Utopia Development ทุ่ม 165 ล.บาท พุดโครงการ “Utopia Urban Glam” คอนโดมิเนียมหรูระดับลักชัวรี ในทำเลทองย่านไสยวน ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568 บริษัท ยูโทเปีย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดพิธีลงเสาเอกโครงการใหม่ “Utopia Urban Glam” อย่างเป็นทางการ ณ พื้นที่โครงการบริเวณย่านไสยวน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพงษ์ หยางเจริญสกุล ประธานบริษัท และ นายแยกาล ซิงห์ มันจันดา กรรมการบริหาร บริษัท ยูโทเปีย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมประกอบพิธีพราหมณ์ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

โครงการ “Utopia Urban Glam” เป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับลักชัวรีภายใต้แนวคิดการออกแบบสไตล์โมเดิร์น ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างความหรูหราและฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ลงตัว ตั้งอยู่บนอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 110 ยูนิต โดยทุกยูนิตประกอบด้วย 2 ห้องนอน และพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 60 ตารางเมตร

โครงการได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ ห้องออกกำลังกายครบวงจร, สระว่ายน้ำจำนวน 7 แห่ง, พูลบาร์, ห้องอาหารภายในโครงการจำนวน 3 ห้อง,  โรงภาพยนตร์ส่วนตัว, Sky Lounge บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งสามารถชมวิวทะเลอันดามันได้อย่างเต็มตา เป็นต้น

กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนและรัสเซีย ซึ่งมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตและมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นกับบริษัทมาโดยตลอด

“Utopia Urban Glam” เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 6.7 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 30% จากราคาปัจจุบัน สะท้อนถึงความคุ้มค่าในการลงทุนและศักยภาพของทำเลในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

ถึงเวลา “ทุนวัฒนธรรม” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ? กรณีศึกษา “เคบาย่า YAYEE” จากภูเก็ต…สวยจนต้องจับตา

กลางขบวนพาเหรดแสงสีที่สาดส่องภูเก็ต ให้กลายเป็นเวทีระดับโลกในงาน Phuket Peranakan Festival 2025

มีบางสิ่งหนึ่ง…ที่โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความงดงามของวัฒนธรรม คือ “ชุดเคบาย่า” จากแบรนด์เล็ก ๆ ที่ชื่อว่า YAYEE (ยาหยี)

แบรนด์นี้…ไม่ได้แค่ “ขายผ้า” แต่กำลัง “ขายความภูมิใจ” ขายรากเหง้าที่ปักลึกในผืนผ้า และขายคุณค่าที่มาจากชุมชน จากร้านเล็กในเมืองเก่า…สู่โมเดล “เศรษฐกิจวัฒนธรรม”

ภายในร้าน YAYEE Craft House ใจกลางย่านเมืองเก่าภูเก็ต ไม่ใช่แค่ร้านขายเสื้อผ้า แต่มันคือพื้นที่โชว์เคสของ “ห่วงโซ่คุณค่า” (Value Chain) ที่จับต้องได้จริง

            •          เริ่มจากผ้าปาเต๊ะที่ทอโดยกลุ่มช่างฝีมือในชุมชน

            •          ผ่านการออกแบบอย่างร่วมสมัย โดยยังรักษาจิตวิญญาณความเป็นเพอรานากัน

            •          ไปจนถึงการเล่าเรื่องผ่านแบรนด์ การวางภาพลักษณ์บนโซเชียล และประสบการณ์ในร้านที่ “พูดได้เอง” ว่านี่ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่นี่คือวัฒนธรรม

และนั่นเอง…ที่ทำให้ “เคบาย่า” กลายเป็นสินค้าวัฒนธรรม เป็นเสื้อผ้าท้องถิ่น…ที่คนรุ่นใหม่ใส่ได้ คนต่างชาติก็หลงรัก

Soft Power ที่เดินด้วยขา…ของคนท้องถิ่น “Soft Power” จะไม่เกิด ถ้าคนข้างล่างเดินไม่ไหว YAYEE คือตัวอย่างของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ เข้าใจรากของตัวเอง และกล้าหยิบขึ้นมาเล่าใหม่ ด้วยภาษาของวันนี้

