บอร์ดจัดสรรที่ดินเห็นชอบ 5 โครงการอสังหาฯ มูลหลายพันล้าน เน้นย้ำให้ปฎิบัติตามเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมหอทะเบียนที่ดิน 25559 สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 4/2568  โดยมีนายพีรยศ ศรีสุวรรณ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต, นายชัยสิทธิ์ เนติพิทักษ์กุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด, นายธีระพงศ์ ช่วยชู ปลัดจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการจากหน่วยงานราชการและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้ติดตามและพิจารณาประเด็นสำคัญหลายเรื่อง เช่น การอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน การพิจารณาเรื่องที่อยู่ระหว่างรอออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินตามมติคณะกรรมการ การยกเลิกสัญญาค้ำประกันการจัดทำและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค รวมถึงการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

อีกทั้งยังมีการทบทวนการดำเนินงานตามมติการประชุมคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 เกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ฝ่ายเลขานุการเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ดำเนินการแทนคณะกรรมการ ในการต่อสู้คดี การให้ถ้อยคำ และการชี้แจงต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังได้พิจารณาคำขออนุญาตจัดสรรที่ดินจากผู้ประกอบการเอกชน รวม 5 โครงการ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบทั้งหมด แต่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภคและสร้างความเรียบร้อยในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย

โครงการ “พิรันดา (Phirunda)” ของบริษัท พรสิน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด  ตั้งอยู่พื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่เศษ รวม 17 แปลง ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวชั้นเดียว 8 แปลง และบ้านเดี่ยวสองชั้น 9 แปลง ราคาเริ่มต้นที่ 10.8 ล้านบาท

โครงการ “วีไอพี กาแล็คซี่ วิลล่า (VIP Galaxy Villa)” ของบริษัท อุทัยคำ จำกัด ตั้งอยู่พื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 29 ไร่ รวม 114 แปลง แบ่งเป็นที่ดินเปล่า 63 แปลง (ราคา 4.2–6.9 ล้านบาท) และบ้านแถวสามชั้น 51 แปลง ราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท,

โครงการ “บัลโค บางเทา บีช พูลวิลล่า” ของบริษัท บริทาเนีย เอสพีวี 6 จำกัด ตั้งอยู่พื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ รวม 35 แปลง เป็นที่ดินเปล่าขนาด 59.50–134.50 ตารางวา ราคาแปลงละ 10–20 ล้านบาท,

โครงการ “คิวนิตี้ บาย วัลญา วิลล่า” ของบริษัท วัลญา วิลล่า ดีเวลลอพเม้นท์ จำกัด ตั้งอยู่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ รวม 11 แปลง เป็นบ้านเดี่ยวสามชั้น เริ่มต้นที่ 31 ล้านบาท

และโครงการ “เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน – บางโจ” ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนพื้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษรวม 13 แปลง เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวสไตล์พูลวิลล่า โดยราคาเริ่มต้นที่ 44.8 ล้านบาท

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบทั้ง 5 โครงการ โดยกำชับให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อและนักลงทุน

มูลนิธิกุศลธรรมรับมอบเรือและอุปกรณ์ จากกงสุลใหญ่จีน ประจำจังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่บริเวณลานด้านหน้ามูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายวัง จื้อ เจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมามอบเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการบรรเทาสาธารณภัย มูลค่ารวมกว่า ห้าแสนบาท

โดยมี นายเล็ก ตันติวงศ์ไพศาล ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต, ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

นายเล็ก ตันติวงศ์ไพศาล ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต กล่าวว่า “สิ่งที่ได้รับมอบในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิฯ ทั้งในภารกิจค้นหา กู้ภัย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างเต็มที่”

การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีและน้ำใจไมตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อพี่น้องชาวภูเก็ตและประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานด้านการกู้ชีพ กู้ภัย และบรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิฯ ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น

ประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2568 Phuket Vegetarian Festival 2025

“200 ปีแห่งแรงศรัทธา เจี๊ยะฉ่ายภูเก็ต ประเพณีถือศีลกินผัก สืบทอดความขลังจากรุ่นสู่รุ่น เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ 21 – 29 ตุลาคม 2568 ที่ภูเก็ตเท่านั้น!”


“200 Years of Faith  Phuket Vegetarian Festival A sacred tradition passed down through generations. Join us for this once-in-a-lifetime cultural experience, 21–29 October 2025 — only in Phuket, Thailand!”

