“ทัพเรือภาคที่ 3 จัดพิธีรายงานตนเองต่อ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และ ผอ.ศรชล.3

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณด้านอาคารกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.3) เป็นประธานในพิธีรายงานตนเองของนายทหารสัญญาบัตรสังกัดทัพเรือภาคที่ 3 หน่วยขึ้นตรงทัพเรือภาคที่ 3 หน่วยขึ้นการบังคับบัญชาทางยุทธการกับทัพเรือภาคที่ 3 และกำลังพลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2569 ให้กับฝ่ายอำนวยการและผู้บังคับหน่วย

ตามระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการรายงานตนเอง มีความมุ่งหมายให้ผู้บังคับบัญชารู้จักผู้รายงานและผู้บังคับบัญชาจะได้ชี้แจง แนะนำ ให้โอวาท และเป็นการแสดงความยินดีต่อผู้รายงาน ตนเอง ดังนั้นการรายงานตนเอง นับว่าเป็นพิธีที่มีความสำคัญ ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดนโยบายของผู้บังคับบัญชาสูงสุด ไปยังผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดไปสู่ผู้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี

การนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ได้ให้โอวาทแก่กำลังพล ใจความสำคัญว่า “ขอให้คำมั่นว่าจะปกครองบังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม ปฏิบัติหน้าที่เพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของชาติ การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเรือ ให้เป็นที่ประจักษ์และเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชน การปฏิบัติงานจะสำเร็จได้ ผมต้องขอความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น และผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ได้ร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพเรือและนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ผมมั่นใจว่าคงได้รับความร่วมมือจากทุกท่านเป็นอย่างดียิ่ง”

ทต.ราไวย์ ติดตั้งแผงกั้นรถจักรยานยนต์ บริเวณทางเข้าสะพานท่าเทียบเรือราไวย์

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือราไวย์ อ.เมือง ภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล นายสมทรง แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการกองช่าง และเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลราไวย์ ติดตั้งแผงกั้นรถจักรยานยนต์ บริเวณทางเข้าสะพานท่าเทียบเรือราไวย์ เพื่อป้องกันและเน้นย้ำให้ปฎิบัติตามกฎระเบียบจราจร และเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานสะพานท่าเทียบเรือ

ทน.ภูเก็ต ผนึกกำลังองค์กรท่องเที่ยวส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์–การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน และ ดร.พรทิพย์ ปริณายก กรรมการบริหารสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ผ่านสื่อในรูปแบบงานศิลปะร่วมสมัยและมาสคอต “น้องจุ้ง”

ภายในงานยังมีคณะผู้บริหารเทศบาลนครภูเก็ต สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ คณะกรรมการสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยใช้มาสคอต “น้องจุ้ง” เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ดังกล่าวไปต่อยอดในสินค้า บริการ และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม มีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกัน

“การจับมือระหว่าง เทศบาลนครภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน และสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ถือเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวภูเก็ตให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าว

ทต.ราไวย์ ส่งกำลังใจผู้ป่วย มอบอุปกรณ์ให้ผู้ป่วย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ อสม.ตำบลราไวย์ ลงพื้นที่บ้านผู้ป่วย เพื่อส่งกำลังใจเยี่ยมเยียนผู้ป่วย พร้อมทั้งมอบออกซิเจน และไม้เท้าช่วยเดิน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

นายกอ้อมให้ จนท.เร่งเคลียร์ขยะมรสุม หาดแม่ขัน คลองปากบางป่าตอง

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณคลองปากบาง หาดป่าตองภูเก็ต นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง สั่งการเจ้าหน้าที่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดบ้อม ลงพื้นบริเวณหาดแม่ขัน คลองปากบาง (ใกล้สะพานคอรีลบีช) ป่าตอง ทำการจัดเก็บขยะมรสุม ซึ่งถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งจำนวนมาก หลังโซเซียลเผยแพร่ภาพถูกคลื่นซัดเข้ามาจำนวนมาก