แต่มันไม่ง่าย…ถ้าไม่มีการสนับสนุนที่ “ถูกทาง” ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ “เอื้อให้เติบโต” ทั้งการอบรมทักษะ การผลักดันการตลาด การสร้างพื้นที่ให้โชว์ของจริง ไม่ใช่แค่บนเวที

คำถามที่ยังค้างอยู่…ถ้าภาครัฐอยากเห็น “ทุนวัฒนธรรม” กลายเป็น “ทุนเศรษฐกิจ” สิ่งที่ต้องทำ…อาจไม่ใช่แค่ทุ่มงบแต่คือ การเชื่อมั่นในของดีที่มีอยู่แล้ว และร่วมลงมือสร้าง “ห่วงโซ่แห่งความภาคภูมิใจ” ให้คนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาเล่าของตัวเองได้อย่างมั่นใจ

แบรนด์เล็กอย่าง YAYEE พิสูจน์แล้วว่า วัฒนธรรมไม่ใช่ของเก่า แต่มันเป็นของ “มีค่า” ถ้าเรารู้จักมอง เห็นคุณค่า และส่งต่อมันให้ถูกทาง

คุณล่ะ…คิดว่ารัฐควรทำอะไรต่อ เพื่อให้แบรนด์ท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยรากเหง้าเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ “อยู่รอด”…แต่ “เติบโต” ได้จริง?

ติดตามแบรนด์ YAYEE ได้ที่เพจ @yayee  และเป็นหนึ่งในพลังที่ผลัก Soft Power ให้ไปไกลกว่าคำพูด

นายกเล็กนครภูเก็ต “ศุภโชค ละอองเพ” แถลงนโยบาย 9D ขับเคลื่อนเมืองสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต นายธชานนท์ อังคณาพิลาส ประธานสภาเทศบาลนครภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลนครภูเก็ต สมัยสามัญ ประจำปี 2568 โดยมีนายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตและคณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต, นายวุฒิชัย บำรุงรัตน์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการผู้บริหารสถานศึกษา สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อีกสมัย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเมืองภูเก็ตสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ว่า “คิดต่าง ทำเป็น เห็นผลงาน” และยึดหลักปณิธาน “ถ้าคุณรักภูเก็ต เรามาพัฒนาไปด้วยกัน”

โดยได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งเป็นนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ผ่าน แนวนโยบาย 9D (ดี) ซึ่งประกอบด้วย

            1.         การบริหารจัดการเมืองดี – เน้นธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน

            2.         สิ่งแวดล้อมเมืองดี – จัดการขยะ น้ำเสีย พื้นที่สีเขียว และพลังงานสะอาด

            3.         การศึกษาเมืองดี – พัฒนาการศึกษา ทักษะชีวิต และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

            4.         วัฒนธรรมเมืองดี – สืบสานวัฒนธรรม ส่งเสริมกิจกรรมท้องถิ่น

            5.         โครงสร้างพื้นฐานเมืองดี – พัฒนาโครงข่ายถนน ระบบระบายน้ำ ประปา และที่จอดรถ

            6.         สุขภาพเมืองดี – สนับสนุนบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาวะประชาชน

            7.         สร้างสรรค์เมืองดี – ส่งเสริมนวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับภูเก็ตสู่เมืองสร้างสรรค์

            8.         ความปลอดภัยเมืองดี – เพิ่มระบบกล้อง CCTV การแจ้งเตือนภัย และระบบความปลอดภัยในพื้นที่

            9.         เศรษฐกิจเมืองดี – ส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตกล่าวเพิ่มเติมว่า แนวนโยบายทั้งหมดนี้จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากปราศจากความร่วมมือจากสมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล และพี่น้องประชาชนทุกคน จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันผลักดันให้ เทศบาลนครภูเก็ต เป็นเมืองที่น่าอยู่ เมืองที่ประชาชนภาคภูมิใจ และเมืองแห่งอนาคตของทุกคน

นายกเล็กฉลอง “สำราญ จินดาพล” แถลงนโยบาย 8 ด้าน มุ่งพัฒนาเมือง ยึดหลักธรรมาภิบาล สู่ท้องถิ่น 4.0

