจันทร์เดือน รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายนพพร วิวัฒนาภรณ์ รองอธิบดี ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางพร้อมคณะผู้บริหารศาลเยาวชน​และ​ครอบครัว​กลาง ผู้พิพากษา ดร.นิลุบล ลิ่มพงศ์พันธุ์ ผู้พิพากษาสมทบ พร้อมคณะผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว​ เจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และคณะผู้บริหาร จากบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด​ ร่วมเป็นสักขีพยาน

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิด ตั้งแต่ชั้นถูกกล่าวหา จับกุม และดำเนินคดี ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักรและศาลจังหวัดที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มีภารกิจสำคัญในการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู พิทักษ์ และคุ้มครองสิทธิ์ มุ่งเน้นในการให้เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการของศาลได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน และสงเคราะห์ให้กลับตัวเป็นพลเมืองดียิ่งกว่าการที่จะลงโทษ

โดยพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 73 วรรคท้าย มาตรา 90 มาตรา 132 มาตรา 138 กำหนดมาตรการในการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ให้กลับตนเป็นคนดีของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนั้น ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญตามหลักการดังกล่าว จึงได้จัดโครงการ “เยาวชนไทย ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจวินัยจราจร” เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้และทักษะด้านการจราจรมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจราจร และลดปัญหาการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน อันเป็นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนและสังคมให้ดียิ่งขึ้น

จัดระเบียบหาดฟรีดอม เตรียมพร้อมเป็นพื้นที่ป่าสันทนาการ

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ที่บริเวณหาดฟรีดอม หรือหาดไม้ง้าว พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด หมู่ที่ 1 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวัฒนพงษ์ สุกใส ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จ.ภูเก็ต, ศรชล.ภาค 3, เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, สปก.ภูเก็ต, ตัวแทนจากเทศบาลตำบลกะรน, เทศบาลเมืองป่าตอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังลงพื้นที่

เพื่อดำเนินการตรวจสอบความเป็นเรียบร้อยของพื้นที่ ตลอดจนกำกับดูแลห้ามมิให้มีการจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ใช้บริการพื้นที่ ห้ามมิให้มีการวางเก้าอี้และกางร่มในบริเวณชายหาดฟรีดอม ประกอบกับการลงพื้นที่ของพล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 และคณะ ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว

ด้วยการทำความเข้าใจกับผู้นำท้องถิ่น เนื่องจากหาดฟรีดอมได้มีประกาศไว้อย่างชัดเจน ให้เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงความเป็นธรรมชาติของชายหาดดั้งเดิม ห้ามมิให้บุคคลใดเข้าประกอบอาชีพ หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หากมีผู้ใดฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินการโทษสูงสุด

จากการลงพื้นที่ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินอนอาบแดด โดยใช้สื่อและผ้าปูนอนอาบแดดเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบโต๊ะ เก้าอี้ และเตียงร่วมผ้าใบจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ ทางเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ทำการรื้อและเก็บรวบรวมสิ่งของดังกล่าวเพื่อเป็นของกลางในการดำเนินคดีกรณีมีผู้มาแสดงตัวมาเป็นเจ้าของ เพราะก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงพื้นที่มาชี้แจงและทำความเข้าใจไปแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งได้เคยมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ออกไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีผู้ลักลอบนำโต๊ะ และเตียงร่มผ้าใบมาแอบให้บริการอีก

นายวัฒนพงษ์ สุกใส ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงพื้นที่มาแล้ว 2 ครั้ง ประกอบกับทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงมาในพื้นที่ และพบปะพูดคุยกับทางพี่น้องประชาชน โดยได้มีการสอบถามปัญหาต่างๆ รวมทั้งได้มีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้ข้อสรุปว่า ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแลและจัดระเบียบชายหาดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงสนธิกำลังลงมาในพื้นที่อีกครั้ง เพราะจากการลงพื้นที่ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งแรกมีการตรวจสอบพบการเปิดร้านอาหาร ซึ่งได้มีการสั่งรื้อถอนไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาครั้งที่ 2 พบว่ามีการนำร่มเตียงชายหาดมาวางให้บริการ จึงได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจไป และหายไปประมาณ 4-5 วันก็มีการแอบนำร่มเตียงมาวางให้บริการอีก จึงได้ทำการตักเตือนไปอีกครั้งว่าหากมาตรวจสอบและพบยังฝ่าฝืน ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องทำการตรวจยึด