ทีมไลฟ์การ์ดหาดป่าตองช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหมดสติหน้าคว่ำในทะเล

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 กันยายน 2568 ที่ชายหาดป่าตองตรงข้ามสนามฟุตบอลแหลมเพชรป่าตอง เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดเทศบาลเมืองป่าตอง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เดินอยู่ใกล้ๆ บริเวณดังกล่าว เห็นนักท่องเที่ยวชายชาวอาหรับ อยู่ในสภาพหน้าคว่ำอยู่ในน้ำทะเล ในระดับไม่ลึก (น้ำลึกประมาณเข่า)

แต่เนื่องจากเห็นผิดสังเกตุจึงเรียกให้เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดเข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด นำโดยนายสมประสงค์ แสงชาติ หัวหน้าชุด เข้าทำการตรวจสอบ พบชายดังกล่าวไม่รู้สึกตัว แต่ยังมีชีพจร จึงเร่งทำการช่วยเหลือ นำขึ้นจากน้ำมาที่ชายหาด และประสานเจ้าหน้าที่ร่วมช่วยเหลือ จนนักท่องเที่ยวชายคนดังกล่าวรู้สึกตัว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด ก็ได้ประสานโรงพยาบาลป่าตอง เพื่อขอทีมพยาบาล พร้อมรถพยาบาล เพื่อนำตัวนักท่องเที่ยวส่งตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลป่าตองต่อไป

เปิดงานมหกรรมภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ Phuket Creative City : Kebaya Festival 2025

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร) อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต นางรักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ Phuket Creative City : Kebaya Festival 2025” โดยมี นางพวงผกา เชาวน์ไวย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ยังมี นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายชลำ อรรถธรรม รองนายก อบจ.ภูเก็ต สภาวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเฉลิมฉลอง “เคบาย่า” เครื่องแต่งกายพื้นเมืองของสตรีบาบ๋า – เพอรานากัน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากองค์การยูเนสโก

นางรักชนก โคจรานนท์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็น “งานเทศกาล” แล้วยังเป็นเวทีในการสร้าง ความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงรากเหง้าวัฒนธรรมกับกระแสโลกสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดคุณค่าทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในภูมิภาค ซึ่ง วธ.มีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมของชาติ

ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงการสนับสนุนเมืองสำคัญ ๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็น แรงขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง จังหวัดภูเก็ตในฐานะที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” จากองค์การยูเนสโก ได้พิสูจน์แล้วว่าวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์สามารถก่อให้เกิดพลังทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง

“งาน Kebaya Festival” ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ต่อยอดความสำเร็จของ ภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ เชื่อมโยงความงดงามของแฟชั่น วัฒนธรรม อาหาร ศิลปะการแสดง และ วิถีชีวิตท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อให้ภูเก็ตก้าวสู่การเป็น “เวทีระดับนานาชาติ” ที่ผู้คนจากทั่วโลกจะได้สัมผัส เรียนรู้ และร่วมภาคภูมิใจไปพร้อมกัน ที่สำคัญยังเป็นการจัดงานยังสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งยกระดับเทศกาลและประเพณีไทยสู่เวทีโลก ผ่านการชูอัตลักษณ์ไทยเป็น Soft Power

โดยมีการขับเคลื่อนเทศกาลสำคัญระดับนานาชาติ 3 งาน ได้แก่ เทศกาลเมืองครามสกลนคร “Kram & Craft โลก” จ.สกลนคร เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ จ.ราชบุรี และเทศกาลภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ “Kebaya Festival” จ.ภูเก็ต เพื่อเชื่อมโยงเทศกาลและประเพณีไทยสู่ระดับชาติและนานาชาติ ถือเป็นการขับเคลื่อน Soft Power ของไทยในมิติ “เฟสติวัลและการท่องเที่ยว” และเป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” รองปลัด วธ. กล่าว

ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่สร้างสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ภูเก็ต อาทิ ขบวนแห่ Kebaya Festival ยิ่งใหญ่อลังการ โดยขบวนพาเหรด มีทั้งหมด 11 ขบวน ประกอบด้วย 1. โลโก้งานมหกรรมฯ 2.วงโยธวาทิตจากโรงเรียนไทยหัว 3.ขบวนข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.หงวนเซียวเกิดไท้ องค์ภูมินทร์  5.ชาติพันธุ์ร่วมใจใฝ่สามัคคี 6.จีนไทยไมตรีมณีภูเก็ต 7.เหมืองสร้างเมืองลือเลื่องดีบุก 8.ขบวนวงกลองยาว 9.ศิลป์สร้างสรรค์บันลือโลก 10.วงโยธวาทิตจากโรงเรียนสตรีภูเก็ต และ 11.รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย

นอกจากนี้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงละครในเตี้ยมฉู่ สะท้อนวิถีชีวิตคนบาบ๋าภูเก็ต การแสดงดนตรีจากนักเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นิทรรศการ “ครบเครื่องเรื่องบ้านฉัน” การแสดงละครเวทีบาบ๋า การสาธิตงานหัตถกรรมเพอรานากัน กิจกรรม Walk Rally ย้อนรอยประวัติศาสตร์ภูเก็ต ตลอดจนมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชาวภูเก็ต แก้ม วิชญาณี และ โดม จารุวัฒน์ สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานจำนวนมาก

งาน Kebaya Festival 2025 นับเป็นเวทีแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมของชาวภูเก็ตที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ชุมชน และภาคการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นการสานต่อความสำเร็จหลังจากที่ประเทศไทยและอีก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บรูไนฯ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ร่วมกันขึ้นทะเบียน “เคบาย่า” เป็น “มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” จากยูเนสโกในปี 2567

เปิดเคาน์เตอร์ “Lion Currency Exchange” สาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่บริเวณโซนสถาบันการเงิน ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดเคาน์เตอร์แลกเงิน “Lion currency Exchange” โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, พ.ต.อ.นิกร สมสุข รอง ผบก.กค.ภ.8 แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

นายพีระศิลป์ กฤชเทียมเมฆ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท Lion currency Exchange กล่าวว่า บริษัท เคอร์เรนซี เอเชีย จำกัด ในเครือบริษัทหม่ามี๊ เอเชีย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 8 โดยให้บริการภายใต้ชื่อ Lion Currency Exchange

ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง 3 สาขา และสาขาใหม่ล่าสุด สาขาที่ 4 ที่เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต (ฝั่งเก่า) ชั้น 4 ซึ่งถือเป็น Flagship Store ให้บริการ ซื้อ–ขายเงินตราต่างประเทศครบวงจร แตกต่างจาก 3 สาขาแรก ที่เปิดให้บริการเฉพาะรับซื้อเท่านั้น ซึ่งที่สาขามีสต็อกเงินสดรวมกว่า 50 ล้านบาท สามารถที่จะให้บริการลูกค้าทุกระดับได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร้ว และปลอดภัย ครอบคลุม 29 สกุลเงินหลัก ทั้ง USD, EUR, JPY, สกุลอาเซียน และสกุลอาหรับ รวมถึงเตรียมเพิ่มสกุลเงินใหม่ เช่น อิสราเอล ตุรกี และเนปาล

สำหรับการตัดสินใจเลือกมาเปิดทำเลสาขาที่ Central Phuket เนื่องจากมีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักธุรกิจ เดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก เหมาะกับการมาใช้บริการ ที่สำคัญสะดวก ปลอดภัย และเป็นศูนย์รวมทางการเงิน นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาใหม่ไปที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

นายพีระศิลป์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนจุดเด่น Lion Currency Exchange คือ ให้ “เรทราคาดีที่สุด การันตี ถ้าไม่ดีที่สุด คืนเงิน” พร้อมบริการรวดเร็ว ครอบคลุม ไม่ต้องรอและปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการให้บริการ และการให้เรทดีที่สุด ซึ่งเป็นจุดขายหลักของบูธเรา หากไม่ดีที่สุดยินดีคืนเงินลูกค้าทันที

Lion currency Exchange ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และปฏิบัติตามมาตรฐานธุรกรรมทางการเงิน เชื่อมโยงระบบรายงานกับ สำนักงาน ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้ง บริษัทมีเป้าหมายยกระดับจาก “ร้านแลกเงิน” ไปสู่การเป็น “บริษัทด้านการเงินครบวงจร” โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Digital Payment, ระบบ PDPA และโครงสร้างพื้นฐานรองรับคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อเตรียมพร้อมสู่ยุคการเงินดิจิทัลในอนาคต

ส่วนทางด้านมุมมองธุรกิจและอนาคต เนื่องจากปัจจุบัน มีการแข่งขันในภูเก็ตค่อนข้างสูง คู่แข่งเยอะ ทางร้านฯ จึงใช้กลยุทธ์ ลดต้นทุนภายใน เพื่อรักษาเรทแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด ซึ่งมองว่าอนาคตเงินสดจะลดบทบาทลง ทั้งนี้ทาง บริษัทต้องเตรียมตัวรองรับ ดิจิทัลเพย์เมนต์ เพื่อวางตัวเป็น “บริษัทการเงิน” ไม่ใช่แค่ “ร้านแลกเงิน” นายพีระศิลป์ ได้กล่าวทิ้งท้าย

เวลาเปิด-ปิด ให้บริการ :  เวลา 09.30 – 21.30 น. (เปิดทุกวัน) โทรศัพท์ : 091-826-5858  Line : 091-826-5858 WhatsApp : +66 91 826 5858

