นครภูเก็ตหารือแนวทางพร้อมรายงานปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยต่อผู้ว่าราชการจังหวัด

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เข้าพบ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อรายงานสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรค พร้อมทั้งหารือแนวทางบริหารจัดการขยะมูลฝอยของศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต 19 แห่ง และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งหมดมากำจัด

ทั้งนี้นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้รายงานข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต แบ่งระบบการกำจัดขยะออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ นำขยะเข้ากำจัดยังเตาเผาขยะ จำนวน 500 ตัน / วัน และส่วนที่ 2 คือ นำขยะส่วนเกินจากการนำเข้ากำจัดยังเตาเผาประมาณ 700 – 800 ตัน / วัน เข้าพื้นที่บ่อฝังกลบขยะ จากเดิมมีทั้งหมด 5 บ่อ ขณะนี้เปิดพื้นที่ให้นำขยะเข้าไปฝังกลบได้เพียงพื้นที่บ่อที่ 4 และบ่อที่ 5 ส่วนบ่อที่ 1 ถึงบ่อที่ 3 ปิดพื้นที่ เนื่องจากอยู่ใกล้ชุมชน

สำหรับปริมาณขยะจากทุกพื้นที่นำเข้ามากำจัดสูงถึงกว่า 1,150 – 1,200 ตัน / วัน หรือบางวันโดยเฉพาะช่วงที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่าง ๆ ปริมาณขยะจะพุ่งสูงถึงประมาณ 1,300 ตัน / วัน ส่วนเตาเผาขยะหัวที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอยู่พื้นที่เดิมจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2569 ต้นปี 2570 สามารถรองรับปริมาณขยะเข้ากำจัดได้อีก 500 ตัน / วัน ส่วนกลิ่นรบกวนในบางช่วงเวลาขณะนี้เกิดจากขยะอินทรีย์ในพื้นที่บ่อฝังกลบขยะ ไม่ได้เกิดจากเตาเผาขยะแต่อย่างใด ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ต ทำการฉีดพ่นหัวเชื้อจุลินทร์ช่วยลดกลิ่นรบกวนทุกวัน

ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังได้รับรายงานจากนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ว่า จะหาแนวทางร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ตทุกวิถีทางในการกำจัดขยะของศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต เข้าใจระบบการบริหารจัดการของเทศบาลนครภูเก็ตที่อยู่ภายใต้กรอบระเบียบ ข้อกฎหมาย และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่การดำเนินการของเทศบาลนครภูเก็ตเป็นการแบกรับแก้ไขปัญหาขยะภาพรวมทั้งจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองในเร็ว ๆ นี้.

“ทีเส็บ” เปิดตัว “จุ้ง” มาสคอตตัวแรก ปลดล็อกลิขสิทธิ์ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ดันสู่เวทีระดับนานาชาติ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (PTA) เปิดตัว “จุ้ง” มาสคอตทางการตัวแรกของจังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักให้ Mascot จากไอเดียเล็ก ๆ กลายเป็นของที่ธุรกิจในเมืองเอาไปใช้ต่อได้จริง เหมือนเป็นตัวเร่งให้ เกิดเศรษฐกิจขึ้นในภูเก็ตแบบจับต้องได้

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ ทีเส็บ เปิดเผยว่า “TCEB มาในฐานะคนที่ ช่วยผลักให้ Mascot จากไอเดียเล็ก ๆ ไม่ได้เป็นแค่ของ น่ารัก แต่มันกลายเป็นสินทรัพย์ของเมืองที่ต่อยอด เป็นรายได้จริง ทั้งในงานไมซ์ งานประชุม เทศกาล หรือการโปรโมตเมืองต่าง ๆ แต่เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนได้จริง ทำให้ทุกคนเห็นว่าไมซ์สามารถอยู่ในทุกมิติของเมืองไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือวัฒนธรรมร่วมสมัยสิ่งที่เรามุ่งหวังคือการใช้ไมซ์เป็น Platform ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นในวันนี้ From Mascot to City Economy”

