โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า เปิดเวทีแข่งวาดภาพ “Botanica Art Competition” จุดพลังสร้างสรรค์ให้เยาวชน เดินหน้าขับเคลื่อน “ภูเก็ต” เมืองศิลปะระดับโลก

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า (Botanica Luxury Villas) ผู้นำอันดับหนึ่งด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีแห่งเกาะภูเก็ตด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ภายใต้การนำของ นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร จัดงาน Botanica Art Competition เวทีประกวดวาดภาพสด (Live Painting) ภายใต้หัวข้อ Chromatic Nature – The Exploration of Nature Through Color โจทย์ที่ชวนให้เหล่านักเรียนมาตีความและสำรวจโลกธรรมชาติผ่านสีสันในแบบฉบับที่เป็นตัวเอง

ผู้เข้าแข่งขันจะใช้สีเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และสุนทรียภาพ พร้อมปลดปล่อยจินตนาการและนำเสนอมุมมองเฉพาะตัวของผู้สร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต มาประลองฝีมือและแสดงพลังสร้างสรรค์ภายใต้การตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงศิลปะเมืองไทย โครงการประกวดครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำพันธกิจของโบทานิก้าฯ ในการเป็นพลังขับเคลื่อนศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและชุมชนบนเกาะภูเก็ตอย่างยั่งยืน

โดยคณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน ประกอบด้วยศิลปินและผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงศิลปะรวม 5 ท่าน ได้แก่ อาจารย์เอกชัย ลวดสูงเนิน, อาจารย์นิรันดร์ จันทร์หอม, อาจารย์กฤช สุรเจริญใจ, ผศ.ดร.ภาณุวัฒน์ เสงี่ยม และอาจารย์เมฆพัด ศรีนันทพันธ์ เกณฑ์การตัดสินครอบคลุมสามมิติหลัก ได้แก่ 1. คุณภาพด้านสุนทรียภาพ ความหมายของภาพ และผลกระทบต่อจิตใจ 2. ความโดดเด่นของแนวคิด และ 3. ความลงตัวขององค์ประกอบภาพ นอกจากนี้ ระหว่างการแข่งขันวาดภาพสด เวทีครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากอาจารย์เอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินชื่อดังที่มักดึงแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์ผลงาน มาร่วมวาดภาพไปพร้อมกับนักเรียนผู้เข้าแข่งขันอีกด้วย

ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ได้ประกาศผู้ชนะทั้งสามรางวัล พร้อมมอบเกียรติบัตร โล่รางวัล และทุนการศึกษา ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาว Yuanyuan Fan จากโรงเรียน British International School, รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสาว Anaaya Kothari จากโรงเรียน UWC Thailand และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นางสาว หนึ่งธิดา กำจัดไพรีพล จากโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา

นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด กล่าวว่า “โบทานิก้าฯ เชื่อมาโดยตลอดว่าศิลปะไม่ได้เป็นแค่องค์ประกอบการตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย ยิ่งไปกว่านั้นคือ เราเชื่อว่าศิลปะคือพลังที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งใหม่ พร้อมยกระดับชุมชน และขับเคลื่อนเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการจัด Botanica Art Competition ครั้งนี้ เราตั้งใจเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ และกล้านำเสนอมุมมองที่เป็นตัวเอง โดยมี Botanica Art Collection เป็นแรงบันดาลใจ เราอยากให้ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของโบทานิก้าฯ ไม่ว่าจะเป็นลูกบ้าน นักลงทุน นักท่องเที่ยว และที่สำคัญคือ ‘คนภูเก็ต’ เอง ได้รู้สึกว่าศิลปะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ สร้างแรงกระเพื่อมได้ และเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง”

เวที Botanica Art Competition ครั้งนี้เป็นการต่อยอดวิสัยทัศน์ของโบทานิก้าฯ ในการนำ “ศิลปะ” มาขับเคลื่อน “ภูเก็ต” สู่จุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ระดับโลก ก่อนหน้านี้ในปี 2568 โบทานิก้าฯ ได้เริ่มจัดแสดง Botanica Art Collection คอลเลกชันผลงานศิลปะระดับโลกที่แสดงอยู่ที่ Sales Gallery เพื่อให้พื้นที่ให้บริการลูกค้ากลายเป็น “แกลเลอรีที่มีชีวิต” สะท้อนปรัชญาที่ว่าความงามและศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัยระดับลักชัวรีอย่างแยกไม่ออก

