เทศบาลตำบลวิชิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบขอเท็จจริง

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่หมู่บ้านสะพานหิน หมู่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พันจ่าเอกยอดชาย ซ้วนลิ่ม รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วยนายกาณฑ์ หมื่นผ่อง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นางสาวภัทรวรรณ เพ็ญสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิต

พร้อมด้วยปลัดอาวุโสอำเภอเมืองภูเก็ต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบขอเท็จจริง กรณีบ้านในโครงการผังภูมิสังคมของโยธาและผังเมืองได้รับความเสียหาย โดยทางอำเภอเมืองภูเก็ตรับเรื่องและจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป

เทศบาลนครภูเก็ตติดตามความคืบหน้าการขุดลอกคลองบริเวณด้านหน้าภูเก็ตวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่บริเวณคลองระบายน้ำหน้าโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ถนนเทพกระษัตรี ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ลงพื้นที่ถนนเทพกระษัตรี (ฝั่งขาออก) โดยมี นายนิติ เพ็ชรประดับสกุล เลขานุการนายเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธชานนท์ อังคณาพิลาส ประธานสภาเทศบาลนครภูเก็ต นายประทิน สินเสาวภาคย์ นางสาวณัฎฐา อรุณรัตน์ สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักช่าง เทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

เพื่อติดตามความคืบหน้าการขุดลอกคลองบริเวณด้านหน้าโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในช่วงฝนตกหนัก และมีน้ำทะเลหนุนสูง รวมทั้งเพื่อความสะอาด สวยงามของพื้นที่ เนื่องจากจุดดังกล่าวอยู่บนถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เข้า – ออก ตัวเมืองภูเก็ต

ทั้งนี้นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า คลองเส้นดังกล่าวรองรับน้ำจากบริเวณวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต และจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก่อนจะไหลลงไปสมทบกับคลองบางใหญ่ช่วงไหลผ่านคลองดำรง โดยจุดที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการขุดลอกเริ่มตั้งแต่สะพานบริเวณสามแยกถนนนคร เรื่อยไปจนถึงสะพานบริเวณศูนย์บริการอีซูซุ ระยะทางกว่า 400 เมตร ขณะนี้มีความสะอาด สวยงามขึ้นมาก และหากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง น้ำก็จะสามารถระบาย และไหลได้ดี

ทต.วิชิต จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกในเด็กปฐมวัย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ห้องประชุมระแง ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลวิชิต กองการศึกษา จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกในเด็กปฐมวัย โดยครอบครัวมีส่วนร่วม (Triple-P) ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี นางณฐอร เทพณรงค์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองการศึกษา และคณะครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต เข้าร่วม

โดยโครงการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกในเด็กปฐมวัย โดยครอบครัวมีส่วนร่วม (Triple-P) ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวิชิต จัดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้สถานที่ใหม่ ๆ และสังคมได้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างครูผู้ดูแลเด็ก, ผู้ปกครองและสอดคล้องตามหลักสูตรสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ที่กำหนดให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดการเรียนรู้และกิจกรรมให้สอดคล้องกับการพัฒนาการของเด็กและมีความหลากหลาย โดยมีพญ.วริยา ธรนารา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คุณกุลลดา เปรมจิตร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ คุณ อัจฉรา ชูสวัสดิ์ กระบวนกรวิทยาการ และคุณกานนภัส แต้พานิช เป็นวิทยากร

เริ่มแล้ว…มหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Book ครั้งที่ 4

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 บริเวณมินิคอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books ครั้งที่ 4 ร่วมกับนางสาวพรรณา พรหมวิเชียร ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต, นางริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์  จำกัด, นางสาวแจคเกอลีน อึ๊ง ผู้จัดงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf และนายวราวุธ วรภมร ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต

ซึ่งงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books ครั้งที่ 4 จัดโดยบริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือและสื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว กับ Big Bad Wolf ผู้จัดงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงหนังสือคุณภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในภาคใต้

มุ่งเปิดโลกการอ่านให้กว้างขึ้น และสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายและทั่วถึงยิ่งขึ้น พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะภา เสริมคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และต่อยอดการคิดอย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันยังมุ่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกับสังคมมากขึ้น

โอกาสนี้ยังได้มอบหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำไปใช้ในการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้แก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมพร้อมร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

ไฮไลต์สำคัญ นอกจากหนังสือหลากหลายหมวดหมู่แล้ว ทั้งวรรณกรรมหนังสือความรู้หนังสือเด็กและสื่อการเรียนรู้โดย มีหนังสือภาษาไทยจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ และหนังสือภาษาอังกฤษนำเข้าจากต่างประเทศ จำนวนกว่า 500,000 เล่ม เพื่อตอบโจทย์ผู้อ่านทุกช่วงวัย โดยคัดสรรหนังสือนำเข้าคุณภาพจากทั่วโลกมาเป็นพิเศษพร้อมนำเสนอในราคาที่เข้าถึงได้ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 90%

เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนโดยเฉพาะนักเรียนเยาวชนและครอบครัวได้เข้าถึงหนังสือดีๆ และต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีโซนกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ บอร์ดเกม และพื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่น สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกและเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์  จำกัด และ Big Bad Wolf Books ที่ต้องการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และต่อยอดทักษะการเรียนรู้ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ที่การใช้ภาษาอังกฤษมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน

นางริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 2 จังหวัด นอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นับเป็นปีที่ 4 และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากชาวภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อพันธกิจของเราในการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

และขยายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงหนังสือคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน การอ่านจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะภาษาและการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

ภายในงานครั้งนี้ เราได้รวบรวมหนังสือมากกว่า 500,000 เล่ม ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่หนังสือสาหรับเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคัดสรรหนังสือนำเข้าคุณภาพจากทั่วโลกมาเป็นพิเศษ พร้อมนำเสนอในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 90% เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคน โดยเฉพาะนักเรียน เยาวชน และครอบครัว

ได้เข้าถึงหนังสือดีๆ และต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ เพราะเราไม่ได้มองว่านี่เป็นเพียงงานจำหน่ายหนังสือ แต่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ ที่ผู้คนสามารถใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่รัก ค้นพบความรู้ใหม่ และเปิดมุมมองผ่านโลกของหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ครอบครัว หรือผู้ใหญ่ที่รักการอ่าน

จึงขอเชิญชวนชาวภูเก็ต จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศของงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ ระหว่างวันที่ 23 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ฟลอเรสต้า มินิ คอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า

ภูเก็ตเดินหน้ายกระดับศักยภาพเยาวชนจัดโครงการ “THE PERFORMANCE ART PHUKET 2026”

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมราไวย์ วิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.ภูเก็ต สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังเครือข่ายภาคเอกชน ได้แก่ Yamaha Music School Phuket, สมาคมศิลป์ภูเก็จ, PIDA Dance Academy และแบรนด์ “YAYEE” จัดโครงการอบรมทักษะดนตรีและการแสดงระดับมืออาชีพ “รวมพลังเยาวชน” ปลุกจิตวิญญาณคืนพลังการเคลื่อนไหว “THE PERFORMANCE ART PHUKET 2026” โดยมีเยาวชนจากสถานศึกษาต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 200 คน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 เมษายนนี้

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวิทยา เกตุชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต, นางสาวอรทัย สุวรรณมณี รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือฯ, นายศาสวัส หลิมพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ Yamaha Music School Phuket, นายพงศ์พิวิชญ์ ทั่วไตรภพ เจ้าของแบรนด์ “YAYEE” และนายดำริห์ บรรณวิทยกิจ ศิลปินศิลปาธรและนักโอโบ ร่วมเป็นเกียรติ

การอบรมครั้งนี้เน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุม 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านดนตรี ประกอบด้วย วงโยธวาทิต สตริงและไวโอลิน และด้านการแสดง ประกอบด้วย การแอ็คติ้งเพื่อการร้องเพลง บัลเลต์ และคัฟเวอร์แดนซ์ โดยมีศิลปินและผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แบบใกล้ชิด ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากกระทรวงวัฒนธรรมและ Yamaha Music School

นายศาสวัส หลิมพานิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการพัฒนาเยาวชนอย่างรอบด้าน โดยผู้ที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแสดงในงานส่งมอบธงไทยแลนด์เบียนนาเล่ เวทีศิลปะร่วมสมัยนานาชาติระดับโลก ซึ่งจะมีทั้งการแสดงวงออเคสตร้าเยาวชนภูเก็ต และละครเวทีสุดยิ่งใหญ่เรื่อง “มังกรทะเลใต้ จากจีนแผ่นดินใหญ่” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2569

ด้านนายวิทยา เกตุชู กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตกับ Yamaha Music School Phuket เป็นความร่วมมือที่ต่อเนื่องและหลากหลาย ทั้งด้านดนตรี กีฬา และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะสู่การประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ระหว่างเรียน ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและเอกชน

โครงการ “THE PERFORMANCE ART PHUKET 2026” ไม่เพียงมุ่งพัฒนาทักษะทางศิลปะ แต่ยังเสริมสร้างทักษะชีวิต ทั้งการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพในอนาคต พร้อมขับเคลื่อน Soft Power ของไทยผ่านศิลปะและดนตรี และผลักดันภูเก็ตสู่การเป็น “เมืองแห่งดนตรีระดับสากล” อย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมอบจ.ภูเก็ตและแขวงทางหลวง เร่งต้นกิ่งต้นสนหน้าหาดราไวย์