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า “ภูเก็ตต้องมีเอกลักษณ์หรือ DNA ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรามีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2019 ในการจัดประกวด Mascot Design Contest และได้เลือกจุ้งเป็นตัวแทน เนื่องจากในภูเก็ตเป็นเมืองที่มีทั้งพลังทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมสมัย ที่เชื่อมโลก ได้ลงตัว “จุ้ง” ไม่ใช่แค่มาสคอตแต่คือตัวแทนที่นำเสนอเสน่ห์ของภูเก็ตผ่านภาษาของความคิดสร้างสรรค์ ที่เข้าใจง่าย เป็นมิตร และมีชีวิตชีวา เข้าถึงได้ทั้งนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก”

โครงการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตและอันดามันในการเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลก ผ่านสื่อในรูปแบบงานศิลปะร่วมสมัย (Art Toy) ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยการใช้ สื่อสร้างสรรค์สะท้อนอัตลักษณ์ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของพื้นที่ในระดับสากล

จุ้ง เป็นมากกว่ามาสคอต คือเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากอาร์ตทอยจากขยะทะเล สื่อกลางเชื่อมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน การเลือกใช้รูปแบบอาร์ตทอยเป็นสื่อกลางเพราะเป็นภาษาของคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้ดูร่วม สมัย สนุก และเข้าถึงง่าย ยังสร้างการเชื่อมต่อสู่ โลกครีเอทีฟคอนเทนต์ และคอมมูนิตี้ได้อย่างมีพลังโดยอาร์ตทอยตัวจุ้งผลิตจากพลาสติก รีไซเคิลที่เก็บจากขยะในทะเลอันดามัน สะท้อนให้เห็นว่าความคิด สร้างสรรค์และความยั่ง ยืนสามารถเดินไปด้วยกันได้

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการลงนามความร่วมมือ เปิดระบบลิขสิทธิ์สู่ผู้ประกอบการ ระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (PTA) องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (PAO) เทศบาลนครเมืองภูเก็ต ร่วมไปถึงภาคเอกชนต่างๆ เพื่อสร้างระบบที่ให้ผู้ประกอบการนำลิขสิทธิ์จุ้งไปใช้ได้ อย่างถูกต้องและสร้างรายได้ได้จริง

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเวทีเสวนา “Phuket & Andaman for Global Stage” ที่ผู้นำจากภาครัฐและเอกชน แลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาภูเก็ตและอันดามันให้พร้อมรองรับการจัดงาน ใหญ่ระดับโลก การเปิดตัวจุ้งในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมี มาสคอตแต่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าภูเก็ต พร้อมใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือพัฒนาเมือง พร้อมสร้างโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่น ผู้ประกอบการไมซ์ และธุรกิจนำเที่ยวเติบโตไปพร้อมกัน

งาน JOONG PHUKET MASCOT SHOWCASE บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมงานได้ในวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 68 ตั้งแต่เวล 16:00 ถึง 20:00 ณ ลานลม ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต เฟสติวัล เข้าชมฟรี!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอใช้ลิขสิทธิ์ได้ที่:

Facebook: Joong.Phuket

Email: info@phuketpta.or.th

Email: Info@phukettourist.com

ม.อ.ภูเก็ต – รพ.บำรุงราษฎร์ MOU เสริมพลังวิชาการ วิจัย ยกระดับบริการสู่มาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลภูเก็ต จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ ณ ห้องประชุมเก็ตโฮ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับและร่วมลงนามกับผู้บริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลภูเก็ต พร้อมสักขีพยาน อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต นายแพทย์สุรพงษ์ ลูกหนุมารเจ้า ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลภูเก็ต รองศาสตราจารย์ นพ.คมกริช ฐานิสโร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ รวมถึงผู้แทนภาคอุตสาหกรรมและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ในหลากหลายมิติ ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการในปัจจุบัน และสร้างผลเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินความร่วมมือไม่น้อยกว่า 3 ปี

รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม กล่าวว่า งานวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ต้นน้ำ” ในการสนับสนุนภาคเอกชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมุ่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรคุณภาพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมผลักดันให้ผลงานวิจัยสร้างชื่อเสียงร่วมกันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

นอกจากนี้ มีการหารือกับผู้แทนคณะต่าง ๆ เพื่อขยายความร่วมมือทางวิชาการ โดยเฉพาะด้านการแพทย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาขาที่ต้องคำนึงถึงทั้งการดูแลผู้ป่วยทางกายและจิตใจควบคู่กับการพัฒนาด้านดิจิทัลและระบบการศึกษาเชื่อมโยงหลายวิทยาเขต