ต่อมา โบทานิก้าฯ ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติด้วยการเข้าร่วม Thailand Biennale Phuket 2025 มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่ดึงดูดศิลปินและคนรักศิลปะจากทั่วโลกมายังเกาะภูเก็ต นอกจากการสร้างแพลตฟอร์มในการสนับสนุนคอมมูนิตี้ศิลปิน นักสะสม และผู้มาเยือนแล้ว โบทานิก้าฯ ยังสร้างอีโคซิสเต็มแห่งการอยู่อาศัยเหนือระดับ โดยภายในบ้านตัวอย่างแต่ละโครงการของโบทานิก้าฯ มีการนำงานผลงานศิลปะเข้ามาใช้ในการตกแต่ง เพื่อสุนทรียภาพของการอยู่อาศัยที่ผสานศิลปะ ดีไซน์ และการใช้ชีวิตเหนือระดับไว้อย่างลงตัว อาทิ

โครงการ Botanica Grand Avenue, Botanica Foresta II และ Botanica Forestique พร้อมกันนี้โบทานิก้าฯ ยังเดินหน้าจัดงานอีเว้นท์ด้านศิลปะแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกบ้าน พันธมิตร และเอเจนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำว่าศิลปะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบ่งบอกตัวตนและคาแรกเตอร์ของเจ้าของบ้าน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดงาน Botanica Night Gallery: A Symphony of Art ชวนลูกบ้าน เอเจนต์ และคนในแวดวงศิลปะ มาร่วมชม

คอลเลกชันอาร์ตสุดพิเศษที่จัดแสดงอยู่ที่วิลล่าตัวอย่างของโครงการ Botanica Grand Avenue พร้อมชวนนักศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มาจัดเวิร์กชอป “Live Portrait Sketch” โชว์ฝีมือวาดภาพพอร์เทรตลายเส้นขาวดำ ให้แขกผู้ร่วมงาน กลายเป็นของที่ระลึกหนึ่งเดียวในโลกที่สร้างความประทับใจให้แก่แขกทุกคน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เผยแผนในอนาคตเพื่อพัฒนา Botanica Art Museum โดยพื้นที่แห่งนี้จะเป็นแพลตฟอร์มในการจัดแสดงงานศิลปะ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในชุมชนอย่างยั่งยืน และในอนาคต โบทานิก้าฯ จะยังเดินหน้ามอบโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ได้ปลดล็อกศักยภาพและลงมือสร้างสรรค์บนเวทีจริง พร้อมสร้างอาณาจักรลักชัวรีไลฟ์สไตล์ที่มีศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชนเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมือง

อย่างไรก็ตามก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าแข่งขันได้รับเชิญเข้าชม Botanica Art Collection นิทรรศการงานศิลปะที่รวบรวมผลงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินไทยและต่างชาติ ซึ่งจัดแสดงอยู่ภายใน Sales Gallery ของโบทานิก้าฯ โดยพื้นที่แห่งนี้ช่วยมอบแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากงานศิลปะชั้นเยี่ยมก่อนจะนำแนวคิดและเทคนิคด้านศิลปะที่ได้เรียนรู้จากการชมผลงานมาต่อยอดและสร้างสรรค์งานในแบบฉบับของตนเอง

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและโครงการอสังหาฯ ของโบทานิก้าฯ ได้ที่ botanicaluxuryvilla.com, Facebook: BOTANICA Luxury Villa หรือโทรสอบถามที่ +66 81 324 2999 และ +66 90 399 4497

สกสว. ร่วม C asean ลงนามความร่วมมือนำงานวิจัยและศักยภาพทุนวัฒนธรรมยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) หรือ Thailand RISE Fund ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กำลังมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยมุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็น “กลไกหลัก” ในการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมของไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 สกสว. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท ซี.เอ.ไอ. (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด (C asean) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ สำนักงาน C asean อาคารไทยเบฟ ควอเตอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อขยายบทบาทของกองทุน ววน. จากการสนับสนุนงานวิจัย ไปสู่การ “แปลงองค์ความรู้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพระดับสากล

