ม.อ.ภูเก็ต เปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เริ่ม“วารีบำบัด”ส่งเสริมสุขภาพสติร่วมกับ Chivitr Wellness Retreat

วันที่ 28 มีนาคม 2566 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับ Chivitr Wellness Retreat ภายใต้ บริษัท พีเอ็นอาร์บี จำกัด เปิดหลักสูตรวารีบำบัด พร้อมแถลงข่าวการทำความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมทั้งการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลราไวย์ และจังหวัดภูเก็ต เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ราไวย์ และจังหวัดภูเก็ต

โดยมีนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต, นายอรุณโสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ และนางสาวพรทิพย์ นพคุณ Owner & Founder, Chivitr Wellness Retreat ภายใต้ บริษัท พีเอ็นอาร์บี จำกัด ร่วมแถลงข่าว ณ Chivitr Wellness Retreat (ใกล้หนองน้ำในหาน) ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน วิทยาเขตภูเก็ตขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร โดยใช้ศาสตร์ด้านการแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุข ของคณะทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทย

และคณะอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ และศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน วิทยาเขตภูเก็ต ซึ่งมีแนวทางที่จะพัฒนาหลักสูตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรปริญญา และมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตร รวมไปถึงหลักสูตรที่สอดรับกับบริบทเชิงภูมิศาสตร์และสอดคล้องกับความต้องการเชิงพื้นที่ด้วย

“การพัฒนางานบริการวิชาการ ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพ โดยมีแนวความคิดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมประเภทประกาศนียบัตรนั้น (หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น) แก่ประชาชน องค์กรภาครัฐ และผู้ประกอบการธุรกิจเอกชน ศาสตร์การบำบัดและการส่งเสริมสุขภาพ จากการใช้วิธีวารีบำบัด ซึ่ง Chivitr Wellness Retreat เป็นผู้ที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญ จึงร่วมกันเปิดหลักสูตรวารีบำบัดเป็นหลักสูตรแรก โดยแบ่งกลุ่มหลักสูตรออกเป็น 2 ระดับ คือ

1.หลักสูตรวารีบำบัด 1 (Hydrotherapy Module) การส่งเสริมสุขภาพสติด้วยการหายใจใต้น้ำขั้นต้น กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน ประชาชนกลุ่มคนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความเครียดความวิตกกังวลจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความสนใจในการฝึก

2.หลักสูตรวารีบำบัด 2 (Hydrotherapy Module) กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มคนวัยทำงาน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มุ่งหวังในการประกอบอาชีพ Practitioner หรือ มุ่งหวังเป็น Train the Trainer หรือต้องการจะเข้ามาประกอบอาชีพในสายงานในธุรกิจบริการ เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการสปา ฟิตเนส กิจกรรมสันทนาการในธุรกิจบริการ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ เป็นต้น”

โครงการการพัฒนาศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มีจุดมุ่งหมายและพันธกิจหลัก คือ 1. การพัฒนาสมรรถนะ และศักยภาพ ความรู้ความสามารถของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง และการพัฒนาบัณฑิต High Skilled / Talent and Innovative 2. การให้บริการด้านสุขภาพ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพแก่สังคมโดยรวม 3. การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพสู่ความเป็นเลิศ

รองศาสตราจารณ์ ดร.พันธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นเพียงก้าวแรกของการเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการก้าวสู้การเป็น Medical Hub ของโลก ซึ่งจากนี้ไปภายในปี 2570 จะมีวิทยาลัยสุขภาพนานาชาติ เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของพื้นที่แถบอันดามัน ปิดช่องว่างปัญหาการรักษาของพื้นที่อันดามันในอดีต รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต โรงพยาบาลศูนย์ทางการแพทย์เฉพาะทางขนาด 500 เตียง

เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในกลุ่มอันดามัน สามารถดูแลรักษาโรคซับซ้อนที่โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้ โดยมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยกับโรงพยาบาลต่างๆ และศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดา ที่ให้บริการครบวงจรการแพทย์เพื่อสุขภาพ ทั้งการตรวจ การรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพ

โดยจะมีศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ เพื่อให้บริการทางทันตกรรมทั่วไป และเฉพาะทางที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งโครงการทั้งสามส่วนนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ รวมทั้งเป็นการขยายศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของโลกด้วย

ชาวบ้านซอยกิ่งแก้วเฮ หลังนายกฯ ลงพื้นที่และสั่งการให้เร่งรัดดูแลเรื่องไฟฟ้าให้กับชุมชน