ด้านนายแพทย์สุรพงษ์ ลูกหนุมารเจ้า ระบุว่า การลงนามครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ ไม่เพียงเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมร่วมกัน เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดภูเก็ตที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ด้านการดูแลผู้ป่วยในมาตรฐานระดับโลก ซึ่งช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และสร้างความพร้อมให้ภูเก็ตเป็นเมืองคุณภาพสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตของการพัฒนาการแพทย์ไทย เสริมสร้างศูนย์กลางองค์ความรู้ นวัตกรรม และการบริการทางสาธารณสุขที่แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ม.อ.วิทยาเขตภูเก็ต เปิดบ้าน “PSU Phuket OPEN HOUSE 2025”

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี วิทยาเขตภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน “PSU Phuket OPEN HOUSE 2025” หรือ ม.อ.ภูเก็ต วิชาการ ประจำปี 2568 โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันทางการศึกษา คณะครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วภาคใต้ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

พบกับน้าเน็ก คุณเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา มาบรรยายเปิดมุมมองการเรียนรู้จาก ม.6 สู่มหาวิทยาลัยและโลกกว้างและกิจกรรมสุดมันส์ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย กิจกรรมการแข่งขันต่างๆ อาทิ การแข่งขันสร้างความเข้าใจการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม การสอบวัดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การแข่งขันด้านภาษา รวมถึงกิจกรรมผู้บริหารพบครูแนะแนว การรับสมัครเข้าศึกษาต่อ และนิทรรศการให้ความรู้ที่น่าสนใจอีกมากมาย

เปิดโลกแห่งความรู้ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ งาน ม.อ.ภูเก็ต วิชาการ ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการแสดงผลงานทางวิชาการอันหลากหลาย และเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ

งาน ม.อ.ภูเก็ต วิชาการ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับคณาจารย์และพี่ๆ นักศึกษา เพื่อขอคำแนะนำในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้ ยังเป็นการเผยแพร่ความรู้ทางด้านวิชาการต่างๆ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้แก่สังคมอีกด้วย

“PSU Phuket OPEN HOUSE 2025” เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ไปด้วยกัน

ทต.ราไวย์ ร่วมโยธาฯ จ.ภูเก็ต หารือเจ้าของที่ดินปรับปรุงฟื้นฟูเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต

ร่วมประชุมหารือกับเจ้าของที่ดินเพื่อรับทราบความต้องการโครงการออกแบบเพื่อปรับปรุงฟื้นฟูบูรณะเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล บริเวณหาดราไวย์ หมู่ 6 ตำบลราไวย์

เทศบาลตำบลวิชิตจัดฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นให้แก่ครูและนักเรียนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวิชิต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบหมายให้ นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นให้แก่ครูและนักเรียนในเขตเทศบาลวิชิต ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ครู และ นักเรียน เข้าร่วมฯ

ทั้งนี้พันจ่าเอกยอดชาย ซ้วนลิ่ม รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต ได้กล่าวว่าโครงการฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นให้แก่และนักเรียนในเขตเทศบาลวิชิต มีวัตถุประสงค์จัดขึ้นเพื่อความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ สาธารณภัยในเบื้องต้น และฝึกซ้อมเพื่อรับมือเหตุอัคคีภัยที่ อาจเกิดขึ้น อันเป็นการเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของคุณครู นักเรียนหรือชุมชน ทั้งนี้ เพื่อลดภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ

ทต.ราไวย์ จัดเวทีประชาคมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัย

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลาการเปรียญ วัดสว่างอารมณ์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตนายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศลบาลตำบลราไวย์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอเมือง ภูเก็ต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

ได้ร่วมเปิดเวทีประชาคมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลราไวย์ มีผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยจำนวนทั้งสิ้น 88 ครัวเรือน

ทต.ราไวย์ ขุดลอกคูระบายอุดตัน บริเวณซอยพัฒนา เพื่อระบายน้ำขังในพื้นที่

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 บริเวณซอยพัฒนา ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยนายสมนึก หิมะ ประธานสภาเทศบาลตำบลราไวย์ นายสมทรง แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการกองช่าง และเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลราไวย์ ลงพื้นที่บริเวณซอยพัฒนา เพื่อขุดลอกคูระบายอุดตัน และมีน้ำท่วมขังในท่อระบายน้ำ