“ราไวย์สวยด้วยมือเราและใจเรา” เพื่อให้ตำบลราไวย์มีถนนที่สะอาด และปลอดภัย

เมื่อวันที่ 01 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณสามแยกบ้านไทยใหม่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วยนายสมนึก หิมะ ประธานสภาเทศบาลตำบลราไวย์ นายสุนทร มณีศรี สมาชิกสภาเทศบาล นายสุรเชษฐ์ จิตเมต รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

ลงพื้นที่ตรวจตรารถกวาดถนน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้นำรถกวาดขยะออกมากวาดถนนในบริเวณดังกล่าว และตรวจดูสมรรถนะของตัวรถกวาดขยะ ซึ่งทางเทศบาลตำบลราไวย์ ได้จัดซื้อมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้จัดการกวาดขยะบริเวณเกาะกลางถนน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ในขณะปฏิบัติงาน  เพื่อให้ตำบลราไวย์มีถนนที่สะอาด และปลอดภัยต่อการขับขี่ “ราไวย์สวยด้วยมือเราและใจเรา”

โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า รุกโซนใต้ภูเก็ต เปิดตัว 3 โครงการมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท ย้ำความสำเร็จผู้นำพูลวิลล่าหรู

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่สำนักงานขายแห่งใหม่ บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า ผู้พัฒนาพูลวิลล่าหรูชั้นนำของภูเก็ต นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหารบริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า และนายอาชีพ ธำรงธนยศ ผู้อำนวยการการจัดการและฝ่ายขาย พร้อมคณะผู้บริหาร เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จ หลังครองความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ได้เปิดตัว ที่สำนักงานขายแห่งใหม่ ตั้งอยู่ภายในโครงการฟรอนยาด ใกล้แยกถนนขวาง ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อขยายการให้บริการในโซนใต้ รองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ โบทานิก้าฯ ยังได้เปิดตัว 3 โครงการพูลวิลล่าหรูใหม่ มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท ดังนี้

Botanica Modern Sea Karon ตั้งอยู่ใจกลางหาดกะรน หนึ่งในชายหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสงบและวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มีจำนวนยูนิต: 27 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,689 ล้านบาท โดยเป็นสถาปัตยกรรม Modern Tropical Living เน้นการออกแบบพื้นที่เปิดโล่ง เชื่อมต่อพื้นที่ใน–นอกบ้าน ใช้ Passive Design ลดพลังงานและรักษาความเย็นสบาย ทุกหลังสามารถมองเห็นวิวทะเลพาโนรามา ได้สัมผัสบรรยากาศหรูหราและใกล้ชิดธรรมชาติ ราคา: 47.8–88 ล้านบาท

Botanica Chalong Bay ตั้งอยู่ในย่านฉลอง ใกล้ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และ ท่าเรือฉลอง จุดเชื่อมต่อทะเลอันดามัน รวมทั้งใกล้โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง เช่น Ruamrudee International School และ Berda Claude International School มีจำนวน 28 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,246 ล้านบาท การออกแบบสไตล์ Modern Luxury ที่ผสานฟังก์ชันการอยู่อาศัยจริง เหมาะกับครอบครัวที่มองหาบ้านคุณภาพในทำเลเชื่อมโยงเมืองและทะเล สะดวกต่อการใช้ชีวิต ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียน และศูนย์กลางการเดินเรือ ราคา 29.5–77.7 ล้านบาท

Botanica Majestia ตั้งอยู่ย่านเกาะแก้ว ใกล้ British International School Phuket และเพียง 19 นาทีถึง Central Phuket เชื่อมโยงเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญมีจำนวนยูนิต: 33 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,569 ล้านบาท พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “Luxury Meets Purpose” ผสมผสานความหรูหรากับฟังก์ชันที่สะดวกสบาย เหมาะกับครอบครัวสมัยใหม่ มีการออกแบบ Low Density Estate เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมสิ่งแวดล้อมเงียบสงบ เหมาะกับการอยู่อาศัยระยะยาว ราคา 38–81.9 ล้านบาท

นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโบทานิก้าฯ มาจากการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์เรียลดีมานด์ของตลาดทั้งกลุ่มครอบครัว Expat นักลงทุนต่างชาติ และผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ขณะที่ศักยภาพของ ภูเก็ตโซนใต้ กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นกะรน ฉลอง และเกาะแก้ว ซึ่งมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น รถไฟรางเบา สนามบินอันดามัน พังงา และระบบ Boat Taxi เชื่อมชายฝั่งตะวันตก ช่วยเสริมการเดินทางสะดวกขึ้นอย่างมาก

“เรามองว่าในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า โซนใต้จะก้าวขึ้นเป็น ทำเลไพร์มแห่งใหม่ของภูเก็ต ทั้งตลาดเช่าและซื้อเพื่ออยู่อาศัย โดยพูลวิลล่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 8% ต่อปี ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง” นายอรรถสิทธิ์ กล่าว

การเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสามสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์โบทานิก้า ที่สามารถผสานการออกแบบหรูหราในสไตล์ Modern Tropical และ Modern Luxury เข้ากับฟังก์ชันการอยู่อาศัยจริง ตอบโจทย์นักลงทุนจากรัสเซีย ยุโรป จีน และตะวันออกกลางที่มองหาพูลวิลล่าคุณภาพบนทำเลศักยภาพ

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่หนุนการเติบโตของภูเก็ตใต้ ได้แก่ การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และศูนย์เวลเนสระดับโลก ตลอดจนการผลักดันโครงการ Andaman Wellness Economic Corridor ของรัฐบาล ที่จะยกระดับภูเก็ตสู่การเป็น ศูนย์กลางเวลเนสและการอยู่อาศัยระดับโลก ในอนาคต

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ botanicaluxuryvilla.com หรือ Facebook: BOTANICA Luxury Villa โทรศัพท์ +66 98-394-7097 และ +66 81-324-2999

เอเวอร์ไพร์ม เดเวลลอปเมนท์ เปิดตัว คอนโดหรู “Ever Prime Residences by Anocha” บนทำเลกะรน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่โรงแรมโอโซ่ กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดตัวโครงการใหม่ “Ever Prime Residences by Anocha” โดยบริษัท เอเวอร์ไพร์ม เดเวลลอปเมนท์ จำกัด นำโดย นายอโนชา เผ่าจินดา ผู้บริหารมากประสบการณ์กว่า 10 ปี ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูสไตล์โมเดิร์น บนทำเลศักยภาพใจกลางตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต มูลค่าการลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร เอเจนท์ และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพตลาดอสังหาฯ ในจังหวัดภูเก็ต

“Ever Prime Residences” ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักกะรน ตรงข้ามแม็คโคร สาขากะรน ครอบคลุมพื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วย 4 อาคาร จำนวน 449 ยูนิต มีแบบห้องตั้งแต่ 2–4 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 5 ล้านบาท สูงสุดประมาณ 25 ล้านบาท พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ออกแบบสไตล์โมเดิร์น และสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องซาวน์น่า ห้องเล่นเกมส์ ห้องสมุด Co-working space และพื้นที่พักผ่อนครบครัน นอกจากนี้ ยังมี ซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. รวมถึงชั้นจอดรถใต้ดิน รองรับความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในทุกมิติ

นายอโนชา เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน โดยมั่นใจว่าทำเล “กะรน” จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนในระยะยาว เนื่องจากเป็นโซนท่องเที่ยวยอดนิยมที่หาพื้นที่พัฒนาได้ยากในปัจจุบัน

“เรามั่นใจว่า Ever Prime Residences จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกะรนและภูเก็ต ด้วยทำเลที่เรียกได้ว่า ‘พื้นที่ไข่แดง’ และศักยภาพการเติบโตของอสังหาฯ ที่ยังคงต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่บางเทา ต.เชิงทะเล อีก 1 โครงการในอนาคตอันใกล้นี้” นายอโนชากล่าว