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลฉลอง ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลตำบลฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต นายสยุมภู จิตอำนวย ปรธานสภาเทศบาลตำบลฉลอง เป็นประธานการประชุมสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 โดยมีสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง พร้อมคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลอง หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนประชาชนตำบลฉลองเข้าร่วม

โดยก่อนการประชุม ทางคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งสมาชิกสภา ได้ร่วมกันประกอบพิธี กราบไหว์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานเทศบาลตำบลฉลอง นอกจากนี้ยังมีประชาชนชาวตำบลฉลองมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น โดยมีการมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายกเทศมนตรีและทีมบริหารอย่างคึกคัก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความหวังที่ประชาชนมีต่อการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต

สำหรับการแถลงนโยบายของ นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลฉลอง ภายหลังได้รับการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแถลงภายใน 30 วัน

นายสำราญ จินดาพล กล่าวถึงแนวทางการบริหารงานว่า จะมุ่งบริหารราชการด้วยหลักธรรมาภิบาล เดินหน้าพัฒนาท้องถิ่นอย่างมั่นคง บนพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอบสนองต่อยุคดิจิทัลภายใต้แนวคิด “ท้องถิ่น 4.0” โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ประสิทธิภาพ การทำงานเชิงรุก และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฉลองเมืองน่าอยู่ คู่คุณธรรม”

นโยบายสำคัญครอบคลุม 8 ด้านหลัก ได้แก่

            1.เมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงผังเมือง ระบบถนน ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำท่วม และการจัดการน้ำเสีย เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

            2.คุณภาพชีวิต ยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบกล้องวงจรปิด พัฒนาศูนย์ผู้สูงอายุ ส่งเสริมการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพิ่มการให้ความรู้ด้านภัยพิบัติ และดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคม

            3.การศึกษา พัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ได้มาตรฐาน ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษาและอาชีพ ปรับระบบการศึกษาสอดคล้องกับพระราโชบายด้านการศึกษา

            4.เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนอย่างพอเพียง จัดตั้งสถานธนานุบาล พัฒนา OTOP และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภูมิทัศน์เมือง

            5.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ลดมลพิษ สนับสนุนการแยกขยะ การรีไซเคิล และการรับมือกับโลกร้อน ฝุ่น PM 2.5 และการประหยัดพลังงาน

            6.การเมืองและการบริหาร สร้างระบบบริหารแบบมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบ เสนอความคิดเห็น และพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย โปร่งใส

            7.เทคโนโลยีและสารสนเทศขยายระบบ Wi-Fi ครอบคลุมทุกพื้นที่ พัฒนาเว็บไซต์เทศบาล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในภาครัฐและประชาชน

            8.สาธารณสุข เน้นส่งเสริมสุขภาพ ตรวจสอบอาหารปลอดภัย ป้องกันโรค และใช้เทคโนโลยีทันสมัยมายกระดับบริการด้านสุขภาพให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม

นายสำราญยืนยันว่า จะยึดมั่นในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมผลักดันเทศบาลตำบลฉลองให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางเขาขาด อ่าวยนต์

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลวิชิต ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า เกิดเสาไฟฟ้าล้มขวางทางการจราจร เส้นท่างเขาขาด – อ่าวยนต์ จากนั้นก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมทั้งเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย นายวรวุฒิ การะเกด รองปรธานสภาเทศบาลตำบลวิชิต

จากการตรวจสอบพบว่า มีเสาไฟฟ้าล้ม บริเวณหน้าโรงแรมแมงโกรฟ ถนนเขาขาด-อ่าวยนต์ ขวางทางจราจรไม่สามารถผ่านได้ และให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว จึงได้แจ้งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเข้าทำการแก้ไขต่อไป  และขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้ด้วย

เทศบาลตำบลวิชิต เข้าตัดต้นไม้ล้มใส่สายไฟฟ้าหลังสนามสุรกุล

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายธนเดช แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต นายพิพัฒน์ ยั่งยืน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นำเจ้าหน้าที่กองช่าง และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวิชิต ลงพื้นที่พร้อมรถกระเช้า เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์

เพื่อดำเนินการตัดต้นไม้ที่ล้ม หลังได้รับแจ้ง มีต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้า ในพื้นที่หลังสนามสุระกุล หมู่ 5 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตัดต้นไม้และเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวิชิต รับแจ้งเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ตำบลวิชิต ตลอด 24 ชม.

