เรือสำรวจวิจัย จักรทอง ทองใหญ่ ติดตั้งทุ่นสำรวจทางสมุทรศาสตร์นอกฝั่ง

ในระหว่างวันที่ 21 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 และ 28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2568 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) พร้อมศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล และ First Institute of Oceanography ร่วมปฏิบัติงานทางทะเลในทะเลอันดามัน โดยเรือสำรวจวิจัย จักรทอง ทองใหญ่ ซึ่งเป็นเรือสำรวจวิจัยในทะเลลึกของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อติดตั้งทุ่นสำรวจทางสมุทรศาสตร์นอกฝั่ง

เพื่อศึกษาวิจัยกระบวนการทางกายภาพตลอดจนติดตามสภาพอากาศในทะเลอันดามัน โดยเป็นการดำเนินการภายใต้โครงการ Ocean Forecasting and Marine Disaster Mitigation System of Southeast Asia Seas พร้อมกันนี้ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างไมโครพลาสติกในน้ำทะเลเพื่อติดตามการปนเปื้อนในน้ำทะเลนอกฝั่ง

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเข้าใจกระบวนการทางสมุทรศาสตร์ในทะเลลึก ศึกษาผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อระบบนิเวศทางทะเล พร้อมสนับสนุนข้อมูลในการพัฒนาระบบพยากรณ์ทางสมุทรศาสตร์ ต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลวิชิต


ด้วยทางเทศบาลตำบลวิชิต จะเปิดโครงการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาแก่ประชาชน ประจำปี 2568 จึงขอเชิญชาวตำบลวิชิตเข้าร่วมอบรมในครั้ง โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 27 มีนาคม 2568 (โดยรับจำนวนจำกัด)

โดยหลักสูตรที่เปิดรับสมัคร สำหรับเด็ก (อายุ 7 – 12 ปี) – ภาษาจีนพื้นฐาน เวลาเรียน 09.00 – 12.00 น.และ – ภาษาอังกฤษพื้นฐาน เวลาเรียน 09.00 – 12.00 น. เริ่มเรียนวันที่ 1 – 25 เมษายน 2568 เรียนทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

และหลักสูตรสำหรับประชาชน – ภาษาอังกฤษเพื่อการสนทนา เวลาเรียน 09.00 – 12.00 น. และ- ภาษาจีนขั้นพื้นฐาน เวลาเรียน 09.00 – 12.00 น. – ภาษาจีนเพื่อการสนทนา เวลาเรียน 13.00 – 16.00 น. โดยจะเริ่มเรียนวันที่ 19 เมษายน – 1 มิถุนายน 2568 เรียนทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : ห้องสมุดประชาชน เทศบาลตำบลวิชิต โทร.076-525065 และ กองการศึกษา ชั้น 2 เทศบาลตำบลวิชิต โทร.076-525100 ต่อ 170-173 หรือ Facebook ห้องสมุดประชาชนเทศบาลตำบลวิชิต ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ https://www.phuket-vichit.go.th/news/detail/108937/data.html

ของหายหรือลืมของไว้ ในรถโดยสาร ต้องได้คืน สถานีตำรวจภูธรป่าตอง

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.ป่าตอง, พ.ต.ท.สมพร สุรินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.ป่าตอง, พ.ต.ต.สุภคม ชูช่วย สวป.สภ.ป่าตอง สายตรวจเดินเท้าซอยบางลา ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยสารจากสนามบินมาที่โรงแรมในพื้นที่ตำบลป่าตอง และได้ลืมกล้องถ่ายวิดีโอไว้ในรถโดยสาร

สายตรวจเดินเท้าซอยบางลาจึงได้ติดตามหาหมายเลขป้ายทะเบียน และประสานข่ายสืบสวน ค้นหาเบอร์โทรศัพท์จน สามารถติดต่อกับผู้ขับขี่รถโดยสารได้ และให้นำมามอบคืนแก่นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามเรียบร้อย  นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามจึงได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง เป็นอย่างมาก และประทับใจในการช่วยเหลือและให้บริการ และแจ้งว่าอยากมาเที่ยวภูเก็ตอีก

ศรชล.ภาค 3 ร่วมเจ้าท่าภูเก็ต กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งกำจัดคราบน้ำมัน ชายหาดอ่าวตังเข็น หวั่นกระทบพะยูน

วันนี้ (3 มี.ค.68) ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดภูเก็ต (ศคท.จว.ภก.) ได้รับแจ้งเหตุพบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดอ่าวตังเข็น (หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง) อ.เมือง จ.ภูเก็ต เบื้องต้นได้แจ้งให้หน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบพบคราบน้ำมันสีแดงลอยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ความยาวประมาณ 300 เมตร จากนั้นได้ประสานศูนย์ปฎิบัติการ ศรชล.ภาค 3 ในการทำ Oil Map เพื่อวิเคราะห์ที่มาของคราบน้ำมัน พร้อมประสานบริษัท ปตท. และบริษัทท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ขอรับการสนับสนุนเคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์ในการขจัดคราบน้ำมัน