ทางเจ้าหน้าที่กองช่างจึงได้ทำการขุดลอก เอาดินทรายที่ปิดกั้นทางน้ำไหลภายในคูระบายน้ำน้ำออก พร้อมทั้งใช้น้ำแรงดัน ฉีดเพื่อระบายน้ำขังในพื้นที่ออกจากคูระบายน้ำ

ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.ภูเก็ต (ศูนย์ไข่มุก) ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่เกาะราชา

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (ศูนย์ไข่มุก) ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากกัปตันเรือ Freedom Dolphil ว่า มีนักท่องเที่ยวชายชาวฝรั่งเศสมีอาการ จุกเสียดบริเวณอกด้านซ้าย มือเท้าชา และหายใจไม่สะดวก ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน บริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะราชาน้อย

หลังรับแจ้งเหตุ ก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สั่งการทันทีให้ศูนย์ไข่มุก กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.ภูเก็ต จัดทีมกู้ชีพ-กู้ภัยพร้อมเรือ “ไข่มุกอันดามัน 5” ออกปฏิบัติการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบชายชาวฝรั่งเศส อายุประมาณ 42 ปี นอนอยู่บนเรือและมีอาการตรงตามที่ได้รับแจ้ง จากการสอบถาม ผู้ป่วยระบุว่า เกรงว่าจะเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากครอบครัวมีประวัติด้านโรคหัวใจ เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและนำผู้ป่วยกลับเข้าฝั่งทันที

เรือกู้ชีพได้เทียบเข้าที่ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ก่อนส่งต่อให้รถพยาบาล ไข่มุก 2 นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลมิชชั่น ตามความประสงค์ของผู้ป่วย เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต รีโนเวท  “พันวา พูลวิลลา 2 ห้องนอน” โฉมใหม่ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2568 – 2569

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ได้ฤกษ์เปิดตัว “พันวา พูลวิลลา 2 ห้องนอน” โฉมใหม่ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทั้ง 6 หลังของโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ปลายเดือนตุลาคม เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2568 – 2569 ที่กำลังจะมาถึง  โดยพูลวิลลาได้รับการรีโนเวทอย่างเต็มรูปแบบและได้รับแรงบันดาลใจจาก บ้านชิโน–โปรตุกีสอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของโรงแรมเคปพันวาฯ ผสานเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ครบครันทุกฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อนอย่างเหนือระดับ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นางธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจและดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ให้ความสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาโรงแรมในเครือทั้ง 23 แห่งทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง  “เราเล็งเห็นความสำคัญในการให้บริการลูกค้า  จึงมุ่งพัฒนาทั้งในด้านบุคลากรที่ต้องได้รับการอบรมทักษะด้านต่างๆ อยู่เสมอ การบริการอันอบอุ่น ใส่ใจ และเป็นมิตรที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย และ ในด้านผลิตภัณฑ์ เช่น ห้องพัก  ห้องอาหาร  คาเฟ่  สปา ห้องจัดเลี้ยงและสัมมนา สิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ   ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยนี้ต้องได้รับการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันเพื่อตอบโจทย์    ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ  และองค์ประกอบที่สำคัญเหล่านี้จะถูกหล่อหลอมเป็นอัตลักษณ์ของโรงแรมที่ลูกค้าจดจำ“

“เราพิถีพิถันในการรีโนเวทพันวา พูลวิลลา 2 ห้องนอน ของโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต โดยได้แรงบันดาลใจจาก ‘พันวา เฮ้าส์’ บ้านโบราณอายุมากกว่า 100 ปี และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโรงแรมที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของชายหาดริมทะเลอันดามัน  วิลลาแต่ละหลังได้รับการออกแบบตกแต่งให้เป็นเสมือนภาพสะท้อนของบ้านพันวา  ถ่ายทอดความงดงามในสไตล์ชิโน–โปรตุกีส  ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแฝงสีสันสดใสของกลิ่นอายทะเลใต้และเขตเมืองร้อนของหมู่เกาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ธีรวัลคุ์  เล่าที่มาของการรีโนเวทซึ่งเธอได้มีส่วนสำคัญในการออกแบบพูลวิลลาใหม่ด้วยตนเอง  “สีเขียวเป็นสีหลักในการเชื่อมโยงเรื่องราวจากบ้านพันวา ตั้งแต่ลวดลายฉลุไม้บนบานประตู หน้าต่าง  หรือลวดลายสีเขียวทรงเรขาคณิตบนโครงหลังคาที่เล่นมุมกับพัดลมทรงใบลานติดเพดานได้อย่างน่าสนใจ  เครื่องใช้และของตกแต่งพร้อมดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากประเทศแถบเอเชียใต้ช่วยสร้างบรรยากาศสไตล์ทรอปิคอลและเติมเสน่ห์ให้พื้นที่ดูอบอุ่นมีชีวิตชีวา  เสริมมนต์ขลังด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น นำมาจัดวางอย่างลงตัวเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่กลมกลืนและเสริมกันอย่างมีรสนิยม  พื้นที่ภายในพูลวิลลายังถูกออกแบบให้รองรับการพักผ่อนที่แสนสะดวกสบายกับพื้นที่ใช้สอยขนาดกว้างขวาง 2 ห้องนอน  ห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน  สระว่ายน้ำส่วนตัวและเทอเรซอาบแดดที่ทำให้เพลิดเพลินกับการเล่นน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพักในพันวา พูลวิลลา”