ศูนย์บรรเทา (สวนศรีภูวนาถ) โทร.076-525-199 ศูนย์พันวา (อ่าวมะขาม) โทร.076-684-443 ศูนย์สุระกุล (หลังสนามกีฬาสุระกุล) โทร.076-540-889

พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท จัดนิทรรศการศิลปะระดับโลก “Sea Voices” โดย โคลอี เคลลี่ มิลเลอร์

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณ Junction Hub โรงแรม พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท นางพวงผกา เชาวน์ไวย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการศิลปะ “Sea Voices” อย่างเป็นทางการ โดยเป็นความร่วมมือกับ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 เพื่อสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยและสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางเพศ

ทั้งนี้ นาย Vincent Delsol ผู้จัดการทั่วไป พูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท ได้กล่าวต้อนรับแขกที่ร่วมงานและวัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการนี้ ว่า “Sea Voices” คือ นิทรรศการศิลปะโดย โคลอี เคลลี่ มิลเลอร์ (Chloé Kelly Miller) ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เคยมีผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้จำนวนประมาณ 20 ชิ้น ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง ความรัก ความเท่าเทียม การอนุรักษ์ท้องทะเล และความยั่งยืน ผ่านเทคนิคและมุมมองศิลปะร่วมสมัยที่ทรงพลังและลึกซึ้ง

และการจัดแสดงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง Pride Month โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความสำคัญทั้งทางธรรมชาติและเศรษฐกิจ

นิทรรศการ “Sea Voices” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทของศิลปะในการเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ และส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม โดยนิทรรศการจะเปิดให้ประชาชนทั่วไป นักท่องเที่ยว และผู้สนใจเข้าชม ฟรี ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2568 ถึง 30 เมษายน 2569 ในพื้นที่ Junction Hub ของโรงแรมพูลแมน ภูเก็ต พันวา บีช รีสอร์ท

สุดยิ่งใหญ่ ตระการตา สมศักดิ์ศรีงานเทศกาลระดับโลก เปิดฉาก Phuket Peranakan Festival 2025 ปีที่ 3

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต สมาคมเพอรานากันประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดฉาก “Phuket Peranakan Festival 2025” อย่างอลังการในปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Island of Artistic” ตอกย้ำความพร้อมของภูเก็ตในฐานะเมืองแห่งเทศกาลศิลปะระดับโลก

โดยจัดขบวน “Phuket Peranakan World Parade & Carnival” ขบวนพาเหรดศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน จาก 20 กว่าขบวน พร้อมการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินชื่อดัง “นัท มีเรีย” และพลุดอกไม้ไฟสุดตระการตา ณ ปลายแหลมสะพานหิน ตลอดสองข้างที่ขบวนแห่ผ่านได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นร่วมชมขบวนจำนวนมาก

สำหรับเส้นทางขบวนพาเหรดเริ่มจากวงเวียนหอนาฬิกา ผ่านอนุสรณ์เครื่องขุดแร่ดีบุก สู่ปลายแหลมสะพานหิน โดยมีไฮไลต์กว่า 20 ขบวน อาทิ ขบวน Island of Artistic Troop นำโดยรถไฟฟ้าลายเพอรานากัน, ขบวน The Mask of Artistic Island ปาร์ตี้หน้ากาก, ขบวนบ่าวสาวเคบาย่า จากสมาคมเพอรานากันและเครือข่ายประเทศเพื่อนบ้าน,

ขบวน ค้างคาวฟู่ฟู่ ของนักเรียน อบจ. ภูเก็ต สื่อถึงความโชคดีและการต้อนรับ Thailand Biennale Phuket, ขบวนศิลปะผสมผสาน อาทิ Flannel, Peony, Fan Performing Art, ขบวน Beach Boy & Girl Artisan และ Pineapple Dancing สะท้อนวิถีชีวิตร่วมสมัยของคนภูเก็ต, ขบวนจากพันธมิตรเอกชนและสถานที่ท่องเที่ยว เช่น Aquaria, Simon Cabaret, Aqua Circus, Andamanda และ Siam Niramit