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดภูเก็ต เข้าทำการติดตั้งเสาไฟฟ้าภายในชุมชนกิ่งแก้ว หมู่ 3 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามข้อสั่งการของนายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชน พร้อมด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ณ ชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 9 ซึ่งมีประชาชนในชุมชนขอขยายเขตไฟฟ้าและขอให้มีการติดตั้งมิเตอร์ให้กับครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

หลังจากร้องเรียนและร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี แต่ติดขัดเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชายเลน จึงทำให้ไม่สามารถที่จะทำการปักเสาพาดสายได้ กระทั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อนุญาตให้จังหวัดภูเก็ตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อจัดที่ดินอยู่อาศัยให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ประกอบกับคำสั่งเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย จึงทำให้สามารถเข้ามาทำการปักเสาพาดสายได้ โดยจะมีการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

นางสาวกัญภรณ์ ศรีทองจ้อย ประธานกลุ่มออมทรัพย์ กิ่งแก้วร่วมใจ ซอย 1 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เดือดร้อนจากการใช้ไฟ กล่าวว่า การได้มาซึ่งเสาไฟฟ้าในชุมชนกิ่งแก้วซอย 1 เป็นความพยายามในการต่อสู้ของชาวบ้านมาเป็นเวลาประมาณ 19 ปี 14 ผู้ว่าฯ จนมีวันนี้ ที่ผ่านมาได้มีการรวมกันไปเรียกร้องที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

และยื่นหนังให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือป่าเลน ในการต่อสู้เรื่องของสิทธิที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องกระทั่งปี 2565 ได้รับการอนุญาตให้อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรมอย่างถูกต้อง จากนั้นก็ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อขอเรื่องของสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า น้ำประปา ถนน เป็นต้น เนื่องจากเดือดร้อนกันมาก

อย่างไรก็ตาม นางสาวกัญภรณ์ กล่าวว่า การที่ไฟฟ้ามาปักเสาพากสายถือเป็นการชุบชีวิตชาวบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมาเราต้องใช้ไฟซึ่งมีราคาแพงมาก แม้ทางกลุ่มชุมชนจะไปต่อรองกับการไฟฟ้าในการขอใช้หม้อแปลงในนามกลุ่มชุมชนให้กับชาวบ้าน แต่ราคาก็สูงอยู่ดี ตกอยู่ที่หน่วยละ 7-12 บาท หากแต่ละบ้านมีมิเตอร์ของตัวเองก็จะอยู่ที่หน่วยละ 4.77 บาท ซึ่งลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ในส่วนของชุมชนกิ่งแก้วซอย 1 มีผู้อยู่อาศัยและยังไม่มีไฟฟ้าใช้ของตัวเอง ประมาณ 300 ครัวเรือน

ด้านนายประคอง ทองราษฎร์ อายุ 60 ปี ชาวชุมชนกิ่งแก้ว กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของชาวชุมชนนอกจากเรื่องของน้ำประปา ถนนหนทางแล้วยังมีเรื่องของไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเราต้องใช้ไฟในราคาที่แพง อยู่ที่หน่วยละ 7 บาท หากมีมิเตอร์ของเราเองราคาก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเรือนปกติ ราคาจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง

ซึ่งก็จะจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงมาก และจะสามารถเอาเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายเรื่องอื่นๆ ได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางชุมชนต่อสู่กันมาโดยตลอด และนับเป็นความโชคดีที่นายกรัฐมนตรีลงมาในพื้นที่ และรับทราบปัญหาของพวกเรา พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“ภูมิใจไทย” พร้อมปักธงยกทั้ง 3 เขต ส่วนไพรมารีโหวตไม่พลิกเลือก 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุม โรงแรมดารา ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต ได้มีการจัดประชุมสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหา ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ประจำจังหวัดภูเก็ต แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งมี 3 เขตเลือกตั้ง โดยมีตัวแทนพรรคฯ มาร่วมทำไพรมารี่โหวต ประกอบด้วย นายธนวรรธน์ พัวศุภเจริญ ,นางสาวศิริมา ว่องแสงกิจ และ นายบัณฑิต ไตรทิพย์พิกุล

นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนและสมาชิกของพรรคใน จ.ภูเก็ตเข้าร่วม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกให้เป็นไปตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

โดยในการประชุมได้มีการนำเสนอชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 โกจ๋าย นิพนธ์ เอกวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต , เขตเลือกตั้งที่ 2 แบงค์ นายวงศกร ชนะกิจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายวิวัฒน์ จินดาพล (สจ.ต้อม) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต