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่บริเวณถนนหน้าหาดราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ มอบหมายให้นางพรรณี รักนาย หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลราไวย์ กองช่าง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งานเทศกิจ และคนงานสำนักปลัด

ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่จากแขวงทางหลวง ใช้รถกระเช้า และเครื่องจักร ตัดแต่งกิ่งต้นสนบริเวณชายหาดหน้าหาดราไวย์ ซึ่งกิ่งต้นสนอาจจะหักลงมาเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน กรณีเกิดลมพัดแรง หรือพายุได้ เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว ที่ใช้ถนนและบริเวณทางเท้าในการสัญจร

AYANA ผนึก Thailand Longstay ดัน “อยู่ได้-ลงทุนได้” กระตุ้นอสังหาฯ ภูเก็ต รับนักลงทุนโลก

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ AYANA Sales Gallery บ้านลายัน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  “AYANA” ภายใต้กลุ่ม T.H. Group โดยนางสาวกรทิพย์ เหรียญไกร กรรมการบริษัท ที.เอช. กรุ๊ป ภูเก็ต จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการ “AYANA” และบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด (Thailand Longstay) และนางปิยภัทร สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เปิดตัวแคมเปญ “Residence as Investment” ชูแนวคิดซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยควบคู่การลงทุน พร้อมสิทธิพำนักระยะยาวอย่างถูกกฎหมาย หวังดึงนักลงทุนต่างชาติศักยภาพสูงเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งได้รับเกียรติจากพ.ต.ท.นาธารา กาญจนพนาง รองผู้กำกับการ กองกำกับการ ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมชี้แจงกฎระเบียบด้านวีซ่าที่ถูกต้อง และตอบข้อซักถามจากนักลงทุน และเอเจนซี่ชาวต่างชาติ 

นางปิยภัทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีหน่วยเหลือขายกว่า 180,000 ยูนิต ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจชะลอตัว การเปิดช่องทางให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อและพำนักในไทยอย่างถูกกฎหมาย จึงเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะหลังมีการออกวีซ่าพำนักระยะยาวสำหรับนักลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568

สำหรับแคมเปญ “Residence as Investment” ถูกออกแบบให้เป็นระบบบริการครบวงจร (One-Stop Service) ลดความซับซ้อนของขั้นตอนราชการ โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านบาท ผู้ซื้อสามารถเลือกถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Foreign Freehold หรือสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold)

กระบวนการเริ่มตั้งแต่การโอนเงินจากต่างประเทศเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ พร้อมเอกสารยืนยันธุรกรรม (FET Form) จากนั้นขึ้นทะเบียนผ่าน Thailand Longstay เพื่อเข้าสู่การคัดกรอง ก่อนยื่นขอวีซ่าพำนัก ซึ่งเริ่มต้นจากวีซ่า 90 วัน และสามารถต่ออายุรายปีได้ตราบเท่าที่ยังถือครองทรัพย์สินตามเงื่อนไข

นางปิยภัทร ระบุเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมชาวต่างชาติเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวระยะสั้นเป็นการพำนักระยะยาวเฉลี่ย 7-8 เดือนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนและดิจิทัลโนแมด ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยภูเก็ตยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ศักยภาพสูง ทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และบริการสุขภาพ

“หัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้นักลงทุนสามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย และมั่นใจในระบบ ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การตรวจสอบเข้มงวด ไม่ใช่ใครก็สามารถเข้าร่วมได้” นางปิยภัทร กล่าว

ทั้งนี้ Thailand Longstay ยังเดินหน้าทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน ซึ่งมีความต้องการลงทุนในไทยสูง รวมถึงกลุ่มครอบครัวที่ต้องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ

ด้านนางสาวกรทิพย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ลูกค้าต่างชาติของโครงการ AYANA โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักจากรัสเซียและยูเครน ที่ต้องการพำนักระยะยาว หากสามารถอยู่ในไทยได้นานขึ้น จะส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งนอกจากสิทธิพำนัก ผู้ลงทุนยังได้รับสิทธิพิเศษภายในกรอบของกฎหมาย เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการรายงานตัวทุก 90 วัน, สิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตร เป็นต้น ในโครงการนำร่อง เช่น AYANA Heights Seaview Residences และ AYANA Soluna Villa

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยระดับโลก (Global Residential Hub) โดยใช้จุดแข็งของภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง และคาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีนัยสำคัญตลอดปี 2569.

ผู้บริหารเทศบาลตำบลราไวย์ลงสำรวจต้นไม้ที่ยืนต้นตายหรือกิ่งไม้พาดสายไฟฟ้า สวนสาธารณะ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 บริเวณพื้นที่สวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวในตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายบุญสรวง ถนอมวงศ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลราไวย์ หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลราไวย์

ได้ลงพื้นที่สวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวในตำบลราไวย์ เพื่อสำรวจต้นไม้ที่ยืนต้นตาย ต้นไม้แห้ง หรือกิ่งไม้ที่พาดสายไฟฟ้า ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และอาจหักโค่นกรณีพายุลมพัดแรง

“เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต” ร่วม “อควาเรีย ภูเก็ต” จัดปล่อย “ฉลามกบ” 30 ตัว คืนทะเลอันดามัน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายจูเลี่ยน ลอว์รี่ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเลอเมอริเดียน ภูเก็ต บีชรีสอร์ท พร้อมด้วยนายดาริล ฟุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Aquawalk Group, นายวิมล หนูแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และนางสาวจุฑามาส ประจักษ์ศิลป รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ตลอดจนนักท่องเที่ยว ร่วมกันปล่อยฉลามกบ (Bamboo Shark) จำนวน 30 ตัว ลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมเลอเมอริเดียน ภูเก็ต บีชรีสอร์ท ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ Aquaria Phuket โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเล เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมให้กับทุกภาคส่วน ทั้งนักท่องเที่ยว พนักงาน และประชาชนทั่วไป ซึ่งฉลามกบที่ปล่อยในครั้งนี้เป็นสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงภายใต้โครงการอนุรักษ์ เพื่อสนับสนุนวงจรชีวิตตามธรรมชาติ

นายจูเลี่ยน ลอว์รี่ กล่าวว่า โรงแรมให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อว่าการบริการที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่ดี แต่ยังรวมถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว ทั้งนี้ โรงแรมมีบทบาทในการดูแลทรัพยากรชายฝั่งผ่านกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเก็บขยะชายหาด การให้ความรู้แก่ชุมชน และการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ

“โครงการนี้สอดคล้องกับพันธสัญญา SERVE 360 Doing Good in Every Direction ของ Marriott International ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว ไม่เพียงเป็นการปล่อยฉลามกบคืนสู่ทะเล แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” นายจูเลี่ยนกล่าว

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปล่อยฉลามกบในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดภูเก็ต ที่ช่วยปลุกจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลอันดามันอย่างยั่งยืนในอนาคต

“อบต.สาคู” จัด ‘Sakhu Trail Beach Run 2026’ นักวิ่งทั้งไทย-ต่างชาติเข้าร่วมกว่า 1,500 คน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่บริเวณสวนสาธารณะหาดในทอน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสุวิทย์ พันเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต), นายตฤณ ปัญญาไวย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู (อบต.สาคู) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยตัวนักวิ่งในกิจกรรม “Sakhu Trail Beach Run 2026” ซึ่งมีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 1,500 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ภาพรวมบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีศิลปิน นักแสดง และคนดังร่วมสร้างสีสัน อาทิ กิก ดนัย จารุจินดา, กอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา, เก่ง ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รวมถึงนางงามชื่อดัง อาทิ หลิน มาลิน ชระอนันต์ มิสแกรนด์ภูเก็ต 2024 และมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024, มายด์ ฐานิดาภัทฐ์ ติณสุทธินานนท์ และ ณฉัตร วัลเณซ่า แฮร์มันน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 เข้าร่วมวิ่งในเส้นทางเดียวกัน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความประทับใจและความปลอดภัยแก่นักวิ่ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและของดีในพื้นที่ตำบลสาคู ผ่านกิจกรรมวิ่งที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ชุมชน และชายหาดที่สวยงาม สะท้อนภาพลักษณ์ของสาคูในฐานะแหล่งอากาศบริสุทธิ์อันดับต้น ๆ ของจังหวัดภูเก็ต

สำหรับเส้นทางการแข่งขันระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสวนสาธารณะหาดในทอน และสิ้นสุดที่ตลาดนัดชิงปลา หาดในยาง โดยเป็นเส้นทางวิ่งเทรลที่โดดเด่น ผสมผสานระหว่างภูเขาและชายหาดอย่างลงตัว นักวิ่งได้สัมผัสทั้งความท้าทายของเส้นทางธรรมชาติ วิวเขียวขจี และความงดงามของท้องทะเลภูเก็ต ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นผ่าน “ตลาดนัดชิงปลา” ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมประมงพื้นบ้านได้อย่างชัดเจน

แม้จะเป็นการจัดงานครั้งแรก แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม คณะผู้จัดงานเตรียมต่อยอดสู่โครงการระยะยาว 3 ปี พร้อมเพิ่มเงินรางวัลในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ “Sakhu Trail Beach Run” ก้าวสู่การเป็นงานวิ่งระดับแลนด์มาร์ค ดึงดูดนักวิ่งจากทั่วโลก และใช้การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ และยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืนต่อไป