ในการแก้ปัญหาเบื้องต้น  ทางเจ้าหน้าที่ ศคท.จว.ภก. และเจ้าหน้าที่เรือหลวงหัวหิน จำนวน 10 นาย ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยขจัดคราบน้ำมัน ขณะเดียวกันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะดำเนินการสำรวจผลกระทบที่ส่งผลต่อพะยูน, เต่าทะเล, หญ้าทะเล ตอนน้ำลงต่อไป

ทั้งนี้คาดว่า คราบน้ำมันที่เกิดขึ้นนั้น  น่าจะมีปริมาณประมาณ 200 ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณไม่มาก และสามารถสลายตัวในน้ำทะเลได้ โดยใช้การฉีดพ่นน้ำยา เพื่อเร่งการสลายตัว และการจัดเก็บเพื่อลดปริมาณให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามจากการสำรวจของ สนง.ทช.10 เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า บริเวณอ่าวตังเข็น มีพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 6 ตัว, เต่าทะเล 6 ตัว, มีหญ้าทะเลจำนวนหนึ่งที่ยังสมบูรณ์ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งทำการกำจัดคราบน้ำมันอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อพะยูน, เต่าทะเล, และ หญ้าทะเล

ทาง ศรชล.ภาค 3 ขอประชาสัมพันธ์ไปถึงชาวเรือที่ใช้พื้นที่บริเวณอ่าวตังเข็น ให้ใช้ความระมัดระวังในการแล่นเรือผ่านบริเวณดังกล่าว, และระมัดระวังการรั่วไหลของน้ำมัน, และการทิ้งของเสียลงทะเล, เพื่อไม่ให้กระทบต่อ พะยูน, เต่าทะเล, และหญ้าทะเล

เทศบาลตำบลวิชิตจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครอบครัว ประจำปีงบประมาณ 2568

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 ที่อาคารป้องกันสาธารณภัย (สวนศรีภูวนาถ) ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พม.ภูเก็ต ร่วมกับ เทศบาลตำบลวิชิต ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลวิชิต และมูลนิธิ SOS สาขาภูเก็ต (เครือข่าย CSR Phuket Center) จัดโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 5 “รู้ทัน รู้รอด ปลอดภัย”

โดยมี นายกาณฑ์ หมื่นผ่อง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำลวิชิต พร้อมด้วยนางอุษา สุขประเสริฐ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เขต 11 อำเภอเมือง เจ้าหน้าที่พม.จังหวัดภูเก็ต และครอบครัวชาวตำบลวิชิตเข้าร่วม

เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวเรียนรู้การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น ไฟไหม้ ดินถล่ม สึนามิ และน้ำท่วม เป็นต้น โดยมีวิทยากรจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวิชิต พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วย

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยกำหนดการจัดงานแซยิดปุดจ้อ 17 – 19 มีนาคม 2568

ด้วยทางศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ภูเก็ต ได้กำหนดจัดงาน แซยิดปุดจ้อ ในระหว่างวันที่  17 – 19 มีนาคม 2568 ซึ่งที่ผ่านมา ไม่มีการประทับทรง แต่ในปีนี้ องค์ปุดจ้อ ได้มาประทับอยู่ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งบรรยากาศงานแซยิดต่างๆ ที่จัดขึ้นในศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยนั้น จะปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่มีคำว่า ”ม้าทรง“ และปีนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้เป็นตำนานของอ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งแห่งนี้ตลอดไป

ทางศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย จึงขอเรียนเชิญ พี่น้องม้าทรงทั้งชายและหญิงร่วมประทับทรงในพิธีป่ายทีก๊งและพิธีป้ออุ่น พิธีป่ายทีก๊ง ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 23.09 น. และพิธีป้ออุ่น ในวันที่ 19 มีนาคม 2568 ในเวลา 19.09 น.

จึงขอเรียนเชิญผู้ศรัทธาทุกท่าน ร่วมสักการะบูชาองค์พระกวนอิมปุดจ้อ ตลอดทั้งวัน ร่วมออกโรงทานอาหารเจ วันเจี่ยยิด วันที่ 18 มีนาคม 2568 และร่วมในพิธีกรรมป้ออุ่น สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา และร่วมกิจกรรมวิชาการต่างๆ ในช่วงการจัดงาน

ทต.วิชิต จัดโครงการวันเดียว เที่ยววิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศาลาเอนกประสงค์คลองมุดง หมู่ที่ 6 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นายวิเศษ สบายจิตต์ รองนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการวันเดียว เที่ยววิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน บ้านบ่อแร่ บ้านอ่าวมะขาม บ้านแหลมพันวา ตำบลวิชิต โดยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว สำนักปลัดเทศบาล โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนชุมชน ครูและนักเรียนในพื้นที่ตำบลวิชิต เข้าร่วม