ความพิเศษของพันวา พูลวิลลา 2 ห้องนอน ทั้ง 6 หลัง โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต คือมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 138 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว  พักผ่อนสะดวกสบายกับ  2 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวที่มีให้เลือกทั้งอ่างอาบน้ำและชาวเวอร์  เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัวหรือการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟและพื้นที่ส่วนตัว  ภายในพูลวิลลามีห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวางที่เชื่อมระหว่างห้องนอนทั้งสองห้อง โดยสามารถเดินจากห้องนั่งเล่นและห้องนอนมาสเตอร์ไปที่บริเวณสระว่ายน้ำส่วนตัวและเทอเรซอาบแดดได้อย่างสะดวกสบาย

พูลวิลลาได้รับการออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “พันวา เฮ้าส์”   ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านชิโน-โปรตุกีสอายุกว่า 1 ศตวรรษ ซึ่งได้ผสมผสานความมีชีวิตชีวาของกลิ่นอายทะเลใต้และสีสันความสวยงามสไตล์ทรอปิคอลของหมู่เกาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้อย่างลงตัว  โดยใช้สีเขียวโทนสีหลักของบ้านพันวาบอกเล่าเรื่องราวถ่ายทอดถึงกัน  ตั้งแต่ ประตู หน้าต่าง ผนังวิลลา ไปจนถึงลายเส้นสีเขียวทรงเรขาคณิตบนเพดานที่ช่วยสร้างมิติภายในห้องพัก  ไม้ฉลุลวดลายตกแต่งบริเวณชายคาและภายในวิลลาได้อย่างกลมกลืน  เติมเต็มสีสันวันพักผ่อนกับของตกแต่งสไตล์ทรอปิคอล เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหวายและไม้ธรรมชาติ เก้าอี้เหล็กดัดลาย หรือ เก้าอี้ไม้แกะสลักวาดสีสันสดใสจากประเทศอินเดีย

พร้อมของใช้และของประดับอีกมากมายจากประเทศในแถบเอเชียใต้ สอดประสานเข้ากับเครื่องเรือนไม้จากจังหวัดเชียงใหม่และลำปางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้อย่างมีชั้นเชิง อาทิ เตียงไม้สี่เสาแกะสลัก  กระจกไม้ประดับผนังบานใหญ่ โต๊ะและตู้ไม้สลักลาย ฯลฯ  และยังได้เลือกเฟ้นวัสดุและของตกแต่งจากช่างฝีมือและแหล่งผลิตท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องดินเผาทำด้วยมือจากจังหวัดเชียงใหม่ตกแต่งภายในห้องน้ำ  เครื่องเซรามิกจากจังหวัดราชบุรี ผ้าทอจากจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ  พรั่งพร้อมด้วยบริการอันเป็นเลิศ  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัย  ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินและการค้นพบเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่ชวนให้ยิ้มมุมปากอยู่เสมอ

“นอกจากนี้ โรงแรมเคปพันวาฯ ได้รีโนเวทห้องอาหาร Top of the Reef และปรับเปลี่ยนคอนเซปต์อาหารใหม่ทั้งหมด  ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งปลายเดือนตุลาคม 2568  เรามุ่งมั่นพัฒนาโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต อยู่เสมอเพื่อให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก  ในฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงค่ะ”  ธีรวัลคุ์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com