อนึ่งการจัดงานครั้งนี้ เพื่อยกระดับเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น บาบ๋า ย่าหยา หรือเพอรานากันสู่ระดับนานาชาติ และเฉลิมฉลองที่ได้กวาดรางวัลระดับประเทศ และระดับเอเชีย อย่าง รางวัล City Festival Awards และรางวัล Asia Pinnacle Awards ในฐานะงานเทศกาลมรดกใหม่ที่มีความโดดเด่น และรางวัล Grand Pinnacle Awards ในสาขา Best Parade เเละต้อนรับงาน Thailand Biennale Phuket ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ พร้อมประกาศตัวเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งเทศกาลเพอรานากันอย่างเป็นทางการ คาดรายได้สะพัดกว่า 400 ล้านบาท

และอีกหนึ่งไฮไลต์ห้ามพลาด! วันที่ 22 มิถุนายน 2568 ปิดท้ายงานอย่างยิ่งใหญ่กับกิจกรรม Guinness World Records การทำเมนูอาหารพื้นเมือง “หมี่ฮกเกี้ยนภูเก็ต” ที่ชุมชน ร้านอาหาร และสมาคมเชฟกว่า 200 แห่ง รวมพลังกันปรุงหมี่กว่า 800 จาน ร่วมประกาศศักดาความเป็น “เมืองอาหารสร้างสรรค์” บนเวทีโลก

กรมทะเลชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามการปลูกปะการังบริเวณอ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยส่วนฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ได้ลงพื้นที่ติดตามการปลูกปะการังด้วยวิธีการปลูกเสริมบนวัสดุฐานลงเกาะ หลังการปลูก 6 เดือน (เริ่มปลูกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567) โดยแบ่งการปลูกเสริมเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มในแนวเขตน้ำตื้น (ความลึกเฉลี่ย 7 เมตร) และแนวเขตน้ำลึก (ความลึกเฉลี่ย 14 เมตร) ในบริเวณอ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต

มีผลการติดตามดังนี้ ปะการังที่ปลูกในเขตน้ำตื้นมีอัตราการรอดตายร้อยละ 76 และปะการังที่ปลูกในเขตลึกมีอัตราการรอดตายร้อยละ 82 อีกทั้งพบว่าปะการังที่รอดตายบางส่วนมีการฟอกขาวเฉลี่ยร้อยละ 48 ทั้งนี้ ส่วนฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลจะดำเนินการวิเคราะห์ สรุปผล และจัดทำรายงานผลการดำเนินการของโครงการ พร้อมทั้งติดตามผลในระยะยาวต่อไป

กองการศึกษา ทต.วิชิต จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวิชิต

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่ห้องประชุมอาคารตะเภาใหญ่ สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิตกองการศึกษา เทศบาลตำบลวิชิต จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการด้วยกิจกรรมขาไถ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ทั้ง 2 ศูนย์

โดยเป็นการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ สถานการณ์พัฒนาการเด็กไทยที่มีพัฒนาการล่าช้า และสาเหตุของเด็กสมาธิสั้น /เทคนิคการประคอง จักรยานในเด็กที่พึ่งเริ่มฝึกเล่น /การใช้อุปกรณ์ขาไถ การปรับรถให้เข้ากับสรีระของเด็กปฐมวัย

เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี /วิธีการเสริมพัฒนาการทางร่างกายในการสร้างกล้ามเนื้อแขนขาแข็งแรง ฯลฯ โดยได้รับเกียรติ จาก แพทย์หญิงวริยา ธรนารา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมทีมงาน เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้

สำหรับกิจกรรมภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ทั้ง 2 ศูนย์ มีการจัดให้เด็กฝึกเล่นจักรยานขาไถ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ในแต่ละห้องเรียนและบันทึกเด็กที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อ ซึ่งจะสามารถทราบได้ว่า เด็กมีพัฒนาการอย่างไรในแต่ละสัปดาห์อีกด้วย