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร เครือข่ายระหว่างภาครัฐและเอกชน และเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน ร่วมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มต้นจากเศรษฐกิจฐานราก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินงานโครงการเพอราณากันในประเทศไทยเป็นโครงการแรก

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า “การลงนามครั้งนี้เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงนโยบาย แต่คือการวางรากฐานให้ ววน. เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานราก” พร้อมชี้ให้เห็นว่า “การผสานความเชี่ยวชาญกับ C asean จะช่วย “ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่มูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ภายใต้แนวคิด “ววน. เพื่อคนไทยทุกคน”

ในขณะเดียวกัน นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เอ.ไอ. (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นและนิมิตหมายอันดีที่ทั้งสององค์กรจะทำงานเชิงรุกร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคม” พร้อมย้ำว่า “เป้าหมายสำคัญคือการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยความร่วมมือครั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมขับเคลื่อนการทำงานหลัก คือ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด อีกด้วย

ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือ คือ การพัฒนาโครงการบนฐานทุนวัฒนธรรมเพอราณากันในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 25 อำเภอ 12 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมจากการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเล ตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 15 โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาค้าขายและย้ายมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่คาบสมุทรมลายูและในพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลนี้ได้แต่งงานกับหญิงท้องถิ่น จึงมีทายาทเชื้อสายลูกผสมเกิดขึ้นมา

ซึ่งคนพื้นที่เรียกทายาทกลุ่มนี้ว่า “เพอราณากัน” แปลว่า ‘เกิดที่นี่’ การหล่อหลอมวัฒนธรรมเพอราณากันของลูกผสมจีน-มลายู-พื้นถิ่น ในประเทศไทยดังกล่าว ปรากฏให้เห็นในพื้นที่ 12 จังหวัด 25 อำเภอ ของภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง ระนอง ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ร่วมกับมรดกวัฒนธรรมเพอราณากันด้านอื่นๆ อาทิ มรดกอาคารสถาปัตยกรรมบ้านร้านค้าสไตล์จีนโคโลเนี่ยลอายุหลายร้อยปี มรดกวัฒนธรรมอัตลักษณ์เครื่องแต่งกายชุดเคบายา สวยสุดละเมียดพร้อมความหมายของเครื่องประดับเพชรและทองที่น้อยคนจะได้เห็น

รวมถึงมรดกวัฒนธรรมการปรุงอาหารตำรับจีนฮกเกี้ยนสุดพิถีพิถัน “รสมืออาม่า” ที่ผสานเข้ากับวัตถุดิบของท้องถิ่นที่แสนเลอเลิศของพื้นที่คาบสมุทรมลายู ที่ใคร ๆ ก็ติดใจ ซึ่งโครงการวิจัยนี้ตั้งใจนำทุนวัฒนธรรมไทย-จีน-มลายูมาต่อยอดด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการดำเนินงานตามแนวคิด ESG ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง “คุณค่าร่วม” (Creating Shared Value) ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสืบสาน ส่งเสริม และส่งต่อวัฒนธรรมเพอราณากันให้อยู่คู่กับประเทศไทยสืบไป

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นกลไกสำคัญของการ “ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ” ผ่านการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าทุนวัฒนธรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และศักยภาพของชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ครม.เห็นชอบโครงการ “ศูนย์สุขภาพอันดามัน ม.อ.” 6,431.74 ล้านบาทระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี

สำหรับโครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข และยกระดับบริการแพทย์ในกลุ่มจังหวัดอันดามัน โดยมี 5 กิจกรรมหลัก เช่น วิทยาลัยสุขภาพอันดามัน ศูนย์แพทย์แผนไทย ศูนย์เทคนิคการแพทย์ ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต

โดยมีเป้าหมายคือ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการแพทย์คุณภาพ ลดการส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน และพัฒนาอันดามันสู่เมืองสุขภาวะระดับสากล

สำหรับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต จะมีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล วงเงิน 4,845.14 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณ 2,907.09 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,938.06 ล้านบาท พร้อมจัดหาครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2570–2573 ยกระดับ ภูเก็ต-อันดามันสู่เมืองสุขภาพแห่งอนาคตโดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2573

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมชาวบ้าน จัดงานสวดกลางบ้าน ชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 ต.วิชิต