โรบินสัน ไลฟ์สโตล์ ฉลอง ร่วมกับ N & T Organizer จัดงาน Motor & Ev Expo 2025

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สโตล์ สาขาฉลอง ภูเก็ต นายวชิรศักดิ์ แซ่อี๋ง กรรมการผู้อำนวยการ หจก.เอ็ม แอนด์ ที ออร์กาไนเซอร์ พร้อมด้วยตัวแทนค่ายรถยนต์ ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ร่วมในพิธีเปิดงาน  Motor & Ev Expo 2025 อย่างเป็นทางการ ซึ่งงานจะมีตั้งแต่วันที่ 20 – 26 กันยายน 2568

สำหรับค่ายรถที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัท อนุภาษ ภูเก็ต ผู้จำหน่ายรถยนด์ GWM ได้นำรถ GWM TANK และ ORA GOOD CAT ในราคาพิเศษ พร้อมของแถมจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมี บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ ภูเก็ต ผู้จำหน่ายรถยนด์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิไฟฟ้า 100%, มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู และ  X peng X9 ในราคาพิเศษ พร้อมของแถมจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ยังมีรถยนต์ วอลโว่ ที่นำรถวอลโว่รุ่น EX 40 Suv ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

และรถจักรยานยนต์ Big Bikes ทั้ง Ducati และ Royal Enfield หลายรุ่นให้ได้เลือกชมและเลือกหากันเป็นเจ้าของ

ทต.วิชิต จัดโครงการการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมอาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลวิชิต อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รวมไปถึงบุคลากรในชุมชน เข้าร่วมอบรมและพบปะพูดคุย

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก รวมถึงการจัดกระบวนการหรือกิจกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค พัฒนาศักยภาพผู้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพในชุมชน/หมู่บ้าน ภาคีเครือข่ายในชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

รวมไปถึงบุคลากรในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดแผนชุมชนและโครงการส่งเสริม ป้องกัน สุขภาพของคนในชุมชนรวมไปถึงการทำงานอย่างเป็นกระบวนการการทำงานที่มีส่วนร่วมในการจัดการด้านสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยได้รับเกียรติจาก นายศิริศักดิ์ หลิ่มมณี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวิชิต และนางสาวจุฑาลักษณ์ เทพบุตร นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ในหัวข้อ สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของประชาชนตำบลวิชิตในปัจจุบัน กระบวนการในการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน และฝึกทักษะการปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลวิชิต

โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มหน่วยบริการ สถานบริการและหน่วยงานสาธารณสุข  2.กลุ่มสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ การพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหรือคนพิการในชุมชน 3.องค์กร ประชาชน หรือหน่วยงานอื่น และ4.กลุ่มการบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ

มอบใบรับรองผู้ประกอบการต้นแบบธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชน สร้างเครือข่ายเข้มแข็งและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานมอบใบรับรอง Certificate of Completion (Business & Human Rights) ให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 11 แห่ง ที่ผ่านการประเมินการดำเนินธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชน โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับการมอบใบรับรองในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur Chamber of Commerce: YEC) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.)

เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับการประกอบธุรกิจ แนวทางวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง รวมถึงการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้เหมาะสมกับบริบทขององค์กร

โดยมีผู้ประกอบการได้รับใบรับรอง 11 สถานประกอบการ ได้แก่ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด, บริษัท ทวีภัณฑ์ ภูเก็ต จำกัด, บริษัท คุณแม่จู้ จำกัด, บริษัท อันดามัน แทร็คกิ้ง จำกัด, บริษัท ภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ จำกัด, บริษัท พัชทรี ทัวร์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ที่เอส เวิลด์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด,โรงเรียนพัชรบริบาลภูเก็ต, บริษัท สิภัทรตรา จำกัด, โรงแรม บ้านยินดี บูติค รีสอร์ท และบริษัท ภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ทแคร์ เซ็นเตอร์

ด้านนายนพัตธร เพชรโชติ รองประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันแนวทางการประกอบธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน โดยบรรจุเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก พร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืนในจังหวัดภูเก็ต พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการทุกท่านที่ได้รับการรับรอง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการเคารพสิทธิมนุษยชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

อบต.เชิงทะเลประกอบพิธีลงเสาเอกอาคารศูนย์ประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 (หาดสุรินทร์)

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างอาคารศูนย์ประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 หาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอถลาง เป็นประธานในพิธีลงเสาเอก อาคารศูนย์ประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 (หาดสุรินทร์)

โดยมีนายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาอบต.เชิงทะเล หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันและประชาชนในพื้นที่ร่วมในพิธี โดยในพิธีประกอบด้วยพิธีทางศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