ซึ่งที่ประชุมเห็นควรเป็นเอกฉันท์ว่า ทั้ง 3 ว่าที่ผู้สมัครฯ ล้วนแล้วแต่เป็นคนภูเก็ตเข้าใจพื้นที่ และต่างมีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์การทำงานในจังหวัดภูเก็ต เป็นที่รู้จัก และยอมรับของประชาชน รวมไปถึงมีความเหมาะสมในการที่จะอาสามาเป็นผู้แทนของชาวภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม สำหรับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง ของจังหวัดภูเก็ตมีทั้งหมด 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 ได้แก่ พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต, ต.รัษฎา และ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่ พื้นที่ ต.กมลา และ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ต.กะรน, ต.ราไวย์, ต.ฉลอง และ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต และเขตเลือกตั้งที่ 3 ได้แก่ พื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ และ อ.ถลาง ทั้งหมด

นทท.ต่างชาติจำนวนมาก ร่วมใจบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ หลังนทท.เดินทางเข้ามามาก

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 บริเวณลานลม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ฝั่งเฟสติวัล นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชายและหญิงทยอยเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิต หมู่พิเศษ เพื่อไว้สำรองให้เพียงพอกับความต้องการ ภายใต้โครงการ Phuket Blood Donation Drive ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น

โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่ในการรับบริจาคจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต หลังพบตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมีแนวโน้มของการขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์และเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความไม่ชำนาญเส้นทาง ไม่เคยขับขี่มาก่อน รวมทั้งไม่รู้กฎหมายนอกจากนี้ยังมีอุบัติเหตุอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่ากลุ่มผู้ที่มาบริจาคจะเป็นกลุ่มของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยว และถือโอกาสมาร่วมทำบุญต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วย เพราะโลหิตหมู่พิเศษจะค่อนข้างหายาก

พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีผลทำให้อัตราการเจ็บป่วยทั้งจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอื่นๆ ของนักท่องเที่ยวและประชากรในจังหวัดภูเก็ตสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้โลหิตในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต จึงได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต จึงจัดโครงการ Phuket Blood Donation Drive ขึ้น ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการรณรงค์จัดหาโลหิตสำรองให้เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวและประชากรที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หรือมาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเพื่อเสริมศักยภาพในการรักษาพยาบาลให้แก่สถานพยาบาลในพื้นที่ให้มีความพร้อมรองรับประชากรในพื้นที่และนักท่องเที่ยวอย่างเต็มศักยภาพต่อไป

“รวมไทยสร้างชาติ ภูเก็ต” ทำไพรมารีโหวตผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต เป็นไปตามที่ประกาศ

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่บ้านเลขที่ 99/12 หมู่ 1 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พรรครวมไทยสร้างชาติ  ภูเก็ต จัดประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจำจังหวัดภูเก็ต แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มี 3 เขตเลือกตั้ง

ประกอบด้วย เขตเลือกตั้ง 1 ได้แก่ พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต,  ต.รัษฎา และ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่ พื้นที่ ต.กมลา และ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ต.กะรน, ต.ราไวย์, ต.ฉลอง และ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต และเขตเลือกตั้งที่ 3 ได้แก่ พื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ และ อ.ถลางทั้งหมด

เพื่อให้เป็นไปตามเพื่อให้การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นไปตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

ทั้งนี้ในการประชุมได้มีการนำเสนอชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต พรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายปิยะ สีดอกบวบ อดีตเลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา, เขตเลือกตั้งที่ 2 นางนวลจันทร์ สามารถ อดีต สจ.ภูเก็ต และเขตเลือกตั้งที่ 3 ว่าที่ร้อยตรีชาญณรงค์ ประทีป ณ ถลาง อดีต สจ.ภูเก็ต

ซึ่งจากการลงมติของที่ประชุมต่างเห็นด้วยตามรายชื่อที่มีการนำเสนอ โดยให้เหตุผลว่า เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่  ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงเหมาะสมที่จะเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในแต่ละเขตเลือกตั้ง

เปิดประสบการณ์ใหม่สายเซลฟี่ กับ Selfie Experience Phuket มีมุมให้เลือกมากถึง 40 จุด

สตูโอแห่งแรกในเมืองไทยและภูเก็ต Selfie Experience Phuket  ร่วมแชะถ่ายภาพในมุมที่แตกต่าง สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หลากหลายมุมมองในแบบฉบับของตัวเอง สร้างความแตกต่างด้วยมุมถ่ายภาพมากถึง 40 จุด