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่อาคารชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 หมู่บ้านอนุภาษมโนรม 3 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมงานสวดกลางบ้าน ชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 หมู่ที่ 5 ตำบลวิชิต

พร้อมด้วยนายชลำ อรรถธรรม รองนายก อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภาเทศบาลตำลวิชิต โดยมีนายเสษฐสิทธิ์ ศักติวราวัตร์ (โกนัย) ประธานชุมชน เป็นประธานจัดงาน ให้การต้อนรับ รวมถึงผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

สำหรับงานสวดกลางบ้าน เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยพุทธในตำบลวิชิต ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน และร่วมทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือน 5 หรือเดือน 6 ของทุกปี

ทต.วิชิตร่วม พัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต อบรม “การตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากผ้า”

ในระหว่างวันที่ 20 – 24 เมษายน 2569 ที่ศูนย์พักกายใจ ณ เขาล้อม เทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลวิชิต บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในหลักสูตร “การตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากผ้า”

โครงการฯนี้จัดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเน้นการสร้าง “ทักษะติดตัว” ที่สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้จริง โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ตลอดระยะเวลาของการจัดโครงการฯ ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการเลือกเนื้อผ้า การออกแบบแพทเทิร์น เทคนิคการใช้จักรเย็บผ้า ไปจนถึงการตัดเย็นเป็นเสื้อผ้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ประชาชน สามารถนำไปต่อยอด สร้างอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับครอบครัวและชุมชนตำบลวิชิตอย่างยั่งยืนต่อไป

“Villa Vote” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองท่องเที่ยวภูเก็ต ชูสโลแกน “Happy Moment Being Together”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ภูเก็ต ป่าตองบีช เซ็นทรัล นายอลิฟต์ บิลดาวูด ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท Al Dawood International นักธุรกิจชาวไทยในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมด้วยนายอดุลย์ บิลดาวูด ประธานกรรมการบริษัท Al Dawood International และคณะผู้บริหาร ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิชาการและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เพื่อแนะนำแพลตฟอร์มท่องเที่ยว “Villa Vote” ภายใต้สโลแกน “Happy Moment Being Together” พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาบริการและสร้างความร่วมมือในอนาคต

เวทีแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ รศ.ดร.พันธุ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นางสิริกร บุญญศิริ เจ้าของบริษัท Sweetland Travel and Tour ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมสะท้อนมุมมองต่อทิศทางการท่องเที่ยวและโอกาสพัฒนาเครือข่ายธุรกิจ

นายอลิฟต์ บิลดาวูด กล่าวว่า Villa Vote ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงแพลตฟอร์มจองที่พัก แต่ต้องการเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สร้าง “ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน” ตามแนวคิด Happy Moment Being Together ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ในการเชื่อมผู้คน ประสบการณ์ และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

“เราไม่ได้ขายที่พัก แต่ขายความสุข สโลแกน Happy Moment Being Together คือ แก่นของแพลตฟอร์ม เราอยากให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว วันเกิด ฮันนีมูน หรือประสบการณ์พิเศษต่าง ๆ” นายอลิฟต์กล่าว

พร้อมระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวต้องการเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทย สนับสนุนแนวคิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โรงแรม วิลล่า ทัวร์ และพันธมิตรบริการ เข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง และสร้างรายได้ร่วมกันผ่านระบบ Affiliate ที่ออกแบบให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้

จุดเด่นของ Villa Vote คือการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เน้น “Pre-decision Experience” หรือช่วยออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้าก่อนตัดสินใจจอง ผ่านการระบุความต้องการและจับคู่บริการที่ตอบโจทย์จริง แตกต่างจากแพลตฟอร์มทั่วไปที่เน้นเพียงการค้นหาและเปรียบเทียบราคา รวมถึงมีฟีเจอร์คอมมูนิตี้ที่เปิดให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ แนะนำกิจกรรม และเชื่อมโยงผู้คนในระบบเดียวกัน

นายอลิฟต์กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้มุ่งสร้างโมเดลท่องเที่ยวที่ไม่มีคำว่า “โลว์ซีซัน” แต่ผลักดันแนวคิด “Every Season” ให้ทุกพื้นที่ในไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี พร้อมเป็นอีกหนึ่งช่องทางสนับสนุนการเพิ่มรายได้หมุนเวียนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัด

อีกหนึ่งจุดขายสำคัญคือการวางตำแหน่งเป็น “แพลตฟอร์มขายความสุข” ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มขายห้องพัก โดยเชื่อมบริการเสริม เช่น พูลวิลล่า กิจกรรมท่องเที่ยว ออร์แกนิกฟาร์ม ดินเนอร์ส่วนตัว และประสบการณ์เฉพาะทาง เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและเวลเนส

นอกจากนี้ยังมีระบบคัดกรองผู้ให้บริการและมาตรฐานความปลอดภัยกว่า 100 เกณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานและป้องกันปัญหาหลอกลวงจากช่องทางออนไลน์ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดท่องเที่ยวดิจิทัล

ปัจจุบัน Villa Vote อยู่ในช่วง Soft Launch เพื่อทดลองระบบและปรับปรุงฟีเจอร์ ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปลายปีนี้ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 ราย ตั้งเป้าขยายเป็น 10,000 รายภายในปี 2569 และมีผู้ติดตามแพลตฟอร์มมากกว่า 100,000 ราย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มใหม่ในแวดวงการท่องเที่ยวแล้ว ยังสะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยี เชื่อมเครือข่ายผู้ประกอบการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโมเดลธุรกิจภายใต้สโลแกน “Happy Moment Being Together” ที่มุ่งสร้าง “ความสุขร่วมกัน” ควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย.

ท่าอากาศยานภูเก็ต ฝึกอบรมหลักสูตร “การกู้ภัยทางน้ำขั้นพื้นฐาน ณ ทภก.”

ในระหว่างวันที่ 20 – 24 เมษายน 2569 ที่ห้องฝึกอบรม ฝดภ.ทภก., สระว่ายน้ำเทศบาลตำบลป่าคลอก และพื้นที่ทางทะเล ณ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง) จังหวัดภูเก็ต ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานภูเก็ต จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การกู้ภัยทางน้ำขั้นพื้นฐาน ณ ทภก.” ประจำปีงบประมาณ 2569

โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก ทัพเรือภาคที่ 3 การฝึกอบรมครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น อาทิ การปฐมพยาบาลและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR/AED) ความรู้เรื่องสัตว์ทะเลมีพิษ เทคนิคการว่ายน้ำช่วยชีวิต การใช้และการบำรุงรักษาเรือยาง  ไปจนถึงการฝึกจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินเต็มรูปแบบ

การฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ที่ระบุให้สนามบินที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำต้องมีหน่วยกู้ภัยที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเฉพาะการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินให้มีความรวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

“วัลญา วิลล่า” โชว์พลังทุนท้องถิ่น จัดงานใหญ่แห่งปี “Wallaya Villas The Theatre” เปิด 6 โครงการลักชัวรี มูลค่า 8,500 ล. สร้างปรากฏการณ์ใหม่อสังหาฯ ภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ที่โลตัส อารีน่า เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บริษัท วัลญา วิลล่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ภายใต้การนำของนายลำพูน เตียงน้อย และนางสาวเยาวดา ไม่สะพร่าว กรรมการผู้จัดการฯ จัดงานเปิดตัวครั้งใหญ่แห่งปีภายใต้คอนเซปต์ “Wallaya Villas The Theatre” เนรมิตโลตัส อารีน่า เชิงทะเล ให้กลายเป็น “โรงละครแห่งความมั่งคั่ง”

เปิดตัว 6 โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี มูลค่ารวมกว่า 8,500 ล้านบาท ท่ามกลางนักลงทุน ลูกค้า และแขกผู้มีเกียรติกว่า 1,000 คน ตอกย้ำศักยภาพผู้พัฒนาอสังหาฯ ไทย 100% ที่เติบโตบนเวทีภูเก็ตตลอด 21 ปี

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ไม่เพียงเป็นการเปิดตัวโครงการ แต่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ต้องการยกระดับภูเก็ตสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ผ่านรูปแบบ Expo Presentation ที่แตกต่างจากงานเปิดตัวอสังหาฯ ที่เคยมีมา