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความสำเร็จของนักลงทุนท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนถึง ความคึกคักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ที่ยังคงดึงดูดทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Ever Prime Residences มีกำหนดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี หลังการดำเนินการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จ

PROUD ร่วมมือพันธมิตรสุขภาพ นำร่อง”Wellness District” สร้างต้นแบบชุมชนสุขภาพดี

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 ที่ลานกีฬาในร่ม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD  เป็นประธานเปิดงาน Wellness District โครงการชุมชนสุขภาพดี เติมสี เติมสุข ยกระดับแนวคิด “ALL IS WELL” สู่การสร้างสุขภาพดีอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยมี นายสันทัด คุ้มมิตร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา, นายแพทย์พิริยะ อธิสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์

พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ TOA, LIXIL, Habita Architects , Plandscape พันธมิตรด้านสุขภาพ BeDee by BDMS, ร.พ.กรุงเทพสิริโรจน์, สภากาชาดไทย, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับ InterContinental Phuket Resort สวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต และหน่วยงานท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล กมลา ร่วมสร้างชีวิตดีที่ยั่งยืน มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนภูเก็ตได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไป

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดกิจกรรม “Wellness District โครงการชุมชนสุขภาพดี เติมสี เติมสุข” ครั้งที่ 3 โดยมีเป้าหมายยกระดับปรัชญา “ALL IS WELL เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะให้ยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PROUD ในการสร้างสรรค์ชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยการเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วม สนับสนุนกิจกรรมที่เชื่อมโยงแนวคิด “สุขภาพดี” เข้าสู่ “ชีวิตดีที่ยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs Goal) ขององค์การสหประชาชาติ ในการสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานมีกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้ง สุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อส่งต่อประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน อาทิ

•          การตรวจสุขภาพเบื้องต้น โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง และส่งเสริมแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

•          บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ฟรี จำนวน 300 เข็ม สนับสนุนโดย BeDee by BDMS เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคเชิงรุก

•          การมอบชุดตรวจ HPV จำนวน 100 ชุด เพื่อให้ประชาชนสามารถคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างการเรียนรู้และการช่วยเหลือผู้อื่น เช่น

•          การบริจาคโลหิต โดยสภากาชาดไทย ร่วมกับ InterContinental Phuket Resort เพื่อเพิ่มคลังเลือดให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วย

•          การสาธิตการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากสวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต เพื่อให้ความรู้และทักษะในการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

•          แบบประเมินความเครียด โดย BeDee by BDMS เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมตระหนักและเข้าใจสภาวะทางอารมณ์และจิตใจของตนเองมากขึ้น

นอกเหนือจากมิติด้านสุขภาพแล้ว PROUD ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง สิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “เติมสี เติมสุข” โดยการทาสีและปรับปรุงพื้นที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จำนวน 3 จุด พร้อมมอบสีและอุปกรณ์คุณภาพสูงจากบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามและปลอดภัย พื้นที่ดังกล่าวจะถูกต่อยอดเป็น Gamified Learning Playground หรือ “ถนนการเรียนรู้” ที่ใช้งานได้จริงและทนทาน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนในชุมชน

ความสำเร็จของงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยมีพันธมิตรธุรกิจอย่าง LIXIL และ Habita Architects  plandscape ร่วมสนับสนุนการสร้างพื้นที่สุขภาวะ ขณะเดียวกัน อบต. กมลา และ อสม. กมลา ได้ช่วยประชาสัมพันธ์สู่ชุมชน ประสานงานกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 และอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ ทำให้งานเป็นไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิดกับชุมชนอย่างแท้จริง

“การสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ถือเป็นพันธกิจหลักของ PROUD เราไม่ได้หยุดเพียงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีสุขภาวะที่ดี การจัดงาน Wellness District จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมมือกับพันธมิตรและทุกภาคส่วน เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้าน Wellness มาส่งต่อให้กับชุมชน และร่วมกันสร้างพื้นที่สุขภาวะที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในจังหวัดภูเก็ต” นายพสุ กล่าว พร้อมย้ำว่า “Well Community คือหัวใจสำคัญที่พราวให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะเรามองว่าความแข็งแรงของชุมชนคือรากฐานของการมีชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง”

ซูซูกิ เปิดตัว “ALL NEW SUZUKI FRONX” มั่นใจตอบโจทย์คนเมือง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX รถ SUV สไตล์คูเป้รุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว แข็งแกร่ง และหรูหรา ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะสปอร์ตแต่นุ่มนวล พร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยมาตรฐาน Suzuki Safety Support รุ่นใหม่ล่าสุด

ทั้งนี้บริษัท เอส.ยู. ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิแต่เพียงผู้เดียวในจังหวัดภูเก็ต  ได้จัดกิจกรรมเปิดตัวพร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดลองขับ ณ ร้าน Jea Café Phuket – คลองมุดดง ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต โดยมีนางพรรณทิพา อุปัติศฤงค์, นายวรปรัชญ์ อุปัติศฤงค์ และ นายสุวิจักขณ์ อุปัติศฤงค์ กรรมการบริหารบริษัท ให้การต้อนรับและร่วมแถลงรายละเอียด

ไฮไลท์ ALL NEW SUZUKI FRONX

            •          ดีไซน์: รถ SUV สไตล์คูเป้ ขนาดกะทัดรัด คล่องตัว เหมาะกับสภาพถนนเมือง

            •          ระบบความปลอดภัย: Dual Sensor Brake Support II, Adaptive Cruise Control, Lane Departure Warning, Blind Spot Monitor, Rear Cross Traffic Alert, High Beam Assist

            •          เครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ

            •          เบนซิน 1.5 ลิตร (K15B) 105 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4AT

            •          Mild-Hybrid 1.5 ลิตร (K15C) 101 แรงม้า เสริมมอเตอร์ ISG ประหยัดน้ำมัน เกียร์อัตโนมัติ 6AT

            •          มิติรถ: ยาว 3,995 มม. กว้าง 1,765 มม. สูง 1,550 มม. ฐานล้อ 2,520 มม.

            •          รุ่น GL ราคา 689,000 บาท

            •          รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท

            •          รุ่น GLX Plus ราคา 799,000 บาท

ลูกค้าที่จองภายในงานรับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ปีแรก และ Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี

นายวรปรัชญ์ อุปัติศฤงค์ กรรมการบริหารบริษัท เปิดเผยว่า ทางบริษัท เอส.ยู. ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัด เตรียมจัดงานทดลองขับ ALL NEW SUZUKI FRONX สำหรับลูกค้าที่สนใจ ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 ณ โชว์รูมซูซูกิ ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. พร้อมของที่ระลึกและสิทธิพิเศษมากมาย โดยปัจจุบันโชว์รูมมีรถพร้อมส่งมอบแล้ว

นายวรปรัชญ์ ยังกล่าวว่า ยอดขายรถซูซูกิในภูเก็ตยังคงทรงตัวแม้ภาวะเศรษฐกิจไม่ฟื้นเต็มที่ แต่มั่นใจว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นรถขนาดกะทัดรัด เหมาะกับถนนภูเก็ต และราคาจับต้องได้ ตั้งเป้ายอดขายไม่น้อยกว่า 10 คันต่อเดือน

ทั้งนี้ เอส.ยู. ซูซูกิ ภูเก็ต ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี พร้อมยืนยันมาตรฐานการบริการและการดูแลหลังการขายเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม S.U. SUZUKI PHUKET  094-8592559, 076-222360, Line : @suzukiphuket, Facebook : SuzukiPhuket