ในโซนแรก อยู่บริเวณชั้น 1 นอกจากจะเป็นล็อบบี้เพื่อรอต้อนรับลูกค้าแล้ว ยังมีมุมคาเฟ่ไว้บริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ถัดไปเล็กน้อยจะเป็นบ่อบอล มุมปาร์ตี้ และมุมถ่ายภาพสำหรับเด็กๆ  ซึ่งให้บริการฟรีสำหรับผู้ที่มาใช้บริการคาเฟ่

โซนถัดไป บนชั้น 2 และ ชั้น 3 ซึ่งมีการตกแต่งมุมถ่ายภาพหลากหลายโลเคชั่น  และมีห้องวีไอพีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ใช้เป็นห้องแต่งตัวหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยไม่ปะปนกับลูกค้าคนอื่น ๆ ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปถ่ายภาพบนชั้น 2 และ 3 จะมีค่าบริการ ในระยะแรกมีโปรโมชั่นพิเศษ 300 บาท ต่อคนสำหรับคนไทย และ 500 บาทสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  สามารถนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนกี่ชุดก็ได้ โดยไม่จำกัดเวลาใช้บริการ

นอกจากการถ่ายเซลฟี่แล้ว ยังสามารถไลฟ์สดเพื่อขายสินค้าได้ด้วย โดยมีบริการไฟกลม ขาตั้งกล้อง และรีโมท ถ่ายภาพด้วยตัวเอง ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากไม่ถนัดถ่ายรูปด้วยตัวเอง ทางร้านมีบริการช่างถ่ายภาพ ซึ่งคิดราคาเป็นแพ็กเกจ และมีให้เลือกหลายรูปแบบ  รวมทั้งยังมีบริการรับถ่ายภาพนอกสถานที่ด้วย

theSelfieExperiencePhuket  เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น.

พิกัด : ตั้งอยู่ถนนบายพาส ถ้ามาจากนอกเมือง จะอยู่ด้านซ้ายมือ ก่อนลงอุโมงค์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 098 895 4796, Facebook : m.me/tsephuket ,

Email : hello@tse.asia , Line ID : tsephuket, www.tse.asia

Location : https://goo.gl/maps/bSutoaB1LtzDBPAA

ไพรมารีโหวต “พรรคชาติพัฒนากล้า” เลือก “เทมส์ ไกรทัศน์” และ “อ้อ อรทัย เกิดทรัพย์” ตามโผ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 ที่บ้านภายในซอยสุขสันต์ 1 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยศ สุดตะเมือง ตัวแทนพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า ประจำจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสรรหาว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขั้นต้น (Primary Vote) ของพรรคชาติพัฒนากล้า ประจำจังหวัดภูเก็ต โดยมีสมาชิกพรรคฯ และผู้สนับสนุน เข้าร่วมคึกคัก

สำหรับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ขั้นต้น (Primary Vote) ในครั้งนี้ สมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า ภูเก็ต ได้ยกมือรับรองเลือกให้นายเทมส์ ไกรทัศน์ เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จ.ภูเก็ต และเลือกนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ภูเก็ต

เพื่อให้การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นไปตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

อย่างไรก็ตามนายเทมส์ ไกรทัศน์ และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคฯ ที่ให้การรับสนับสนุน ให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ของพรรคชาติพัฒนากล้า เขตเลือกตั้งที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัด ภูเก็ต ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้

ทต.ราไวย์ สนับสนุนอินทผาลัมและน้ำดื่มให้มัสยิดในเดือนรอมฎอน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 เทศบาลตำบลราไวย์ นำโดยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ พร้อม นายวชิรพันธ์ ทองดี ผู้อำนวยกองการศึกษา (นักบริหารงานการศึกษา ระดับต้น)

ได้ร่วมกันมอบอินทผาลัมและน้ำดื่มให้มัสยิดในพื้นที่ตำบลราไวย์ ได้แก่ มัสยิดนูรุ่ลอิบาดะห์ (บ้านไสยวน), มัสยิดนูรุดดีนียะห์ (บางคณฑีบน), มัสยิดเอ้าวาลุ้ลฮีดายะห์ (บางคณฑีล่าง), มัสยิดดารุ้บอิสลาม (เกาะโหลน) และบาลายรูฮานียะห์ เพื่อเป็นการสนับสนุนและตระหนักถึงความสำคัญในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐสำหรับพี่น้องชาวมุสลิม