บรรยากาศภายในงานจัดอย่างหรูหราอลังการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์เสมือนการเดินทางสู่อนาคตของแบรนด์ ผ่านนิทรรศการ The Journey of Wallaya ถ่ายทอดเส้นทางกว่า 21 ปี จากจุดเริ่มต้นสู่การพัฒนาโครงการแล้วกว่า 30 โครงการ, โซน Future Unveiled เปิดเผยทิศทางและรายละเอียดโครงการใหม่รอบเกาะภูเก็ต, Exclusive Investor Insights เจาะศักยภาพด้านทำเลและแนวโน้มการเติบโต ซึ่งนักลงทุนไม่ควรพลาด และ The Grand Rewards มอบสิทธิพิเศษและรางวัลมากมายสำหรับนักลงทุนภายในงาน

นายลำพูน เตียงน้อย และนางสาวเยาวดา ไม่สะพร่าว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัลญา วิลล่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า งานครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของกลุ่มทุนท้องถิ่นที่สามารถยืนหยัดในตลาดลักชัวรีได้อย่างแข็งแกร่ง และงาน Wallaya Villas The Theatre นับเป็นบทสรุปความสำเร็จและบทนำสู่อนาคต ซึ่งเราต้องการแสดงให้เห็นว่าทุนท้องถิ่นไทยมีศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตสู่ระดับโลก

พร้อมระบุว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีการแข่งขันสูง แต่ยังมีโอกาสสำหรับผู้พัฒนาท้องถิ่น หากสร้างความแตกต่าง ทั้งในด้านดีไซน์ คุณภาพ และการตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ที่มองหาสินทรัพย์ไม่เหมือนใคร รวมทั้งจะต้องเป็นสินค้าคุณภาพ

สำหรับ 6 โครงการใหม่ที่เปิดตัวรวมมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งพูลวิลล่าหรูและคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชัวรี ประกอบด้วยประกอบด้วย QNITY พูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี 17 ยูนิต ใจกลางป่าสัก-เชิงทะเล, The Harmony วิลล่าหรู 37 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Tropical Contemporary Pool Villa, Wallaya Hill วิลล่าระดับเอ็กซ์คลูซีฟ 8 ยูนิต ในย่านกมลา, Wallaya Residence Nai Harn โครงการคอนโดมิเนียมแนวคิด Slow Living จำนวน 285 ยูนิต

รวมถึง Citygate de Phuket: Sophisticated Sanctuary in Kamala ที่ชูแนวคิดการอยู่อาศัยเหนือกาลเวลาในทำเลศักยภาพ และ The Liberty: Multi Hi-Rising Assets by Wallaya โครงการอัลตร้าลักชัวรีรูปแบบ Multi Hi-Rise 324 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Soft Brutalism และ Dynamic Emotional

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ลักชัวรีและอัลตร้าลักชัวรีที่ยังได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นเริ่มแสดงบทบาทชัดเจนมากขึ้นในการแข่งขันกับทุนรายใหญ่จากภายนอก

งาน Wallaya Villas The Theatre จึงไม่ใช่เพียงการเปิดขายโครงการใหม่ แต่เป็นการประกาศบทบาทของทุนท้องถิ่นภูเก็ตว่า พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

#WallayaVillasTheTheatre #WallayaVilla #PhuketRealEstate #LuxuryLiving #InvestmentPhuket #PhuketDeveloper #21YearsOfTrust

เทศบาลตำบลราไวย์สร้างทักษะการป้องกันอันตรายจากการจมน้ำแก่เยาวชนราไวย์

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่บริเวณลานสวนสน หาดในหาน หมู่ที่ 1 ตำบลราไวย์ อำเภอเมอืง จัหงวัดภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยทางทะเล หลักสูตรเพื่อเยาวชน โดยมีนายกิตติศักดิ์ ตามชู เลขานุการสภาเทศบาลตำบลราไวย์ นายสุนทร มณีศรี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลราไวย์ และน้องเยาวชนในพื้นที่ตำบลราไวย์ เข้าร่วมร่วม

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สนับสนุนโดยชมรมไลฟ์การ์ดภูเก็ต ชมรมในหานเซอร์ฟไลฟ์เซฟวิ่ง ร่วมกับ บริษัท ภูเก็ตไลฟ์การ์ด เซอร์วิส จำกัด และโรตารีป่าตองบีชเป็นผู้สนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันอันตรายจากการจมน้ำ การช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ตลอดจนการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)