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ปรากฏว่า ไม่มีร้านอาหารหรือร่มเตียง มีเหลืออยู่เพียงอุปกรณ์เล็กน้อยๆ ที่ยังวางอยู่และไม่ได้ขนกลับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินเก็บขนออกมา เพื่อเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ชายหาดแห่งนี้ทางกรมป่าไม้มีเป้าหมายให้เป็นโครงการป่านันนาการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาพักผ่อนหย่อนใจ และให้เป็นชายหาดที่ไม่มีร่มเตียงเป็นธรรมชาติล้วนๆ เงียบสงบ

ส่วนกรณีทางขึ้นลงที่ยังมีการจัดเก็บค่าผ่านทางในการขึ้นลง ซึ่งจากการตรวจสอบได้ข้อสรุปว่า มีบางช่วงต้องผ่านที่เอกสารกรรมสิทธิ์ และมีผู้มาจัดเก็บค่าผ่านทางโดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ทราบเรื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและท้องถิ่นจะมีการเข้าไปพูดคุยหากพบว่ายังเก็บอยู่ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่เส้นทางอื่นๆ สามารถเดินลงชายหาดได้ปกติเพราะเป็นที่ของป่าไม้ ส่วนการจะปรับปรุเส้นทางเพื่อใช้สำหรับการเก็บขนขยะหรือการลำเลียงกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ ซึ่งจะมีการพูดคุยกันในรายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเปิดเส้นทาง เบื้องต้นวางแนวทางในเรื่องขยะนั้น จะต้องเป็นขยะคืนถิ่น เมื่อนำมาแล้วต้องนำกลับไปด้วย

เปิดแล้ว “เทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต 2023” กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้และเสริมท่องเที่ยวในเมือง

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มีนาคม 2566 บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอานุภาพ ยอดขวัญ รอดระบำรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต 2023” ครั้งที่ 25 โดยมีนายปณชัย วาสนารุ่งเรืองสุข ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมคณะกรรมการ และพ่อค้าแม่ค้าเข้าร่วมงาน

ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและหาซื้ออาหารเพื่อรับประทานจำนวนมาก โดยในส่วนของร้านค้าที่เข้ามาร่วมนั้น มีจำนวนมากกว่า100 ร้าน ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในเขตเมืองให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดงานดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครภูเก็ตกับชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลประจำปี ที่ทางเทศบาลนครภูเก็ตให้การสนับสนุนชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต จัดงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับพื้นที่

และเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการอาหารของเทศบาลนครภูเก็ต นอกจากนี้ ยังเป็นการชูอัตลักษณ์การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Phuket City of Gastronomy) ชูความโดดเด่นด้านอาหารส่งเสริมรายได้ สร้างความแข็งแรงให้กับการท่องเที่ยวในเขตเมือง

โดยมีความหลากหลายทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องดื่ม และอาหารทะเล ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของงานปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต และอาหารที่สร้างสรรค์ใหม่มาร่วมภายในงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของการเป็นเมือง Gastronomy ที่อยากเชิญชวนนักชิมและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต 2023 ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง วันที่ 3 เมษายน 2566 ณ เวทีกลางสะพานหิน

ไทวัสดุขยายสาขาสู่ทำเลศักยภาพ เปิด “ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม ภูเก็ต ฉลอง” เป็นสาขาที่ 3 ในภูเก็ต