นายเฉลิม แก้วปราง ผู้อำนวยการกองช่าง ปฏิบัติราชการแทน ปลัดเทศบาลตำบลวิชิต กล่าวว่า สำหรับโครงการวันเดียว เที่ยววิชิต วิชิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน บ้านบ่อแร่ บ้านอ่าวมะขาม บ้านแหลมพันวา จัดขึ้นเพื่อเป็นการอบรมนักเรียนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน บ้านบ่อแร่ บ้านอ่าวมะขาม บ้านแหลมพันวา ตำบลวิชิต

นอกจากนี้ จะได้เป็นการเผยแพร่ภาพกิจกรรม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆเพื่อสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีนักเรียนในสถานศึกษาในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลวิชิต จำนวน 60 คน เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ เทศบาลตำบลวิชิต ได้รับการสนับสนุนวิทยากรชุมชน ประกอบด้วย นายอรรคพล นนทรีย์, นายดอน ลิ้มนันทพิสิฐ, นางนันทวัน โกศัย วิทยากรชุมชนบ้านบ่อแร่หมู่ที่ 6, นางสาวเมตตา นนทรีย์ วิทยากรกลุ่มอันดามันบาติก หมู่ที่ 6,

นายอับดุลล่าห์ คุ้มบ้าน วิทยากรเรือประมงพื้นบ้าน หมู่ที่ 7,นายจรูญ กำไลทอง วิทยากรค่ายมวยกำไลหยก และนางนวลจันทร์ สามารถ วิทยากรชุมชนบ้านแหลมพันวา หมู่ที่ 8 ซึ่งได้มีกิจกรรมที่น่าสนใจถ่ายทอดให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม ทั้งการบรรยายให้ความรู้ ในหัวข้อ ท่องเที่ยวชุมชน /กิจกรรมเพ้นท์ผ้าบาติก / การลงพื้นที่ศึกษาแหล่งท่องเที่ยว อาทิ หาดตะวันรอน, จุดชมวิวแหลมดินสอ,จุดชมวิวเขาขาด, ภูชมดาว ศึกษาวัฒนธรรมการต่อสู้ สาธิตมวยไทย ศึกษาวิถีชีวิตชาวประมง พร้อมทั้ง ศึกษาประวัติความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมไทย-มลายู การแสดงปันจักสีลัต มวยกาหยง และการยิงธนู

AZZURRO เดินทางจากกรุงโรมสู่ดูไบและต่อมาที่ภูเก็ตแล้ว

ชาวเมืองโมเดนา Giancarlo และ Nunzia ได้นำรสชาติของอิตาลีมาสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยร้านอาหารของพวกเขา Azzurro เมนูของพวกเขานำเสนออาหารอิตาเลียนประจำภูมิภาค ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองต่างๆ ตั้งแต่โมเดนาไปจนถึงชายฝั่ง Amalfi ด้วยใจรักในการทำอาหารที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเด็ก พวกเขาได้สร้างสรรค์พาสต้าสดใหม่ ขนมหวานโฮมเมด และอาหารรสเลิศอื่นๆ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง

Azzurro มีเป้าหมายที่จะนำเสนออาหารอิตาเลียนแท้ๆ ในราคาที่สมเหตุสมผลพร้อมบริการที่เป็นเลิศ เชฟ Giancarlo มุ่งเน้นไปที่รสชาติ ในขณะที่เชฟ Nunzia สร้างสรรค์ขนมหวานที่สวยงาม เช่น ทีรามิสุแบบดั้งเดิม ปัจจุบัน Azzurro ให้บริการลูกค้าใน 10 สาขาในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ตะวันออกกลางและเอเชีย แต่วันนี้ไม่ต้องบินไกลถึงอิตาลี! เรายกครัวอิตาเลียนแท้ๆ มาเสิร์ฟถึงใจกลางเซ็นทรัลภูเก็ตเฟสติวัล ชั้น 1 (ลานลม)

เบอร์ติดต่อ:  085-580-5888 Follow Us: azzurrothailand

“ก้องศักดิ์ คู่พงศกร“ นั่งเก้าอี้ ประธานหอการค้าภูเก็ต ต่ออีกสมัย

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง ภูเก็ต หอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยมีนายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวต้อนรับสมาชิกและผู้เข้าร่วมประชุม

โดยมีวาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งประธานหอการค้าคนใหม่ ซึ่งคัดเลือกจากผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ จำนวน 35 คน ผลปรากฎว่า นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตต่ออีกสมัย

ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนของจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งสะท้อนภาพรวมและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดในอนาคต

นอกจากนี้นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะต้นทุนด้านการเดินทางและต้นทุนการดำเนินกิจการที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและกำหนดกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด

พร้อมกันนี้ยังมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับภูเก็ตสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่เกียรติคุณแก่คณะกรรมการบริหารชุดเดิม ประจำปี 2566-2567 เพื่อแสดงความขอบคุณในความทุ่มเทและการทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ Young Entrepreneur Chamber of Commerce (YEC Phuket) ด้วย