Kunming Airlines เปิดเส้นทางใหม่บินตรงทุกวัน คุนหมิง – ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต Kunming Airlines หนึ่งในสายการบินชั้นนำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเส้นทางใหม่มายังภูเก็ต หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเส้นทางบินตรงนี้จะเริ่มจาก Kunming Changshui International Airport (KMG) มายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (HKT) (คุนหมิง – ภูเก็ต) โดยเที่ยวบินแรก KY8365 ออกเดินทาง 13:30 น. และจะมาถึงเวลา 16:50 น. ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 156 คน เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต

โดยมี นายไพรัช แสวงทรัพย์ พนักงานเวรอำนวยการ (04) พร้อมด้วยพนักงาน ทภก. มอบของที่ระลึก ณ ประตูทางออกหมายเลข 15 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก. ทั้งนี้การเปิดเส้นทางใหม่นี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวชื่นชมความงามของภูเก็ตได้มากขึ้น และเป็นตัวเลือกในด้านของราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น นอกจากนี้การเปิดเส้นทางนี้จะเป็นการเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและไทยในด้านเศรษฐกิจให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“เพื่อไทย ภูเก็ต” ทำไพรมารีโหวต เลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ตทั้ง 3 เขต

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566 ที่โรงแรม A2 อ.เมือง จ.ภูเก็ต พรรคเพื่อไทย ภูเก็ต จัดการประชุมสรรหาว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ประจำจังหวัดภูเก็ต แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ โดยมีนายวิทวัส ดุลพินิจพัฒนา หัวหน้าสาขาพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 4 จ.ภูเก็ต เป็นประธาน และมีนายธะเนศ นาวาล่อง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย จ.พังงา เขต 1, คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย สาขาภูเก็ต, สมาชิกพรรคทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เข้าร่วมคึกคัก

ทั้งนี้มีการเสนอชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยภูเก็ต ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต, ต.รัษฎา และ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ได้แก่ นายวัชรพงศ์ อนันตกูล (โกหม่อง) อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต, เจ้าของบริษัท ภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ ซึ่งให้บริการรถโดยสารประจำทางภูเก็ต-กรุงเทพ-ภูเก็ต และเจ้าของรีสอร์ท

เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย พื้นที่ ต.กมลา และ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ต.กะรน, ต.ราไวย์, ต.ฉลอง และ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ได้แก่ นายอาวุธ หนูเชต (แบงก์) อดีตนักฟุตบอลอาชีพ และรองประธานมูลนิธิพัฒนาป่าตอง ที่ผ่านมามีการทำงานเพื่อสังคมในหลายโครงการ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา

และเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วยพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ และ อ.ถลางทั้งหมด ได้แก่ นายสรธรรม จินดา (บังซารีฟ) ผลปรากฏว่า ทั้ง 3 คนได้รับเลือกให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยใน จ.ภูเก็ต และยังมีมติเห็นชอบในส่วนของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อทั้ง 100 รายชื่อด้วย

นายวัชรพงศ์ อนันตกูล (โกหม่อง) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของชาวบ้านให้ดีขึ้นหลังจากที่ต้องทนกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมายาวนานถึง 8 ปี โดยเฉพาะภูเก็ต ซึ่งเรามีการท่องเที่ยวเป็นเศรษฐกิจหลัก จำเป็นต้องได้รัฐบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และพร้อมที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สร้างเศรษฐกิจชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาของคนตัวเล็กให้ลืมตาอ้าปากได้ ฉะนั้น ฝากคนภูเก็ตเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทั้ง 3เขต

ขณะที่นายอาวุธ หนูเชต (แบงก์) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 กล่าวว่า ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ ทั้งจังหวัด เพื่อจะได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ต้องทนกันมา 8 ปี

ด้านนายสรธรรม จินดา (ซารีฟ) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 3 กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา จะเห้นได้ว่าเราได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะภูเก็ตเราพึ่งพาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเป็นหลัก และเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งการทำงานแค่ระดับท้องถิ่นในบางเรื่องไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ จำเป็นต้องพึ่งพาระดับชาติ

ดังนั้นหากจะเปลี่ยนจำเป็นต้องได้คนที่มาจากพรรคการเมืองใหม่ๆ เพราะปัญหาภูเก็ตมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ ปัญหาจราจร หรือปัญหาที่ทำกิน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลในช่วง 6 เดือนที่จะเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องแรก ได้แก่ ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดค่าไฟฟ้า และลดค่าแก๊สหุงต้ม รวมทั้งนำนโยบายรถคันแรกกลับมาอีกครั้ง