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 บริษัท ซีอาร์ชี ไทยวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้ทำพิธีเปิด “ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาภูเก็ต ฉลอง” ซึ่งเป็นสาขาที่ 69 ของประเทศไทย และเป็นสาขาที่ 3 ของจังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือตรีณัฐพงศ์ ญาโณทัยขจิตต์ รอง ผอ.รมน.จ.ภูเก็ต ร่วมกับนายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด เป็นประธานเปิด มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและคู่ค้า เข้าร่วม ณ ร้านไทวัสดุ สาขาภูเก็ต (ปากซอยงตาเอียด) ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม การเปิดสาขาดังกล่าว เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการฝั่งภูเก็ตตอนใต้ ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ คือ เป็นรูปแบบของไฮบริด ฟอร์แมต บนพื้นที่ 24,000 ตร.ม. และมีพื้นที่ให้บริการ 2 ชั้น เป็นการรวมตัวกันระหว่างไทวัวดุ และบีเอ็นบี โฮม จึงมีสินค้าให้เลือกแบบครบวงจร อัดแน่นทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านบรนด์ดังกว่า 37,000 รายการ โดยมีเป้าหมายการเปิดสาขานี้ เพื่อรองรับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ในปี 2566 ถือว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นในด้านการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ในไตรมาสแรกของปีนี้ ไทวัสดุได้เปิดแล้ว 3 สาขา ได้แก่ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขารังสิต คลอง 4, ไทวัสดุ สาขากำแพงเพชร และ ไทวัสดุ สาขาโคราช หัวทะเล โดยยังมีเป้าหมายเปิดร้านไทวัสดุ เพื่อให้บริการลูกค้าครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยได้ปิดตัว ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาภูเก็ต ฉลอง ซึ่งเป็นสาขาที่ 69 ของประเทศไทย และเป็นสาขาที่ 3 ของจังหวัดภูเก็ต

ก่อนหน้านี้ได้มีสาขา อ.ถลาง และ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งทั้ง 2 สาขา ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในพื้นที่ด้วยดี สามารถตอบโจทย์ความต้องการในภาคส่วนต่างๆ ได้ทั้งในเชิงรูปแบบของสินค้า การให้บริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญ และจากสัญญาณการเปิดเมือง – ในฐานะที่เป็นเมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยว ยิ่งเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีของภูเก็ตทั้งในการปรับปรุงสถานที่เพื่อให้บริการที่มีอยู่เดิม การก่อสร้างใหม่จากโครงการต่าง ๆ ที่ขยายตัวไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เขตเมืองและเป็นโครงการที่มีมูลค่าหลักพันล้านบาท อีกทั้งยังมีเทรนด์ในการก่อสร้างใหม่ ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

“จังหวัดภูเก็ตถือเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของทะเลที่สวยงาม รวมถึงจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก เมื่อประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นการฟื้นเศรษฐกิจให้กับภูเก็ตให้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่กลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หลายโรงแรมมีการพัฒนาให้เข้ากับเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวท ปรับปรุง รวมถึงการต่อเติม เพื่อรองรับการเข้าพักของนักท่องเที่ยว

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลโดยตรงกับความต้องการสินค้าวัตถุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านของผู้รับเหมา – กลุ่มช่างภายในพื้นที่ และเป็นสัญญาณที่ดีในการเปิดตัว ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาภูเก็ต ฉลองมีขนาด 24,000 ตร.ม. ซึ่งจุดนี้เป็นศูนย์กลางการลงเรือท่องเที่ยวทางทิศใต้ของจังหวัดภูเก็ต โดยมีจำนวนครัวเรือนรายล้อมกว่า 170,000 ครัวเรือน

ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ คือ ความเป็นไฮบริด ฟอร์แมต เป็นการรวมตัวระหว่างไทวัสดุกับ บีเอ็นบีโฮมที่มีสินค้าบริการแบบครบวงจร มีพื้นที่ให้บริการถึง 2 ชั้น อัดแน่นทั้งวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านมากกว่า 37,000 รายการ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทั้งนี้ไทวัสดุได้วางงบประมาณการเปิดสาขาดังกล่าวไว้ที่ 340 ล้านบาท และตอกย้ำเป้าหมายกำไรปี 2566 ที่วางไว้ 15% เชื่อมั่นว่าการเปิดสาขาใหม่ครั้งนี้จะเป็นการเสริมทัพความแกร่งให้กับธุรกิจของไทวัสดุ

ในฐานะผู้นำค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านเบอร์หนึ่งของไทย รวมถึงทุกๆ การเปิดสาขาใหม่ ยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนในพื้นได้อีกหลายร้อยอัตรา ทำให้คนในพื้นที่มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว อีกทั้งยังมีโครงการเพื่อสังคมอีกหลายอย่าง เช่น การสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หือ โรงเรียน เป็นต้น